ลงให้อ่านทุกวัน เวลา 20:00 น. เป็ต้นไป [ส่วน eBook มาวันที่ 15/08/68 ราคาเบา ๆ เพียง 59฿ เก็บเงินรอได้เลยนะคะ]
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
บทที่ 5
ฉันเดินออกมาจากตรงนั้นด้วยท่าทีที่สง่างามที่สุดเท่าที่จะทำได้ แผ่นหลังตั้งตรง เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ไม่แม้แต่จะเหลียวกลับไปมองคนที่ยืนนิ่งเป็รูปปั้นอยู่ข้างหลังแม้แต่นิดเดียว
‘เป็ไงล่ะ...ไอ้คิว...เจอยั่วกลับเข้าไปบ้างถึงกับไปไม่เป็เลยสินะ’
ในใจฉันโห่ร้องด้วยความสะใจ ความรู้สึกเหมือนเป็ผู้ชนะมันช่างหอมหวานเหลือเกิน แต่ลึกๆ แล้ว...ฉันรู้ดีว่าหัวใจของตัวเองก็เต้นแรงไม่เป็ส่ำเหมือนกัน โดยเฉพาะตอนที่ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดต้นคอตอนที่ฉันกระซิบข้างหูเขา...มันใกล้เกินไป ใกล้จนน่าอันตราย
ฉันรีบสลัดความคิดบ้าๆ นั่นทิ้งไป ตอนนี้ฉันต้องรีบออกจากสถานการณ์ตรงนี้ให้เร็วที่สุด ก่อนที่ใบหน้าที่ร้อนผ่าวของฉันมันจะฟ้องทุกอย่างออกมา ฉันรีบเดินเลี่ยงไปรวมกลุ่มกับไบร์ทและออมที่ยืนรออยู่ไม่ไกล
“สุดยอดไปเลยเพื่อนฉัน!” ไบร์ทกระทุ้งศอกใส่ฉันเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มล้อเลียน “เล่นเอาคิวสตั๊นต์ไปสิบวิเลยนะแก”
“เมื่อกี้ฉันแอบเห็นมันกำหมัดแน่นเลยนะโป้” ออมเสริม “สงสัยจะหึงจริงอะไรจริง”
“หึงอะไรกันเล่า” ฉันแกล้งทำเสียงสูง “ก็แค่เกมไหม พวกแกก็อินกันเกินไป”
“จ้า...เกมก็เกม” ไบร์ทลากเสียงยาว “แต่เกมนี้ดูท่าแกจะพลิกกลับมาชนะใสๆ เลยนะเนี่ย”
ฉันยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ แต่ในใจก็แอบยิ้มออกมานิดๆ “ฉันกลับก่อนนะ พอดีมีธุระต้องไปทำต่อน่ะ”
ฉันรีบหาข้ออ้างเพื่อปลีกตัวออกมา ความจริงแล้วฉันไม่ได้มีธุระอะไรหรอก แค่ไม่อยากอยู่ตรงนั้นให้ไอ้บ้านั่นมันได้เห็นหน้าอีกก็เท่านั้น
ฉันเดินออกมาจากคณะด้วยจังหวะที่เร็วกว่าปกติเล็กน้อย ท้องฟ้าที่เคยสดใสเมื่อเช้าเริ่มมีเมฆสีเทาครึ้มเข้ามาปกคลุม ลมเย็นๆ พัดมาวูบหนึ่งจนฉันต้องยกมือขึ้นกอดตัวเอง
เปาะ...แปะ...
ยังไม่ทันจะถึงป้ายรถเมล์ดี เม็ดฝนก็เริ่มโปรยปรายลงมาทีละเม็ดสองเม็ด ก่อนจะเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักหน่วงโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า
“ซวยชะมัด!” ฉันสบถออกมาอย่างหัวเสีย ก่อนจะรีบออกตัววิ่งไปหลบฝนที่ป้ายรถเมล์เก่าๆ ข้างหน้าซึ่งเป็ที่กำบังที่ใกล้ที่สุด
เสื้อผ้าที่เคยสวยเด่นเมื่อเช้า ตอนนี้เปียกปอนไปบางส่วนจนรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว ฉันยืนกอดอกตัวสั่นอยู่ใต้ชายคาเล็กๆ ของป้ายรถเมล์ มองสายฝนที่สาดซัดลงมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ บรรยากาศรอบข้างดูอ้างว้างและหนาวเหน็บขึ้นมาถนัดตา
พรึ่บ!
จู่ๆ ก็มีใครบางคนวิ่งเข้ามาหลบฝนอยู่ข้างๆ ฉันอย่างกะทันหัน ฉันหันขวับไปมองด้วยความใ ก่อนจะต้องเบิกตากว้าง...
คิว...
เขาก็อยู่ในสภาพเปียกปอนไม่ต่างจากฉัน เสื้อเชิ้ตสีขาวที่เคยดูดี ตอนนี้แนบไปกับแผงอกกว้างจนเห็นกล้ามเนื้อเป็ลอนจางๆ ผมสีน้ำตาลเข้มของเขาเปียกลู่ลงมาปรกหน้าผาก มีหยดน้ำเกาะอยู่ตามไรผม ดู...เซ็กซี่เป็บ้า
เราสองคนสบตากันในความเงียบ มีเพียงเสียงฝนที่ดังกระหน่ำอยู่รอบตัว บรรยากาศของคู่แข่งเมื่อตอนกลางวันหายไปหมดสิ้น เหลือเพียงคนสองคนที่ติดอยู่ในสถานการณ์เดียวกันอย่างไม่คาดฝัน
ความอึดอัดเข้าครอบงำทันที ฉันรีบเบือนหน้าหนีไปอีกทาง ทำเป็สนใจเม็ดฝนที่ไหลเป็ทางอยู่บนกระจกของป้ายรถเมล์ ส่วนเขาก็หันไปอีกทางแล้วยกมือขึ้นเสยผมที่เปียกปอนของตัวเองอย่างลวกๆ
“แค่กๆ”
ฉันเผลอจามออกมาเบาๆ เพราะความหนาว
เขาหันขวับมามองฉันทันที แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มถอดเสื้อฮู้ดสีเทาที่เขาสวมทับเสื้อเชิ้ตอยู่ออก
ฉันเผลอจ้องมองแผ่นอกกว้างที่เปียกน้ำจนเห็นกล้ามเนื้อเป็ลอนจางๆ ของเขาโดยไม่รู้ตัว
“มองอะไรนักหนา กล้ามเราก็ไม่ใช่ของแปลก”
เขาว่าเสียงนิ่งขณะสะบัดฮู้ดเปียกฝนออก โยนใส่ถุงผ้าอย่างไม่แยแส
ฉันสะดุ้งนิดหน่อย ไม่ได้มองซะหน่อย...แค่หางตามันเผลอเหลือบไปเท่านั้น!
“ใครมอง? นายมันหลงตัวเอง” ฉันเชิดหน้าขึ้น สะบัดผมเปียกๆ แกล้งทำเป็หันไปอีกทาง
“หึ” เสียงหัวเราะต่ำๆ ดังขึ้นก่อนที่เขาจะก้าวเข้ามาใกล้
ใกล้จนไออุ่นจากตัวเขาไล่ความเย็นชื้นรอบข้างหายไปแทบหมด
“ตัวสั่นขนาดนี้ ยังจะปากเก่ง” คิวกระซิบเบาๆ
ก่อนจะใช้ปลายนิ้วไล้หลังมือฉันที่กำลังกอดอกไว้แน่น
“อุ๊ย!” ฉันสะดุ้ง รีบชักมือกลับ แต่ก็ถูกเขารวบไว้ได้ทัน
“อย่าขยับดิ เดี๋ยวเช็ดให้” เขาก้มหน้าลงใกล้จนจมูกแทบชนแก้มฉัน
เสียงลมหายใจร้อนๆ ปะทะผิวหน้าจนใจเต้นไม่เป็ส่ำ
“คิว...” ฉันเรียกเขาเบาๆ แต่ไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี
“อะไร? กลัว?” เขากระซิบถามข้างหู
“มะ ไม่ได้กลัว...” ฉันเถียงกลับเสียงเบา
แต่หัวใจกำลังจะะเิ
“งั้นก็ยืนเฉยๆ”
คิวว่า พร้อมขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด
ฉันตัวแข็งทื่อ รู้ตัวอีกทีมือของเขาก็เลื่อนมาวางบนสะโพกฉันด้านหนึ่ง เป็ััเบาๆ แต่มากพอจะทำให้เข่าแทบทรุด
“นาย...จะทำอะไร?” เสียงฉันสั่นแทบไม่เป็คำ
เขายิ้ม ยิ้มแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่รอยยิ้มกวนประสาท แต่เป็รอยยิ้มที่...อ่อนโยน
แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ซึมซับความรู้สึกนั้น เสียงท่อมอเตอร์ไซค์ที่ดังแผดแสบแก้วหูก็พุ่งเข้ามาจากทางด้านหลังด้วยความเร็วสูงจนน่าใจหาย!
เอี๊ยดดดดดด! โครม!
ฉันหันขวับไปตามเสียงด้วยความใ ก่อนจะเห็นภาพรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งเสียหลักล้มคว่ำอยู่กลางถนนที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำฝน และตัวรถกำลังไถลมาทางป้ายรถเมล์ที่พวกเรายืนอยู่ด้วยความเร็ว!
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก...เร็วเกินกว่าที่สมองของฉันจะประมวลผลได้ทัน ฉันยืนนิ่งแข็งทื่อเหมือนถูกแช่แข็ง ทำได้เพียงเบิกตากว้างมองดูอันตรายที่กำลังพุ่งเข้ามา
“ปีโป้!”
หมับ!
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็ความตายนั้นเอง ร่างของฉันก็ถูกกระชากเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนที่แข็งแรงของใครบางคนอย่างแรง ก่อนที่เขาจะใช้ตัวเองเป็เกราะกำบังแล้วพุ่งตัวหลบไปอีกทาง
ตุ้บ!
แผ่นหลังของฉันกระแทกลงบนพื้นปูนที่เปียกชื้น แต่กลับไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด เพราะมีร่างหนาของคิวรองรับแรงกระแทกไว้ทั้งหมด
เสียงผู้คนรอบข้างเริ่มดังขึ้นอย่างใ บางคนรีบวิ่งเข้าไปดูคนเจ็บ บางคนยกโทรศัพท์ขึ้นมาโทรแจ้งเหตุฉุกเฉิน แต่ในวินาทีนั้นฉันไม่ได้สนใจอะไรอีกแล้ว...
ฉันนอนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของเขา หูเริ่มอื้ออึงไปหมด ได้ยินเพียงเสียงหัวใจของเขาที่เต้นรัวอยู่ในอก...ดังไม่ต่างจากเสียงหัวใจของฉันเลย
ให้ตายสิ...ทำไมฉันต้องรู้สึกปลอดภัยขนาดนี้ด้วย ความรู้สึกอ่อนแอที่ฉันเกลียดที่สุดกำลังเกาะกุมหัวใจ...ภาพใบหน้าจริงจังของพ่อที่เคยสอนว่า 'เราต้องปกป้องตัวเองให้ได้' แวบเข้ามาในหัว...แต่ตอนนี้ฉันกลับปล่อยให้ผู้ชายคนนี้...เข้ามาปกป้องอย่างง่ายดาย
เกมการพนัน...การยั่วประสาท...ทุกอย่างถูกลืมไปจนหมดสิ้นในชั่วพริบตา เหลือเพียงความรู้สึกขอบคุณ...และความสับสนที่ถาโถมเข้ามาในใจอย่างรุนแรง
นี่มัน...เกิดอะไรขึ้นกันแน่...