เยว่ชิงพักฟื้นอยู่ในห้องชำระจิตของพุทธองค์จวบจนรุ่งสาง กายิญญาที่เ็ปจากพลังดาราดับทุเลาลง แสงทองจากกายวัชระนั้นช่วยได้มากพอสมควร ทว่าเยว่ชิงเองก็ต้องควบคุมมันไม่ให้กลืนกินจิตใจของเขาเพิ่มไปกว่านี้
ดวงตาสีชาลืมขึ้นมาก็พบพุทธองค์กำลังเข้าฌานสมาธิ เวลารุ่งสางเหมาะแก่การชำระจิต ใกล้ได้เวลาที่พุทธองค์ต้องไปที่หอสวดมนต์ เยว่ชิงยันกายของตนลุกขึ้นนั่ง เสียงกุกกักเล็กน้อยทำให้พุทธองค์นั้นลืมตาออกจากสมาธิ
“เยว่ชิง ดีขึ้นบ้างหรือยัง”
เขาเพียงพยักหน้าขึ้นลงตอบกลับไป พุทธองค์เห็นดังนั้นก็ลุกขึ้นจากที่นั่งและหยิบสังฆาฏิสีทองขึ้นพาดบ่า “อาตมาต้องไปหอสวดมนต์ เยว่ชิงอย่าเพิ่งออกจากห้องนี้”
“...”
“สถานการณ์ด้านนอกนั้นไม่ดีเอาเสียเลย มีผู้ที่ครองมนต์ดำเพิ่มมาอีกหนึ่ง อาตมาไม่อยากให้เยว่ชิงเอาตัวเข้าไปเสี่ยง”
เขาเงยหน้าสบตาสีอำพันของพุทธองค์หลี่จิ้งหยาง สิ่งที่พบเจอมาเมื่อคืนนั้นบอกได้ว่า พลังในกายของเยว่ชิงต้านคนผู้นั้นไม่ได้เลย ความเ็ปไปถึงแก่นิญญานั้นยังแจ่มชัดในความรู้สึก “เพราะแบบนี้ใช่ไหม? ท่านจึงไม่ปล่อยซื่ออิงออกมา”
“...”
“แล้วข้าน้อยแตกต่างอย่างไร? หากจิตนี้เป็ของซื่ออิง สักวันมันก็ต้องกลับคืนไป” เยว่ชิงเอ่ยถามเสียงเบา คล้ายรำพึงกับตัวเองเสียมากกว่า
“ตอนนั้นข้าน้อยเห็นพุทธองค์ปลิดชีพของข้าน้อย ทว่าตอนนี้นั้นมันกลับสั่นคลอนความเชื่อในใจ”
“อาตมาละวางทุกสิ่ง ตัดแล้วซึ่งอาวรณ์ทั้งปวง”
“...”
“สิ่งเดียวที่อาตมายังละวางไม่ได้ ทำเช่นไรก็ไม่อาจปล่อยวางได้ นั่นก็คือเื่ของเยว่ชิง”
“หา...”
ยามนี้พุทธองค์เอื้อนเอ่ยความเป็จริงในใจออกมา เยว่ชิงนั่งอึ้งไปชั่วขณะ เื่ของเขาสำคัญเพียงใดกันถึงทำให้พุทธองค์มิอาจละทิ้ง ทั้งที่ใจนั้นอยากหลุดพ้นจากทุกสิ่ง
“เคล็ดวิชานั้น...”
“มันเปรียบเป็คุกสำหรับอาตมา ใช้เหนี่ยวรั้งตัวของอาตมาให้ไปที่ใดไม่ได้” พุทธองค์เผยความจริงบางส่วนให้เยว่ชิงรู้ อย่างไรเขาก็ไม่อาจปิดบังเยว่ชิงไปได้ตลอดชีวิต
“ทำลายมันไม่ได้รึ?”
“เคล็ดวิชานี้อันตรายนัก เกิดจากการผสานมนต์ดำทั่วจักรวาล เมื่อใดที่ปลุกให้มันตื่นขึ้นมา ในโลกหล้านี้จะพบเพียงความพินาศย่อยยับ”
“...” เยว่ชิงไม่เคยสนใจเคล็ดวิชานี้มาก่อนเลย เขาสนเพียงความแค้นที่จะต้องสะสาง แต่จิตใต้สำนึกในส่วนดีนั้นกลับไม่ยอมให้เยว่ชิงสมดังหวัง
พุทธองค์หลี่จิ้งหยางไม่เปิดโอกาสให้เยว่ชิงถามสิ่งใดอีก เขารีบออกจากห้องตรงไปยังหอสวดมนต์ ก่อนไปก็ยังไม่ลืมสร้างอาคมคุ้มภัย เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใดเข้ามาทำร้ายเยว่ชิง
“จื่อหลิง!”
เ้าของชื่อลืมตาขึ้นมาในทันที เขานอนอยู่ในห้องนี้เป็วันแล้ว ขยับตัวไปไหนก็ยากลำบาก น้ำสักหยดก็ไม่ได้ดื่ม ครั้งสุดท้ายนั้นจำได้เพียงว่าทะเลาะกับเยว่ชิง
“เยว่ชิง... เยว่ชิง!!”
ไร้เสียงตอบรับจากสหาย เยว่ชิงโกรธมากจนไม่อยากเป็สหายกับเขาอีกแล้ว ตอนนี้จื่อหลิงเหลือตัวคนเดียว วิหารระฟ้าเองก็คงไม่้าคนบาปเช่นเขา
“จื่อหลิงหนอจื่อหลิง!”
“ค...ใคร! เ้าเป็ใครกัน โผล่หัวออกมาเดี๋ยวนี้” จื่อหลิงยันกายลุกขึ้นจากที่นอน พลังในกายเขาบางส่วนเป็ของเยว่ชิง แว่วเสียงคนที่กำลังหลอกหลอนเขาเป็ผู้ใดกัน
“ต้องขอบคุณเยว่ชิง ที่ทำให้ข้าพอติดต่อกับเ้าได้บ้าง”
“เ้าเป็ใคร!!”
“ข้าหรือ? เรียกได้ว่าเป็ผู้มีพระคุณของเยว่ชิงก็แล้วกัน เ้านั่นเกิดมาได้ก็เพราะข้า”
“หะ?”
จื่อหลิงคิดว่าตนเองได้ยินไม่ผิดเพี้ยน คนผู้นี้มีพลังััคล้ายกับเยว่ชิง จิตก็ดูแข็งแกร่งไม่น้อยที่สามารถติดต่อสื่อสารกับเขาได้ “เ้าปราดเปรื่องนักจื่อหลิง เืมารในตัวเ้าข้นกว่าพี่ชายเสียอีก”
“...!”
“ใมากไหมที่ข้าล่วงรู้ทุกอย่างที่เป็เ้า มนุษย์จำแลงอย่างเ้าปกปิดหลบซ่อนมาตลอด เ้าเกือบปางตายเพราะทรยศพี่ชาย”
“พะ พูดบ้าบออะไรของเ้า!”
เขามองซ้ายขวาอย่างคนหวาดระแวง จิตนี้ล่วงรู้ไปเสียทุกเื่ที่จื่อหลิงปิดบัง มนุษย์ไม่อาจมองเห็นิญญา มนุษย์ไม่อาจอยู่ร่วมกับมนต์ดำได้ เยว่ชิงไม่เคยระแคะระคายในเื่พวกนี้ มันจึงกลายเป็ความลับที่จื่อหลิงต้องเก็บเอาไว้
“เอาเป็ว่าหากเ้าอยากช่วยเยว่ชิง ก็ต้องฟังข้าพูดให้ดี”
“เยว่ชิง.. เยว่ชิงเป็อะไร!”
“เพราะช่วยเ้าที่ทรยศหักหลัง เยว่ชิงเลยต้องรับโทษทัณฑ์สาหัสแทนเ้า ความหวังของเยว่ชิงนั้นล้วนอยู่กับเ้าแล้วจื่อหลิง สิ่งที่ช่วยเยว่ชิงได้ก็คือเคล็ดวิชาที่ซ่อนอยู่ในวิหารระฟ้า”
มือของจื่อหลิงสั่นเทาเมื่อได้ฟังจบ เคล็ดวิชานั้นเขาเฝ้าตามหาตลอดเวลาที่อยู่ในวิหารระฟ้า ไม่พบแม้เพียงเสี้ยวของมัน เขายังเคยหวังว่าเยว่ชิงนั้นอาจล่วงรู้ที่ซ่อน ทว่าก็ต้องพบกับความผิดหวังเมื่อพุทธองค์นั้นลบล้างความทรงจำของเยว่ชิงทั้งหมด
“เคล็ดวิชาอันใดกัน?”
“อย่างเ้าไม่รู้ โลกใบนี้ก็คงไม่มีผู้ใดรู้แล้วจื่อหลิง ความปราดเปรื่องของเ้ากลายเป็เครื่องมือของเว่ยหนาน เ้าเป็มารไฉนจึงทำตัวเยี่ยงพวกขี้แพ้ข้างถนน”
“หุบปาก!!!”
“พี่ชายของเ้าคงไม่ปล่อยเอาไว้แน่ และเมื่อเป็อย่างนั้นเ้าก็รอพบเยว่ชิงที่ยมโลกก็แล้วกัน”
“เดี๋ยวสิ!!”
มีเพียงความเงียบเข้ามาแทนที่ จื่อหลิงกำมือสะกดความแค้นที่อยู่ในใจ เยว่ชิงต้องรับบาปที่ตนไม่ได้ก่อ ตัวเขาเองก็เกือบปางตายกับสิ่งที่ทำลงไป สิ่งไหนก็ตามที่ขัดกับความเลวร้ายนั้น ล้วนเป็ศัตรูกับเผ่ามารทั้งสิ้น
เขาจะเข้าไปในวิหารระฟ้าอีกได้อย่างไร! เขาช่วยเยว่ชิงให้กลับคืนมาอีกได้อย่างไร!
ภายในห้องชำระจิตนั้นช่วยให้การสงบใจของเยว่ชิงดีมากขึ้น พลันเขาก็นึกเป็ห่วงจื่อหลิงขึ้นมา เ้าโง่นั่นเจ็บหนักลุกนั่งเองไม่ได้ด้วยซ้ำ าแตามร่างกายก็ยังมีคนต้องคอยดูแล อีกอย่างเว่ยหนานก็คงไม่ยอมแพ้ที่จะตามตัวจื่อหลิง
เยว่ชิงยังเชื่อมั่นว่าจื่อหลิงกลับตัวได้ ภายในจิตของจื่อหลิงนั้นยึดมั่นคุณธรรมมาโดยตลอด
ดูเหมือนว่าความคิดของเยว่ชิงกับพุทธองค์หลี่จิ้งหยางจะเป็ไปในทางเดียวกัน นั่นก็คือมองว่าคนผู้หนึ่งสามารถกลับตัวกลับใจเป็คนดี แม้มีโอกาสเพียงน้อยนิดที่จะมอบให้ก็จะไม่ลังเล
ในยุทธภพต่างก็ตามหาเคล็ดวิชานพเคราะห์เจ็ดดาราอย่างบ้าคลั่ง เวลานี้วิหารระฟ้าคือเป้าหมายที่พร้อมถูกจู่โจมได้ทุกเมื่อ เยว่ชิงเก็บความรู้สึกส่วนตัวยัดลงไปให้ลึกใต้ก้นบึ้งของจิตใจ เขาจำต้องปกป้องโลกใบนี้ไปพร้อมกับพุทธองค์หลี่จิ้งหยาง
สิ่งที่น่ากังวลกว่านั้นคือเยว่ชิงอาจต้องกลายเป็หนึ่งเดียวกับซื่ออิง ยิ่งตอนนี้พลังดาราดับตอบสนองกับชายผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็คนรักของไป๋ซื่ออิง เยว่ชิงก็ยิ่งต้องระวังเป็เท่าตัว
เสียงฝีเท้าจากด้านนอกพร้อมกับประตูห้องที่เปิดออก เป็พุทธองค์หลี่จิ้งหยางที่สวดมนต์เสร็จพอดี ใน่ประมาณนี้เป็เวลาที่พุทธองค์ต้องเข้าห้องตำราเพื่อศึกษาพระคัมภีร์
สีหน้าของเยว่ชิงดูดีกว่าเมื่อคืนมาก
“ข้าน้อยรู้สึกกลับมาเป็ปกติแล้ว” เยว่ชิงตอบกลับไป สายตาของเยว่ชิงที่ดูเหมือนจะมีคำถามเพิ่มนั้น มองปราดเดียวพุทธองค์ก็รับรู้ได้ในทันที
“จื่อหลิงไม่ได้มาสวดมนต์ อาตมาให้ศิษย์ไปตามที่เรือนเล็กก็ไม่พบตัวของเขา”
“หา!”
“เว่ยหนานบุกมาถึงวิหารระฟ้า เพียงเพราะอยากได้ตัวของจื่อหลิงกลับไปที่เผ่ามาร” เยว่ชิงต้องอ้าปากค้างอีกกี่รอบกัน พุทธองค์มองทุกเื่ได้เฉียบขาด ไม่มีสิ่งใดจะหลบเลี่ยงไปจากสายตาของสมณะแห่งวิหารระฟ้าได้
“ทะ ท่านรู้!”
เขาเพียงแค่มองกลับมาด้วยสายตาเรียบเฉย หย่อนกายนั่งข้างเยว่ชิงที่อยู่บนเตียงนอน “จื่อหลิงเป็น้องชายของเว่ยหนาน เขาก็คือมาร อาตมาเห็นความเพียรในการทำดีของเขา จึงไม่เคยเอ่ยเื่ตัวตนของเขากับผู้ใด”
“ความแค้นของเผ่ามารที่มีต่ออาตมานั้น เกรงว่าคงยากที่จะดับไฟในใจนั้นลงได้”
สดับเพียรหมื่นภพชาติ