เช้าวันเปิดเทอมธรรมดา ๆ
กลับกลเช้าต่อมา ณ โรงเรียนมัธยมปลายโฮชิคาวะ
ผมมาถึงโรงเรียนเช้าหน่อย เพราะวันนี้เป็เวรของผมที่ต้องมาทำความสะอาดห้องเรียนให้เรียบร้อยก่อนนักเรียนคนอื่น ๆ จะมาเข้าเรียน
วันนี้อาจดูเหมือนเช้าปกติทั่วไป แต่ว่ามันดันมีเื่แปลก ๆ อยู่นิดหน่อย
ปัก ปัก
เสียงแปรงลบกระดานดังตามจังหวะหัวใจอันหนักอึ้งของผม
เห้อ…
เื่ที่ทำให้ผมหนักใจขนาดนี้ก็คือ คุณอายะ
เธอบอกกับผมเมื่อวานก่อนกลับบ้านว่าจะส่งข้อความมาหาผม ซึ่งแน่นอนว่าผมรอจนดึกก็ไม่มีข้อความส่งมา แล้วผมก็หลับไป
แต่พอตื่นมาดันมี…
ข้อความที่ยังไม่ได้อ่าน 1,000 ข้อความ
ตั้งหนึ่งพันข้อความ คนที่ไหนจะส่งมามากขนาดนั้นในคืนเดียว แถมยังเขียนมายาว เล่าเื่ทุกเื่ที่เจอระหว่างทางกลับบ้านเหมือนไม่เคยพูดมาก่อน ั้แ่นกไปจนถึงไม้
แต่ที่แปลกคือ ผมดันอ่านทั้งหมดนั้นอย่างตั้งใจ
นักเรียนคนอื่นเริ่มมากันแล้ว
ผมยังคงนั่งอยู่ที่นั่งของตัวเอง ไม่มีใครอยากข้องเกี่ยว ไม่มีใครอยากคุยด้วย มันก็เป็แบบนี้มาตลอด…
ติ่ง ติ่ง
เสียงข้อความใหม่
จากคุณอายะ
“ฮารุโตะคุง ตอนเที่ยงนี้จะมาที่ห้องชมรมไหมคะ?”
“ผมอยู่ที่นั่นประจำทุกเที่ยงครับ”
“หรอคะ ดีเลยค่ะ เที่ยงนี้ฉันเข้าไปหานะคะ”
“ครับผม”
เสียงประตูห้องเรียนเปิดออก อาจารย์เดินเข้ามา
คาบเรียนเริ่มแล้ว
ระหว่างคาบ ผมรู้สึกได้ถึงสายตาของบางคนที่มองมาที่ผม
สายตานี้มองมาด้วยความสงสัย
ผมรู้สึกถึงความต่างของมัน เพราะสายตาของคนในห้องทุกคน ผมชินมานานแล้ว
เพราะงั้น สายตาที่สามารถมองผมในห้องแล้วยังรู้สึกแปลก ๆ มีแค่คนเดียวคือเธอคนนั้น
ยูนะ
เธอมองมาที่ผมทำไมกันนะ?
ผมมองย้อนคืนสายตาของเธอ ยูนะก็จะกลับไปจ้องที่หนังสือ
เธอมีปัญหาอะไรรึเปล่านะ?
หมดคาบ
ตามนัดของคุณอายะ ผมถือข้าวที่ห่อมาจากบ้าน ตรงไปที่ห้องชมรมทันที
แต่ก็ไม่วาย มีสายตาเดิมจับจ้องมาอีกครั้ง
มาถึงห้องชมรม คุณอายะก็นั่งรออยู่ที่เก้าอี้ตัวเดิมแล้ว
เธอยังคงสวยสง่า ออร่าดั่งเ้าหญิงของเธอ รวมถึงกลิ่นหอมที่ยิ่งสูดก็ยิ่งทำให้ลืมเลือนได้ยาก
มันยังคงเหมือนมนสะกด ลอยเต็มไปทั่วห้องชมรม
เธอทักทายก่อน
“ฮารุโตะคุง สวัสดีตอนบ่ายนะ ได้ทานมื้อเที่ยงรึยังคะ?”
ผมหยิบมือถือขึ้นมากดอยู่ไม่นาน เสียงก็ดังขึ้น
ติ่ง
เป็เสียงข้อความแจ้งเตือนจากเครื่องของคุณอายะ
เธอหยิบมือถือขึ้นมาดู เป็ข้อความจากฮารุโตะ
“ผมห่อข้าวมากินครับ”
“ต่อจากนี้จะพิมพ์ในนี้นะครับ”
เธอมองมาที่ผมแล้วยิ้ม ก่อนจะตอบรับอย่างเป็กันเอง
“เข้าใจแล้วค่ะ”
“ว่าแต่มีอะไรหรอครับ ถึงอยากจะเจอผม”
“เื่นั้น…”
เธอเงยหน้าขึ้นมา สายตาของเราสบกัน
ผมคิดว่าผมเคยมองหน้าเธอหลายครั้งแล้ว แต่ดวงตาของเธอสวยจริง ๆ
มันน่าหลงใหลจริง ๆ
ก่อนเธอจะพูดด้วยท่าทางเขินอาย
“…ก็เราเป็เพื่อนกันนี่ค่ะ”
อ่า…
ท่าทางเขินอายของเธอทำให้หัวใจผมกระหน่ำดังกลองบรรเลงศึก
ผมคิดว่าบางที การได้มาอยู่ในห้องกับเธอสองต่อสอง อาจจะเป็เื่ที่หลายคนต้องอิจฉาแน่
และคงไม่มีใครคิดว่าเธอจะมาอยู่สองต่อสองกับผม แค่สองคน
“ฮารุโตะคุง เป็อะไรไปอีกคะ?”
ติ่ง
“เปล่าครับ”
ผมได้สติกลับมา
อีกครั้งที่สติผมหลุดไปชั่วครู่
เธอคนนี้อันตรายมากจริง ๆ
ผมถอนหายใจ
“คุณอายะทานข้าวรึยังครับ”
“ฉันก็ห่อข้าวมากินเหมือนกันค่ะ”
เธอยกกล่องข้าวสีฟ้าอันเล็กน่ารักขึ้นมา
“งั้นเราสองคนมาทานพร้อมกันเลยนะคะ”
ผมพยักหน้า
เราสองคนคุยกันหลายเื่
ถึงหลัก ๆ คุณอายะจะเป็คนพูดคนเดียวก็เถอะ
ผมถามถึงเื่ที่เธอไปเรียนที่ต่างประเทศ
เื่เรียน เื่ความเป็อยู่ และความแตกต่างระหว่างที่นี่กับที่นั่น
เธอตอบผมทุกคำถาม
ถึงบางคำถามเธอจะอึกอักบ้าง แต่เธอก็พยายามตอบทั้งหมด
เสียงออดเข้าเรียนคาบบ่ายดังขึ้น
ผมกับคุณอายะต้องแยกย้ายกันกลับไปเรียน
“คุยกับฮารุโตะคุง สนุกมากเลยค่ะ
ไว้ตอนเย็นเรามาเริ่มทำกิจกรรมชมรมกันแบบจริงจังกันดีกว่าค่ะ”
อ่า…
เธอแทบจะเป็คนคุยอยู่คนเดียว ส่วนผมก็แค่ฟัง
หูผมเริ่มชาแล้วสิ ปกติไม่ค่อยได้ฟังคนเล่าเื่นานขนาดนี้มาก่อนเลย
“เจอกันตอนเย็นนะคะ”
เราโบกมือลากัน
โดยที่ผมไม่ทันสังเกตเลยว่า มีคนแอบดูพวกเราอยู่ตลอดเวลา…
เมื่อหมดเวลาคาบสุดท้าย ผมต้องอยู่ทำความสะอาดก่อน
ลืมบอกเื่นี้กับคุณอายะ
ผมจึงส่งข้อความไปบอกเธอว่าจะไปช้าหน่อย และเธอก็ตอบมาอย่างรวดเร็ว บอกว่าเธอรอได้
ทุกคนกลับกันหมดแล้ว
ขณะที่ผมยังคงทำความสะอาดห้องอยู่
เสียงประตูเปิดดังขึ้น
ผมคิดว่าเวลานี้น่าจะไม่มีใครมาแล้ว หรือว่าอาจจะลืมของ
ผมไม่สนใจ
โดยปกติคนอื่น ๆ ก็จะเมินแล้วมองข้ามผมไปอยู่แล้ว
“เฮ้ นาย”
ผมไม่ได้สนใจ
“เฮ้ ฉันเรียกนายนั่นแหละ ไอ้แว่นติ๋ม”
ผมโดนผลักออกนิดหน่อย
แต่จากแรงผลักที่ไม่มากมายอะไร ผมคิดว่าน่าจะเป็แรงผลักของผู้หญิง
“นายจะทำอะไรกับพี่ของฉันห๊ะ ไอ้แว่นติ๋ม”
ผมเงยหน้าขึ้นไปมอง
เธอก็คือน้องสาวของคุณอายะ
เธอคือ ยูนะ…