อีกด้านหนึ่งของโลกใบเดียวกัน หรือจะเรียกอีกอย่างก็คืออีกมิติหนึ่งก็ได้ ในผับดังกลางเมืองเซี่ยงไฮ้ที่เต็มไปด้วย แสง สี เสียง เหมือนทุกๆ ผับที่อยู่รอบบริเวรนั้น ภายในผับมีนักท่องราตรีมากมายที่เข้ามาหาความสำราญให้กับตัวเอง อีกมุมหนึ่งของผับแห่งนี้ มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลายชนิด ตั้งเรียงรายอยู่บนโต๊ะ พร้อมกับเ้าของเครื่องดื่มเ่าั้ที่ชวนกันมาหาความสำราญให้กับตัวเอง พวกเขาเองก็เช่นกัน
แต่ไม่ได้มาหาความสำราญแต่อย่างใด มีใครคนหนึ่ง้าดื่มเพื่อดับทุกข์ให้กับตัวเอง ไป๋หลิงซาน ชายหนุ่มอายุ 19 ปีรูปร่างสูงโปร่งผิวขาวอมชมพูละเอียด หน้าตาหล่อเหลาออกไปทางหวานเล็กน้อย โดยรวมก็ถือว่าสเป็คสาวๆ เลยทีเดียว ใบหน้าหล่อกำลังนั่งมองแก้วเหล้าที่อยู่ในมือตนก่อนจะยกขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแก้ว เล่นเอาเพื่อนๆ ที่มาด้วยกันรีบตะครุบเอาไว้ ก่อนที่แอลกอฮอล์แก้วต่อไป จะถูกเ้าตัวกระดกลงกระเพาะอีกครั้ง
“เฮ้ย... เบาๆ หน่อยโว้ยไอ้ซาน มึงเป็ไรวะ แดกยังกับพ่อเป็เ้าของโรงงานผลิตเหล้าอย่างนั้นล่ะ”
ิซื่อถามหลิงซานออกมาด้วยความสงสัย ก็จะไม่ให้เขาสงสัยได้อย่างไร หลิงซานกระดกเหล้าเข้าปากไม่หยุดั้แ่มาถึงที่นี่แล้ว
“อกหัก”
“หะ! “ เพื่อนเขาอุทานออกมาพร้อมกันทั้งสามคน หลังจากได้รับคำตอบจากเขา
“มึงล้อพวกกูเล่นใช่ไหมวะ พูดบ้าอะไรของมึงออกมาวะ”
เทียนซื่อเอ่ยเสียงเครียดออกมา เขารู้ว่าหลิงซานรักเหมยอิงมาก ก็ทั้งสองคบกันมาหลายปีแล้ว และมีโปรแกรมที่จะแต่งงานกันในเร็วๆ นี้ด้วย แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น จู่ๆ เพื่อนเขาก็มานั่งกินเหล้าเมามายอย่างนี้แถมยังจะบอกว่าเลิกกับแฟนแล้วอีกด้วย
“กูพูดจริง เื่แบบนี้กูไม่เอามาพูดเล่นหรอก กูกับเหมยอิงจบกันแล้วจริงๆ “
“ไอ้ซานมึงโอเคไหมวะ”ลู่ฟางเอ่ยถามเพื่อนออกมาด้วยความเป็ห่วง
“กูโอเค เจ็บแค่นี้ไม่ตายหรอกโว้ย เห็นไหมกูไม่ได้เป็อะไรซักหน่อย ไม่เป็อะไรหรอก ฮึก ฮือ... กูไม่ได้เป็ไรนะมึง”
หลิงซานพูดออกมาพร้อมเสียงสะอื้นเล็กน้อย เขาเจ็บ... เจ็บมากเสียด้วยสิ พวกเพื่อนๆ ถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียว
เพราะไม่เคยเห็นหลิงซานร้องไห้กับเื่อะไรมาก่อนเลย นี่คงจะเหลือทนจริงๆ พวก เพื่อนๆ ต่างก็โอบไหล่เขาไว้อย่าง้าปลอบใจอีกฝ่าย
“ในเมื่อมันเจ็บ มึงก็ร้องออกมา เอาความเ็ปออกมาให้หมด พวกกูอยู่ข้างมึงเสมอว่ะเพื่อน”เทียนซื่อพูดปลอบใจหลิงซาน เขาไม่รู้ว่าจะปลอบอย่างไร เกิดมายังไม่เคยปลอบใจใครเสียด้วยสิ
“มึงพอจะเล่าให้พวกกูฟังได้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
เป็เทียนซื่อที่ถามออกมา หลิงซานเลยยอมเปิดปากเล่าให้พวกเขาฟัง
“เหมยอิงท้อง”
“หะ ท้อง! “ พวกเขาต่างพร้อมใจอุทานออกมาพร้อมกันอีกครั้ง
“อึม พวกมึงคงไม่คิดว่าเขาท้องกับกูหรอกนะ”
“หึ ถ้าท้องกับมึง มึงคงไม่มานั่งทำหน้าเหมือนคนใกล้ตายแบบนี้หรอก”
“เขายอมบอกกับกูว่า แอบคบอยู่กับแฟนเก่ามาได้สักพักแล้ว ตอนนี้พลาดท่าท้องขึ้นมาเลยต้องแต่งงานกับมัน มึงดูสิเหมยอิงสวมเขาให้กูได้ไงวะ ทำกับกูอย่างนี้ได้ไงวะไอ้สัส! กูอยากจะฆ่าทั้งคู่ให้ตายคามือจริงๆ “
หลิงซานพูดออกมาด้วยความแค้น ที่ถูกคนรักสวมเขา หักหลังกันอย่างเืเย็นแบบนี้ พวกเพื่อนๆ เห็นท่าไม่ดีเลยรีบพาอีกฝายกลับบ้านทันที
ที่บ้านของหลิงซาน หรือจะเรียกคฤหาสน์ถึงจะถูก เพราะพ่อของหลิงซาน เป็เศรษฐีติดอันดับหนึ่งในห้าของประเทศเลยก็ว่าได้ พ่อของเขาคือเ้าสัวไป๋หารฟง เเละไป๋หลิงซานก็เป็ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนเดียวของเ้าสัวไป๋เสียด้วย ส่วนแม่ของเขาได้เสียชีวิตไปนานแล้ว แม่ของเขาเป็คนไทยหน้าตาสะสวย เขาเลยได้หน้าตาหวานคมมาจากแม่ แต่ผิวขาวละเอียดอมชมพูนี่ได้มาจากพ่อเต็มๆ เลยก็ว่าได้ พ่อของเขาเป็ชาวจีนแท้ๆ เลยมีผิวที่ขาวละเอียด
ในบ้านหลังใหญ่มีชายวัยกลางคนนั่งอยู่บนโซฟารับแขก เพื่อรอคอยใครบางคน เพียงไม่นานคนที่รอคอยก็มาถึงเขารีบลุกไปรับทันที
“อาซานลูกเป็ยังไงบ้าง”
เอ่ยถามลูกชายด้วยความเป็ห่วงทันทีที่เห็นเพื่อนๆ พยุงเข้ามา เขาเมาแต่ก็ยังมีสติดีอยู่เลยหันไปตอบผู้เป็พ่อให้หายเป็ห่วง ไป๋หารฟงรักเขามาก ั้แ่แม่จากไปอีกฝ่ายก็ไม่คิดที่จะแต่งงานใหม่กลัวว่าเขาจะเข้ากับแม่เลี้ยงไม่ได้ กลัวจะโดนรังแกอะไรสารพัด เลยตัดปัญหาก่อนที่มันจะเกิด
“ซานไม่เป็ไรหรอก ป๊าอย่าห่วงเลย”
“จะไม่ให้ป๊าห่วงได้ไง เเกเป็ลูกชายคนเดียวของป๊านะอาซาน”
“เอ่อพวกกูกลับก่อนนะมึงพวกผมขอตัวก่อนนะครับป๊า”
“ อึม... พวกมึงกลับกันดีๆ นะดึกมากแล้ว”
เขาหันไปบอกกับเพื่อนก่อนจะขอตัวขึ้นห้องไป หารฟงมองตามลูกชายจนลับสายตา เขาเป็ห่วงหลิงซานไม่น้อย เมื่อได้รับรู้เื่ที่ทำให้หลิงซานทุกข์ใจ จนต้องออกไปดื่มเหล้าแบบนี้ ก่อนจะกลับเข้าห้องของตัวเองบ้าง
เช้าของวันใหม่
ครืดดดด ครืดดดด
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ทำลายความสุขของคนที่กำลังหลับสบายอยู่บนเตียงนอนหนานุ่ม มือบางควานหาต้นเหตุของเสียงดังที่รบกวนการนอนของตนได้ ก็กดรับสายอย่างหงุดหงิดที่ถูกอีกฝ่ายโทรมารบกวนตอนเช้าแบบนี้
“มีไรว่ามา ถ้าไม่สำคัญระดับประเทศ มึงตาย! ”
“อะไรวะ จะไปสมัคร ส.ส.หรือไงมึง”
“กูให้เวลามึงพูดสองนาที”หลิงซานพูดออกมาด้วยความหงุดหงิดเมื่อเทียนซื่อไม่ยอมพูดธุระของตัวเองออกมาสักที
“ใจเย็นๆ ซิวะเพื่อน ไปกินรังแตนที่ไหนมาวะดุยังกับหมา”
“ไอ้เทียน ถ้ามึงไม่พูดกูจะวางแล้ว”
“เดี๋ยวซิวะใจร้อนจริงนะมึง อีกห้านาทีกูจะถึงบ้านมึงแล้ว รีบแต่งตัวล่ะ ให้ไวนะมึงไม่งั้นกูบุกถึงห้อง”
“เดี๋ยวซิวะ “
ตู้ด ๆ ๆ ๆ ๆ
สายถูกตัดทั้งที่ยังคุยกันไม่รู้เื่ ทำให้หลิงซานหัวเสียเข้าไปใหญ่เขาเลยล้มตัวลงนอนต่อ ไม่สนใจว่าเทียนซื่อสั่งอะไรไว้
รถสปอร์ตคันหรูแล่นเข้ามาจอดที่ โรงรถของบ้านเ้าสัวไป๋ เทียนซื่อก้าวลงจากรถ มุ่งหน้าเข้ามาในบ้านเพื่อน พอดีแม่บ้านเดินผ่านมา
“อ้าวคุณเทียน มาหาคุณหนูหรือคะ”
“ใช่ครับ พอดีนัดกันไว้นะครับแล้วคุณหนูของป้า ยังไม่ลงมาอีกหรือครับ”
“ไม่เห็นนี่คะ คงจะแต่งตัวอยู่มั้ง”
เทียนซื่อนั่งรออยู่ครึ่งชั่วโมงก็ไม่เห็นวี่แววของอีกคน เลยขอกุญแจสำรองจากแม่บ้าน ตามขึ้นไปบนห้องนอนของอีกฝ่าย พอไขประตูเข้าไปก็เห็นไอ้เพื่อนตัวดียังหลับสบายอยู่บนเตียงนอน จึงลงมือปลุกอีกฝ่ายด้วยการจับเขย่าจนหัวแทบหลุด คนถูกปลุกต้องจำใจตื่นเพราะทนนอนต่อไม่ไหว
“ไอ้ซาน... ตื่นโว้ยไอ้เพื่อนบ้า ปล่อยให้กูรออยู่เกือบชั่วโมง แต่มึงเสือกนอนหลับสบายแบบนี้เดี๋ยวพ่อกระทืบเลยดีไหม”
“โอ๊ยเชี่ย กูไม่ใช่ยาธาตุน้ำขาวนะ มึงจะเขย่าหาอะไรวะ แล้วเข้ามาห้องกูได้ยังไง”แทนคำตอบ เทียนซื่อยกกุญแจให้เพื่อนดูร่างเล็กเลยหมดข้อสงสัย หลิงซานนั่งพิงหัวเตียงด้วยอาการหงุดหงิด
“มันไม่เกินความสามารถกูหรอก มึงรีบอาบน้ำแต่งตัวเลยให้ไวกูี้เีรอ”
“มึงจะพากูไปไหนก็บอกกูด้วยซิวะ”
“วันนี้วันอะไรมึงลืมไปแล้วหรือไง”เทียนซื่อหันไปคุยกับเพื่อนแต่หลิงซานกลับนึกไม่ออกจริงๆ เทียนซื่อเลยบอกออกไป
“สัส มีอะไรก็พูดมา อย่าลีลามากนะมึงเดี๋ยวกูถีบแม่ง”เขาพูดพร้อมยกฝ่าเท้าทำท่าจะถีบอีกฝ่ายเข้าจริงๆ เทียนซื่อเห็นแบบนั้นก็รีบร้องห้ามทันที ด้วยรู้นิสัยอีกฝ่ายดีว่าเป็คนอารมณ์ร้อน ขี้หงุดหงิดขนาดไหน
“เฮ้ยมึงใจเย็นดิวะ แม่งมันน่าจับไปปล่อยขั้วโลกเหนือให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย เผื่อความเย็นจะช่วยให้หายบ้าได้”
“พูดมากน่า มีไรก็รีบพูดไม่งั้นกูจับมึงโยนออกจากห้อง”
“ก็วันนี้วันอะไร ไม่ไปหาแม่หรือไง”หลิงซานนิ่งคิดอยู่ครู่เดียว ก็ยิ้มออกมาเมื่อนึกขึ้นมาได้ เลยหันไปขอบใจเพื่อนที่เตือน
“ใช่จริงด้วย วันสำคัญแบบนี้กูลืมได้ไงนะ ไปซิไปหาแม่กัน ขอบใจมึงว่ะเพื่อน กูรักมึงว่ะมาม๊ะมาให้กูจุ๊บที”
หลิงซานพูดพลางกระโจนเข้าหาเทียนซื่อทันที มือบางคว้าหมับเข้าที่เส้นผมเพื่อนพร้อมกระชากไว้เต็มกำมือกันเพื่อนหนี พลางโน้มหน้าทำปากจู๋เข้าหาอีกฝ่ายเทียนซื่อทำหน้าสยอง ทั้งผลัก ทั้งดันอีกฝ่ายให้พ้นตัว แต่มือตุ๊กแกของหลิงซานไม่ยอมปล่อยเทียนซื่อเอาง่ายๆ ยังคงเดินหน้าแกล้งเพื่อนต่อไป
“เฮ้ย... มึงแล่นอะไรของมึงไอ้ซาน ปล่อยกูนะโว้ยเดี๋ยวกูต่อยตาแตกเลยมึง”เทียนซื่อขู่ออกมาแต่มีหรือที่หลิงซานจะกลัว ยังคงเดินหน้าแกล้งเพื่อนต่อไปโดยไม่รู่ว่าอีกไม่นาน เขาจะโดนอีกฝ่ายเอาคืนเข้าบ้าง เทียนซื่อหยุดผลักดันหลิงซาน แต่มือหนากลับตวัดคว้ารวบเอวของอีกฝ่ายเอาไว้แน่น พร้อมยื่นหน้ามาที่ข้างหูของหลิงซาน พลางกระซิบเบาๆ ข้างใบหูเล็ก
“ใครว่า... พ่อมึงต่างหากที่ขอให้กูมารับมึงไปหาแม่ ไม่ใช่กูสักหน่อย”
เทียนซื่อกระซิบบอกความจริงให้อีกฝ่ายรับรู้ แต่เหมือนสถานการณ์ตอนนี้มันจะพลิกผัน เพราะคนที่ทั้งผลักทั้งดันอีกฝ่ายกลับเป็หลิงซานเสียเอง เทียนซื่อมองอาการใจนหน้าซีดตาค้างของอีกฝ่าย ด้วยความรู้สึกอยากแกล้งให้หนักขึ้นไปอีก
“ทำหน้าแบบนี้... มาเป็เมียกูดีกว่า”
เทียนซื่อพูดจบก็จับร่างเล็กกดลงบนที่นอนทันที ก่อนจะขึ้นคร่อมอีกฝ่ายเอาไว้ทั้งตัว หลิงซานใกับการกระทำของเพื่อน ดวงตาโตเบิกกว้างมองอีกฝ่ายอย่างหวาดๆ ก่อนจะใช้เท้ายันอีกคนเอาไว้
“ไอ้เทียนมึงเล่นเชี้ยอะไรของมึงวะ ออกไปจากตัวกูเดี๋ยวนี้เลยนะ ก่อนที่กูจะถีบมึงลงไปแทน”
“กูไม่ลง มึงจะทำไม อยากเล่นนักไม่ใช่หรือ นี่ไงกูจะเล่นกับมึงแล้วเป็ไงล่ะมึง”เทียนซื่อยกยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ออกมา เล่นเอาหลิงซานถึงกับเหงื่อตก หน้าซีด ก่อนที่จะตัดสินใจทำอย่างที่พูดเพราะอึดอัดกับสภาพล่อแหลมแบบนี้
ผลัวะ! ตุ๊บ!!
“โอ๊ย... เชี่ย! ถีบมาได้เจ็บนะโว้ย “เทียนซื่อพูดยังไม่ทันขาดคำ ก็ต้องมีอันกระเด็นตกลงมาหัวทิ่มอยู่บนพื้น พร้อมร่างโปร่งที่ตามลงมากระชากคอเสื้อ เงื้อมหมัด หมายจะซัดใบหน้าอีกฝ่ายให้ยับเพราะความโมโห จนอีกฝ่ายรีบร้องห้าม
“เฮ้ย! ไอ้ซานใจเย็นๆ กูแค่ล้อมึงเล่น”
“ไอ้สัส! มึงล้อเล่นเชี่ยไรวะกูไม่ขำนะ”หลิงซานตะคอกใส่เพื่อน เพราะยังโมโหไม่หายกับการเล่นพิเรนทร์ของเพื่อน
“เออ กูขอโทษ ก็มึงเล่นกูก่อนไหมวะ พอกูเอาคืนเข้าบ้างเป็ไงล่ะมึง”
“คราวหน้าถ้ามึงทำแบบนี้อีกมึงตาย!”หลิงซานขู่ฟ่อออกมา ยังรู้สึกเสียวสันหลังอยู่เลยนะไอ้เวรตะไล ร่างเล็กสบถด่าโขมงโฉงเฉงอยู่ในใจ
“เออๆ มึงรีบไปอาบน้ำสิ มันสายแล้วเร็วกูจะรอ”
หลิงซานอาบน้ำเสร็จก็เดินออกมา เขาเห็นเทียนซื่อยังนั่งรอเขาอยู่ อีกฝ่ายเหลือบตามามองนิดนึง ก็ไม่ได้สนใจอะไรเขาอีก
หลิงซานชักจะระแวงแปลกๆ หรือเขาจะหลอนไปเองจึงคิดเลยเถิด เหมือนเทียนซื่อจะรู้ว่าอีกฝ่ายคิดยังไง เลยรีบพูดดักทางขึ้นมา
“ไอ้ซานมึงไม่ต้องมาระแวงกูเลย มึงไม่ใช่สเปคกู เพราะงั้นมึงสบายใจได้ กูไม่หน้ามืดจับมึงข่มขืนหรอก เลิกทำท่าเหมือนสาวน้อยจะโดนปล้ำได้แล้ว กูจะอ้วก”
“เออไอ้เหี้ย”
“อ้าว ด่ากูอีกเดี๋ยวพ่อจับปล้ำจริงๆ เสียเลย”
“เข้ามาสิ รับรองว่าเหลือแต่ตอ หมดโอกาสสืบพันธุ์เลยนะ จะลองไหมล่ะ”หลิงซานพูดพลางถลึงตาใส่อีกฝ่ายก่อนจะจ้องเขม็งให้อีกฝ่ายรู้ว่าเอาจริง
หลิงซานแต่งตัวเสร็จก็รีบลงมาจากห้อง กลัวจะเสียเวลามากไปกว่านี้ แต่ดันลืมโทรศัพท์เอาไว้บนห้อง
“ไอ้เทียนรอกูแป๊บ เดี๋ยวกูมา”
“รีบนะมึงไม่งั้นกูขึ้นไปตาม”เทียนซื่อพูดพลางยิ้มเ้าเล่ห์ออกมา
“สัส! เดี๋ยวกูถีบตกบันไดเลย กวนตีนกูดีนักนะ” พอได้ของที่้าก็พากันออกไปทันที
ตอนนี้ ทั้งคู่ก็ได้มานั่งอยู่หน้าหลุมศพมารดาของหลิงซาน ซึ่งเวลานี้ท่านได้นอนอย่างสงบอยู่ในสุสานแห่งนี้
หลิงซานวางช่อดอกไม้ที่มารดาเขาชอบไว้ตรงหน้าป้ายชื่อ เทียนซื่อก็เช่นกันเขามาไหว้มารดาของเพื่อนทุกๆ ปี ในบรรดาเพื่อนๆ ทั้งหมด หลิงซานจะสนิทกับเทียนซื่อมากที่สุด ทั้งสองนั่งอยู่พักหนึ่งก็กลับออกมา ก่อนจะกลับก็แวะที่ศาลเ้าเพื่อขอพร เขาก็ทำแบบนี้ทุกปี และปีนี้ก็เช่นกัน
แต่ปีนี้หลิงซานไม่รู้นึกอย่างไรขึ้นมา ถึงอยากจะดูการทำนายดวงชะตา ปกติเขาไม่ได้สนใจกับเื่แบบนี้เลย แต่วันนี้ไม่รู้มีอะไรดลใจให้เขา
ย่างเดินไปยังสถานที่ ที่จัดเตรียมไว้ให้ผู้ที่้าจะดูดวงชะตา มาใช้บริการได้ตามสะดวก หลิงซานยกมือขึ้นหลับตาลง อธิษฐานขอพรจากสิ่งที่ตนนับถือ เสร็จก็ลืมตาขึ้นมาช้าๆ ก่อนจะยื่นมือลงไปในกระบอกที่มีกระดาษคำทำนายอยู่ในนั้น แล้วก็สุ่มเลือกหยิบขึ้นมาหนึ่งใบ ศาลเ้าที่อื่นส่วนใหญ่จะทำนายด้วยเซียมซี แต่ที่นี่แปลกออกไปจากที่อื่น
หลิงซานค่อยๆ เปิดใบคำทำนายออกมาอย่างช้าๆ ในใจก็อยากรู้ว่าข้างในเขียนว่าอะไร เทียนซื่อก็ลุ้นกับเพื่อนไม่แพ้กัน
เขาไม่ได้หยิบคำทำนายด้วย เพระไม่ได้อยากรู้อะไรเกี่ยวกับตัวเอง เทียนซื่อและหลิงซานไล่สายตาอ่านข้อความในใบทำนายในนั้นมีข้อความที่เขียนเอาไว้ว่า
หนึ่งชะตาผูกไว้ได้ลิขิต หนึ่งชีวิตแปรผันวันพานพบ
หนึ่งดวงใจเฝ้ารอมา ถึงกำหนดโชคชะตาจะพาไป
ให้เคียงคู่อยู่ชิดใกล้ดั่งใจหมาย ไม่เสื่อมคลายหมายมั่นไม่
หวั่นไหว แม้วันคืนผันผ่านเนิ่นนานไป คงรักไว้นิจนิรันดร์
ไม่ผันแปร
พอหลิงซานอ่านจบก็ขมวดคิ้วมุ่นขึ้นมาทันที หัวใจเ้ากรรมมันเต้นไม่เป็จังหวะ รู้สึกแปลกๆ ในใจกับความรู้สึกที่บอกไม่ถูก มันมีทั้งไหวหวั่น โหยหา และเหมือนเฝ้ารออะไรบางอย่าง ซึ่งเขาเองก็ไม่เข้าใจกับความรู้สึกนี้เอาเสียเลย
“ให้ตายสิ ความรู้สึกแบบนี้มันคืออะไรวะ”เขาบ่นพึมพำกับตัวเองก่อนจะหันไปถามเพื่อน
“มึงรู้ความหมายไหมวะ กูงงมาก ทำไมคำทำนายมันดูแปลกๆ ยังไงไม่รู้”
“กูก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน มันก็แค่กระดาษแผ่นหนึ่งป่ะวะ จะเก็บมาใส่ใจอะไรมากเพื่อน เลิกสนใจแล้วไปหาอะไรกินกันดีกว่า ไปเดี๋ยวมื้อนี้ป๋าเลี้ยงเอง ตามมาเลยอีหนู”
“ถีบแม่ง อีหนูบ้านป๊าแกนะสิ”
ที่ร้านอาหารดังร้านหนึ่ง สาวๆ ที่เดินผ่านร้านอาหารแห่งนี้ จำต้องหันไปมองสองหนุ่มหล่อเสียจนคอแทบเคล็ด เพราะความหล่อมันทิ่มตาจนตาลายไปหมด คนหนึ่งหล่อคม อีกคนหนึ่งก็หล่อหวานๆ ใสๆ เห็นแล้วมันชุ่มฉ่ำหัวใจคนที่พบเห็นจริงๆ
“เป็ไงบ้างมึง ดีขึ้นหรือยังวะ”
เทียนซื่อเป็ฝ่ายเปิดปากถามอีกฝ่าย เพราะยังรู้สึกเป็ห่วงหลิงซานอยู่มาก กับเื่ที่เป็สาเหตุให้เพื่อนกินเหล้าเมามายเมื่อคืน
“จะว่าไงดีวะ แย่ก็ไม่ใช่ ดีก็ไม่เชิงเอาเป็ว่ากูจะพยายามลืมมัน โอเคไหมวะ”เทียนซื่อไม่ตอบอะไรได้แต่ส่งยิ้มมาเล็กน้อย เขารู้ว่าหลิงซานพยายามพูดปลอบใจตัวเอง เเละปลอบใจเขาไปด้วย เขาเชื่อว่าสักวันเพื่อนเขาจะต้องลืมเหมยอิงได้
บ้านตระกูลไป๋
“อาซาน มะรืนนี้ป๊ามีงานด่วน ต้องไปดูด้วยตัวเอง แกจะไปกับป๊าไหม ถือซะว่าไปพักผ่อนก็ได้ เผื่อแกจะได้สบายใจขึ้น ว่าไงจะไปไหม”
ไป๋หารฟงถามลูกชาย เขาอยากจะพาอีกฝ่ายไปพักผ่อนเสียหน่อย เพราะเพิ่งผ่านเื่หนักๆ มาคงจะดีไม่น้อย ถ้าลูกชายจะลืมผู้หญิงคนนั้นได้ หลิงซานนิ่งคิดอยู่สักพักก็ให้คำตอบผู้เป็พ่อ
“ก็ดีเหมือนกันครับป๊า แต่ผมขอพาไอ้เทียนไปด้วยได้ไหมครับ”
“ก็แล้วแต่แกเถิดอาซาน อาเทียนก็เหมือนลูกป๊าอีกคน”
“ได้ข่าวว่าป๊ามีลูกคนเดียวไม่ใช่เหรอ”หลิงซานพูดกวนผู้เป็พ่อ เพราะรู้ว่าพ่อตัวเองรักเทียนซื่อเหมือนลูกอย่างที่ว่าจริงๆ “
“อ้าวไอ้ลูกคนนี้ อิจฉาเพื่อน”
“ผมเปล่าน้า... “
ถึงกำหนดเดินทาง
เมื่อถึงกำหนดการเดินทาง เทียนซื่อก็มาที่บ้านของหลิงซาน เพื่อเดินทางพร้อมกัน พอทุกคนพร้อมแล้วก็รีบออกเดินทางทันที ผ่านมาไม่กี่ชั่วโมงก็ถึงที่หมาย
ที่นี่เป็รีสอร์ทชื่อดังในตอนใต้ของจีน เป็แหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามที่สุด ด้านหลังเป็ธรรมชาติมีน้ำตกที่สวยมาก และสามารถลงไปเล่นได้ด้วย หลิงซานดูผ่อนคลายขึ้น เขาคาดหวังไว้ว่าพรุ่งนี้จะมาเล่นน้ำที่นี่ เขาเป็คนที่ชอบน้ำเป็ชีวิตจิตใจ เห็นน้ำตกใสๆ สวยๆ น่าอาบแบบนี้เลยอดใจไว้ไม่ได้ แต่วันนี้เหนื่อยมามากแล้วขอนอนเอาแรงก่อนเถิด เดี๋ยวพรุ่งนี้จะลงเล่นให้หนำใจเลย เขาหมายมาดเอาไว้ในใจ
ทางด้านของเย่วซิน
เมื่อเล่าทุกอย่างที่ตนฝันให้มารดาฟัง ร่างบางก็เห็นสีหน้าไม่สู้ดีนักของมารดา เลยอดที่จะถามไม่ได้
“ท่านแม่ ท่านเป็อะไรไปรึ เห็นสีหน้าท่านไม่ค่อยจะสู้ดีนัก”
“ข้าหวังว่าสิ่งที่เ้าฝัน มันจะไม่ใช่นิมิตันะเย่วเอ๋อร์”
“ไม่หรอกท่านแม่ ท่านอย่าลืมสิว่าข้าเป็บุรุษนะ ท่านเคยเห็นคู่พันธะเป็บุรุษรึท่านแม่”
“ข้าไม่เคยเห็นหรอก แต่เคยได้ยินมาว่าเคยมีคู่พันธะเป็บุรุษ” มารดาตอบออกไป เล่นเอาคนถามถึงกับชะงักงัน”
“ท่านแม่พูดจริงหรือ”
“ข้าจะปดเ้าให้มันได้อะไร คู่พันธะที่เป็บุรุษก็มีอยู่หลายคน เ้าลืมไปแล้วรึ ว่าคู่แรกที่ทำการผูกพันธะระหว่างสองเผ่า เป็บุรุษหาใช่สตีร”
“ใช่จริงๆ ด้วย แต่ถ้าหากเป็บุรุษ จะสามารถมีบุตรไว้สืบบัลลังก์ได้รึท่านแม่”เย่วซินถามด้วยความสงสัย เป็บุรุษไม่อาจมีบุตรได้ แล้วจะสืบทอดบัลลังก์ได้อย่างไรกัน
“อันนั้นข้าเองก็ไม่รู้เช่นกัน เอาเป็ว่าพรุ่งนี้เราไปที่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์กัน”
“ไปทำอะไรหรือท่านแม่ ที่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์มีไว้ทำพิธีสำคัญมิใช่หรือ”เย่วซินเอ่ยถามมารดาออกมาด้วยความสงสัย ซินหลี่เลยให้ความกระจ่างแก่บุตรชายของนาง
“ใช่ มีไว้เพื่อทำพิธีสำคัญ แต่เ้าอย่าลืมสิว่า ที่นั่นมีรูปปั้นเทพอัคคี ที่ทุกคนเคารพบูชาอยู่ ข้าจะพาเ้าไปขอพรจากองค์เทพให้ปัดเป่าสิ่งที่ไม่ดีออกไปจากตัวเ้า ภัยใดก็อย่าได้กล้ำกรายเข้ามาใกล้เ้าเลย เย่วเอ๋อร์”มารดาเอ่ยพลางเอื้อมมือมาลูบศีรษะบุตรชายอย่างแสนรัก