“นายว่ายังไงนะ…” เสียงทุ้มต่ำหลุดจากปากหนิงเส้าเฉินตวัดสายตาแหลมคมมาทางหลิวซวี่
ทำท่าเป็เชิงให้หุบปากก่อนที่หลิวซวี่จะลุกเดินไปหน้าประตูคิดไม่ตกจริงๆ ว่าผู้หญิงชอบผู้ชายแบบนี้ไปได้ยังไงกัน? ไม่โรแมนติกเลยสักนิด
ใกล้เวลามื้อเย็นหนิงเสี่ยวซีอ้างว่าไม่สบายไม่อยากลงไปทานอาหารร่วมกันทำให้เสิ่นเป้ยอีจำต้องยกถาดอาหารขึ้นมาชั้นบนแทน เห็นเขากินมูมมามไม่เหลือสภาพ เสิ่นเป้ยอีก็เข้าใจทันที“กินช้าๆ หน่อย ไม่มีใครแย่งกับเธอหรอก”ความรู้สึกบ่งบอกว่าเด็กคนนี้ไม่ชอบเกาเหวินมากจริงๆ
เดิมทีบอกว่าวันที่สองจะล่องเรือบนทะเลแต่เวลาสามทุ่มกว่าหนิงเส้าเฉินกลับได้รับโทรศัพท์ให้รีบกลับไปด่วน
เสียงอึกทึกในร้านคลับบาร์ยังสามารถดังเล็ดลอดออกมาได้แม้มีบานประตูที่ทำด้วยวัสดุกันเสียงอย่างดิบดีก็ตาม
ในห้อง VIP
นิ้วเรียวยาวของหนิงเส้าเฉินหมุนแก้วน้ำเมาไปเรื่อยๆจนของเหลวสีแดงในนั้นโคลงเคลงไปตามจังหวะ
“พาเข้ามา”
พอสิ้นเสียงประตูก็ถูกเปิดออกตามด้วยผู้หญิงคนหนึ่งถูกผลักเข้ามา
องค์ประกอบใบหน้าเด่นชัดและภาพลักษณ์ที่ดูสดใสช่างไม่เข้ากับสถานที่แบบนี้เอาเสียเลยทว่าใครที่มานี่ย่อมรู้ดีว่านี่เป็เพียงเกราะภายนอกของเธอ
“เธอพูดใหม่อีกทีอย่างที่พูดเมื่อกี้สิ” หานยิงอู๋พยักพเยิดปลายคางไปทางหนิงเส้าเฉิน
หนิงเส้าเฉินยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มทีเดียว “ถ้าโกหกแม้แต่คำเดียวก็ระวังลิ้นเธอให้ดี” เขาพูดด้วยท่าทางสบายๆแต่คนในนี้ต่างรู้ดีว่าในสายตาของหนิงเส้าเฉินมีแต่อยากหรือไม่อยากทำเื่แบบนี้ไม่ใช่ว่ากล้าหรือไม่กล้า
หญิงสาวงอเข่าคุกพื้น “ตอนนั้นพวกเขาบังคับฉันพวกเขาสั่งให้ฉันวางยาคุณ แล้วก็…ให้เอาสเปิร์มของคุณมา”
“ใคร?”
“คุณ…คุณพ่อของคุณ…” หญิงสาวสั่นระริกไม่กล้าปิดบังความจริงแม้แต่น้อยเธอเกลียดตัวเองที่ดื่มจนเมาแล้วปากพล่อย
“จากนั้นล่ะ? แล้วผู้หญิงคนนั้นคือใคร?”
“ฉันไม่รู้ ฉันไม่รู้จริงๆ ฉัน ฉันแค่ อยากท้องเอง…ตะ แต่คุณพ่อของคุณไม่สนใจฉัน ก็เลยให้เงินฉันก้อนหนึ่งให้ออกไปอยู่ต่างประเทศ ฉัน…ใช้มันจนหมดแล้ว่นี้ก็เลยแอบกลับมาเมือง C ฉัน…”
“เอาตัวเธอไป ฉันไม่อยากเห็นเธออีกตลอดชีวิต” หนิงเส้าเฉินพูดขัดเธอด้วยท่าทีรำคาญ
“ท่านหนิง ไว้ชีวิตฉันเถอะ ฉันสัญญาว่าฉันจะไม่พูดออกไป” หญิงสาวดึงขากางเกงเขาไว้เบาๆดวงตาปริ่มด้วยน้ำใสมองหนิงเส้าเฉินอย่างน่าสงสาร
เสียดาย…
“เอาออกไป” เขาพูดเสียงกร้าวในใจกลับรู้สึกโล่งอกไปทีที่อย่างน้อยมารดาของลูกชายเขาไม่ใช่คนแบบนี้
หลิวซวี่นั่งอยู่ข้างเขาพลางจัดแก้วเปล่าบนโต๊ะไปมาสักพักก็ตบหลังเขาเบาๆ “พ่อนายคงไม่ใจร้ายกับนายหรอก นี่แม่แท้ๆของหนิงเสี่ยวซีเลยนะ เขาคงไม่หาใครมาเป็ง่ายๆ หรอกอีกอย่างนายลองดูหน้าตาลูกของนายสิ ฉันว่าแม่ของเขาก็หน้าตาไม่แย่”
ไม่มีเสียงตอบรับ หนิงเส้าเฉินเงียบ เขาไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมบิดาต้องทำเช่นนี้ เขายังอายุน้อยแท้ๆหากอยากมีลูกก็ขึ้นอยู่กับเวลาทั้งนั้น ทำไมถึงต้องใช้วิธีนี้เพื่อให้เขามีลูกกัน
“จะให้ฉันว่า คนที่น่าสงสารก็คือเกาเหวิน อยู่ดีๆก็กลายเป็แม่เลี้ยงให้คนอื่นซะได้ นายต้องทำดีกับเธอให้มากๆ นะ” หนิงเส้าเฉินถลึงตาใส่เขาแวบหนึ่ง
นึกถึงเกาเหวินเขาก็ยกขวดเหล้าขึ้นมาแล้วยกดื่มจนหมดขวดเขาติดหนี้บุญคุณเธอมาตลอดั้แ่เล็กจนโต
ปลดกระดุมแขนเสื้อออกแล้วพับขึ้น จากนั้นก็หยิบเสื้อนอกมา เอ่ยสั่งหลิวซวี่“เพราะฉะนั้น งานหมั้นต้นเดือนหน้า นายต้องละเอียดหน่อยนะ”
หลิวซวี่กลอกตาใส่หนิงเส้าเฉินที่เดินไปถึงหน้าประตูนี่ไม่ใช่เขาหมั้นสักหน่อย เขาไม่ใช่คนที่มีความผิดต่อใครทำไมเขาต้องมาเครียดกับเื่นี้ด้วย?
เมื่อหนิงเส้าเฉินกลับถึงบ้านยังเห็นไฟในห้องหนิงเสี่ยวซีเปิดสว่างอยู่จึงเหลือบมองเวลาบนนาฬิกาข้อมือแวบหนึ่งเวลาใกล้ตีหนึ่งที่ถ้าเป็ปกติก็เข้านอนไปนานแล้วคิดอย่างนั้นก็ผลักประตูเข้าไปข้างในก่อนที่จะเห็นผู้ใหญ่หนึ่งเด็กหนึ่งบนเตียง
ั้แ่มารดาของเสิ่นเป้ยอีล้มป่วยเธอก็ตื่นนอนง่ายขึ้นแค่ได้ยินเสียงเปิดประตูเธอก็ตื่นเสียแล้ว เพียงแค่ยังสะลึมสะลือปรับตัวไม่ทันจนได้ยินเสียงฝีเท้ามาใกล้เธอถึงยันตัวลุกขึ้นนั่ง
หนิงเส้าเฉินยืนใกล้ๆ หัวเตียงด้วยใบหน้าถมึงทึงจดจ้องเธอ
“ฉันคุยเล่นกับเขาสักพักจนง่วงเลยเผลอหลับไป คุณ…คุณชายกลับมาแล้วเหรอ?”
ว่าจบก็กระชับผ้าห่มให้หนิงเสี่ยวซีจากนั้นก็ก้มหน้าให้หนิงเส้าเฉิน “คุณชายฉันกลับห้องก่อนล่ะ!”
เดินสวนไหล่ไปโดยมีกลิ่นหอมจางๆ เตะจมูกหนิงเส้าเฉินลอบกลืนน้ำลายเพราะรู้สึกลำคอแห้งผาก
“ไปต้มบะหมี่ให้ฉันถ้วยหนึ่ง!” เพราะไม่ค่อยได้ทานอะไรมาแถมยังดื่มเหล้ามาหนักขนาดนี้ถึงได้รู้สึกไม่สบายกระเพาะ
เธอเผลอชะงักกับคำสั่งที่ไม่สมเหตุสมผลของหนิงเส้าเฉินเธอมาที่นี่เพื่อดูหนิงเสี่ยวซีก่อนหน้าที่เริ่มงานก็บอกชัดเจนแล้วว่าเธอมีหน้าที่ดูแลชีวิตประจำวันของหนิงเสี่ยวซีเท่านั้นตอนนี้กลับต้องมาต้มบะหมี่ให้คุณชายคนนี้ เธอคงปฏิเสธได้สินะ?
ในเมื่อกลางคืนดึกดื่นชายหญิงอยู่กันตามลำพัง โอเคแม้เธอจะรู้ดีถึงสถานการณ์ของตัวเองที่หนิงเส้าเฉินไม่มีทางคิดเกินเลยกับเธอเด็ดขาดแต่เธอไม่อยากมีปฏิสัมพันธ์กับเขามากนัก
เขาดูถูกเธอ
เธอเองก็ไม่อยากหลงรักเขา!
“บะหมี่หนึ่งถ้วยหนึ่งพัน”
เสิ่นเป้ยอีโพล่งออกไปทั้งที่ก้มหน้าด้วยใจที่รู้สึกแย่เหลือเกินเงินช่างเป็สิ่งที่ดีจริงๆเมื่อครั้นที่มารดาป่วยหนักหากไม่ใช่เพราะไม่มีเงินเธอคง…
หนิงเส้าเฉินค่อนข้างไม่สบอารมณ์กับท่าทางลังเลของเธอ
ผู้หญิงคนนี้มาที่นี่ก็เกือบจะครบครึ่งเดือนแล้ว แต่พอเห็นเขากลับยังมีท่าทีเฉยๆอยู่เสมอ? นี่ทำให้เขาค่อนข้างไม่คุ้นชิน ในเมื่อเป็บุคคลที่มักเป็ที่ศูนย์กลางผู้คนมาโดยตลอด
“ค่ะ คุณชาย!” แม้เธอจะง่วงมากแล้วก็ตามและไม่ค่อยสนใจเื่เงินสักเท่าไรแต่ในเมื่อหลังจากมารดาเสียไปตัวเธอคนเดียวก็มีข้าวกินมีเสื้อนุ่งห่มแค่นี้ก็เพียงพอสำหรับเธอแล้ว เธอไม่้าสิ่งใดอีก
อีกอย่างตระกูลหนิงให้เงินเดือนที่ไม่น้อยแก่เธอเลยแต่เธอไม่อยากเป็ปรปักษ์กับเขานัก ในเมื่อขอแค่ประโยคเดียวจากเขาก็สามารถตัดสินได้ว่าเธอมีสิทธิ์จะอยู่ดูแลหนิงเสี่ยวซีต่อหรือไม่
ในตู้เย็นมีผักสดหลายชนิดรวมถึงประเภทเนื้อพักอาศัยอยู่บ้านตระกูลหนิงมาก็สักพักแล้วและเธอรู้ว่าหนิงเส้าเฉินทานอาหารรสจืดนึกถึงกลิ่นเหล้าที่โชยจากตัวเขาแล้วนั้นเธอจึงตัดสินใจใช้หอยนางรมต้มบะหมี่ทะเลให้เขา
รอต้มบะหมี่เสร็จแล้วยกมาวางไว้ที่โต๊ะอีกทีก็เห็นหนิงเส้าเฉินเดินลงจากชั้นบนพอดีเขาสวมชุดนอนยาวสีน้ำเงินอมเขียวขับให้เห็นรูปร่างสูงโปร่ง ตรงคอเปิดอ้าให้เห็นผิวสีน้ำผึ้งเล็กน้อยเขาได้รับผลจาก์มาดีโดยแท้ ช่างสมบูรณ์แบบจริงๆ
พอเห็นเขาเงยหน้า เสิ่นเป้ยอีก็รีบถอนสายตาอยากจะแกะปมผ้ากันเปื้อนที่ผูกไว้ด้านหลังแต่กลับเผลอกระตุกใส่หนังยางที่เริ่มหลวมเพราะนอนทับมาสักพักจนผมยาวสลวยแผ่สยายออกมาจนปรกอยู่ข้างแก้มแสงไฟสีนวลตกกระทบบนใบหน้าเธอพอดี พอมองดีๆ กลับรู้สึกว่าเธอในตอนนี้ดูแตกต่างจากวันปกตินัก
เธอเผลอหลุดเสียงใออกมาและหมายจะรีบหนีเข้าห้องก่อนที่หนิงเส้าเฉินจะเห็นเข้าแต่สายตาจากคุณชายใหญ่คนนี้ได้บอกให้เธอรู้ว่ามันสายไปแล้ว…
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/63f395e636c33abad663f9e74093f24d
******เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณแม่ผู้ลึกลับที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณแม่ผู้ลึกลับ #readAwriteด้วยน้า