นายใบ้โดดเดี่ยวกับองค์หญิงช่างจ้อ

    ตอนที่ 5 ติ๋ม

    เช้าวันเปิดเทอมธรรมดา ๆ
    กลับกลเช้าต่อมา ณ โรงเรียนมัธยมปลายโฮชิคาวะ

    ผมมาถึงโรงเรียนเช้าหน่อย เพราะวันนี้เป็๞เวรของผมที่ต้องมาทำความสะอาดห้องเรียนให้เรียบร้อยก่อนนักเรียนคนอื่น ๆ จะมาเข้าเรียน

    วันนี้อาจดูเหมือนเช้าปกติทั่วไป แต่ว่ามันดันมีเ๱ื่๵๹แปลก ๆ อยู่นิดหน่อย

    ปัก ปัก
    เสียงแปรงลบกระดานดังตามจังหวะหัวใจอันหนักอึ้งของผม
    เห้อ…

    เ๱ื่๵๹ที่ทำให้ผมหนักใจขนาดนี้ก็คือ คุณอายะ
    เธอบอกกับผมเมื่อวานก่อนกลับบ้านว่าจะส่งข้อความมาหาผม ซึ่งแน่นอนว่าผมรอจนดึกก็ไม่มีข้อความส่งมา แล้วผมก็หลับไป

    แต่พอตื่นมาดันมี…
    ข้อความที่ยังไม่ได้อ่าน 1,000 ข้อความ

    ตั้งหนึ่งพันข้อความ คนที่ไหนจะส่งมามากขนาดนั้นในคืนเดียว แถมยังเขียนมายาว เล่าเ๱ื่๵๹ทุกเ๱ื่๵๹ที่เจอระหว่างทางกลับบ้านเหมือนไม่เคยพูดมาก่อน ๻ั้๹แ๻่นกไปจนถึงไม้

    แต่ที่แปลกคือ ผมดันอ่านทั้งหมดนั้นอย่างตั้งใจ

    นักเรียนคนอื่นเริ่มมากันแล้ว
    ผมยังคงนั่งอยู่ที่นั่งของตัวเอง ไม่มีใครอยากข้องเกี่ยว ไม่มีใครอยากคุยด้วย มันก็เป็๲แบบนี้มาตลอด…

    ติ่ง ติ่ง
    เสียงข้อความใหม่

    จากคุณอายะ

    “ฮารุโตะคุง ตอนเที่ยงนี้จะมาที่ห้องชมรมไหมคะ?”

    “ผมอยู่ที่นั่นประจำทุกเที่ยงครับ”

    “หรอคะ ดีเลยค่ะ เที่ยงนี้ฉันเข้าไปหานะคะ”

    “ครับผม”

    เสียงประตูห้องเรียนเปิดออก อาจารย์เดินเข้ามา
    คาบเรียนเริ่มแล้ว

    ระหว่างคาบ ผมรู้สึกได้ถึงสายตาของบางคนที่มองมาที่ผม
    สายตานี้มองมาด้วยความสงสัย

    ผมรู้สึกถึงความต่างของมัน เพราะสายตาของคนในห้องทุกคน ผมชินมานานแล้ว
    เพราะงั้น สายตาที่สามารถมองผมในห้องแล้วยังรู้สึกแปลก ๆ มีแค่คนเดียวคือเธอคนนั้น

    ยูนะ

    เธอมองมาที่ผมทำไมกันนะ?

    ผมมองย้อนคืนสายตาของเธอ ยูนะก็จะกลับไปจ้องที่หนังสือ
    เธอมีปัญหาอะไรรึเปล่านะ?

    หมดคาบ

    ตามนัดของคุณอายะ ผมถือข้าวที่ห่อมาจากบ้าน ตรงไปที่ห้องชมรมทันที
    แต่ก็ไม่วาย มีสายตาเดิมจับจ้องมาอีกครั้ง

    มาถึงห้องชมรม คุณอายะก็นั่งรออยู่ที่เก้าอี้ตัวเดิมแล้ว
    เธอยังคงสวยสง่า ออร่าดั่งเ๯้าหญิงของเธอ รวมถึงกลิ่นหอมที่ยิ่งสูดก็ยิ่งทำให้ลืมเลือนได้ยาก
    มันยังคงเหมือนมนสะกด ลอยเต็มไปทั่วห้องชมรม

    เธอทักทายก่อน

    “ฮารุโตะคุง สวัสดีตอนบ่ายนะ ได้ทานมื้อเที่ยงรึยังคะ?”

    ผมหยิบมือถือขึ้นมากดอยู่ไม่นาน เสียงก็ดังขึ้น
    ติ่ง

    เป็๞เสียงข้อความแจ้งเตือนจากเครื่องของคุณอายะ
    เธอหยิบมือถือขึ้นมาดู เป็๞ข้อความจากฮารุโตะ

    “ผมห่อข้าวมากินครับ”
    “ต่อจากนี้จะพิมพ์ในนี้นะครับ”

    เธอมองมาที่ผมแล้วยิ้ม ก่อนจะตอบรับอย่างเป็๞กันเอง

    “เข้าใจแล้วค่ะ”

    “ว่าแต่มีอะไรหรอครับ ถึงอยากจะเจอผม”

    “เ๱ื่๵๹นั้น…”

    เธอเงยหน้าขึ้นมา สายตาของเราสบกัน
    ผมคิดว่าผมเคยมองหน้าเธอหลายครั้งแล้ว แต่ดวงตาของเธอสวยจริง ๆ
    มันน่าหลงใหลจริง ๆ

    ก่อนเธอจะพูดด้วยท่าทางเขินอาย

    “…ก็เราเป็๞เพื่อนกันนี่ค่ะ”

    อ่า…
    ท่าทางเขินอายของเธอทำให้หัวใจผมกระหน่ำดังกลองบรรเลงศึก

    ผมคิดว่าบางที การได้มาอยู่ในห้องกับเธอสองต่อสอง อาจจะเป็๞เ๹ื่๪๫ที่หลายคนต้องอิจฉาแน่
    และคงไม่มีใครคิดว่าเธอจะมาอยู่สองต่อสองกับผม แค่สองคน

    “ฮารุโตะคุง เป็๲อะไรไปอีกคะ?”

    ติ่ง
    “เปล่าครับ”

    ผมได้สติกลับมา
    อีกครั้งที่สติผมหลุดไปชั่วครู่

    เธอคนนี้อันตรายมากจริง ๆ
    ผมถอนหายใจ

    “คุณอายะทานข้าวรึยังครับ”

    “ฉันก็ห่อข้าวมากินเหมือนกันค่ะ”

    เธอยกกล่องข้าวสีฟ้าอันเล็กน่ารักขึ้นมา

    “งั้นเราสองคนมาทานพร้อมกันเลยนะคะ”

    ผมพยักหน้า

    เราสองคนคุยกันหลายเ๹ื่๪๫
    ถึงหลัก ๆ คุณอายะจะเป็๞คนพูดคนเดียวก็เถอะ

    ผมถามถึงเ๱ื่๵๹ที่เธอไปเรียนที่ต่างประเทศ
    เ๱ื่๵๹เรียน เ๱ื่๵๹ความเป็๲อยู่ และความแตกต่างระหว่างที่นี่กับที่นั่น

    เธอตอบผมทุกคำถาม
    ถึงบางคำถามเธอจะอึกอักบ้าง แต่เธอก็พยายามตอบทั้งหมด

    เสียงออดเข้าเรียนคาบบ่ายดังขึ้น
    ผมกับคุณอายะต้องแยกย้ายกันกลับไปเรียน

    “คุยกับฮารุโตะคุง สนุกมากเลยค่ะ
    ไว้ตอนเย็นเรามาเริ่มทำกิจกรรมชมรมกันแบบจริงจังกันดีกว่าค่ะ”

    อ่า…
    เธอแทบจะเป็๲คนคุยอยู่คนเดียว ส่วนผมก็แค่ฟัง
    หูผมเริ่มชาแล้วสิ ปกติไม่ค่อยได้ฟังคนเล่าเ๱ื่๵๹นานขนาดนี้มาก่อนเลย

    “เจอกันตอนเย็นนะคะ”

    เราโบกมือลากัน
    โดยที่ผมไม่ทันสังเกตเลยว่า มีคนแอบดูพวกเราอยู่ตลอดเวลา…

    เมื่อหมดเวลาคาบสุดท้าย ผมต้องอยู่ทำความสะอาดก่อน
    ลืมบอกเ๹ื่๪๫นี้กับคุณอายะ

    ผมจึงส่งข้อความไปบอกเธอว่าจะไปช้าหน่อย และเธอก็ตอบมาอย่างรวดเร็ว บอกว่าเธอรอได้

    ทุกคนกลับกันหมดแล้ว
    ขณะที่ผมยังคงทำความสะอาดห้องอยู่

    เสียงประตูเปิดดังขึ้น
    ผมคิดว่าเวลานี้น่าจะไม่มีใครมาแล้ว หรือว่าอาจจะลืมของ

    ผมไม่สนใจ
    โดยปกติคนอื่น ๆ ก็จะเมินแล้วมองข้ามผมไปอยู่แล้ว

    “เฮ้ นาย”

    ผมไม่ได้สนใจ

    “เฮ้ ฉันเรียกนายนั่นแหละ ไอ้แว่นติ๋ม”

    ผมโดนผลักออกนิดหน่อย
    แต่จากแรงผลักที่ไม่มากมายอะไร ผมคิดว่าน่าจะเป็๞แรงผลักของผู้หญิง

    “นายจะทำอะไรกับพี่ของฉันห๊ะ ไอ้แว่นติ๋ม”

    ผมเงยหน้าขึ้นไปมอง

    เธอก็คือน้องสาวของคุณอายะ
    เธอคือ ยูนะ…