ในขณะที่หลี่ลั่วกำลังประหลาดใจกับเหยียนหลิงชิงผู้มาจากวิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงอยู่นั้นกลุ่มคนสองกลุ่มนั้นก็ได้เดินมาถึงตรงหน้าเขาแล้ว
“ฮ่าฮ่าคุณชายน้อย ผู้จัดการใหญ่มาเยือนเรือนซีหยางเช่นนี้ช่างเป็เกียรติของที่นี่จริงๆ”ชายวัยกลางคนที่ชื่อจวงอี้เอ่ยขึ้นก่อนใครด้วยรอยยิ้มจริงใจและกระตือรือร้น
เมื่อเทียบกับความกระตือรือร้นของเขาแล้วเหยียนหลิงชิงกลับดูเ็ากว่ามาก นางเพียงแค่มองทางไช่เวยครู่หนึ่งจากนั้นก็กวาดสายตามองหลี่ลั่วก่อนจะนำมือทั้งสองข้างไปล้วงกระเป๋าเสื้อเอาไว้โดยไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไร
“รองประธานจวงอี้พูดจาเหมือนเป็คนอื่นคนไกลไปได้เรือนซีหยางแห่งนี้เป็กิจการของคฤหาสน์ลั่วหลาน คุณชายน้อยแค่มาดูกิจการของตัวเองจะเป็เกียรติได้อย่างไร” ไช่เวยยิ้มกล่าว
จวงอี้ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะรีบพยักหน้าพร้อมกับยิ้มกล่าว“ข้าพูดผิดไปเอง”
เขายืนพูดคุยอยู่ที่นี่ต่ออีกพักหนึ่งก่อนจะยกมือขึ้นประสานคารวะหลี่ลั่วบอกว่ายังมีธุระต้องไปจัดการ จากนั้นก็เดินจากไปทันที
หลี่ลั่วมองภาพตรงหน้าอย่างครุ่นคิดเห็นได้ชัดว่าจวงอี้ผู้นี้ได้เข้าข้างเผยเฮ่าอย่างเต็มตัวแล้วดังนั้นตอนที่เผชิญหน้ากับเขา แม้จะดูกระตือรือร้นแต่จริงๆแล้วกลับแฝงไว้ด้วยความระแวดระวังและความห่างเหิน
ความกระตือรือร้นเช่นนั้นเป็เพียงแค่การเสแสร้งออกมาเท่านั้น
ในทางกลับกันเหยียนหลิงชิงที่ดูเ็าและเฉยเมยมาตลอดแม้จะไม่ได้สนใจเขาเท่าใดนักแต่สุดท้ายนางก็อยู่ด้วยจนจบไม่ได้หาข้ออ้างเพื่อจากไป
แต่หลังจากที่จวงอี้จากไปสีหน้าของเหยียนหลิงชิงก็ดูผ่อนคลายลงเล็กน้อย หันไปกล่าวกับไช่เวย “พี่ไช่เวยวันนี้มาที่นี่ทำไมหรือ?”
น้ำเสียงของนางสดใสไพเราะเสนาะหูดุจเสียงลำธารที่ชวนให้รู้สึกสบายใจ
ไช่เวยเดินเข้าไปใกล้ๆควงแขนเหยียนหลิงชิงพร้อมหัวเราะออกมาเบาๆ “พาคุณชายน้อยมาดูงานสักหน่อยน่ะ”
หญิงสาวทั้งสองคนล้วนแล้วแต่มีบุคลิกและรูปร่างหน้าตาอยู่ในระดับงดงามเลิศล้ำการที่ยืนอยู่ด้วยกันเช่นนี้จึงเป็ภาพที่น่าดูชมเป็อย่างยิ่งแต่เพราะทั้งสองยืนอยู่ใกล้กันเช่นนี้จึงทำให้เห็นถึงความแตกต่างอยู่บ้างเหมือนกัน
หากบอกว่าไช่เวยนั้นมีทรวดทรงองค์เอวที่สมส่วนเย้ายวนใจแล้วเช่นนั้นเหยียนหลิงชิงก็ดูราบเรียบราวกับทุ่งหญ้าก็ไม่ปาน
หลี่ลั่วเหลือบมองไปแวบหนึ่งแต่ก็ยังถูกเหยียนหลิงชิงที่ประสาทััไวจับได้นางจึงเชิดคางขึ้น กล่าวด้วยน้ำเสียงดูถูกดูแคลนเล็กน้อย “น้องชายน้อยกำลังเปรียบเทียบอะไรอยู่น่ะ?”
หลี่ลั่วกะพริบตาปริบๆอย่างไร้เดียงสา
เหยียนหลิงชิงแค่นเสียงเบาๆหนึ่งครั้งก่อนจะไม่สนใจเขาอีก ดึงไช่เวยเดินเข้าไปด้านใน
หลี่ลั่วเองก็ไม่ได้ใส่ใจเดินตามหลังพวกนางไป
หลังจากที่เดินเข้ามาในเรือนซีหยางแล้วก็ได้ขึ้นไปบนสะพานทางเดินแห่งหนึ่งเมื่อยืนอยู่บนสะพานก็จะมองเห็นแท่นผลิตที่สูงหลายชั้นตั้งอยู่สองฝั่งซ้ายขวา
บนแท่นผลิตเหล่านี้ถูกแบ่งออกเป็ห้องย่อยๆมากมาย ด้านหน้าของแต่ละห้องจะเป็กำแพงผลึกแก้วโปร่งใสและภายในผนังผลึกแก้วก็จะมองเห็นเงาร่างของผู้คนที่สวมชุดคลุมยาวสีขาวกำลังทำงานกันอย่างขะมักเขม้น
บนโต๊ะทำงานภายในห้องมีขวดผลึกแก้วใสแขวนเอาไว้อยู่มากมายซึ่งเหล่าคนที่สวมชุดคลุมยาวสีขาวตอนนี้ก็กำลังถือขวดแก้วต่างๆ นานาเอาไว้ผสมกันอย่างต่อเนื่องบางครั้งบางคราวก็จะมีแสงสีน้ำเงินสว่างวาบขึ้นมาในห้องบางห้องหมายความว่ามีน้ำยาแสงวิเศษหนึ่งขวดถูกผลิตขึ้นมาแล้ว
“พี่ไช่เวยตอนนี้ในเรือนซีหยางสาขานี้มีนักเกลาอัตลักษณ์ระดับสี่อยู่สองคนนักเกลาอัตลักษณ์ระดับสามเก้าคน นักเกลาอัตลักษณ์ระดับสองสิบหกคนและนักเกลาอัตลักษณ์ระดับหนึ่งสามสิบสามคน”
หลี่ลั่วมองดูด้วยความอยากรู้อยากเห็นขณะเดียวกันก็มีเสียงที่เ็าของเหยียนหลิงชิงดังมาจากด้านหน้าทำให้เขาแอบหัวเราะในใจเพราะไช่เวยที่มีฐานะเป็ผู้จัดการใหญ่ย่อมต้องรู้ข้อมูลเหล่านี้อยู่แล้วแต่ตอนนี้เหยียนหลิงชิงกลับพูดออกมาอีกครั้ง เห็นได้ชัดว่านางตั้งใจพูดให้เขาฟังต่างหาก
เพื่อนสนิทของเจียงชิงเอ๋อร์คนนี้แม้จะดูเ็า แต่แท้จริงแล้วนางเป็คนใจดี แน่นอนว่าเขารู้ดีว่าสาเหตุหลักๆเป็เพราะนางเห็นแก่หน้าของเจียงชิงเอ๋อร์ด้วย
หลังจากเดินชมสถานที่ต่างๆมาตลอดทางแล้ว เหยียนหลิงชิงก็พาทั้งสองคนมาถึงสถานที่ทำงานของนางซึ่งก็คือห้องผลิตของนางนั่นเอง
“พี่ไช่เวยมาที่นี่คงไม่ได้แค่มาดูงานเฉยๆ ใช่ไหม?” เมื่อมาถึงที่นี่แล้วเหยียนหลิงชิงก็ถอดเสื้อคลุมตัวนอกออก เผยให้เห็นเสื้อผ้าอันเรียบง่ายเผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าอันเรียวบางของร่างกายนาง สายตาของนางมองไปที่แท่นผลิตเห็นได้ชัดว่าจิตใจของนางลอยไปอยู่ที่นั่นแล้ว
“เป็เพราะคุณชายน้อยต่างหาก”
ไช่เวยยิ้มกล่าว“เขา้าเรียนรู้เกี่ยวกับนักเกลาอัตลักษณ์น่ะ”
เหยียนหลิงชิงมองมาอย่างสงสัยกล่าว“ไม่ใช่ว่าเขา...”
แม้จะไม่ได้พูดจบประโยคแต่ความหมายที่สื่อออกมาก็ชัดเจนมาก หลี่ลั่วไร้อัตลักษณ์ไม่ใช่หรือ? จะมาเรียนรู้เื่นักเกลาอัตลักษณ์ไปทำไม?
ไช่เวยตบมือเบาๆกล่าวหยอกล้อกับหลี่ลั่วว่า “เริ่มการแสดงของเ้าได้แล้วทำให้นักเรียนดีเด่นของพวกเราตกตะลึงสักหน่อย”
หลี่ลั่วรู้สึกจนใจแต่สุดท้ายเขาก็ได้แต่โคจรอัตลักษณ์น้ำ ปล่อยพลังอัตลักษณ์สีน้ำเงินออกมา
“นี่...นี่มันอัตลักษณ์น้ำ?”
ในที่สุดใบหน้าของเหยียนหลิงชิงก็เผยความใออกมานางยกนิ้วเรียวขึ้นมาดันแว่นตาที่ทำจากเงินขึ้นเล็กน้อยจ้องมองหลี่ลั่วกล่าว“เ้ามีอัตลักษณ์แล้วหรือ?”
หลี่ลั่วพยักหน้ากล่าวอย่างจริงใจว่า “เป็อัตลักษณ์น้ำระดับห้าดังนั้นข้าจึงอยากเรียนรู้วิชาเกลาอัตลักษณ์สักหน่อย เพื่อจะเป็นักเกลาอัตลักษณ์”
คิ้วโก่งดุจพระจันทร์เสี้ยวของเหยียนหลิงชิงขมวดเข้าหากันเล็กน้อยกล่าวว่า “อีกไม่นานก็ถึงวันสอบใหญ่ของวิทยาลัยหนานเฟิงแล้วไม่ใช่หรือ? ตอนนี้เ้าควรทุ่มเทกับการบำเพ็ญลองดูก่อนว่าจะสามารถเข้าเรียนในวิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงได้หรือไม่ก่อนมิใช่หรือ? ที่วิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงมีสาขานักเกลาอัตลักษณ์อยู่ที่นั่นมีครูดีๆ มากมายอยู่แล้ว”
หลี่ลั่วยิ้มกล่าว“ข้าแค่อยากจะลองทำความคุ้นเคยดูก่อน”
เหยียนหลิงชิงมองหลี่ลั่วครู่หนึ่งเหมือนว่านางจะเข้าใจอะไรบางอย่างถึงแม้ว่าหลี่ลั่วในตอนนี้จะปลุกอัตลักษณ์ขึ้นมาได้แล้วแต่ดูเหมือนว่ามันจะช้าไปสักหน่อย ด้วยความแข็งแกร่งของเขาตอนนี้อาจจะไม่สามารถเข้าเรียนในวิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงได้จริงๆ ก็ได้ หากเป็เช่นนั้นการรีบเป็นักเกลาอัตลักษณ์แต่เนิ่นๆ อย่างน้อยก็ยังมีทางเลือกอื่นๆ อีกในอนาคต
“นานๆทีคุณชายน้อยจะมีความตั้งใจเช่นนี้ นักเรียนดีเด่นอย่างเ้าก็สอนเขาหน่อยเถอะ”ไช่เวยพูดเกลี้ยกล่อมอยู่ข้างๆ
เหยียนหลิงชิงมองนางด้วยความจนใจก่อนจะวางขวดผลึกแก้วในมือลงกล่าว “ความรู้พื้นฐานของนักเกลาอัตลักษณ์เ้าก็น่าจะพอรู้มาบ้างแล้วใช่ไหม?”
หลี่ลั่วพยักหน้าอย่างรีบร้อนหลังจากที่เขาได้รับอัตลักษณ์น้ำมาแล้วเขาก็รีบไปศึกษาหาความรู้พื้นฐานของนักเกลาอัตลักษณ์มาทันที
เหยียนหลิงชิงดีดนิ้วมือพลังอัตลักษณ์สีน้ำเงินนับไม่ถ้วนได้พุ่งออกมาจากปลายนิ้วของนางพันรัดหนังสือกองหนึ่งเอาไว้ราวกับเส้นด้ายน้ำ ก่อนจะโยนไปตรงหน้าหลี่ลั่ว
“อ่านพวกมันให้หมด”
หลี่ลั่วได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรออกมานั่งลงบนเก้าอี้ตรงหน้าอย่างว่าง่ายจากนั้นก็เริ่มอ่านหนังสือเกี่ยวกับนักเกลาอัตลักษณ์เหล่านี้
“เชิญนั่งตามสบายเลยข้ายังมีงานที่ยังทำไม่เสร็จ”เมื่อเห็นว่าหลี่ลั่วไม่ได้แสดงท่าทีเบื่อหน่ายออกมาแม้แต่น้อยเหยียนหลิงชิงจึงค่อยพยักหน้าเล็กน้อยกล่าวกับไช่เวยหนึ่งประโยคก่อนจะเดินไปยังโต๊ะทำงานเพื่อทำงานของตัวเองต่อ
ไช่เวยบิดี้เีอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะเดินไปนั่งข้างๆ แล้วหลับตาพักผ่อน
...
ขณะเดียวกันในห้องหนึ่งของเรือนซีหยาง
“คุณชายน้อยกับผู้จัดการใหญ่ไปทำอะไรมาบ้าง?” จวงอี้ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ได้ถามชายตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ไม่ได้ทำอะไรเป็พิเศษเพียงแค่เดินชมสถานที่เล็กน้อย จากนั้นก็ไปที่ห้องทำงานของรองประธานเหยียนเลย”ชายคนนั้นตอบ
จวงอี้พยักหน้ากล่าว“จับตาดูพวกมันให้ดี หากพวกมันไปติดต่อกับใครให้จดบันทึกเอาไว้ให้หมด่นี้เื่ที่สำคัญที่สุดคือการทำให้ข้าได้เป็ประธานของสาขานี้ให้ได้เมื่อข้าเป็ประธานได้แล้ว ข้าก็จะสามารถไล่เหยียนหลิงชิงออกไปได้เสียทีเมื่อนั้นเรือนซีหยางแห่งนี้ ก็จะตกเป็ของพวกเรา”
“ทราบ!”
จวงอี้โบกมือไล่ชายคนนั้นออกไปจากนั้นใบหน้าของเขาก็เผยรอยยิ้มเ็าออกมา
“เจียงชิงเอ๋อร์เ้าคิดว่าแค่หาเด็กสาวจากวิทยาลัยมาคนหนึ่งจะสามารถต่อกรกับข้าได้แล้วหรือ? ฝันไปเถอะ!”
“เรือนซีหยางแห่งนี้ข้าจวงอี้จองแล้ว!”