“นั่นมัน… หมาป่าวายุ อสูรพชั้นยอด ระดับนักรบขั้นหก!”
เสียงผู้ชมดังขึ้นพร้ะลึงงัน
“มันทั้งเร็ว ทั้งดุ… ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหลี่เฉินเฟิงถึงเป็อัจฉริยะอันดับหนึ่ง!”
เมื่อพายุแห่งการอัญเชิญจางหาย เหล่าผู้ชมทั่วลานประลองต่างเบิกตากว้าง หัวใจเต้นระรัวจากพลังลมที่ยังคงพัดวูบวาบแม้หมาป่าวายุจะยืนนิ่งสงบอยู่กลางเวที
“แค่หมาป่าวายุตัวเดียวก็ข่มทุกคนได้แล้ว…”
“แต่เขาน่าจะมีสัตว์อสูรอีกตัวใช่ไหม?”
เสียงกระซิบดังขึ้นทั่วอัฒจันทร์ ขณะที่ทุกสายตาจับจ้องไปยังหลี่เฉินเฟิง รอคอยว่าเขาจะอัญเชิญอสูรตัวที่สองออกมาเมื่อใด
หลี่เหยียนที่ฝั่งตรงข้ามยืดหลังตรง กวาดตามองหมาป่าวายุอย่างระวัง พร้อมสัตว์อสูรทั้งสองขนาบข้าง เขาเองก็รู้ว่าหลี่เฉินเฟิงไม่ใช่คู่ต่อสู้ธรรมดา
แต่อีกฝ่ายเพียงยกมือขวาขึ้นเล็กน้อย ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉียบ:
“ตัวเดียวก็พอแล้ว”
บรรยากาศรอบสนามเงียบกริบ ก่อนที่เสียงฮือฮาจะปะทุขึ้นเหมือนะเิ
“เขาจะใช้แค่ตัวเดียวจริงๆ งั้นเหรอ?”
“ดูถูกหลี่เหยียนเกินไปแล้วหรือเปล่า…”
“หรือว่าเขามั่นใจขนาดนั้น?”
ผู้เฒ่าหลายคนบนแท่นสูงลอบมองสบตากัน บางคนขมวดคิ้ว บางคนกลับยิ้มบาง ๆ ด้วยความคาดหวัง
ขณะที่หลี่เหยียนเองก็เหงื่อซึมมือ พลันใจหวั่นไหวเล็กน้อย… เพราะเขาเองก็รู้ดีว่า บางครั้ง คนที่มั่นใจมากเกินไป อาจไม่ใช่คนโง่… แต่คือคนที่แข็งแกร่งจนไม่จำเป็ต้องระวังใคร
หมาป่าวายุ
เสียงสัญญาณเริ่มประลองดังขึ้น พร้อมเสียงเงียบงันที่กดดันทั่วทั้งลาน
“เริ่มได้!”
หลี่เหยียน ะโสั่งโดยไม่รีรอ เสียงของเขาดังฉาดกลางลาน
“เสือเขี้ยวฟ้า! พุ่งเข้าไปโจมตี! โลหะพิรุณ เสริมหลังให้แ่า!”
เสือเขี้ยวฟ้า คำรามลั่น กระโจนด้วยความเร็วปานสายฟ้า กรงเล็บเปล่งแสงฟ้าแหลมคม ปะปนสายฟ้ารอบกาย มันพุ่งตรงเข้าใส่หมาป่าวายุจากด้านหน้า ขณะเดียวกัน โลหะพิรุณ ซึ่งรูปร่างคล้ายเต่า ก็โถมร่างแยกมุม บุกเสริมโจมตีด้วยพลังธาตุน้ำทรงพลังจากด้านข้าง
กลยุทธ์บีบสองด้านเต็มไปด้วยความเฉียบคมและแม่นยำ
“หลี่เหยียนวางกลยุทธ์ดี! ใช้การบีบมุมปิดการเคลื่อนไหว!”
“แต่… จะได้ผลหรือเปล่านะ?”
กระนั้น… สิ่งที่เกิดขึ้นในเสี้ยวพริบตาต่อมาคือ สายลมหมุนวน
หมาป่าวายุ เคลื่อนไหวเบาเหมือนเงา วูบหนึ่งปรากฏหลังโลหะพิรุณ อีกวูบก็ยืนอยู่เหนือหัวเสือเขี้ยวฟ้า เสียงหอบหายใจหนักของสองอสูรดังขึ้นขณะพวกมันหันตามไม่ทัน
“วายุตัดฟ้า!”
เสียงหมาป่าคำราม ก่อนกงเล็บสีน้ำเงินฟาดใส่ด้านหลังโลหะพิรุณ ส่งมันกระเด็นทะลุกำแพงสนาม เสียงโลหะบดขยี้ดังก้อง
เสือเขี้ยวฟ้ารีบพลิกตัวหมายจะโต้กลับ แต่หมาป่าวายุหายวับขึ้นไปบนอากาศ แล้วร่วงลงราวสายฟ้าฟาด
โครม!
เสือเขี้ยวฟ้าหมอบลงแทบเท้า มองขึ้นด้วยดวงตาตื่นตระหนก ก่อนร่างจะสลบแน่นิ่ง
เพียงไม่ถึงสิบลมหายใจ… อสูรทั้งสองของหลี่เหยียนพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง
เสียงเงียบงันปกคลุมทั้งลาน ก่อนจะะเิเสียงฮือฮาขึ้นพร้อมกัน
“แค่ตัวเดียว… จัดการได้ทั้งสองตัวทั้งยังจัดการได้อย่างรวดเร็ว…”
“มันคือหมาป่าหรือสายลมที่มองไม่เห็นกันแน่?”
“นี่มันอสูรอะไรบ้าอะไรกันเนี่ยะ…”
หลี่เหยียน กำหมัดแน่น พยายามตั้งสติ แต่ก็ได้แค่ยืนนิ่งรับความพ่ายแพ้
เสียงผู้าุโดังขึ้น
“ผู้ชนะ: หลี่เฉินเฟิง! ผ่านเข้าสู่รอบถัดไป!”
หลายคนยังไม่อาจละสายตาจากเงาร่างของหมาป่าวายุที่เพิ่งหายไปในแสงอัญเชิญ ความเร็ว ท่วงท่า และพลังทำลายล้างในแต่ละสกิล ยังคงตราตรึงอยู่ในความคิดของเหล่าผู้ชม
แม้กระทั่งบรรดาผู้าุโที่นั่งบนแท่นสูงก็ยังพยักหน้าอย่างชื่นชม
“เด็กผู้นี้…ก้าวข้ามขีดจำกัดของระดับพลังไปแล้ว…”
“หากยังพัฒนาเช่นนี้ต่อไป ข้าเกรงว่าในอีกไม่กี่ปี เขาจะกลายเป็ผู้ท้าทายผู้นำตระกูลได้แน่นอน”
ในขณะที่เสียงในสนามยังคงสั่นะเืด้วยความตื่นเต้น เสียงของผู้าุโผู้นำการประลองก็ดังขึ้นอีกครั้ง สะกดความวุ่นวายรอบลานให้เงียบลงทันที
“ต่อไป—คู่ที่สาม ขึ้นลานได้!”
บรรยากาศพลันเปลี่ยนจากความตื่นเต้นมาเป็ความเงียบงันและจับจ้อง ทั้งเวทีเตรียมพร้อมอีกครั้ง… แต่หัวใจของผู้ชมหลายคนยังคงอยู่กับภาพของหมาป่าวายุ และชายหนุ่มที่ไม่จำเป็ต้องเรียกอสูรตัวที่สองเลยแม้แต่น้อย
คู่ที่ 3 ถึง คู่ที่ 15 ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว หลายคู่เป็การต่อสู้ที่สูสี บ้างก็จบในไม่กี่อึดใจ บ้างก็ลากยาวด้วยกลยุทธ์และไหวพริบของผู้ควบคุมอสูร
• คู่ที่ 4: หลี่หาน vs หลี่ชิงจื่อ
หลี่ชิงจื่อ พลิกเกมด้วยอสูรสายลมความเร็วสูง ชนะอย่างเฉียบคม
• คู่ที่ 6: หลี่ไป๋หลิง vs หลี่เซียน
หลี่เซียน เยาวชนจากสาขาย่อยของตระกูล แม้ไม่ได้มีพลังระดับสูงล้ำ แต่แสดงความเยือกเย็นและเชี่ยวชาญในการควบคุมอสูรสายวารีและ น้ำแข็งสองตัว สู้จนอีกฝ่ายหมดทางตอบโต้ คว้าชัยได้ด้วยฝีมือ
“เด็กคนนี้ หลี่เซียน… น่าจับตา”
• คู่ที่ 9: คู่ดุเดือดอีกคู่ หนึ่งในเยาวชนระดับรวมจิตขั้น 5 แพ้ให้กับคู่ต่อสู้ที่ต่ำกว่าหนึ่งขั้น แต่ใช้กลไกอสูรกับแผนที่แยบยล
• คู่ที่ 12: ต่อสู้ถึงขั้นทำลายเวทีส่วนหนึ่ง ผู้าุโต้องสั่งพักลานชั่วคราวซ่อมแซมก่อนดำเนินต่อ
• คู่ที่ 14: คู่หญิงที่สู้กันด้วยอสูรสายสนับสนุนและสายโจมตีเวท จบลงด้วยชัยชนะของผู้ใช้เวทน้ำแข็งที่แช่ศัตรูไว้กับพื้นลาน
“สุดท้าย เหลือเพียงหนึ่งคู่สุดท้ายของรอบแรก…”
ก่อนการแข่งขันคู่สุดท้ายจะเริ่มขึ้น—เวทีประลองที่ถูกซ่อมแซมอย่างรวดเร็วด้วยพลังิญญาจากผู้าุโ ยังคงอวลไปด้วยไอพลังจากการต่อสู้หลายสิบคู่ก่อนหน้า
ณ แท่นที่นั่งของผู้าุโจากตระกูลต่าง ๆ ซึ่งถูกเชิญให้เข้าร่วมงานในฐานะแขกผู้ทรงเกียรติ ชายชราผมขาวจากตระกูล “ซ่ง” เลื่อนสายตาลงมองสนามเบื้องล่างก่อนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นปนชื่นชม
“ดูเหมือนตระกูลหลี่ของเ้าจะมีรุ่นเยาว์ที่น่าจับตามองไม่น้อย… หลี่เฉินเฟิงนั่น ขนาดข้ายังต้องยอมรับในฝีมือ”
หัวหน้าตระกูลหลี่ ยิ้มบาง ๆ ด้วยท่าทีสงบนิ่ง พลางยกชาถ้วยเล็กขึ้นจิบ
“เฉินเฟิง เป็เด็กที่มีวินัยกับตนเองและฝึกหนักเสมอ ข้าก็แค่เปิดโอกาสให้เขาเติบโต…”
ผู้าุโหญิงจากตระกูล “กู่” กล่าวเสริมขึ้นด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์
“ไม่ใช่แค่เขาหรอกนะ… ข้าได้ยินว่าหลี่เซียนก็ค่อนข้างไม่ธรรมดา การควบคุมสองอสูรพร้อมกัน น้ำกับน้ำแข็งประสานกันได้อย่างลงตัว ยากที่ใครในวัยเดียวกันจะเทียบทัน”
อีกคนพยักหน้าเห็นด้วยทันที ก่อนสายตาจะเบนไปยังชายหนุ่มในชุดประลองสีเข้มที่กำลังเดินเข้าสู่ลานประลองอย่างเงียบงัน
“แต่ดูเหมือนตอนนี้…หลี่เวินหรงจะเป็ตัวเอกของฉากนี้เสียมากกว่า”
“รวมจิตขั้น 6 ทักษะการประสานกับอสูรแข็งแกร่ง แม้จะไม่หวือหวาเท่าหลี่เฉินเฟิง แต่ก็มั่นคงและเฉียบขาด”
“คู่ต่อสู้น่ะ? ข้าไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเขาจะต้านได้นานแค่ไหน…”
หัวหน้าตระกูลหลี่ยิ้มมุมปาก แต่ไม่พูดอะไร
เสียงระฆังเริ่มต้นการประลองดังขึ้นเบา ๆ
เวทีเงียบงันลงอีกครั้ง—ก่อนจะะเิไปด้วยเสียงเชียร์ทันทีเมื่อทั้งสองผู้เข้าแข่งขันก้าวเข้าสู่ลาน
“หลี่เวินหรง… คู่สุดท้ายของรอบแรก จะปิดฉากอย่างไร… พวกเราทุกคน…กำลังจับตามองอยู่”
เสียงผู้าุโดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมเรียกชื่อที่ทำให้สายตาหลายคู่จับจ้องทันที
“คู่ที่ 16—หลี่หยาง ปะทะ หลี่เวินหรง!”