16.เนื้อรมควัน
“ยินดีต้อนรับพวกเจ้าทุกคน ที่เข้าร่วมกับครอบครัวสกุลซาน ต่อแต่นี้ไปพวกเข้าทั้งหมดล้วนเป็นพี่น้องกัน ด้านหลังของพวกเจ้าเป็นเพิงพักชั่วคราวที่พี่น้องของเจ้าทุกคนช่วยกันทำขึ้น วันนี้พวกเจ้าจะได้รับชุดผ้าฝ้ายชุดใหม่ คนละชุด รับไปแล้วอาบน้ำอาบท่า ผลัดเปลี่ยนชุด และเข้านอนกันได้ พรุ่งนี้ค่อยมาประชุมกันที่นี่อีกครั้ง” เสื้อผ้าฝ้ายถูกแจกจ่ายออกไปอย่างรวดเร็ว ซานหลงหลบออกไปทำธุระส่วนตัวเมื่อจัดการตัวเองเสร็จสรรพ ก็ตรงไปหาบิดาที่กำลังจัดการกับหมูป่า ชุดใหม่ที่หามาได้อยู่ที่ริมน้ำ“ท่านพ่อ เป็นอย่างไรบ้าง”“ใกล้จะหันเสร็จแล้วละ ขนาดตามที่เจ้าบอกพอดีไม่เล็กไม่ใหญ่กว่าที่กำหนดนัก” ซานหู่เล่า“ขอรับ พวกกระดูก เครื่องใน ก็ให้ท่านแม่นำไปต้มเขี้ยวไว้เลยนะขอรับ เอากระเพาะ ลิ้น และหู มาหมักเกลือย่างกินกับน้ำจิ้มเปรี้ยว รอบดึกเข้าทีมากขอรับท่านพ่อ”“แล้วเนื้อที่เจ้าให้พ่อหั่นเป็นชิ้นๆ ให้ละ”“ข้าจะเอามาทำหมูรมควันขอรับ”“หมูรมควัน คืออะไรหรือ”“ข้าอ่านเจอในตำราเก่าแก่ ว่าถ้าเราเอาเนื้อสัตว์มารมควัน เป็นเวลา 7 วัน จะสามารถเก็บไว้กินได้นานนับปี เลยละท่าพ่อ ข้าเลยอยากลองทำดู” ซานหลงอธิบาย“โอ้ว! เก็บไว้ได้นานนับปี แบบนี้เราก็ไม่ต้องห่วงเรื่องอาหารในหน้าหนาวแล้วสิลูก” ซานหูพูดออกมาด้วยความตื่นเต้น“มันก็ยังไม่แน่หรอกท่านพ่อ เราต้องทดลองทำดูก่อน ร้อยตำราหรือจะสู้ลงมือทำ”“จริงของเจ้า ดีใจตอนนี้มันยังเร็วไป รอให้ทำสำเร็จเสียก่อนค่อยดีใจยังไม่สาย” ซานหูเอ่ย“หากสำเร็จ เราก็ไม่ต้องห่วงเรื่องอาหารอีก มิหนำซ้ำ เรายังสามารถเอาเนื้อออกขายช่วงหน้าหนาวได้อีกกอบโกยกำไรเป็นกอบเป็นกำก็คราวนี้แหละ” ซานหลงกระซิบ“อ่าจริงของเจ้า ช่วงหน้าหนาวอาหารหายากโดยเฉพาะเนื้อสัตว์ ราคาแพงกว่าทองคำเสียอีก เจ้านี่มันหัวการค้าจริงๆ ฮ้าๆๆ” ซานหูหัวเราะออกมา“แต่เรื่องนี้ต้องเงียบๆ เอาไว้ จะให้ใครรู้มากไม่ได้ เฮ้อ!! คงได้แต่คิดเท่านั้นแหละ ทำอะไรลำบาก ยิ่งหน้าหนาวนี้ โจรปล้นสะดมมีมาก พวกเราคงได้แต่ซ่อนตัวเงียบๆ”“หน้าหนาวโจรเยอะเหรอท่านพ่อ แล้วทางการละไม่มาจัดการโจรพวกนั้นหรือ”“หึ ทางการนั่นแหละตัวดี ชิงอาหารชาวบ้านตัวน้อยๆ หน้าด้านๆ เลยละ แต่อย่าพึ่งพูดถึงเรื่องนี้เลย เนื้อรมควันของเจ้าทำอย่างไร อธิบายมาเลยจะได้ไม่เสียเวลา” ซานหู่ตัดบท“โอ้ว ง่ายมากเลยท่านพ่อ เราแค่เอาเนื้อมารมควันไฟ หลักการคล้ายๆ กับการย่างเนื้อ แต่เราจะไม่ให้เนื้อมันสุก โดยการทำที่ย่างให้สูงขึ้น ในระดับที่ความร้อนจากไฟไม่สามารถทำให้เนื้อสุกได้.....” ซานหลงอธิบายคร่าวๆ ก่อนจะพาทุกคนทำร้านสำหรับรมควันเนื้อแบบง่ายๆ ยังไงเขาก็ไม่คิดจะให้เนื้อเก็บได้นานนับปีอยู่แล้ว เราแค่ต้องการเก็บเนื้อไว้ประกอบอาหาร 2-3 วันเท่านั้นหมูชุดใหม่ที่ล่ามาได้ถูกหั่นทำหมู่รมควันเอาไว้แบบง่ายๆ เพื่อใช้ทำเป็นอาหารเช้า ในพรุ่งนี้ ที่นี่ไม่มีตู้เย็น หากต้องการเก็บเนื้อเอาไว้กินนานๆ ก็ทำเป็นเนื้อแดดเดียวเท่านั้น ซึ่งการทำเนื้อแดดเดียวให้อร่อยนั้น ต้องใช้เกลือและเกลือที่นี่ก็ราคาแพงและหายาก ชาวบ้านจึงไม่มีทางเลือกมากนัก การทำเนื้อแดดเดียวที่ไม่มีเกลือ นอกจากจะเสียงต่อการขึ้นรา หรือ เน่าแล้ว เนื้อแห้งที่ได้ก็ไม่อร่อย จึงไม่นิยมทำกันมากนักเนื้อรมควันแบบนี้ยังไม่มีใครทำเป็นและไม่เคยรู้จัก ซานหลงทำเป็นคนแรก เขาไม่ได้อธิบายอะไรให้คนงานฟัง แค่พาทำ ครั้งนี้ไม่ได้สอนอะไร เขายากเก็บความรู้เรื่องนี้ไว้เป็นความลับ เพื่อกอบโกยกำไรจากการขายเนื้อสร้างความมั่งคั่งในหน้าหนาวเสียก่อนทำงานกันเพียงไม่กี่เค่อ ร้านย่างเนื้อก็เต็มไปด้วยเนื้อหมู ด้านล่างถูกก่อไฟขึ้น แล้วโป๊ะกองไฟด้วยใบไม้กิ่งไม้สดๆ ทำให้เกิดควันพวยพุ่งขึ้นไปหาเนื้อบนร้านย่างที่ถูกยกสูงขึ้น ทั้งสามด้านของกองไฟ ถูกบุด้วยไม้ไผ่ท่อน และฟางเปียก เพื่อกันลม และบังคับทิศทางของควันให้ลอยขึ้นไปหาเนื้อบนร้านย่างตลอดเวลา“ทำอะไรนะลูก” เสียงของซานหู่ถามขึ้น เมื่อเขามองเห็นซานหลงเอามืออังควันไฟที่ลอยขึ้นมาจากปล่องควัน“ตรวจสอบความร้อนขอรับ ความร้อนด้านบนต้องทำให้มือรู้สึกร้อน แต่ไม่ทำให้มือลวก ลูกเอามืออังนับ 1-10 ดูถ้าทนได้ เป็นจุดเริ่มต้น ร้อนมากไปก็ไม่ดีเนื้อจะสุกเสียก่อน ไม่อร่อย ร้อนน้อยไป เนื้อก็จะเน่าเก็บไว้นานไม่ได้ เราต้องหาจุดที่พอเหมาะ” ซานหลงอธิบาย“แล้วจุดที่ลูกว่าจะรู้ได้อย่างไรว่ามันพอดีแล้ว” ซานหู่ถาม“ลูกว่า อีกสัก เค่อ ลูกจะเอาเนื้อมาตรวจดี ด้านนอกมันต้องสุกบ้างเล็กน้อย แต่ด้านในยังแดงอยู่ ก็ใช้ได้ ถ้ามันยังไม่ได้อย่างที่ว่าก็เพิ่มไฟ ถ้าเกินก็ลดไฟลง”“แบบนี้เจ้าไม่ต้องนั่งเฝ้าเนื้อพวกนี้ทั้งคืนหรือ”“ฮ้าๆๆ ไม่หรอกท่านพอ เมื่อทุกอย่างได้ข้อสรุปแล้วข้าก็จะให้คนงานดูต่อ เปลี่ยนเวรยามกันเฝ้า ยังไงข้าก็ไม่รีบ ข้ารอกินหมูย่างฝีมือหม่าเหลียงอยู่”“ฮ้าๆ แบบนี้พ่อคงต้องมาเฝ้าเป็นเพื่อนเจ้าสักหน่อย น้ำจิ้มเปรี้ยวเผ็ดเจ้าทำมาหรือยัง” ซานหูถามขึ้น มันติดใจรสชาติน้ำจิ้มเปรี้ยวเผ็ดที่ลูกชายทำมาก“ท่านแม่ทำมาให้แล้วขอรับ อ๋อแล้วท่านแม่ยังเรียกหาท่านด้วยนะขอรับ”“อย่างนั้นหรือ เดี๋ยวข้าอาบน้ำผลัดเสื้อผ้าเสร็จจะไปหาแม่เจ้าเสียหน่อย อย่ากินหมดก่อนข้าละ ฮ้าๆๆ” ซานหู่ลุกขึ้นเดินตรงไปที่ลำธารทันที“แน่นอนท่านพ่อ เข้าจะรอท่านกลับมาก่อนอย่าลืมเอาเหล้าของท่านมาด้วย”“ฮ้าๆๆ เจ้ายังกินไม่ได้ไอ้ลูกชาย” เสียงตอบกลับดังขึ้นจากที่ไกลๆ ซานหลงจัดการทุกอย่างเสร็จก็นั่งลงข้ากองไฟ รอเวลาที่นี่ไม่มีนาฬิกาและเป็นเวลากลางคืน ทุกอย่างจึงใช้การเดา แต่เขาก็ไม่ใส่ใจเรื่องนี้มากนัก หากเป็นเวลากลางวันยังพอใช้เงาจากดวงอาทิตย์ เพื่อเดาเวลาได้บ้าง แต่ตอนนี้ใช้ได้แค่ความรู้สึกเท่านั้นถัดไปไม่ไกล หม่าเหลียงกำลังง่วนอยู่กับการย่างเนื้อ ตามที่ได้รับมอบหมาย กลิ่นหอมของเนื้อหมู ที่ถูกไฟย่างโชยออกมาจากกองไฟ ทำให้ท้องไส้ของใครหลายๆ คนปั่นป่วน น้องรอง น้องสาม ของมันนั่งอยู่ข้างๆ เพื่อเป็นลูกมือ ทั้งคู่กลืนน้ำลายลงคอไปหลายอึก“ท่านพี่ ข้าไม่คิดเลยว่า ของพวกนี้พอเอามาย่างแล้วมันจะหอมน่ากินขนาดนี้” น้องรองพูดขึ้น“ใช่ๆ พี่รอง หอมน่ากินมาก”“หึ เจ้าไม่ได้สังเกตหรือ ว่านายน้อยเอาอะไรใส่ลงไปหมักกับมันบ้าง ลำพังเนื้อพวกนี้มันไม่ได้น่ากินแบบนี้หรอก”“อ่าใช่ๆ พี่ใหญ่ นายน้อยอัจฉริยะจริงๆ”“โอ้ว..ชิ้นนี้เหมือนจะสุกดีแล้วนะพี่ใหญ่”“อ่าจริงด้วย...” น้องสามพูดตาม“นายน้อย ชิ้นนี้ได้ที่แล้วครับ” หม่าเหลียงร้องเรียกเมื่อลิ้นหมูสุกได้ที่“อ่า เอามาเลย เจ้าให้น้องรองของเจ้าเฝ้าต่อก่อน” ซานหลงร้องตอบ หม่าเลียงนำลิ้นย่างที่สุกได้ที่แล้ว วิ่งมาส่งทันที มีดกับเขียงไม้ถูกเตรียมไว้พร้อมแล้ว“หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ เลย” ซานหลงร้องบอกเพราะเขาไม่ว่างมาหั่นเอง สองมือของเขากำลังตรวจสอบอุณหภูมิของควันไฟรอบที่ 2 อยู่ตอนนี้“ได้ขอรับนายน้อย” มันรับปากออกมา แล้วจัดการหั่นลิ้นย่างอย่างรวดเร็ว ลิ้นหมูร้อนๆ ที่ย่างสุกกำลังดี มีน้ำฉ่ำเนื้อไหลออกมาเมื่อวางหั่นบนเขียงไม้ กลิ่นหอมของกระเทียมป่าที่ถูกโขกหมักกับเนื้อโชยออกมาเรียกน้ำลายได้เป็นอย่างดีเมื่อตรวจอุณหภูมิเรียบร้อย เขาก็เดินกลับมาที่เดิม หม่าเหลียงหั่นลิ้นหมูเป็นชิ้นพอดีคำเสร็จเรียบร้อยพอดี“เอ้าชิมๆ รออะไรละ” ซานหลงพูดขึ้นพร้อมกับหยิบลิ้นหมูบนเขียงไม้จิ้มไปที่ถ้วยน้ำจิ้มเป็นตัวอย่าง“มาๆ เจ้าสองคนมาชิมก่อนค่อยไปย่างต่อ” เขาร้องเรียก สองคนที่เหลือ พวกมันเข้ามาสมทบอย่าไว เรื่องกินไม่มีอิดออดสักคนเมื่อลิ้นหมูย่างเข้าปาก ความนัวจากเกลือแผ่ซ่านออกมาจากเนื้อที่ชุ่มฉ่ำ ไหลลงไปที่ลิ้นของมัน ทันที“อ่าอร่อยอย่างที่คิดอาไว้เลย รสสัมผัสนุ่มหนึบ กรุบๆ นิดหน่อย แบบนี้ ... มันดีต่อใจเสียจริง” น้องรองหลับตาลิ้มรสชาติ ด้วยความสุข“อ่า น้ำจิ้มเปรี้ยวเผ็ดนี้ ข้าไม่เคยกินมาก่อน อร่อยลงตัวมากพี่รอง” น้องสาวอุทานขึ้น หลับตาพริ้มลิ้มรสชาติอันแปลกใหม่หม่าเหลียงและซานหลงไม่พูดอะไรให้มากความ เร่งหยิบลิ้นหมูย่างบนเขียงเข้าปากอย่างต่อเนื่อง พริบตาเดียวลิ้นย่างชิ้นแรกก็หมดลง“ไหนข้าลองจิ้มดูบ้าง...อ๊ะ หมดแล้ว...” น้องรองอุทานออกมาด้วยความตกใจ มันมองหน้าหม่าเลียงและนายน้อยของมันด้วยความงงงวย“หึ มองอะไร ใครใช้ให้เจ้ามัวแต่เพ้อเจ้ออยู่ได้” หม่าเหลียงพูด“พี่ใหญ่...นายน้อย... ชั่งร้ายกาจนัก ข้าจะจำเอาไว้” ....