ตอน เตาถ่านที่ขาดไฟ
แสงแดดยามบ่ายจัดส่องทะลุม่านมู่ลี่ไม้ตัวหนาเข้ามาในห้องนั่งเล่นกว้างขวางของบ้านเดี่ยวสองชั้นในหมู่บ้านจัดสรรหรู รินรดายืนนิ่งอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ในห้องแต่งตัว พินิจพิเคราะห์เรือนร่างของตัวเองในวัยสามสิบกว่าปีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ผิวพรรณของเธอยังคงเนียนละเอียดและตึงเปรี๊ยะราวกับสตาร์ตแช่แข็งไว้ในวัยสาว ทรวงอกอวบอิ่มที่ซ่อนอยู่ใต้ชุดเดรสผ้าฝ้ายสายเดี่ยวสีเบจยังคงชูชันได้รูป หน้าท้องแบนราบและสะโพกผายกลมกลึงคือผลลัพธ์ของการเข้ายิมอย่างสม่ำเสมอและการดูแลตัวเองอย่างพิถีพิถัน
ภายนอกใครๆ ต่างก็อิจฉาเธอ รินรดาคือภาพลักษณ์ของ ‘คุณแม่ยังสาว’ ที่เพียบพร้อม สามีอย่างธนาเป็ถึงผู้บริหารระดับสูงของบริษัทข้ามชาติ มีเงินทองให้ใช้จ่ายไม่ขาดมือ และมีนนท์ ลูกชายวัยสิบเก้าปีที่เพิ่งก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย เป็เด็กดีและเรียนเก่ง
ทว่า... ภายในใจของรินรดากลับเหมือนเตาถ่านที่มอดดับและขาดไฟมานานแสนนาน
ธนาบ้างานจนแทบไม่มีเวลาเหลือให้ครอบครัว ในแต่ละวันเขากลับบ้านดึกดื่นพร้อมกับความอ่อนล้า หรือไม่ก็ต้องเดินทางไปต่างจังหวัดและต่างประเทศเป็ว่าเล่น ความสัมพันธ์บนเตียงระหว่างเธอกับเขากลายเป็เื่แห้งแล้งและเ็า ครั้งสุดท้ายที่ธนาแตะต้องตัวเธอด้วยความเสน่หาคือเมื่อหลายเดือนก่อน และมันก็เป็เพียงเซ็กซ์ที่รวบรัด จืดชืด ไร้ซึ่งความเร่าร้อน คล้ายทำไปตามหน้าที่ก่อนที่เขาจะพลิกตัวนอนหันหลังให้ รินรดาต้องนอนสู้กับความเงียบและความ้าอันพลุ่งพล่านที่ถูกกักขังไว้ในใจเพียงลำพังมานานเกินไป
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำและเสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มเด็กหนุ่มที่ดังมาจากสนามหญ้าหน้าบ้าน ปลุกรินรดาให้ตื่นจากภวังค์อันอ้างว้าง เธอก้าวไปที่หน้าต่าง ก้มมองลงไปเบื้องล่าง
นนท์พากลุ่มเพื่อนสนิทสามคนมาที่บ้านเพื่อติวหนังสือและเล่นเกมใน่วันหยุดยาวสัปดาห์นี้ เด็กหนุ่มวัยรุ่นอายุรุ่นราวคราวเดียวกันในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นสบายๆ กำลังเดินเบียดเสียดหยอกล้อกันเข้ามาในตัวบ้าน รินรดารู้จักพวกเขาทุกคนเพราะเห็นกันมาั้แ่สมัยมัธยม แต่ในวันนี้ เมื่อพวกเขาก้าวข้ามวัยสู่การเป็ผู้ใหญ่เต็มตัว โครงสร้างร่างกายและสง่าราศีของความเป็เพศชายเริ่มฉายแววเด่นชัดจนทำให้หัวใจของคุณแม่ยังสาวเต้นผิดจังหวะ
คนแรกคือ กานต์ หนุ่มร่างโปร่งใบหน้าหล่อเหลาคมคาย เขามักจะมีบุคลิกนิ่งขรึม พูดน้อย และมีแววตาที่ดูลึกลับอ่านยาก ทุกครั้งที่กานต์มาที่บ้าน รินรดามักจะจับได้โดยบังเอิญว่าสายตาคมกริบคู่นั้นมักจะแอบเหลือบมองตามแผ่นหลังหรือจังหวะการเคลื่อนไหวของเธออยู่เสมอ
คนต่อมาคือ บาส หนุ่มขี้เล่น เ้าเสน่ห์ หน้าตาจิ้มลิ้มแต่แฝงความแพรวพราว บาสเป็คนปากหวาน มักจะมีคำชมเนียนๆ มาฝากรินรดาเสมอ เช่น "คุณแม่รินวันนี้สวยจังครับ นึกว่าพี่สาวนนท์" พร้อมกับรอยยิ้มตาหยีดึงดูดใจที่แฝงความนัยบางอย่างที่ทำให้คนฟังรู้สึกหน้าร้อนผ่าว
และคนสุดท้ายคือ แม็ค หนุ่มนักกีฬาประจำกลุ่ม ร่างกายของแม็คกำยำ ล่ำสัน อุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อตึงแน่นจากการเล่นฟิตเนสและซ้อมกีฬาอย่างหนัก ผิวสีแทนและไหล่กว้างหนาบึกบึนแสดงถึงพลังงานทางเพศของวัยหนุ่มที่ล้นปรี่ ทุกครั้งที่เขาขยับตัว เสื้อยืดเนื้อบางจะแนบไปกับแผงอกและลอนหน้าท้องจนเห็นรอยเด่นชัด
รินรดาสูดหายใจเข้าลึก มือเรียวสวยลูบไล้ลงตามส่วนโค้งเว้าของสะโพกตัวเองเบาๆ ความรู้สึกแปลกใหม่และแรงขับเคลื่อนบางอย่างที่ซ่อนลึกอยู่ภายในเริ่มขยับตัวประท้วง เธอยิ้มให้กระจก เป็รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนของผู้หญิงที่รู้ดีว่าตัวเองมีทีเด็ดอะไร
เธอก้าวลงบันไดมายังชั้นล่าง กลิ่นอายความสดใหม่ของเด็กหนุ่มอบอวลอยู่ในห้องนั่งเล่น นนท์กำลังก้มๆ เงยๆ จัดการกับเครื่องเล่นเกม ขณะที่เพื่อนๆ นั่งกระจายตัวกันอยู่บนโซฟาหลุยส์ตัวยาว
"อ้าว มากันแล้วเหรอลูก" เสียงหวานใสของรินรดาดังขึ้น ทำให้สายตาทั้งสี่คู่หันมามองเป็ตาเดียว
"สวัสดีครับคุณแม่" เด็กหนุ่มทั้งสามคนรีบยกมือไหว้พร้อมกัน
ในจังหวะนั้นเอง สายตาของพวกเขากวาดมองเรือนร่างของคุณแม่เพื่อนอย่างปิดไม่มิด ชุดเดรสสายเดี่ยวที่รินรดาสวมใส่เผยให้เห็น่ลำคอระหง ไหปลาร้าที่สวยงาม และเนินเนื้ออวบอิ่มที่โผล่พ้นขอบเสื้อออกมาเล็กน้อยยามที่เธอก้มตัวลงทักทาย ผิวขาวอมชมพูของเธอตัดกับสีเสื้อจนดูเด่นตา กานต์ลอบกลืนน้ำลายเอื้อกเบาๆ แล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่นทันทีด้วยความประหม่า ขณะที่บาสจ้องมองตาไม่กระพริบพร้อมรอยยิ้มกริ่ม ส่วนแม็คที่เพิ่งยกน้ำขึ้นดื่มถึงกับชะงัก สายตาจับจ้องอยู่ที่ท่อนขาเรียวยาวที่โผล่พ้นชายกระโปรงขึ้นมา
"ทานอะไรกันมาหรือยังจ๊ะ เดี๋ยวแม่เข้าครัวไปทำของว่างกับน้ำเย็นๆ มาให้ทานนะลูก" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ท่าทางดูเป็แม่ศรีเรือนใจดี แต่สายตาเปี่ยมเสน่ห์กลับทอดมองเด็กหนุ่มทั้งสามอย่างเชื่องช้า
"ยังเลยครับคุณแม่ กำลังหิวอยู่พอดีเลยครับ วันนี้คุณแม่สวยจังเลยครับ ชุดนี้เหมาะกับคุณแม่มาก" บาสได้ทีรีบเอ่ยปากชมทันที สายตาจับจ้องอยู่ที่แผ่นหลังนวลเนียนที่เปิดกว้างเพราะเสื้อสายเดี่ยว
"ปากหวานจริงนะเรา... งั้นรอแป๊บนึงนะจ๊ะ" รินรดาส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้บาสโดยเฉพาะ จนเด็กหนุ่มรู้สึกหน้าร้อนวาบและหัวใจเต้นรัว
เธอบิดกายเดินหันหลังมุ่งหน้าไปยังห้องครัว ท่วงท่าการเดินที่สะโพกผายขยับโยกย้ายอย่างเป็ธรรมชาติสะกดสายตาของเด็กหนุ่มทั้งสามคนให้มองตามจนตาค้าง แม้แต่กานต์ที่ทำเป็นิ่งขรึมก็ยังไม่อาจละสายตาจากบั้นท้ายกลมกลึงใต้เนื้อผ้าพริ้วไหวนั้นได้เลย
ภายในครัวที่แยกเป็สัดส่วน รินรดาเริ่มลงมือจัดเตรียมผลไม้และเครื่องดื่ม หัวใจของเธอกำลังเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ความรู้สึกตึงเปรี๊ยะในอกและกระแสความซ่านเสียวที่แล่นแปล๊บไปตามผิวเนื้อยามที่รู้ตัวว่าถูกเด็กหนุ่มรุ่นลูกจ้องมองด้วยความทะมัดทะแมงและหลงใหล มันช่วยเติมเต็มความอ้างว้างในใจได้อย่างประหลาด
เธอกำลังก้มลงเปิดตู้เย็นเพื่อหยิบน้ำแข็ง ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าแ่เบาก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง รินรดาแกล้งทำเป็ไม่รู้ตัวขยับย้ายบั้นท้ายหลบเล็กน้อย เปิดโอกาสให้ใครบางคนเดินเข้ามาใกล้
"ให้ผมช่วยยกออกไปไหมครับคุณแม่..."
เสียงทุ้มต่ำที่ค่อนข้างสั่นพร่าดังขึ้นใกล้ใบหู รินรดาหันกลับมาสบตา พบว่าเป็กานต์ หนุ่มนิ่งขรึมคนนั้นนั่นเอง ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาในตอนนี้ใกล้กันจนได้ยินเสียงลมหายใจ กานต์จ้องมองลึกลงมาในดวงตาของเธอ แววตาของเขาไม่ได้นิ่งขรึมเหมือนตอนอยู่ต่อหน้านนท์ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความกระหายและตื่นตระหนกที่ผสมปนเปกันจนดูเซ็กซี่อย่างเหลือเชื่อ
รินรดาส่งยิ้มบางๆ ให้เขา มือเรียวแกล้งแตะลงบนท่อนแขนแกร่งของเด็กหนุ่มเบาๆ ััเนื้ออุ่นร้อนจากร่างกายวัยหนุ่มทำให้เธอรู้สึกสะท้านไปทั้งตัว
"ช่วยแม่หน่อยก็ดีจ้ะกานต์... ในครัวมันค่อนข้างแคบ... และอบอ้าวมากเลยใช่ไหมล่ะ" เธอกระซิบประโยคหลังด้วยน้ำเสียงแ่เบาที่แฝงความนัยลึกซึ้ง สายตาคู่สวยจับจ้องอยู่ที่ริมฝีปากของเด็กหนุ่ม
กานต์ตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดกึก ความเงียบและความตื่นเต้นเข้าปกคลุมห้องครัวในทันที