ตอนที่ 4
ส่วนครอบครัวที่ถูกกล่าวถึง ไม่ได้รู้ตัวเลยสักนิด ว่าพวกเขาไม่้าให้อยู่ที่บ้านหลังนี้แล้ว ยังคงทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง เพราะรู้ว่าที่บ้านนั้นเป็ภาระของทุกคนเพราะมีสามีที่ทำงานได้มากอยู่คนเดียว ส่วนลูกก็มีแต่เด็กกับลูกสาวที่ไม่แข็งแรงสักเท่าไร เมื่อพวกเขาใช้ให้ทำอะไรจึงไม่คิดจะเกี่ยงงานแม้แต่น้อย แม้จะรู้ว่าพวกเขาเอาเปรียบก็ตามที
หลังจากกินอาหารเย็นกันแล้ว เจียอี ได้เรียกลี่อิน ให้เข้ามาในห้องบอกว่ามีเื่จะคุย โดยมีแม่ตามเข้ามาด้วย แม้จะยังงงว่ามีเื่อะไรให้ต้องคุย แต่ก็ยอมเดินตามมาแต่โดยดี เพราะเธอกับพี่สะใภ้ ไม่ได้มีเื่ไม่พอใจอะไรกัน ออกจะเข้ากันได้ดีเสียด้วยซ้ำ และคิดว่าเป็เื่ที่ไม่้าให้คนอื่นรู้
"แม่กับพี่สะใภ้ มีอะไรจะคุยกับฉันหรือคะ ทำเหมือนกับเป็เื่ที่มีลับลมคมในอย่างนั้นล่ะ"
แปลกใจสักหน่อย เพราะปกติ คุยกัน มักจะคุยข้างนอก แต่นี่เป็ครั้งแรกที่ต้องเข้ามาคุยกันอยู่ในห้องอย่างนี้
"ให้แม่สามีเป็คนพูดดีกว่า ถ้าน้องสามีไม่เข้าใจตรงไหน พี่จะเสริมให้อีกทีแล้วกัน"
"เื่อะไรคะแม่"
"คืออย่างนี้นะ ลูกรู้ใช่ไหม ว่าบ้านอารองของลูกทำงานแค่คนเดียวแต่ต้องเลี้ยงคนกินกันหลายคน และยังมีอีกนะ เื่ค่ายาของ เยี่ยนฟาง ที่ป่วยบ่อย จนต้องเอาเงินไปจ่ายค่ายาบ่อยๆ ซึ่งมันเหมือนเป็การเอาเปรียบบ้านเรา ลูกก็รู้ว่าพี่ใหญ่ของลูกทำงานได้เงินเยอะสุด"
"ทำไมจะไม่รู้ล่ะคะ ก็อยู่บ้านเดียวกันมาตั้งนาน แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเื่ที่แม่จะพูดล่ะคะ"
"ทำไมจะไม่เกี่ยวล่ะลูก ทำงานน้อยกินเยอะ ค่ายาก็ต้องใช้เงิน อย่างนี้ไม่เท่ากลับว่าบ้านของเราเสียเปรียบหรอกหรือ ลูกลองคิดดู"
"ใช่แล้วน้องสามี พี่ซีซาน ทำงานมาได้เงินก็ต้องเข้ากองกลาง แล้วก็ต้องเอาเงินส่วนนี้ไปจ่ายค่ายาของเยี่ยนฟางอีก น้องสามีไม่รู้สึกอะไรบ้างหรือคะ แล้วถ้าคิดกลับกัน ถ้าไม่มีครอบครัวอารอง อาหารก็ต้องถูกกินน้อยลง ค่ายาก็ไม่ต้องจ่าย อย่างนี้ทุกอย่างย่อมเหลือเต็มๆ ไม่ใช่หรือ"
เมื่อเห็นแม่สามีพูดไม่เห็นภาพสักเท่าไร เจียอี จึงได้พูดให้น้องสามีเข้าใจ และสามารถที่จะคิดตามไปได้ และเธอคิดว่าน้องสามีเป็คนฉลาดอยู่แล้ว ต้องคิดได้อย่างแน่นอน ยิ่งรู้ว่าตัวเองเสียผลประโยชน์ ไปมากมาย ต้องไม่ยอมอย่างแน่นอน เพราะเธอรู้ดีว่าน้องสามีคนนี้เป็คนที่เห็นแก่ตัวไม่น้อย
"จริงด้วยค่ะ นี่เรายอมพวกเขามานานมากเลยนะคะ ดูสิไม่รู้ว่าพวกเขาเอาไปเท่าไรแล้ว อย่างนี้ยอมไม่ได้ ต้องบอกให้ย่าไล่พวกเขาออกไปจากบ้าน"
เมื่อคิดถึงความสูญเสีย ที่เกิดขึ้นทำให้ไม่อยากจะให้ทุกคนอยุู่ที่บ้านนี้แล้ว ถ้าพวกเขาไม่อยู่บ้านของเธอต้องมีกินมีใช้มากกว่านี้อย่างแน่นอน
"ทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกลูก แม่เคยพูดหลายครั้งแล้ว ย่าของลูกไม่ยอม ลูกอย่าลืมนะ ว่าอารองของลูกก็เป็ลูกชายของย่าเหมือนกัน แม่ต้องเป็ห่วงลูกเป็ธรรมดา"
"แล้วจะทำอย่างไรดีคะ แต่ถ้าหนูไปพูดเองย่าอาจจะยอมก็ได้นะคะ หรือว่าหนูจะลองไปพูดดี"
"น้องสามีต้องเป็คนไปพูดนั่นล่ะถูกต้องแล้ว เพราะย่ารักน้องสามีมากกว่าใคร ถ้าน้องสามีไปพูด พี่สะใภ้ว่าต้องสำเร็จอย่างแน่นอน แต่ไม่ใช่เอาเื่นั้นไปพูดนะคะ"
"แล้วพี่สะใภ้จะให้เอาเื่อะไรไปพูดล่ะคะ ในเมื่อฉันเห็นแต่สองเื่นี้น่าสนใจที่สุด"
"แม่อยากให้ลูกนำเื่ที่จะทำให้ลูกสาวของแม่เสื่อมเสียชื่อเสียงไปพูดโน้มน้าวย่าของลูก"
"เื่เสื่อมเสียชื่อเสียงหรือคะ แล้วเื่อะไร แต่ถ้าเื่ถอนหมั้นมันเป็ชื่อเสียงของพี่เยี่ยนฟางไม่ใช่หรือคะ ไม่เห็นเกี่ยวกับหนูเสียหน่อย" เื่ที่ถูกถอนหมั้นก็ไม่ใช่เธอเสียหน่อยที่ถูกถอนหมั้นแล้วจะต้องไปสนใจอะไรกัน
"จะไม่เกี่ยวได้ยังไงล่ะน้องสามี เพราะตอนนี้ชาวบ้านต่างพากันพูดถึงเื่นี้ แล้วอย่างนี้จะมีชายหนุ่มที่ไหนมาสู่ขอน้องสามีกัน ในเมื่อมีคนในบ้านมีเื่น่าอับอายอย่างนี้"
"ต้องมีสิคะ ก็..."
ลี่อินที่กำลังจะพูดชื่อคนที่จะมาสู่ขอเธอออกมา แต่ต้องหยุดพูดไป เพราะแม่รีบขัดขึ้นมาเสียก่อนกลัวว่าลูกสาวจะพูดมันออกมาก่อนที่จะเป็เื่ เพราะเธอไม่ได้ไว้ใจลูกสะใภ้คนนี้เสียทีเดียว
"ลี่อิน ลูกจะคิดว่าไม่มีอะไรไม่ได้นะ เพราะเื่ที่เกิดขึ้นเป็เื่ในบ้าน คนอื่นไม่รู้เขาก็เหมารวมไปหมดแล้ว ว่าทำไมถึงต้องถูกถอนหมั้น ไม่ใช่เป็คนไม่ดีหรือ อย่างนี้ลูกจะยอมได้ยังไงกัน"
อ้ายเย่ว พูดกับลูกสาว พร้อมทั้งส่งสายตาดุมาให้ด้วย เพราะไม่อยากให้คนอื่นรู้เื่นี้ เพราะมันเป็เื่ดีที่ไหนกัน ถอนหมั้นกับพี่และจะมาหมั้นกับน้อง เป็ใครตอนนี้คงจะรับไม่ได้ คงต้องรอให้ทุกอย่างเงียบไปก่อน ถึงจะสามารถทำได้ ตอนนี้มีแต่ต้องอยู่อย่างเงียบๆ ไปก่อนเท่านั้น
"อืม...แม่พูดมันก็จริง เพราะบางคนก็มาถามหนูด้วยคำถามที่ไม่ดีสักเท่าไร หนูยังสงสัยอยู่เลยว่าหนูไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย ทำไมถึงได้พูดอย่างนั้นกัน คงจะเพราะอยู่บ้านเดียวกันนี้เอง เขาถึงได้มาว่าหนูด้วย"
"พี่สะใภ้คิดแล้ว ว่ามันจะต้องเป็อย่างนั้น แล้วถ้าต่อไปเรามีลูกหลานที่เป็ผู้หญิงอีก ไม่ใช่ว่าต้องมามีเื่นี้ติดตัวพวกเธอไปตลอดเลยหรือไง พี่สะใภ้แค่คิดก็ทนไม่ได้แล้ว"
"หนูตัดสินใจแล้วค่ะ พรุ่งนี้หนูจะลองคุยกับย่าดู และจะพยายามที่จะโน้มน้าวให้ย่าเห็นด้วยกับพวกเราให้ได้"
"ลูกสาวของแม่รู้จักคิดแล้ว แม่คงต้องพึ่งพาลูกสาวคนนี้แล้ว" เมื่อเห็นลูกสาวรับปากแล้วจึงได้โล่งใจ
"พี่สะใภ้ก็ฝากความหวังเอาไว้กับน้องสามีเหมือนกัน และหวังว่าพรุ่งนี้จะสำเร็จ"
"แน่นอนสิคะ เชื่อมือหนูได้เลย"
ทางบ้านใหญ่วางแผนการ ส่วนทางบ้านรองที่ตอนนี้กำลังรุมล้อมลูกสาว ที่ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว
"เยี่ยนฟาง ลูกไม่เป็อะไรแล้วแน่นะ ไม่ใช่เจ็บป่วย แต่ฝืนที่จะทำงานไม่ได้นะ ลูกรู้ไหมตอนที่ลูกป่วย ทุกคนเป็ห่วงมากแค่ไหน"
"หนูหายแล้วจริงๆ ค่ะ ถ้าไม่หาย หนูไม่กล้าลุกขึ้นไปทำงานหรอกค่ะ"
"พี่ใหญ่ แต่ตอนที่พี่ไม่สบายพี่หน้าซีด จนน่ากลัวมาก ผมไม่อยากให้พี่ไม่สบายอย่างนั้นอีกแล้ว ผมเป็ห่วงพี่มากเลย กลัวว่าพี่จะเป็อะไรไป"
"พี่จะไม่เป็อะไรไปอย่างแน่นอน ยิ่งรู้ว่าทุกคนเป็ห่วง พี่ยิ่งต้องมีกำลังใจ และต้องเข้มแข็งมากกว่านี้ พี่ใหญ่จะไม่อ่อนแออีกอย่างแน่นอน"
"ครับ แต่ว่าผมจะปกป้องพี่ใหญ่เอง แม้พี่ใหญ่จะเป็พี่สาว แต่ผมเป็ผู้ชาย ผมต้องปกป้องพี่สาวให้ได้"
"ไม่ต้องปกป้องพี่สาวหรอก เพราะพี่สาวจะไม่ให้ใครมารังแกได้อีก พี่สาวบอกแล้วยังไงล่ะ พี่สาวคนเดิมหายไปแล้ว เหลือแต่พี่สาวคนใหม่ที่เข้มแข็งเท่านั้น"
"แม่เห็นลูกกลับมาแข็งแรง และไม่จมปลักกับเื่นั้นอีก แม่ก็ดีใจที่สุดแล้ว อะไรที่มันผ่านเข้ามาในชีวิต แล้วทำให้ชีวิตเราย่ำแย่ ก็ปล่อยให้มันผ่านไป ลูกแค่รู้เอาไว้ ว่าทุกคนจะอยู่ข้างๆ ลูกเสมอ"
"แน่นอนค่ะ ต่อไปหนูจะมีแต่ครอบครัวเท่านั้น เื่นั้นหนูจะไม่เอามาคิดให้เปลืองสมองของหนูอีกอย่างแน่นอน"
"พี่ใหญ่ พี่เข้มแข็งแล้วจริงๆ"
"แน่นอนสิ นี่ใคร พี่ใหญ่ของลู่จื้้อ เลยนะ"
คนที่เป็พ่อและแม่ที่ตอนนี้เห็นว่าลูกไม่เศร้าเสียใจอีกแล้ว ทำให้พวกเขารู้สึกดีเป็อย่างมาก เพราะเห็นลูกที่จมกับความทุกข์ แต่ไม่สามารถที่จะช่วยอะไรได้แม้แต่น้อย ทำให้ยิ่งคิดว่าพวกเขาเป็พ่อและแม่ที่ไม่ได้เื่เลยสักนิด แต่เมื่อเห็นว่าลูกเข้มแข็งขึ้นจนแปลกหูแปลกตา เหมือนกับไม่เคยมีเื่ทุกข์ใจมาก่อน แม้จะแปลกใจ แต่พวกเขาคิดว่าจะแปลกไปแล้วทำไม แค่ลูกเขากลับมาสดใสเหมือนเดิมเป็ลูกสาวที่น่ารักของพวกเขาก็เพียงพอแล้ว
( ฝากกดติดตามด้วยนะคะ )