เป็ไปตามคาด สองพี่น้องตระกูลบิมาเยี่ยมเยียนในยามที่ตนตกอับ จะเป็การช่วยเหลือในยามยากได้อย่างไร ที่แท้ก็มาเพื่อถอนหมั้นนี่เอง
"กำแพงพังทุกคนรุมผลักจริง ๆ โตเกี๋ยมเอ๋ยโตเกี๋ยม หากท่านมองลงมาจากเบื้องบนแล้วเห็นบุตรชายถูกรังแกเช่นนี้ ท่านจะเสียใจหรือไม่ที่ยกตำแหน่งเ้าเมืองให้เล่าปี่..."
โตซางรู้สึกเวทนาโตเกี๋ยมจากใจจริง ส่วนเื่การถอนหมั้นของตระกูลบินั้น ความจริงเขาคาดการณ์ไว้ตั้งนานแล้ว จึงไม่ได้รู้สึกใมากนัก
สิ่งที่ทำให้โตซางประหลาดใจจริง ๆ คือ เื่ใหญ่อย่างการแต่งงานที่ต้องฟังคำสั่งบิดามารดาและผ่านแม่สื่อแม่ชัก แต่บิเจินที่เป็เพียงสตรีกลับออกหน้ามาจัดการเื่นี้ด้วยตนเอง
เขาเคยได้ยินมาว่า บิเจินผู้นี้ฉลาดหลักแหลมยิ่งนัก ั้แ่เยาว์วัยก็เชี่ยวชาญด้านบัญชี เป็ผู้ที่มีพร์ในการค้าโดยกำเนิด ตระกูลบิเป็ตระกูลที่มั่งคั่งที่สุดในซีจิ๋ว ทรัพย์สินครึ่งหนึ่งล้วนเป็สิ่งที่บิเจินหามาได้ ไม่แปลกที่ในยุคสมัยที่บุรุษเป็ใหญ่สตรีเป็รอง นางที่เป็สตรีกลับสามารถออกหน้าเื่การแต่งงานของตนเองได้
นี่คือสตรีที่มีอำนาจตัดสินใจและมีน้ำหนักในคำพูดภายในตระกูลบิ…
ความคิดของโตซางหมุนวนอย่างรวดเร็ว ทว่าใบหน้ายังคงเรียบเฉยดุจผิวน้ำ ไร้ซึ่งระลอกคลื่น เขาเพียงแค่นยิ้มเ็าแล้วกล่าวว่า "เื่การแต่งงานของข้ากับคุณหนูบิ เป็สิ่งที่ท่านพ่อผู้ล่วงลับกำหนดไว้ จะบอกว่าถอนก็ถอนได้ง่าย ๆ เช่นนี้ได้อย่างไร"
โตซางไม่ได้คิดจะปีนป่ายตระกูลบิ แต่เพื่อศักดิ์ศรีของตนเอง เขาจะยอมตกลงง่าย ๆ ได้อย่างไร
"กฎเกณฑ์ล้วนเป็สิ่งที่คนกำหนดขึ้น เหตุใดจึงเปลี่ยนไม่ได้เล่า?" บิเจินจ้องมองเขาด้วยดวงตาที่เป็ประกาย พร้อมย้อนถามอย่างเรียบเฉย
โตซางไม่โกรธ และตอบกลับไปอย่างราบเรียบว่า "คุณหนูบิก็กล่าวเองว่ากฎเกณฑ์เป็สิ่งที่คนกำหนด แต่ไม่ใช่ท่านเพียงคนเดียวที่กำหนด เหตุใดท่านอยากเปลี่ยน ข้าต้องเปลี่ยนตามด้วย"
คำพูดนี้แสดงชัดเจนว่าเขาไม่้ายกเลิกสัญญาหมั้นหมาย บิฮองที่อยู่ด้านข้างสีหน้ามืดมนลงทันที เขาชี้หน้าโตซางแล้วะโว่า "โตซาง เ้าไม่ดูสภาพตัวเองเลยหรือว่าอยู่ในสถานะใด เ้าคู่ควร..."
"พี่รอง" บิเจินยกมือเรียวบางขึ้น ขัดจังหวะความโอหังของพี่ชาย "นี่คือสัญญาหมั้นของข้า ข้าจะจัดการเอง พี่รองไม่จำเป็ต้องยุ่ง"
บิเจินมีสง่าราศีจริง ๆ แม้แต่พี่ชายตนเองก็กล้าดุ บิฮองถูกน้องสาวตวาดเช่นนี้กลับไม่กล้าโต้ตอบ ได้แต่หุบปากลงอย่างไม่สบอารมณ์
ใบหน้าอันงดงามของบิเจินอ่อนโยนลงเล็กน้อย นางก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวพร้อมยิ้มบาง ๆ "คุณชายโตเป็คนฉลาด ย่อมทราบดีว่าสัญญาหมั้นหมายระหว่างท่านกับข้านั้น ความจริงแล้วเป็เพียงการทำธุรกิจอย่างหนึ่ง ตอนที่กำหนดสัญญานี้ เพราะทั้งสองตระกูลสามารถตักตวงสิ่งที่้าและได้ประโยชน์ร่วมกัน แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป หากยังคงสัญญาหมั้นนี้ไว้ จะมีเพียงตระกูลบิของข้าที่ขาดทุนฝ่ายเดียว ตระกูลบิเป็พ่อค้า ไม่เคยทำธุรกิจที่ขาดทุน หวังว่าคุณชายโตจะเข้าใจ"
สมกับเป็บุตรีของตระกูลที่รวยที่สุดในซีจิ๋ว เปิดปากพูดคำไหนก็ไม่พ้นคำว่า ‘กำไร’ ไม่เสียทีที่เป็ยอดสตรีด้านการเงิน…
"พูดได้ดี ไม่เสียทีที่เป็แม่ค้า" โตซางชื่นชมอย่างประชดประชัน มุมปากยกยิ้มเ็า "ข้าโตซางแม้ไม่ใช่พ่อค้า แต่ก็รู้ว่าการค้าขาย นอกจากจะมุ่งเน้นกำไรแล้ว ยังต้องให้ความสำคัญกับความสัตย์ซื่อ เหตุใดพอมาถึงคุณหนูบิในสายตากลับมีแต่กำไร แต่ไร้ซึ่งความสัตย์ซื่อเล่า"
ใบหน้าของบิเจินขยับเล็กน้อย ดวงตาเป็ประกายฉายแววประหลาดใจ ดูเหมือนนางจะไม่คาดคิดว่าโตซางจะตอบโต้ได้รวดเร็วและมีวาทศิลป์ถึงเพียงนี้
แววตานั้นหายไปอย่างรวดเร็ว บิเจินยิ้มบาง ๆ แล้วกล่าวว่า "การทำธุรกิจย่อมต้องรักษาคำพูด แต่ในสายตาของแม่ค้าอย่างเรา ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถวัดค่าได้ด้วยกำไร 'ความสัตย์ซื่อ' ก็เป็เพียง 'กำไร' ในอีกรูปแบบหนึ่งเท่านั้น สำคัญที่ว่ามันมีค่าเท่าไหร่"
พูดจบ ดวงตาเรียวสวยของบิเจินก็ฉายแววขี้เล่น นางยกแขนเรียวบางขึ้นแล้วตบมือเบา ๆ สามครั้ง
จากนั้น บรรดาข้ารับใช้ตระกูลบิก็ยกหีบใบใหญ่หลายใบเข้ามาในโถงกลาง วางหีบไม้หนักอึ้งสามสี่ใบลงที่หน้าบันได
บิเจินสะบัดแขนเสื้อเบา ๆ ข้ารับใช้ก็เปิดฝาหีบออกทั้งหมด ภายในหีบเหล่านี้เต็มไปด้วยเหรียญทองแดงที่สะท้อนแสงสีเหลืองอร่าม ส่องสว่างไปทั่วทั้งโถง จนเหล่าเ้าหน้าที่ในห้องโถงต่างเบิกตากว้างด้วยความโลภ
"นี่คือเงินสามล้านเหรียญอีแปะ ถือเป็ค่าชดเชยเล็กน้อยจากตระกูลบิสำหรับการยกเลิกสัญญาหมั้นหมาย ด้านนอกยังมีอีกสิบกว่าหีบ ขอเพียงคุณชายโตพยักหน้า ทุกอย่างจะเป็ของคุณชายทั้งหมด" บิเจินชี้ไปยังเหรียญทองแดงเต็มหีบ น้ำเสียงแฝงไปด้วยความโอหังของผู้ที่มีทรัพย์สินมหาศาล
โตซางลุกขึ้นยืน ค่อย ๆ เดินลงบันไดไปที่หน้าหีบใบหนึ่ง หยิบเหรียญทองแดงกำหนึ่งขึ้นมาเล่นในมือ พร้อมอุทานว่า "สมกับเป็ผู้มั่งคั่งที่สุดในซีจิ๋ว ช่างร่ำรวยเหลือเกิน เพื่อสัญญาหมั้นฉบับเดียว ถึงกับยอมจ่ายเงินมากมายขนาดนี้"
"ดูท่าจะเป็คนโลภเงิน ท้ายที่สุดก็เป็เพียงคนธรรมดาที่ไร้ความสามารถ บิเจินผู้นี้้าแต่งงานกับวีรบุรุษ ไม่ใช่คนสามัญเช่นท่าน..." ริมฝีปากแดงระเรื่อขยับ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย ดวงตาฉายแววลำพองใจและมีความเย้ยหยันที่ยากจะสังเกตเห็น
ดูเหมือนนางจะคาดว่าโตซางเห็นเงินแล้วตาโต และถูกเงินหลายล้านเหรียญนี้ดึงดูดเข้าให้แล้ว
ฮวาหมู่หลานที่ติดตามอยู่ด้านหลัง เมื่อเห็นโตซางหยิบเหรียญทองแดงขึ้นมาเล่นราวกับพอใจอย่างยิ่ง คิ้วเรียวสวยก็ขมวดเข้าหากัน แววตาค่อย ๆ ฉายความผิดหวัง และค่าความจงรักภักดีที่มีต่อโตซางก็เริ่มลดลง
วีรสตรีผู้มีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวเช่นนาง จะยอมให้ ‘นายท่าน’ ที่ตนจงรักภักดี ทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อเงินทองและยอมถอยเพื่อทำลายชื่อเสียงได้อย่างไร นายท่าน เช่นนี้ นางไม่ยินดีที่จะจงรักภักดี หากโตซางตกลง ค่าความจงรักภักดีของนางไม่ลดลงสิแปลก
"สามล้านเหรียญ ไม่ใช่จำนวนน้อยจริง ๆ ข้าอยากเกณฑ์ทหารซื้ออาวุธ สิ่งที่ขาดก็คือเงินและเสบียง แต่น่าเสียดายที่ใช้เงินเพียงสามล้านแต่คิดจะซื้อศักดิ์ศรีของข้า ตระกูลบิของท่านดูถูกข้าเกินไปแล้ว..."
โตซางโยนเหรียญทองแดงเหรียญสุดท้ายในมือกลับลงไปในหีบ ถอยหลังครึ่งก้าว แล้วค่อย ๆ ยกขาขึ้น ท่ามกลางสายตาของทุกคน เขาถีบหีบเงินตรงหน้าจนล้มคว่ำลงกับพื้นอย่างแรง
โครม!
เพล้ง!
หีบเงินล้มลง เหรียญทองแดงนับหมื่นไหลออกมาดุจสายน้ำ กระจัดกระจายเต็มพื้น
การกระทำนี้แสดงออกชัดเจนว่าเขาปฏิเสธข้อเสนอของบิเจิน
ภายในโถงเกิดความโกลาหลขึ้นทันที
เหล่าเ้าหน้าที่ซ้ายขวาต่างมองไปยังท่านนายอำเภอด้วยสายตาประหลาดใจ ทุกคนมีสีหน้าตกตะลึงราวกับไม่เชื่อว่าโตซางจะไม่หวั่นไหวต่อเงินจำนวนมหาศาลถึงสามล้านเหรียญ
ฮวาหมู่หลานที่เดิมทีขมวดคิ้วเคร่งเครียด พลันคลายคิ้วออก แววตาที่เคยผิดหวังถูกแทนที่ด้วยความเลื่อมใสในทันที
[ติ๊ง... ระบบตรวจพบว่าฮวาหมู่หลานเกิดความเลื่อมใสในตัวนายท่าน ค่าความจงรักภักดีเพิ่มขึ้น 10 เพิ่มเป็ 25]
โตซางรู้สึกยินดีในใจ ไม่นึกเลยว่าการไม่หวั่นไหวต่อเงินทองจะทำให้ได้รับความเลื่อมใสจากฮวาหมู่หลาน จนค่าความจงรักภักดีเพิ่มขึ้นอย่างมาก สูงกว่าค่าเริ่มต้นถึง 5 แต้ม
"ตอนนี้ข้าเข้าใจแล้ว ิญญาวีรชนประเภทเด็ดเดี่ยวอย่างฮวาหมู่หลาน ไม่สามารถใช้ลาภยศเงินทองดึงดูดได้ ต้องแสดงความเป็ลูกผู้ชาย มีศักดิ์ศรี ถึงจะชนะใจนางได้ ไม่นึกเลยว่าการไม่เอาเงินจะมีรางวัลพิเศษแบบนี้..."
ขณะที่โตซางกำลังยินดี ใบหน้าของบิเจินก็เปลี่ยนสี ดวงตาจ้องมองโตซาง แววตาลำพองและเย้ยหยันมลายหายไปสิ้น กลับมีความรู้สึกทึ่งและมองเขาในมุมใหม่แฝงอยู่
ต่อปฏิกิริยาที่เหนือความคาดหมายของโตซาง บิเจินใจนชั่วขณะหนึ่งไม่รู้จะตอบโต้อย่างไร
ในตอนนั้น บิฮองที่นอกจากจะใแล้วยังรู้สึกอับอายจนกลายเป็โกรธ เขาะโออกมาชี้หน้าโตซางแล้วะโว่า "โตซาง เ้ายังคิดว่าตัวเองเป็คุณชายใหญ่ของเ้าเมืองอยู่อีกหรือ เ้าไม่ดูสภาพตัวเองตอนนี้เลย ตระกูลบิของข้ายอมชดเชยให้เ้าสามล้านเหรียญ ก็นับว่าให้เกียรติเ้ามากแล้ว อย่าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!"
บิฮองที่ถูกยั่วโทสะถึงกับฉีกหน้า ไม่เกรงใจใคร ะโด่าทอโตซางกลางโถงแห่งนี้อย่างเปิดเผย
ความโอหังนี้ทำให้ฮวาหมู่หลานโกรธทันที คิ้วเรียวขมวดมุ่น แววตาฉายรังสีฆ่าฟัน นางกุมด้ามดาบไว้แน่นแล้วกล่าวเสียงต่ำ "นายท่าน สองคนนี้ทรยศหักหลัง ทั้งยังกล้าด่าทอนายท่าน ให้ข้าฆ่าพวกมันให้หมดเลยหรือไม่!"