กลรักวังหลวง [서현]

    ตอนที่ 5 ซินซอฮยอน



    ใต้เท้าซินขมวดคิ้วมองหน้าบุตรสาว
    "องค์ชายยิมโฮ? เจ้าพูดอะไร ทำไมถึงต้องแก้แค้นองค์ชายด้วย"
    "ท่านพ่อมิรู้หรือเจ้าคะ เขาคือผู้ที่ลงบัญชานี้ลงมาเอง รับสั่งให้ข้ารับโทษตาย" ฮวารยอนพูดออกมาอย่างเคืองโกรธ หยิบผ้าสีขาวสะอาดขึ้นมาซับเลือดบริเวณมุมปากอย่างช้าๆ มือข้างหนึ่งยันพื้นไว้เพื่อพยุงตัว เรี่ยวแรงนางกำลังถดถอยลง
    "องค์ชายยิมโฮไม่ได้มีรับสั่งให้เจ้าตาย ฮวารยอน เจ้าเอาอะไรมาพูด" บิดากล่าวเสียงห้วน
    "ท่านพ่อ ข้ารู้ดี ข้ารู้ดีว่าองค์ชายชิงชังข้าเพียงไร จริงๆ พระทัยลึกๆ ของพระองค์ก็อาจอยากจะกำจัดข้าอยู่แล้วก็ได้เจ้าค่ะ"
    "ฮวารยอน ตั้งสติแล้วฟังพ่อ" ใต้เท้าซินพูดออกมา บุตรสาวเงยหน้าขึ้นมอง "เจ้าตามืดบอด องค์ชายไม่ได้จะฆ่าเจ้า พระองค์เพียงรับสั่งให้ปลดเจ้าออกจากตำแหน่งเท่านั้น ไม่มีการประหาร แต่คิมซังกุงต่างหากที่วางยาพิษเจ้าและแอบอ้างปลอมคำสั่งแทกุน อีกทั้งยังหลอกองค์ชายว่าเจ้าดื่มยาฟู่จื่อลาโลกไปเอง หาใช่ฝีมือนางไม่"
    อดีตพระชายานิ่งงันไปทันที คำจากปากผู้เป็นบิดาดังก้องไปมาในหัว ความคิดแต่เดิมและสิ่งที่เพิ่งได้รับรู้ตีกันวุ่นวายอย่างคิดไม่ตก สรุปผู้ใดที่โกหก เรื่องทั้งหมดมันเป็นอย่างไรกันแน่
    "เรื่องเหล่านี้รวมถึงเล่ห์เหลี่ยมคิมซังกุงน้อยคนนักที่จะรู้ มหาดเล็กบางคนยังไม่รู้เสียด้วยซ้ำ แต่พ่อจะนำเรื่องนี้ไปเปิดโปงให้ฝ่าบาทได้รับรู้ เจ้าจะพ้นมลทินและคืนตำแหน่งเดิม" ใต้เท้าซินกล่าวกับบุตรสาว
    ซินฮวารยอนยังคงคิดทบทวน องค์ชายไม่ได้อยากฆ่าข้าหรือ พระองค์ไม่ใช่เกลียดข้าจริงหรือ ทว่าความทรงจำหนึ่งย้อนกลับเข้ามาในดวงจิต
    "ไม่จริง" อดีตพระชายากระซิบแผ่ว ใต้เท้าซินงุนงง "ไม่จริงอย่างใดกันลูกพ่อ"
    "ไม่จริง! " ฮวารยอนกรีดเสียงดังสนั่น มือข้างหนึ่งปัดถ้วยยาที่หมอวางเตรียมไว้ให้หกกระจาย ตัวยาสีน้ำตาลเข้มไหลเปรอะเป็นทางยาวไปตามพื้นห้อง "องค์ชายคือคนที่ฆ่าข้า คือเขา เขาแน่นอน" นางร้องออกมาอย่างกราดเกรี้ยว สองมือกำคว้าผ้าปูแน่นอย่างลืมตัว
    "ฮวารยอน พ่อเพิ่งบอกไปมิใช่หรือว่าองค์ชายมิเกี่ยว--"
    "ท่านพ่อหยุดเข้าข้างเขาได้แล้ว" บุตรสาวตะโกนขัดผู้เป็นบิดา "ข้าได้ยินมากับหูของข้า เต็มสองหูข้า"
    "เจ้าได้ยินมากับหู? ได้ยินอะไรมาอย่างนั้นรึ"
    "ห้องทรงพระอักษร หน้าห้องทรงพระอักษรของยิมโฮแทกุน พระองค์รับสั่งกับมหาดเล็กโชคังอินให้ลงโทษข้าด้วยกฎที่บัญญัติเอาไว้สูงสุด" นางพูดออกมาโกรธแค้น น้ำตาไหลลงมาอีกครั้ง
    "เจ้าแน่ใจหรือ แน่ใจหรือว่าเจ้ามิได้ฟังผิดหรือว่า--"
    "ท่านพ่อ! " บุตรสาวกรีดเสียง "เห็นข้าหูหนวกตาบอด เห็นข้าเป็นบ้าใบ้สติวิปลาสหรืออย่างไรเจ้าคะ ข้าได้ยินเต็มสองหูข้า สองรูหูข้านี่ อย่ามาบอกว่าข้าฟังผิด! " เสียงฮวารยอนเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ยามที่นางอาละวาดแม้ผู้เป็นบิดาก็ยังต้องเกรง
    "แต่รับสั่งองค์ชายที่มีบัญชาลงมา--"
    "พอทีเจ้าค่ะ" ใต้เท้าซินพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบเพราะมั่นใจว่าลูกสาวตนกำลังเข้าใจอะไรผิด ทว่าก็ถูกนางพูดตัดบทอีกครั้ง "และถ้าท่านพ่อรักข้าและอยากแก้แค้นให้จริงๆ จงอย่าได้ทูลฝ่าบาท ปล่อยให้ข้าจัดการเองเถิดเจ้าค่ะ"
    ใต้เท้าซินอ้าปากจะคัดค้าน ทว่าจู่ๆ ลูกสาวก็ยกมือขึ้นกุมหน้าอกและก้มลงกระอักเลือดเสียสีดำคล้ำลงในอ่างทองเหลือง ผู้เป็นบิดารีบยกผ้าสะอาดเช็ดปากให้ นางถอนหายใจช้าๆ
    "ข้าอยากพักผ่อนเจ้าค่ะท่านพ่อ" ฮวารยอนพูดก่อนจะค่อยๆ เอนตัวลงกับที่นอน ศีรษะหนุนหมอนและหลับตาลงอย่างคนเหนื่อยอ่อน ผู้เป็นบิดามองบุตรสาวของตนอย่างนึกสงสาร ทว่าในอารมณ์ที่คุกรุ่นเช่นนี้ นางคงไม่สนใจหรือรับรู้ความจริงใดๆ เป็นแน่ ต้องรอให้เย็นลงกว่านี้เขาจะอธิบายว่าเรื่องทั้งหมดไม่เกี่ยวกับองค์ชาย แต่เป็นแผนชั่วของซังกุงตระกูลศัตรูเพียงผู้เดียวเท่านั้น
    ใต้เท้าซินยื่นมือไปลูบหัวลูกสาวยอดดวงใจอย่างช้าๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนและเดินออกไปจากห้อง ภายนอกประตูยังมีคนที่ยืนรอฟังอาการของอดีตพระชายาอยู่พอสมควร หลายคนมีสีหน้าแววตาตื่นตกใจราวกับจะได้ยินเสียงตะโกนก้องของฮวารยอนเมื่อครู่ดังออกมา ขุนนางชั้นเอกหันไปหาหมอสามสี่คนข้างตัวและสั่งเสียงเข้ม
    "เฝ้าดูลูกสาวข้าให้ดี รักษานางให้หาย เข้าใจรึไม่"
    "ขอรับใต้เท้า" บรรดาหมอรับคำและรีบเดินเข้าไปในห้องคนป่วย
    "ใต้เท้า พระนางทรงมีพระอาการอย่างไรบ้างขอรับ" ผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนต่างรีบเดินเข้ามาถาม
    "นางจะต้องหายดี" เขาตอบสั้นๆ ก่อนจะเดินแหวกผู้คนที่โค้งคำนับออกไป
    ฟ้าเริ่มมืดลง พ่อบ้านและบ่าวไพร่ต่างเดินจุดโคมไฟตามบริเวณนอกบ้าน ส่วนด้านในจุดเชิงเทียนไว้ตามห้องของผู้เป็นนายและตามโถงทางเดิน บรรดาแขกหลายคนยังไม่กลับบ้านแต่ยังคงนั่งรอฟังอาการป่วยอดีตพระชายากันอย่างเคร่งเครียดอยู่ในห้องรับแขกของใต้เท้าซินที่ตอนนี้กำลังก้มหน้าสนทนากับเจ้ากรมมหาดเล็กร่างท้วมอย่างวิตกกังวล
    "พระชายาไม่ทรงเชื่ออย่างนั้นหรือว่าองค์ชายไม่เกี่ยวข้อง" ใต้เท้าลีซุนยีถามขึ้นเบาๆ วางถ้วยน้ำชาที่เพิ่งดื่มลงบนโต๊ะอย่างช้าๆ บนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารชั้นเลิศล้วนแต่น่ารับประทานที่บ่าวไพร่ปรุงมาให้ ทว่าไม่มีใครกล้าคีบตะเกียบหยิบอาหารขึ้นมารับประทานหรือแม้แต่จะเหลือบมองด้วยซ้ำ
    "ใช่" ใต้เท้าซินพยักหน้า "ข้ารอให้อาการดีขึ้นกว่านี้แล้วจะหาจังหวะอธิบายกับนาง ความโกรธแค้นชิงชังลูกสาวข้าแรงกล้านัก ถ้าปล่อยให้เพิ่มพูนไปย่อมจะเกิดผลเสียระหว่างตระกูลซินและราชสำนัก รากฐานบ้านเราที่สั่งสมมานานก็จะสั่นคลอน"
    เสียงฝีเท้าดังขึ้นมาตามทางเดินอย่างเร่งรีบ ทันใดประตูห้องก็ถูกเลื่อนเปิดออก ทุกคนหันไปมองก็พบหมอหญิงในชุดยอนจียืนตัวสั่นหอบหายใจแรงเหงื่อแตกเต็มใบหน้า สายตานางที่มองมาที่ใต้เท้าซินนั้นเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
    "มีธุระอะไร จะเข้ามาเหตุใดไม่ขออนุญาต" ขุนนางชุดเขียวคนหนึ่งถามขึ้นเสียงดัง
    "ตะ... ใต้เท้า" หมอหญิงทรุดนั่งลงกับพื้นอย่างหมดแรง ทำหน้าราวกับจะร้องไห้
    "เกิดอะไรขึ้น" ใต้เท้าซินถาม
    "พระชายา"
    "นางทำไมรึ"
    "นางสิ้นพระชนม์แล้วหรือ" ขุนนางชุดเขียวคนเดิมถามขึ้น สายตาของใต้เท้าซินหันขวับไปมองผู้พูดทันที คนปากพล่อยรีบก้มหัวขออภัยอย่างลนลาน
    "ไม่เจ้าค่ะ นางยังมีพระชนม์ชีพเจ้าค่ะ แต่ทว่า" หมอหญิงเสียงสั่น
    "มีอะไรก็รีบพูดมาสิ" เจ้ากรมมหาดเล็กลีซุนยีเร่งเร้า
    "พระ... พระชายา นางหนีไปเจ้าค่ะ"
    ทุกคนตกตะลึง ใต้เท้าซินเบิกตากว้างอยู่ชั่วครู่ก่อนจะพูดขึ้นด้วยเสียงแผ่วเบา

    "ซินซอฮยอน..."





    โปรดติดตามตอนต่อไป