ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่229 เผชิญหน้ากลุ่มคนต่างโลก

   ทันที ที่กลุ่มพวกอี้เฉินเข้าไปใกล้ๆ หน้าผาที่มีกระบี่ยาวปักอยู่ พวกเขาทั้ง5คนก็ถูกดูดกลืนเข้าไปภายในพื้นที่ปิดกั้นแห่งนั้นในทันที

เมื่อพวกเขาเข้าไปภายในพื้นที่ปิดกั้นแห่งนั้น ก็ต้องเบิกตากว้างอ้าปากค้าง เมื่อเห็นกลุ่มคนอื่นๆ อยู่ภายในพื้นที่ปิดกั้นนี้ เช่นกัน พวกเขาเหล่านั้นกำลังต่อสู้อยู่กลับซากศพที่เหมือนมีชีวิต



   พวกเขาเหล่านั้นเอง ก็กวาดตา มองมาที่กลุ่มของพวกอี้เฉินด้วยเช่นกัน ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วย ความประหลาดใจ ก่อนที่พวกเขาจะละสายตากลับไป ไม่แม้จะเก็บพวกเขามาใส่ใจอีก หันกลับไปต่อสู้กับเหล่าซากศพที่อยู่เบื้องหน้าของพวกเขาต่ออย่างบ้าคลั่ง เสียง"ตูม"ดังก้องไม่ขาดสาย ซากศพพวกนี้เหมือนว่าจะเป็นศพที่ตายจากสงครามของจักรพรรดิผู้ร่วงหล่นเป็นแน่ พวกเขาที่เป็นซากศพทุกๆ ตน จึงมีพลังไม่อ่อนด้อยแม้แต่น้อย เหมือนพวกเขาเหล่านี้ จะถูกสร้างออกมาจากปราณพลังของกระบี่ยาว ที่ปักอยู่ปลายหน้าผา หลายๆ คนจึงอยากเข้าไปแย่งชิง กระบี่ยาวเล่มนี้มาครอบครองเป็นของตนให้ได้



   เมื่ออี้เฉินกวาดตามองออกไปรอบๆ เขาก็ต้องตกใจอีกครั้ง บนท้องฟ้าเองก็แปลกประหลาด ภาพการต่อสู้ของเหล่าจักรพรรดิผู้ร่วงหล่น ถูกฉายภาพขนาดยักษ์ ท่ามกลางท้องฟ้า แต่มันกลับไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นดินด้านล่างแม้แต่น้อย ราวกับเป็นเพียงภาพของการเล่าเรื่องราวของสงครามที่ไม่มีวันสิ้นสุดลง



   ภายในพื้นที่แห่งนี้เหมือนว่าจะเป็นสุสานขนาดใหญ่ ของเหล่าวีรชนผู้ล่วงลับจากสงคราม
แถม พวกเขาทั้งหมดยังมาติดอยู่ภายในสงครามของการเล่าเรื่องแห่งนี้ คิดจะถอยหนี ก็ไม่อาจทำได้ ถูกพื้นที่แห่งนี้ปิดกั้นไว้อย่างสมบูรณ์ ไร้ทางให้ถอยหนีอีกต่อไป มีเพียงต้องช่วงชิงกระบี่ยาวเล่มนั้นมา เพื่อคลายปราณพลังที่ปิดกั้นพื้นที่แห่งนี้ออกไป ไม่เช่นนั้นพวกเขาทั้งหมดได้ต่อสู้ภายในพื้นที่ปิดกั้นแห่งนี้ ไม่มีสิ้นสุดแน่



   อี้เฉินที่เห็นกลุ่มคนต่างโลก ต่อสู้กับเหล่าซากศพ ทำให้เขารู้สึกถึงแรงกดดันที่แพร่กระจายออกมาจากตัวของพวกเขาเหล่านั้น ถึงพวกเขาจะอยู่ในขอบเขตของ ขั้นพลังกษัตริย์ เหมือนกับตัวอี้เฉินก็ตาม แต่ปราณพลังของพวกต่างโลก กลับเหมือนอยู่ขั้นพลังเทวะไปครึ่งก้าวทำให้เขารู้สึกแปลกใจไม่น้อย



   แล้วเหตุใดพวกเขาทั้ง10คนถึงมาอยู่ภายในพื้นที่แห่งนี้ แถมยังมีคนของดินแดนเซียนมาอยู่ภายในพื้นที่แห่งนี้ด้วย อี้เฉินจดจำหน้ากากขาวที่กลุ่มคนดินแดนเซียนสวมใส่ได้เป็นอย่างดี กลุ่มคนพวกนี้ เขาเคยมีความแค้นต่อกันอยู่ เขายังจำได้ไม่ลืมเลือน ในช่วงที่เขาโดนจับตัวไป เกือบเอาชีวิตไปทิ้งภายในดินแดนเซียน



กลุ่มคนที่สวมหน้ากากสีขาว เมื่อพวกเขาเห็นใบหน้าของอี้เฉิน มันก็ทำให้พวกเขารู้สึกแปลกใจไม่น้อย จ้องมองมาที่อี้เฉินอย่างไม่วางตา ราวกับจะดื่มเลือดกินเนื้อ




   อยู่ๆ ชายหนุ่มคนหนึ่งที่สวมอาภรณ์ชนชั้นสูงสีดำ ปักลวดลายมังกรสีทอง ก็มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้ากลุ่มของพวกอี้เฉิน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชา ใบหน้าดูหล่อเหลา ผมสีดำถูกมัดไว้อย่างดี แม้แต่เยี่ยฉิน นางที่เห็นใบหน้าของชายหนุ่ม ยังใจเต้นแรง
"พวกเจ้า ถ้าหากอยากรอด ออกไปร่วมมือกับพวกข้า"



เมื่อพวกเขาได้ยินก็ถึงกับนิ่งอึ้งไปเล็กน้อย เยี่ยฉุน เอ่ยถามขึ้นมาในทันที "หากข้าช่วยเจ้า เจ้ายกกระบี่เล่มนั้นให้พวกข้าได้หรือไม่"



    ทันทีที่พวกอี้เฉิน เอ่ยประโยคนั้นออกมา ชายหนุ่มอีกคนหนึ่งที่อยู่ไม่ห่างนัก ถึงกับเดือดดาล ปราณพลังที่เขาปลดปล่อยออกมาแปลกประหลาดเป็นอย่างมาก เหมือนธารา2ขั้วราวกับหญิงและหยาง เขาก็คือ หลี่หยวน แห่งสำนักหญิงหยาง เขาเดือดดาลบ้าคลั่งเป็นอย่างมากปล่อยปราณพลังออกมากดดันกลุ่มพวกอี้เฉิน ในทันที จนกลุ่มพวกอี้เฉินถึงกับร่างสั่นเทิ้ม รู้ถึงความห่างชั้นในขั้นพลังของพวกเขาทันที อี้เฉิน กับเมิ่งอี้ ที่อยู่ขั้นพลัง กษัตริย์ระดับต้นถึงกับ กระอักเลือดออกมาเมื่อถูกกดดัน



"พวกเจ้าอยู่ต่อหน้าองค์ชายใหญ่ยัง ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงอีก เจ้าคงรู้แล้วสินะเมื่ออยู่ต่อหน้าพวกข้า พวกเจ้าก็เป็นได้เพียงมดปลวกเท่านั้น"



จอมยุทธ์ต่างโลกคนอื่นๆ เองก็มองมาที่กลุ่มของ อี้เฉินด้วยสายตาเย้ยหยัน ด้วยความดูถูกดูแคลน ไม่แม้จะมองปุถุชนคนรุ่นเดียวกันเป็นคู่ต่อสู้ ราวกับพวกเขาไม่สามารถต่อกรอะไรพวกเขาได้เป็นเพียงลูกไก่ในกำมือ ของพวกเขาเหล่านั้น



"ท่านเป็นอะไรหรือไม่ องค์หญิงเมิ่งอี้" ก่อนที่สายตาของอี้เฉิน จะมองไปที่ชายหนุ่มนามว่าหลี่หยวน ด้วยความโกรธแค้น



   แม้แต่องค์ชายใหญ่ยังรู้สึก ชื่นชมกับเด็กหนุ่มคนนี้ ถึงจะรู้ถึงความห่างชั้นของพลัง แต่ก็ไม่จำยอม แต่อยู่ๆ เลือดภายในกายของ องค์ชายใหญ่ก็สั่นไหว ราวกับว่ามันเจอสายเลือดที่คล้ายกัน ทำให้เขารู้สึกแปลกใจไม่น้อย 'นี่มันเป็นความบังเอิญอะไรกัน ไม่คิดดินแดนแห่งนี้ยังจะมีสายเลือดที่บริสุทธิ์หลงเหลืออยู่ด้วย แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก'



อยู่ๆ หญิงสาวคนหนึ่ง ก็โผล่ออกมาจากด้านข้างขององค์ชายใหญ่อย่างฉับพลัน ก่อนนางจะขยับตัวถูไถไปตามเรือนร่างขององค์ชายใหญ่ ห่างทั้งสองข้างโบกสะบัดไปมา "องค์ชายท่านอย่าได้ ใส่ใจพวกมดปลวกพวกนี้"



   ก่อนนางจะมองมาที่อี้เฉิน แต่สายตาของนาง แฝงด้วยความขี้เล่น ในฉับพลันนางก็พุ่งเข้ามาถูไถร่างกายอี้เฉิน ใบหน้านางเต็มไปด้วยเสน่ห์บางอย่างดึงดูด อาภรณ์ปลิวไสวไปตามแรงเคลื่อนไหวของนาง นางมุดซ้ายมุดขวา คล้ายกับหมาน้อยหยอกเย้า หางจิ้งจอก ล้อมพันร่างอี้เฉินเอาไว้จนแน่น จนอี้เฉินเริ่มรู้สึกหวาดกลัว ไม่รู้นางเล่นหรือเอาจริง
"เจ้า ถอยห่างจากข้าเสีย"



หงส์เหมิง เอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน สายตาเต็มไปด้วยความขี้เล่นแต่แฝงด้วยอันตราย "น้องชายท่านนี้ เจ้าไม่ชอบ ข้างั้นหรือ"



    ทันใดก็มีหญิงสาวอีกคนหนึ่งโผล่มา ใบหน้าของนางถูกผ้าขาวบางๆ ปิดบังใบหน้าไว้ แต่ใบหน้าภายใต้ผ้าขาวต้องงดงามอย่างมากเป็นแน่ อาภรณ์สีขาวปลิวไสวไปตามแรงลม มองเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งได้อย่างชัดเจน ก่อนนางจะเอ่ยพูดแทงใจดำไปที่ จิ้งจอกน้อยหงส์เหมิง ในมือของนางถือกระบี่หยก ชี้ไปที่หญิงสาวที่อยู่ด้านหน้า "ข้าว่าปีศาจอย่างเจ้า ควรถูกกำจัดได้แล้ว ใครๆ ล้วนหวาดกลัวในตัวเจ้า



"พี่เยว่ชิงเซียน ท่านอย่าพูดเช่นนั้นข้าแค่หยอกเย้าหนุ่มน้อยเล่นเท่านั้น ไม่ได้คิดฆ่าเขาเสียหน่อย"



    เมื่อพวกเขาเห็น เยว่ชิงเซียน สตรีศักดิ์สิทธิ์ แห่งศาลาศักดิ์สิทธิ์ ย่างกรายลงมาเยือน ต่างพากันยกมือคำรับไปที่นาง เหมือนนางคนนี้จะเป็นที่นับถือเป็นอย่างมาก แม้แต่องค์ชายใหญ่คนนั้น ยังเข้ามาพูดคุยกับนางด้วยความสุภาพเป็นกันเอง

ไม่แม้จะสนใจกลุ่มของพวกอี้เฉินแม้แต่น้อย อี้เฉินที่เห็นหญิงสาวที่สวมชุดสีขาวย่างกรายมาเยือน ทำให้เขาไม่ค่อยพอใจนางซักเท่าใดนัก สายตาที่นางมองมา ช่างเสียดแทงกลุ่มพวกเขาไปถึงกระดูก



    ก่อนที่พวกนาง กับกลุ่มคนต่างโลกจะรวมตัวกันไม่สนใจ ผู้ใดอีกต่อไป หมายมั่นฝ่าเข้าไปเอากระบี่ยาวเล่มนั้นออกมา แต่เหล่าซากศพที่กระบี่เล่มนั้นปล่อยออกมากลับ ไม่ได้อ่อนด้อยไปกว่าพวกต่างโลกแม้แต่น้อย ราวกับตัวพวกเขาต่อสู้กับร่างเงาของตัวเองอย่างไรอย่างนั้น มันทำให้อี้เฉินเริ่มรู้สึกแปลกใจ เฝ้ามองการต่อสู้ของพวกต่างโลกอย่างไม่วางตา



หญิงสาวที่มีผ้าขาวปิดบังใบหน้า นางร่ายรำกระบี่ได้เฉียบคมเป็นอย่างมาก คลื่นกระบี่หยกที่นางปลดปล่อยออกมา กวาดเอาเหล่าซากศพตายไปหลายตน จากการกวัดแกว่งเพียงครั้งเดียว แต่เหล่าซากศพก็ถูกสร้างขึ้นมาไม่ขาดสาย ราวกับว่าโจมตีอย่างไรก็ไม่มี ทีท่าว่าจะหมด



อี้เฉินไต่ถามไปที่กลุ่มของพวกเขา ในยามนี้กลุ่มของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น "พวกเจ้าว่ามันแปลกๆ ไหม กับซากศพที่กระบี่นั้นปล่อยออกมา"



"มันแปลกตรงไหนหรืออี้เฉิน" เยี่ยฉินไต่ถามขึ้นมาด้วยความสงสัย



"ก็ซากศพพวกนั้นไง เหตุใดมันถึงรับมือพวกต่างโลกได้อย่างสูสี ราวกับมันรู้พลังของคนผู้นั้นอย่างไรอย่างนั้นแหละ"



   เยี่ยฉุนเขาเองก็สงสัยแต่ไม่ได้ เอะใจอะไรมากนัก เทียนซินเอ่ยขึ้นมาด้วยความโลภ "เจ้าอย่ามัวแต่ครุ่นคิด หากเจ้าพร้อมเมื่อใด ก็ฝ่าเข้าไปเอากระบี่ยาวเล่มนั้น กลับมาให้ดินแดนของพวกเราซะ เจ้าอย่าลืมสถานะของเจ้าในยามนี้"



อี้เฉินเพียงส่ายหัวเบาๆ ก่อนที่พวกเขาทั้งกลุ่มจะเตรียมพร้อม ออกไปต่อสู้หวังอยากจะเข้าไปช่วงชิงกระบี่เล่มนั้นมาเป็นของตน

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน