เสียงไซเรนหวีดหวิวบาดแก้วหู ปะปนกับเสียงยางเสียดสีถนนดังเอี๊ยดอ๊าด สองเท้าของ หลี่เหมย นักสืบสาวผู้คลี่คลายคดีซับซ้อนมานับไม่ถ้วน เร่งฝีเท้าไล่กวดชายฉกรรจ์ร่างั์ที่เพิ่งก่อคดีปล้นฆ่ากลางกรุงโซล ท่ามกลางสายฝนพรำยามค่ำคืน ร่างสูงโปร่งของหลี่เหมยไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆ สัญชาตญาณนักสืบของเธอบอกว่าคนร้ายรายนี้จะต้องถูกจับกุมให้ได้
"หยุดนะ! อย่าฝืนเลย นายไปไม่รอดหรอก!" เธอะโก้อง พลางกระชับปืนในมือแน่น แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยอะดรีนาลีน แต่จิตใจของเธอกลับสงบนิ่งดุจผืนน้ำในยามปกติ นั่นคือสิ่งที่ทำให้หลี่เหมยแตกต่างจากตำรวจคนอื่นๆ เธอสามารถควบคุมอารมณ์และสติได้ดีเยี่ยมในสถานการณ์วิกฤติ
คนร้ายหันขวับ ดวงตาฉายแววบ้าคลั่ง ในมือถือมีดเปื้อนเืที่เพิ่งใช้สังหารเหยื่อ ก่อนจะพุ่งเข้าใส่หลี่เหมยอย่างไม่คิดชีวิต เธอเบี่ยงตัวหลบคมมีดได้อย่างเฉียดฉิว ทว่าจังหวะที่เสียหลักนั้นเอง รถตู้สีดำคันหนึ่งที่แล่นมาด้วยความเร็วสูงจากอีกฟากของถนนก็พุ่งเข้าชนร่างของเธออย่างจัง ร่างของหลี่เหมยกระเด็นลอยละลิ่วราวเศษใบไม้ในพายุ ก่อนจะร่วงหล่นสู่พื้นถนนแอ่งน้ำอย่างแรง สติของเธอดับวูบไปพร้อมกับความมืดมิดที่กลืนกินทุกสิ่ง
...
ความรู้สึกแรกที่กลับมาคือความเย็นะเืจับขั้วหัวใจ หลี่เหมยกระพริบตาถี่ๆ พยายามปรับโฟกัส ภาพแรกที่เห็นคือเพดานไม้แกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง มีลวดลายัเหินและเมฆมงคลสีทองอร่ามตา แสงสลัวๆ จากโคมไฟโบราณที่ตั้งอยู่มุมห้องทำให้เธอมองเห็นทุกอย่างได้อย่างชัดเจนผิดปกติ
"ฉันอยู่ที่ไหน?" เธอพึมพำเสียงแหบพร่า พยายามขยับตัวแต่กลับรู้สึกปวดร้าวไปทั่วสรรพางค์กาย
ภาพสุดท้ายก่อนหมดสติคือถนนที่เปียกปอนในกรุงโซล เสียงไซเรน และคมมีด แต่ตอนนี้...เธออยู่ที่ไหนกันแน่? ห้องนี้ไม่คุ้นตาเลยแม้แต่น้อย ไม่มีแม้แต่เงาของอุปกรณ์การแพทย์อันทันสมัย มีเพียงเตียงไม้ขนาดใหญ่ปูด้วยผ้าแพรเนื้อดีสีขาวนวล และม่านโปร่งบางสีฟาง
หญิงสาวชุดเขียวอ่อนคนหนึ่งที่นั่งฟุบอยู่ข้างเตียงสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียง เธอเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำราวกับเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ใบหน้าสะสวยนั้นฉายแววกังวลและโล่งใจสลับกัน
"คุณหนู! คุณหนูฟื้นแล้วหรือเ้าคะ! บ่าวดีใจเหลือเกิน!" นางโผเข้ามาจับมือหลี่เหมยไว้แน่น น้ำตาแห่งความยินดีรื้นขึ้นมาอีกครั้ง
หลี่เหมยกระพริบตาปริบๆ คุณหนู? บ่าว? คำพูดและการแต่งกายของหญิงสาวตรงหน้าทำให้เธอสับสนหนักขึ้นไปอีก ชุดกระโปรงยาวกรอมเท้าสีเขียวอ่อน ผมเกล้าขึ้นประดับปิ่นไม้แกะสลัก ทุกอย่างดูเหมือนหลุดออกมาจากซีรีส์ประวัติศาสตร์จีนที่เธอเคยดู
"นี่...คุณเป็ใคร? แล้วฉัน...ฉันอยู่ที่ไหน?" หลี่เหมยพยายามลุกขึ้นนั่ง แต่ความปวดร้าวทำให้เธอต้องนิ่วหน้า
หญิงสาวรับใช้ทำหน้าใระคนงุนงง "คุณหนูเป็อะไรไปหรือเ้าคะ? บ่าวคือ เสี่ยวชิว เป็สาวใช้ประจำตัวของคุณหนูมาแต่เล็กแต่น้อย คุณหนูจำบ่าวไม่ได้หรือเ้าคะ? นี่คือจวนของเสนาบดีใหญ่หลี่ ท่านพ่อของท่านเองเ้าค่ะ!"
เสนาบดีใหญ่หลี่? เธอเป็ธิดาเสนาบดี? หัวใจของหลี่เหมยหล่นวูบ เธอพยายามดึงสติกลับคืนมา นักสืบอย่างเธอต้องไม่เชื่ออะไรง่ายๆ เธอพยายามใช้ทักษะการสังเกตเพื่อรวบรวมข้อมูล รอบห้องเต็มไปด้วยเครื่องเรือนไม้โบราณที่แกะสลักอย่างประณีต ไม่มีร่องรอยของไฟฟ้า หรือเทคโนโลยีใดๆ ที่บ่งบอกว่าเป็ยุคปัจจุบัน กลิ่นหอมจางๆ ของเครื่องหอมจีนโบราณอบอวลไปทั่ว
"ฉันชื่ออะไร...ตอนนี้ปีอะไร?" หลี่เหมยถามเสียงเรียบ พยายามจับสังเกตปฏิกิริยาของเสี่ยวชิว
เสี่ยวชิวเอียงคอเล็กน้อยอย่างไม่เข้าใจ "คุณหนูเพิ่งฟื้นไข้ อาจจะยังมึนงงนะเ้าคะ คุณหนูคือ หลี่เหม่ย นามรอง เหม่ยหลิง ธิดาคนเดียวของท่านเสนาบดีใหญ่หลี่เ้าค่ะ ส่วนปีนี้คือปีที่สิบสองแห่งรัชศกิฮวนขององค์จักรพรรดิหลิวเจิ้นพะยะค่ะ!"
หลี่เหม่ย...นามเดียวกับเธอในโลกปัจจุบัน รัชศกิฮวน...ราชวงศ์ฮั่น! ไม่ผิดแน่! นี่ไม่ใช่ความฝัน ไม่ใช่ฉากในภาพยนตร์ แต่เธอกำลังทะลุมิติมายังอีกยุคหนึ่ง! ความเป็นักสืบในตัวเธอร้องเตือนให้เธอสงบสติอารมณ์และประเมินสถานการณ์
"เสี่ยวชิว...ไปเอาน้ำมาให้ฉันหน่อย" หลี่เหมยสั่งเสียงนิ่ง พยายามควบคุมความตื่นตระหนกที่กำลังถาโถมเข้ามาในใจ
เมื่อเสี่ยวชิวออกไปจากห้อง หลี่เหมยก็รีบสำรวจร่างกายตัวเอง ร่างกายนี้บอบบางกว่าที่เธอเคยเป็ เส้นผมดำขลับยาวสลวยจรดบั้นเอว ผิวขาวผ่องราวหยก ผมเผ้าที่รวบไว้ด้านข้างบ่งบอกว่าเป็ผมของผู้หญิงที่ได้รับการดูแลอย่างดี เธอพยายามลุกขึ้นยืน ช้าๆ ก้าวเดินอย่างระมัดระวังไปที่กระจกสำริดบานใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง ภาพที่สะท้อนกลับมาคือใบหน้าสะสวยหมดจด ดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น ริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อ นี่คือใบหน้าที่งดงามราวภาพวาด ซึ่งแตกต่างจากใบหน้าของเธอในยุคปัจจุบันลิบลับ
เธอถอนหายใจยาว “นี่มันเื่บ้าอะไรกันเนี่ย!”
ขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ก้าวเข้ามาใกล้ประตู ก่อนที่บานประตูจะเลื่อนเปิดออก ชายชราร่างสูงสง่าในชุดขุนนางสีเข้ม ใบหน้าเปื้อนริ้วรอยแห่งความกังวลเดินเข้ามาในห้อง ดวงตาฉายแววโล่งใจเมื่อเห็นเธอนั่งอยู่
"เหม่ยหลิง! ลูกฟื้นแล้วจริงๆ หรือ! พ่อเป็ห่วงเ้าแทบแย่!" เขาเดินเข้ามาจับมือเธอไว้แน่น น้ำตาคลอเบ้า "เ้าป่วยหนักมาหลายวัน พ่อคิดว่าจะไม่ได้เห็นหน้าเ้าอีกแล้ว"
หลี่เหมยจ้องมองใบหน้าของชายชราตรงหน้า นี่คือเสนาบดีใหญ่หลี่ บิดาของร่างนี้ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างผุดขึ้นในใจ คล้ายกับความผูกพันที่ไม่ได้เกิดจากการรู้จักส่วนตัว แต่เป็ความรู้สึกของร่างที่เธอเข้ามาอาศัยอยู่
"ท่านพ่อ..." เธอเรียกออกไปอย่างติดขัด
เสนาบดีใหญ่หลี่ลูบศีรษะเธออย่างอ่อนโยน "ฟื้นก็ดีแล้ว ลูกพักผ่อนเถอะ พ่อจะให้คนเตรียมอาหารบำรุง"
เมื่อเสนาบดีใหญ่ออกจากห้องไปพร้อมเสี่ยวชิว หลี่เหมยก็ทรุดตัวลงบนเตียงอีกครั้ง ความจริงที่ว่าเธอทะลุมิติมาอยู่ในราชวงศ์ฮั่นในร่างของธิดาเสนาบดีผู้สูงศักดิ์นั้นช่างน่าเหลือเชื่อและน่าหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน เธอรู้ดีว่าโลกยุคโบราณเต็มไปด้วยกฎเกณฑ์ที่เข้มงวด การแก่งแย่งอำนาจ และภัยอันตรายที่มองไม่เห็น นักสืบอย่างเธอต้องใช้ความรู้ความสามารถทั้งหมดที่มี เพื่อเอาตัวรอดในโลกที่ไม่คุ้นเคยนี้ และที่สำคัญ...เธอจะต้องไขปริศนาให้ได้ว่า "หลี่เหม่ย" คนก่อนหน้านี้ป่วยหนักเพราะสาเหตุใดกันแน่... หรือถูกทำให้ป่วย?
ดวงตาของหลี่เหมยฉายแววมุ่งมั่น ทักษะการเป็นักสืบของเธอได้ถูกเปิดใช้งานแล้ว แม้จะอยู่ในยุคสมัยที่ต่างกันสุดขั้ว แต่หลักการสืบสวนสอบสวนย่อมไม่ต่างกัน การผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ในฐานะ "เหม่ยหลิง" กำลังจะเริ่มต้นขึ้น