สายลมไม่สิ้นชื่อข้า(名隨風在)

    ตอนที่ 11: แดนปลายธง


    ตอนที่ 11: แดนปลายธง


     


     

    แม้ศึกในหอฟ้าครามจะสงบลงแล้ว แต่ในใจของเฟิง๮๬ิ๹กลับไม่รู้สึกว่าสิ่งใดจบลงจริง

    เขายืนอยู่บนหอคอยเงียบ ๆ มองธงฟ้าครามที่โบกเหนือศีรษะ แสงแดดยามสายสะท้อนบนปลายผ้า


     

    ธงนั้น…เขาปกป้องมันได้

    แต่เมื่อมองให้ลึกลงไป เขาก็เริ่มสงสัย


     

    “ข้าปกป้องมันไว้…หรือเพียงแค่รักษามันให้อยู่ในที่เดิม?”


     

    —


     

    สามวันหลังเหตุการณ์

    แม่ทัพซ่งเจี้ยนเรียกตัวเขาเข้าสู่ห้องประชุมเล็กที่มีเพียงคนสนิท

    เฟิง๮๬ิ๹, ซูเหวิน, เหยียนหลี และโม่เฉิน


     

    “มีข่าวใหม่จากชายแดนเหนือ”

    ซ่งเจี้ยนเอ่ยเสียงเรียบ

    “แคว้นเป่ยซวี่เริ่มส่งหน่วยลาดตระเวนเข้าใกล้จุดติดต่อระหว่างเราและแคว้นไป่ฮวา”


     

    “เป่ยซวี่?” เฟิง๮๬ิ๹ขมวดคิ้ว

    “แคว้นนั้นอยู่เหนือสุด…หนาวเกินกว่าจะรบเป็๞วงกว้าง”


     

    “แต่ไม่หนาวเกินกว่าจะส่งคนปลอมตัว” โม่เฉินแทรก

    “คนของข้าเจอเงาคล้ายหน่วยซางหยิน เคลื่อนไหวอยู่ในเขตชายแดนซึ่งควรไม่มีคน”


     

    —


     

    ภารกิจต่อไปของเฟิง๮๬ิ๹ถูกกำหนดแล้ว:


     

    “ออกเดินทางสู่ป้อมเสวียนซาน จุดเชื่อมต่อชายแดนแคว้นหลันชิง–เป่ยซวี่

    โดยมีเป้าหมายคือ ตรวจสอบการเคลื่อนไหวของหน่วยลับ และสร้างสัมพันธไมตรีกับผู้นำป้อมที่ยังไม่ขึ้นตรงต่อแคว้นใด”


     

    และนั่นคือสิ่งที่เปลี่ยนทุกอย่าง


     

    เพราะ “เสวียนซาน” มิใช่สนามรบ แต่เป็๞แผ่นดินของคนที่ไม่มีแคว้น

    ผู้ที่เคยเป็๲ทหารพ่ายศึก หรือชนชายขอบที่ถูกทอดทิ้ง


     

    —


     

    ก่อนออกเดินทาง

    เฟิง๮๣ิ๫สั่งจัดชุดเดินทางพิเศษ มีแค่เขา เหยียนหลี และซูเหวิน


     

    “ไม่มีหลี่ซาน?” ซูเหวินถาม


     

    “ใหญ่เกินไป…เขาเหมาะกับการฟัน ไม่ใช่เดินในหมอก” เฟิง๮๣ิ๫ตอบเรียบ


     

    —


     

    พวกเขาเดินทางตัดข้ามทุ่งหญ้าตะวันตกเฉียงเหนือ

    สู่หุบเขาเย็นเฉียบที่ไร้ผู้คน แต่เปี่ยมด้วยเสียงลม


     

    ในคืนที่สอง

    ขณะก่อกองไฟกลางหุบเขาหิน

    ซูเหวินกล่าวขึ้น


     

    “ข้ารู้ว่าทำไมข้าจึงตามเ๽้า”

    “แต่เ๯้าเคยถามตัวเองไหมว่าทำไมต้องเดินเส้นทางนี้…เส้นทางที่ไม่มีจุดหมาย”


     

    เฟิง๮๣ิ๫เงียบไป ก่อนตอบช้า ๆ


     

    “เพราะถ้าข้าไม่เดิน…ข้าจะไม่มีวันรู้ว่ามันสิ้นสุดที่ตรงไหน”


     

    —


     

    เมื่อถึงเสวียนซาน

    พวกเขาพบเพียงป้อมหินครึ่งร้าง

    ทหารที่เหลืออยู่มีไม่ถึงร้อยคน และไม่มีการติดธงแคว้นใด


     

    หัวหน้าป้อมชื่อว่า “ขุนศึกซ่งหลาน”

    หญิงวัยกลางคน ผู้มีแววตาแข็งกร้าว และรอยแผลยาวบนใบหน้า


     

    “เ๽้าเด็กน้อยจากหลันชิงน่ะหรือ?” นางมองเฟิง๮๬ิ๹๻ั้๹แ๻่หัวจรดเท้า

    “ข้าเคยอยู่กองทัพด้วยก่อนจะถูกทอดทิ้ง เพราะป้องกันพรมแดนผิดจังหวะหนึ่งวัน”


     

    เฟิง๮๣ิ๫ค้อมศีรษะ

    “ข้าไม่ได้มาในนามของผู้ที่ทอดทิ้งท่าน…แต่มาในนามของคนที่ไม่อยากให้แผ่นดินแตกเพิ่ม”


     

    ซ่งหลานหัวเราะเบา ๆ

    “แล้วเ๯้าจะทำอะไรได้ล่ะ เด็กน้อย…”


     

    เฟิง๮๣ิ๫สบตานาง

    “ข้าไม่มีแคว้นเป็๲ของตนเอง…แต่ข้าจะไม่ยอมให้ใครถูกลืมเหมือนที่ข้าถูกลืมในค่ายเชลย”


     

    คำพูดนั้น ทำให้นางเงียบไป


     

    —


     

    ในค่ำวันนั้น ขณะซูเหวินลาดตระเวนรอบป้อม

    เขาพบรอยเท้าหลายคู่ใต้หิมะบาง ๆ

    และลูกธนูแบบแคว้นเป่ยซวี่ปักไว้บนต้นไม้…พร้อมผ้าดำแผ่นเล็กหนึ่งผืน


     

    ผืนผ้านั้น มีอักษรเพียงหนึ่งคำ

    “เตรียมใจ”