ในห้องทำงานของ ไคล์ วาเลน ที่ Black Raven Logistics เขาเอนหลังพิงเก้าอี้หนัง สายตาคมยังคงจับจ้องไปที่หน้าจอแท็บเล็ตซึ่งฉายภาพจากกล้องวงจรปิดในเพนท์เฮาส์
ภาพของ พิมพ์ดาว ที่กำลังนั่งขะมักเขม้นอ่านเอกสารอยู่บนโซฟา ปล่อยให้เส้นผมยาวสลวยตกลงมาปรกแก้มเนียน ทำให้หัวใจที่เคยด้านชาของเขาสั่นไหว
ความจริงจังในดวงตาคู่สวยนั้นคือสิ่งที่เขาเฝ้ามองมาตลอดสามปี... มองดูเธอเติบโตและแข็งแกร่งขึ้นในแบบที่เขาหลงใหล
“นายครับ...” เสียงของวินเข้ามารายงานเื่สำคัญ
ไคล์ไม่แม้แต่จะละสายตาจากหน้าจอ “ว่ามา”
“มีข่าวจากฝั่ง อาเธอร์ วาเลน ครับ”
เพียงแค่ได้ยินชื่อนั้น บรรยากาศรอบตัวไคล์ก็พลันเย็นเยียบลงทันที ั์ตาที่เคยอ่อนแสงลงเมื่อมองหญิงสาว กลับกลายเป็ความแข็งกร้าวและดุดัน
“พูดมา”
วินเปิดแฟ้มเอกสารรายงานด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง
“อาเธอร์ วาเลน เพิ่งลอบเข้าประเทศเมื่อคืนนี้ครับ ดูเหมือนเขาจะเริ่มเคลื่อนไหวเื่หุ้นของ Black Raven แล้ว”
มือของไคล์ที่กำลังลูบขอบแท็บเล็ตหยุดกระทันหัน... อาเธอร์ วาเลน อาแท้ๆ ที่มีศักดิ์เป็ศัตรูคู่อาฆาต ทั้งในกระดานธุรกิจและเื่ราวฝังใจในอดีต คนที่จ้องจะทำลายทุกอย่างที่ไคล์สร้างมา รวมถึง ‘จุดอ่อน’ เดียวที่เขามีในตอนนี้
ไคล์แค่นหัวเราะในลำคอ “กลับมาได้จังหวะพอดีสินะ...”
เขาปิดแท็บเล็ต ภาพของพิมพ์ดาวหายไปจากสายตา แต่ความมุ่งมั่นที่จะปกป้องเธอกลับพุ่งสูงขึ้นจนถึงขีดสุด เขาหันมาหาลูกน้องด้วยสายตาที่พร้อมจะทำลายทุกสิ่ง
“เพิ่มกำลังคุ้มกันที่เพนท์เฮาส์เป็สองเท่า และบอกคนของเรา... ถ้าเห็นเงาของพวกอาเธอร์ป้วนเปี้ยนใกล้เธอ ให้จัดการฝังมันซะ ไม่ต้องรอคำสั่งกู”
ไคล์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดสูทสีดำให้เข้าที่ ความนิ่งสงบก่อนพายุใหญ่จะมาถึงปกคลุมไปทั่วห้อง
“อาเธอร์คงลืมไปแล้วว่า... การเล่นกับ ‘ของรัก’ ของกู มันต้องจ่ายด้วยอะไร”
⸻
ตอนนั้นเอง พิมพ์ดาวตัดสินใจจะออกไปข้างนอก เธอยืนกรานว่าเธอต้องไปเอาเอกสารที่ออฟฟิศ
ขณะที่นั่งอยู่บนรถพิมพ์ดาวกำลังมองโทรศัพท์ โดยไม่รู้เลยว่ารถอีกสองคันกำลังตามมา ทันใดนั้น รถคันหนึ่งพุ่งมาขวางด้านหน้า จนคนขับต้องเหยียบเบรกทันที “เอี๊ยด!”
พิมพ์ดาวเงยหน้าขึ้นถาม “เกิดอะไรขึ้น”
แต่ยังไม่ทันได้คำตอบ ประตูรถก็ถูกเปิดออก ชายสองคนลากเธอลงจากรถ
“ปล่อยฉัน!” พิมพ์ดาวพยายามขัดขืน เธอเตะหนึ่งในนั้นเต็มแรง
ชายคนนั้นร้องลั่น “ผู้หญิงบ้า!”
เมื่อลงมาจากรถ เธอพบว่ามีคนเป็สิบล้อมเธอ และคนของไคล์ไว้ เพียงพริบตา ชายคนหนึ่งก็เอาผ้าสีดำสนิทเข้ามาปิดปากเธอ กลิ่นสารเคมีฉุนกึกก็พุ่งเข้าสู่โสตประสาทของเธอทันที
พิมพ์ดาวพยายามดิ้นรนสุดแรง สัญชาตญาณทนายความสั่งให้เธอจำหน้าพวกมันให้ได้ แต่สติของเธอกลับเริ่มพร่าเลือนอย่างรวดเร็ว จนเธอหมดสติไปในที่สุด
ร่างของเธอถูกเหวี่ยงขึ้นเบาะหลังรถคันที่มาขวางหน้า ประตูรถปิดกระแทกดัง "ปัง!" พร้อมกับเสียงล้อบดถนนออกตัวอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้คนขับรถ และบอดี้การ์ด ของไคล์นอนหมดสติอยู่ริมทาง
————
ตัดกลับมาที่ห้องทำงานของ Black Raven Logistics
ไคล์ขบกรามแน่น เขามองจุดสีแดงในหน้าจอติดตามพิกัดที่หยุดนิ่งอยู่กลางซอยเปลี่ยว ก่อนจะเริ่มเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงผิดปกติออกไปนอกเมือง
"นายครับ! สัญญาณชีพจรจากนาฬิกาที่คุณพิมพ์ดาวใส่... พุ่งสูงขึ้นผิดปกติครับ!" วินรายงานด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก
ไคล์ไม่รอคำอธิบาย เขาคว้าปืนพกคู่ใจเหน็บเอว แววตาที่เคยนิ่งสงบบัดนี้วาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างที่ขวางหน้า
"อาเธอร์... มึงกล้าเล่นสกปรกกับผู้หญิงของกู" เสียงของไคล์ต่ำพร่าและสั่นสะท้านด้วยความโกรธจัด
เขากระโจนขึ้นรถสปอร์ตคันที่แรงที่สุด เหยียบคันเร่งจนเครื่องยนต์คำรามลั่นไปทั่วลานจอดรถ
⸻
โกดังร้างริมแม่น้ำอบอวลไปด้วยกลิ่นสนิมและไอชื้นพิมพ์ดาวพยายามสะบัดศีรษะที่หนักอึ้งเพื่อไล่ความมึนงงจากยาสลบ ข้อมือทั้งสองข้างของเธอถูกมัดแน่นติดกับพนักเก้าอี้เหล็กที่เย็นเยียบ
เสียงฝีเท้าที่กังวานสม่ำเสมอดังใกล้เข้ามาจากเงามืด ก่อนที่บานประตูเหล็กจะเลื่อนเปิดออกช้าๆ ปรากฏร่างของชายหนุ่มใน ชุดสูทสีเทา ผมสีอ่อนของเขาถูกจัดทรงอย่างประณีต แต่ดวงตาคู่นั้นไร้แววอบอุ่น มันเย็นจัดจนน่าขนลุก
อาเธอร์ วาเลน หยุดยืนตรงหน้าเธอ เขาใช้สายตาสำรวจพิมพ์ดาวราวกับกำลังพิจารณาสินค้าล้ำค่า ก่อนจะยกยิ้มบางๆ ที่มุมปาก
“ในที่สุดก็ได้เจอตัวจริงสักที... พิมพ์ดาว”
พิมพ์ดาวพยายามข่มความกลัว จ้องมองชายแปลกหน้าที่ดูภูมิฐานแต่แฝงไปด้วยรังสีอำมหิต
“คุณเป็ใคร... จับฉันมาทำไม”
อาเธอร์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ “ผมคือคนที่ ‘แฟน’ ของคุณเกลียดที่สุด... และเป็คนที่เขากลัวที่สุดในโลกด้วย”
“เขาไม่ใช่แฟนฉัน!” พิมพ์ดาวโพล่งตอบทันทีอย่างไม่เสียเวลาคิด
อาเธอร์ยิ้มกว้างขึ้นจนเห็นฟัน “งั้นเหรอ... แปลว่าไคล์มันยังทำคะแนนไม่ถึงไหนสินะ”
เขาก้าวเข้ามาใกล้จนเงาของเขาโอบล้อมตัวเธอไว้ พลางโน้มใบหน้าลงมาจนพิมพ์ดาวััได้ถึงกลิ่นบุหรี่จางๆ
“แต่เขาคงชอบคุณมากนะ... มากขนาดที่ยอมเอาอาณาจักรหมื่นล้านมาเสี่ยงเพียงเพื่อจะซ่อนคุณไว้ใต้ปีกของมัน”
อาเธอร์เอื้อมมือมาเชยคางเธอขึ้นเบาๆ “รู้ไหมว่าทำไมคุณถึงถูกจับมาที่นี้? เพราะไคล์ไม่เคยมีจุดอ่อน... จนกระทั่งคุณปรากฏตัวขึ้นมาในชีวิตมันอีกครั้ง”
อาเธอร์หัวเราะในลำคอ เขาลากเก้าอี้ไม้มานั่งลงตรงหน้าเธอ ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบทำให้เธอเห็นความอำมหิตที่ฉายชัดในดวงตาคู่ที่ดูเหมือนไคล์อย่างน่าประหลาด
“คุณคิดว่าคุณช่วยชีวิตเขาในคืนนั้น... เพราะโชคชะตางั้นเหรอ?” อาเธอร์เอ่ยเสียงเรียบพลางควงมีดพกในมือเล่น
พิมพ์ดาวขมวดคิ้ว “ฉันแค่บังเอิญไปเจอเขา... เขาาเ็หนัก”
“บังเอิญ?” อาเธอร์ยิ้มหยัน
“ในโลกของ วาเลน ไม่มีคำว่าบังเอิญหรอกพิมพ์ดาว... คืนนั้นไคล์ถูกผมไล่ล่า เขาหนีหัวซุกหัวซุนเข้าไปในซอยนั้นเพื่อจะตายเพียงลำพัง”
เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้จนลมหายใจรดใบหน้าเธอ
“แต่สิ่งที่คุณไม่รู้คือ... คืนนั้นมีมือสไนเปอร์ของผมล้อมไว้หมดแล้ว แต่ไม่สามารถยิงได้ เพราะอะไรรู้ไหม? เพราะคุณยังไงหล่ะ”
พิมพ์ดาวชะงัก หัวใจเต้นรัว “คุณหมายความว่ายังไง”
“ไคล์ใช้คุณเป็ โล่กำบัง ฮ่าๆๆๆ” อาเธอร์หัวเราะร่าอย่างผู้ชนะ
“เขารู้ว่าถ้ามีใครสักคนอยู่ตรงนั้นกับเขา ผมจะไม่ทำอะไรแน่นอน เขาจงใจลากสังขารไปหาคุณเพื่อให้คุณช่วย... เขาไม่ได้รักคุณมาั้แ่สามปีก่อนหรอกพิมพ์ดาว เขาแค่ใช้คุณเป็เครื่องมือต่อลมหายใจให้ตัวเอง!”
คำพูดนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจ พิมพ์ดาวนิ่งอึ้ง ภาพชายแปลกหน้าผู้น่าสงสารในซอยมืดเริ่มบิดเบี้ยวไปตามคำบอกเล่าของอาเธอร์
“และตลอดสามปีที่เขาเฝ้ามองคุณ...” อาเธอร์กรีดปลายมีดลงบนโต๊ะไม้ข้างตัว
“ไม่ใช่เพราะความรักซึ้งกินใจอะไรนั่นหรอก แต่เพราะเขากำลังรอ... รอให้คุณเติบโตขึ้นเป็ทนายที่มีชื่อเสียง เพื่อที่จะดึงคุณกลับมาช่วยล้างมลทินให้ธุรกิจสีเทาของเขาต่างหาก”
“โกหก!” พิมพ์ดาวตวาดกลับ แม้ในใจจะเริ่มสับสน
“อย่าไปฟังมัน!” ไคล์ะโก้อง
เสียงของเขาสั่นสะท้านอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ไคล์ยืนกำหมัดแน่น ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธจัด และร่องรอยของความเ็ปที่ความลับถูกเปิดเผย
อาเธอร์ลุกขึ้นยืนพลางหันไปเผชิญหน้ากับหลานชาย “อ้าว... มาทันเวลาพอดีเลยนะเ้าหลานชาย บอกทนายคนสวยของแกไปสิ ว่าคืนนั้นแก ‘จงใจ’ ให้เธอเป็โล่กำบังให้แกหรือเปล่า?”
ไคล์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาที่มองพิมพ์ดาวเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดที่ท่วมท้น ซึ่งนั่นคือคำตอบที่ทำให้พิมพ์ดาวใจสลาย