หยางเทียน กำลังคิดว่า เป็พนักงานขายจะพบกับ เ้าของโรงงานได้อย่างไรเพื่อไม่ให้เธอต้องสงสัย แต่ว่าวันนี้ต้องกลับบ้านไปก่อน แล้วค่อยมาทดลองงานขายในวันพรุ่งนี้
หยางเทียนกำลังนั่งแท็กซี่กลับบ้าน พบว่าด้านหน้ามีรถชนกัน กว่าสิบคันรวด มีคนออกมายืนรอประกันที่ข้างถนน กันเป็จำนวนมาก รถไม่สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ ตัวหยางเทียน ก็ต้องลงเดินไป ตามฟุตบาท กลับพบว่า ป้ายรถเมล์พบเด็กสาวที่ เคยช่วยไว้ในฟ๊าดฟู๊ด จึงยิ้มให้ เด็กผู้หญิง โบกมือเรียกหยางเทียน
“ ว่าไงสาวน้อยมาทำอะไรแถวนี้ รถชนกลับบ้านไม่ได้เหมือนกันใช่ไหม?”
“ ใช่ แล้ว สงสัยจะนาน มีรถพังยับขับเคลื่อนไม่ได้เลย คงต้องรอรถยก”
“ อืม แล้วบ้านอยู่ไหน เดินไปข้างหน้าแล้วค่อย นั่งเท็กซี่กลับบ้านดีกว่าไหม”
“ ได้ พวกเราเดินไปด้วยกัน”
หยางเทียนพยักหน้า เด็กสาวโทรศัพท์ คุยอะไรไม่รู้ สุดท้ายก็เดินตามหยางเทียนไป
“ ผมชื่อหยางเทียน”
“ เรียกฉันว่า แคทก็ได้”
ทั้งสองเดินไปคุยกันไป เกือบสองกิโล ระหว่างทาง รถราก็ยังติดอยู่ตลอด ทั้งสองต่างเดินไปคุยไป แต่หยางเทียน เริ่มรู้สึกว่า มีบางอย่างกำลังตามติดไม่ห่าง หยางเทียนต้องหยุด แล้วหันหลังกลับไปมองหลายครั้ง
“ มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ ผมรู้สึกเหมือนกับว่า มีใครเดินตามมา” หยางเทียนมองหาเท่าไรก็ไม่เจอ
ทั้งสองเดินผ่านร้านอาหาร แคทเลยชวนหยางเทียนกินข้าวด้วยกัน หยางเทียนก็ไม่ปฏิเสธ
“ คุณหยางเทียน ทำงานที่บริษัท อาเซี่ยนการ์เม้นท์ หรือคะ”
“ เพิ่งทำวันแรก พรุ่งต้องไปทดลองขาย ไม่รู้จะให้ขายอะไร แล้วจะขายได้หรือเปล่าก็ไม่รู้” หยางเทียนหัวเราะออกมา
“ ต้องได้ซิ คุณหยางเทียนตั้งใจแล้วละก็ ต้องทำได้ สู้ สู้นะคะ”
“ ต้องสู้อยู่แล้ว” หยางเทียนรู้สึก ว่าััของเขานั้นไม่ผิดเพี้ยนแน่ มีบางอย่างติดตามเขามาอย่างแน่นอน หยางเทียน ขอตัวออกไปเข้าห้องน้ำ เพื่อทดสอบว่า คนผู้นี้จะติดตามใครกันแน่ ระหว่างเขา กับ แคท แต่พอเข้าห้องน้ำแล้ว ความรู้สึกนั้นก็หายไป
“ หรือว่ามันกำลังตามคุณแคท” หยางเทียนมองไปทางคุณแคท ทำกำลังนั่งรอหยางเทียน แล้วมองไปรอบๆ ก็ไม่พบสิ่งใดผิดปกติ แต่ััถึงอันตรายกำลังใกล้เข้ามา เด็กเสิร์ฟ ได้ถือ หม้อไฟต้มยำร้อนๆ เดินผ่านโต๊ะของ แคทแต่อยู่ดีๆ ก็เซถลา หม้อไฟร้อนๆ กำลังหล่นใส่ร่างของ แคท แต่ว่า หยางเทียนดึงร่างของ แคทออกมาอย่างรวดเร็ว ทำให้หม้อไฟ พร้อมเจลแอลกอฮอล์ ร้อนๆ ไม่ถูกร่างของเคท ไฟลุกติดเก้าอี้ และโต๊ะ มีเด็กเสิร์ฟ เอาถังดับเพลิงมาฉีดไว้ทัน
หยางเทียนไม่เห็นว่าสิ่งนั้นมันคืออะไร แต่ััได้มันคือ พลังงานบางอย่าง ที่สายตามองไม่เห็น แต่ััได้ด้วยใจเท่านั้น แล้วมีกลิ่นดอกไม้ชนิดหนึ่งแต่ไม่รู้ว่าเป็กลิ่นดอกไม้อะไรโชยมา
“ ขอโทษด้วยนะครับ ที่เกิดเื่เช่นนี้ ขอให้ทางร้าน เลี้ยงอาหารมื้อนี้เป็การตอบแทนนะครับ” เ้าของร้านกับเด็กเสิร์ฟ เข้ามาโค้งคำนับ แคทกับหยางเทียน สามสี่คน
“ ไม่เป็ไรคะ”
แคทกับหยางเทียนเปลี่ยนโต๊ะตัวใหม่ เ้าของจัดอาหารมาให้เต็มโต๊ะ ทั้งสองกินอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย ส่วนหยางเทียนยังจับัันั้นได้ คล้ายกับว่า มีรังสีอัมหิตแผ่ออกมา คิดในใจว่า มันเป็ผีหรือเปล่าวะเนี่ย
ทั้งสองกินข้าวเสร็จ หยางเทียนก็อาสาไปส่งถึงบ้าน ซึ่งพอไปถึงหน้าบ้าน ก็พบว่าเป็บ้านที่ใหญ่โตมาก
“ เข้าบ้านก่อนไหม”
“ มืดแล้ว คุณเข้าบ้านไปเถอะ”
“ ค่ะ แล้วพรุ่งนี้เจอกันนะคะ” แคทเอ่ยจบก็เปิดประตูเข้าบ้านไป หยางเทียนพอแคทเข้าบ้าน ััถึงอันตรายก็หายไป
“ แปลกดีแฮะ แต่ว่าคุณแคทบอกว่า จะเจอเรา หรือว่า เธอก็ทำงานที่โรงงานอาเซี่ยนการ์เม้นท์ด้วย?”
หยางเทียนกลับไปบ้านพัก แล้วก็นั่งสมาธิ แล้วก็สวดมนตร์ ตามที่อาจารย์คิ้วเขียวได้สอนเอาไว้ เพื่อแผ่เมตตาให้สัตว์โลก และสัมภเวสีทั้งหลาย
คืนนั้น หยางเทียนก็ได้ฝันไปว่า ตนเข้าไปอยู่ในยุคอดีต เห็นผู้คนแต่งชุดสมัยโบราณ ในบ้านที่เป็เรือนไม้ขนาดใหญ่ กำลังมีพิธีแต่งงาน โดยบ่าวสาวแต่งกายด้วยผ้าไหมสีขาวดิ้นทองเงางาม ทั้งชุด โดยเฉพาะเ้าสาว นั้น ผ้าเป็ลายคล้ายลายไท ห่มสไบเฉียงสีทองทำด้วยไหมทองคำ สลับลายอะไรแปลกๆ งดงามยิ่งนัก ใบหน้าเปิดหน้าผากเกล้าผมมวยคล้ายกับนางงาม ส่วนผู้ชายก็ใส่เสื้อแขนยาวมีลาย ทองคำ มีเครื่องประดับ เป็สายสะพายทองคำ คงเป็ราชนิกูล
ในขณะที่ แเื่กำลังรดน้ำสังข์ ให้กับ บ่าวสาว แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีกองทหารดูจากสัญลักษณ์ที่เสื้อ น่าจะเป็ทหารของพม่า พอเข้ามาก็กราดยิงผู้คนที่อยู่ในงานพิธี จนตายเกลื่อนบ้าน พวกมันยิงทิ้งไม่เว้นแม้แต่เด็ก
ส่วนบ่าวสาวนั้น พวกมันได้แต่คุมตัวเอาไว้ แล้วให้ถอดชุดที่ใส่ออกมา จนร่างเปล่าเปลือย หลังจากนั้นก็ลากตัวผู้ชายออกไปยิงทิ้ง ส่วนผู้หญิง ก็ถูก หัวหน้าทหารทำการข่มขืน แล้วฆ่าตาย จากนั้นพวกมันก็เก็บชุด ของบ่าวสาวกลับไป
บ้านทั้งหลังถูกไฟเผาวอดวาย หยางเทียนพยายามไคว่ขว้า เพื่อที่จะช่วย แต่ก็ไม่อาจช่วยได้ จนหยางเทียนรู้สึกตัวตื่นขึ้นมากลางดึก พร้อมได้กลิ่นดอกไม้ประหลาดเหมือนตอนเย็น
เช้าหยางเทียน เข้าไปที่ทำงาน พบกับ ผู้จัดการ ลินดากำลังรออยู่ พร้อมกับ แค็ตตาล็อก และกล่องกระดาษ ขนาดใหญ่ 1 กล่อง
“ ตอนบ่ายนี้ จะมีลูกค้า เข้ามาชมสินค้าของเราในกล่องนี้ ดังนั้น ฉันจะให้คุณลองพรีเซนต์ สินค้านี้ให้ลูกค้า หากว่าคุณทำให้ลูกค้าสนใจ แล้วออเดอร์ได้ เป็อันว่าฉันจะรับคุณเข้าทำงาน”
“ ได้ไม่มีปัญหา”
“ เอาไปศึกษา ในกล่องมีทั้งโบรชัวร์ แค็ตตาล็อก พร้อมตัวอย่างสินค้า มีเวลาศึกษาอีกสี่ชั่วโมง หวังว่า คุณจะทำสำเร็จนะ”
หยางเทียนยกกล่องออกไป วางไว้ในห้องว่างที่ยังไม่มีใครใช้ แล้วก็นำ โบรชัวร์ แค็ตตาล็อก และตัวอย่างที่อยู่ในกล่องออกมา พอหยิบออกมาก็ได้แต่ใ
อึ้ง หันไปมองที่ห้องผู้จัดการลินดา ที่ทำหน้าไม่รู้ ไม่ชี้
“ ชุดชั้นใน กางเกงใน ของผู้หญิง จะให้เราเอาไปเสนอขายเนี่ยนะ? แม่คุณเอ๋ย แกล้งกันมากไปหรือเปล่าเนี่ย” หยางเทียนทำท่าจะยก สินค้าทิ้ง แล้วจะเลิกไม่ทำแล้ว แต่ว่าด้วยความไม่ยอมแพ้ เลยได้แต่นั่งอ่านแค็ตตาล็อก กับ กับโบรชัวร์แล้วก็นำตัวอย่างออกมาจับไปจับมา และยังลองดมกลิ่นอีกต่างหาก พนักงานขายสาวๆ ที่เดินผ่านไป มาถึงกับหัวเราะคิกๆ กันอย่างสนุกสนาน
“ พี่คะ แกล้งเด็กใหม่แบบนี้ เขาจะทำได้เหรอคะ” เซลล์สาวคนหนึ่งกระซิบกับ ลินดา
“ พี่ไม่อยากรับผู้ชาย เธอก็รู้ แค่มีสี่คนก็พอแล้ว สินค้าส่วนใหญ่ของเราเป็ของผู้หญิงมากกว่าของผู้ชาย ให้เซลล์ผู้หญิง จะคุยกับลูกค้าง่ายกว่า”
“ แล้วลูกค้าที่จะมาวันนี้ ถ้าให้เขาพรีเซนต์สินค้าไม่ถูกใจ ลูกค้าไม่หนีหายหรือคะ”
“ ไม่หรอก เพราะลูกค้ารายนี้ เขาแค่มาสั่งซื้อแต่ ผ้าไหมทอมืออย่างเดียว อย่างอื่นเขาไม่สนใจ เราเคยเสนอสินค้าอื่นหลายครั้งแล้ว แต่พวกเขาปฏิเสธทุกครั้ง เพราะมันเป็คนละตลาดกัน” ทั้งสองหันไปมองหยางเทียน ที่ยังยกชุดชั้นในยืดไปมา พร้อมกับส่องกับแสงสว่างอีก ทำให้ทั้งสอง อดยิ้มให้กันไม่ได้
พักเที่ยง หยางเทียนลงไปกินอาหารที่ ห้องอาหาร ขณะกำลังกินข้าวอยู่ ไม่รู้ว่าแคทมาจากไหน ก็มานั่งตรงข้ามกับหยางเทียน
“ เป็ไง ขายได้หรือเปล่า”
“ ลูกค้ามา่บ่าย”
“ อืม สู้ สู้นะ”
“ ไม่ยอมแพ้อยู่แล้ว”
หยางเทียนอยู่ๆ ก็ได้กลิ่นดอกไม้ประหลาด พร้อมกับััแปลกๆอีกแล้ว หยางเทียนมองไปรอบ ๆ รู้สึกมีพลังงานบางเบา มานั่งข้างๆ ระหว่างตนกับ แคท
หยางเทียน มั่นใจแล้วว่า สิ่งนี้ต้องเป็ิญญาแน่ๆ ทำให้เขาขนลุกชั้นขึ้นมาแบบไม่รู้ตัว
“ เป็อะไรไปคะ” แคทเห็นหยางเทียนมีอาการแปลกๆ หยางเทียนรีบใช้มือลูบขนแขนของตนให้เรียบเหมือนเดิม
“ ไม่มีอะไร เหมือนอากาศมันจู่ๆ ก็เย็นนะ”
“ ในนี้มันห้องแอร์ มันต้องเย็นอยู่แล้ว” คนที่เดินผ่านไปมา เห็นหยางเทียนกับแคทนั่งกินข้าวด้วยกันก็มองกันเป็ตาเดียว จนหยางเทียนสงสัย มามองพวกเขาทำไมกัน
“ ผมต้องไปก่อน งานนี้ เป็งานขายครั้งแรก ผมจะผิดพลาดไม่ได้ ว่าแต่คุณแพท ทำแผนกไหนเนี่ย ผมยังไม่รู้เลย”
“ เอ้อ ทั่วไป แผนกทั่วไปค่ะ”
“ ครับ ไว้พรีเซนต์เสร็จ ผมจะโทรไปเล่าให้ฟังนะครับ” หยางเทียนขึ้นไปรอลูกค้าที่ห้องประชุมเพื่อ เตรียมพรีเซนต์งานขายเป็ครั้งแรก
บ่างโมงตรง ลูกค้าก็เข้ามาให้ห้องประชุมใหญ่ เป็ผู้หญิงทั้งหมด ห้าคน มีอายุั้แ่ 30-40 ปี แต่งกายด้วยผ้าไหมทั้งชุด สำหรับชุดแรกที่นำเสนอให้ลูกค้าเป็ผ้าไหมทอมือลายต่าง ๆ ที่ออกแบบมาใหม่ เซลล์สาวสวยอธิบาย รูปแบบผ้า พร้อมกับมีวีดีโอภาพของนางแบบใส่ออกมาให้ดูด้วย ลูกค้าชอบใจมาก สั่งซื้อสินค้าล็อตนี้เพิ่มเป็สองเท่าเลย
“ ต่อไป เป็สินค้ารุ่นใหม่ อยากให้คุณลูกค้าลองดู แบบและลาย เผื่อว่า สนใจทางเราก็พร้อมที่จะจัดส่งได้ เชิญคุณหยางเทียน แนะนำสินค้าได้เลยค่ะ”
ในห้องประชุมนี้ได้มีกล้องวีดีโอที่มีภาพและเสียงติดเอาไว้ ทำให้ห้องของแคทก็สามารถเปิดชมได้ ซึ่งแคทก็กำลังจ้องมองอย่างสนใจว่า หยางเทียนจะผ่านการพรีเซนต์ครั้งนี้ได้ไหม แต่พอเห็นหยางเทียนหยิบ กล่องชุดชั้นใน ออกมาวางเรียง ก็เอามือปิดปากตัวเองด้วยความใ
“ พี่ลินดานี่ เล่นแรงไปหรือเปล่าเนี่ย”
ในห้องประชุม เซลล์ทั้งหญิงและชาย พยายามกลั้นหัวเราะของตน โดยที่ลูกค้าทั้งห้า กำลังมองหยางเทียน ด้วยใบหน้านิ่งเฉย รอว่าเซลล์หนุ่มน้อยหน้ามนคนนี้จะพูดว่าอะไร
หยางเทียนเดินไปหรี่แสงไฟ สลัวๆ แล้วเปิดภาพวีดีโอ ของนางแบบที่สวมชุดไทยโบราณ แล้วหยุดภาพเอาไว้ แล้วก็เดินออกไปที่หน้าห้อง แล้วเริ่มเอ่ยว่า
“ เมื่อคืน ผมฝันประหลาด ผมได้พบกับสตรีนางหนึ่ง แต่งกายคล้ายกับนางแบบผู้นี้ แต่ว่าทรงผมกลับม้วนเป็มวยยกสูงแล้วเสียบด้วยปิ่นปักผม ใบหน้าของเธอ รูปไข่ ผิวขาวราวไข่มุก ริมฝีบางอวบอิ่ม รูปร่างสูงโปร่ง ใครได้มองต้องหยุดนิ่งไม่อาจเบือนสายตาหนีไปได้เลย ยิ่งเวลาเธอยิ้ม โอ้ นางฟ้าแปลงกายลงมาชัดๆ เสื้อที่ใส่เป็เสื้อคล้ายเกาะอกสีขาว พาดผ่านด้วยไหมสีทองทองสลับฟันปลา มีรูปหงส์ อยู่ตรงกลาง มีผ้าสไบสีชมพู ก็ยังใช้ไหมคาดเอาไว้เป็รูปดอกบัวอีก ส่วนผ้าซิ่นก็เป็ลายหงส์ คั่นด้วยลายสายน้ำ ตัดเย็บด้วยไหมสีทองไปทั้งชิ้น รูปลักษณ์เช่นนี้ มีชายใดบ้างจะไม่หลงไหล...”
หยางเทียนหยุดนิ่ง เหมือนกำลังจะนึกถึงกลางคืนที่กำลังฝัน ทุกคนกำลังตกอยู่ในภวังค์ บวกกับพลังเสียงอันทุ้มก้องกังวาน จนลืมไปเลยว่า หยางเทียนกำลังพรีเซนต์เื่ชุดชั้นในอยู่
แคทนั้นตื่นเต้นหนัก รีบปรับเสียงให้ดังยิ่งขึ้น ลุ้นไปกับสิ่งที่หยางเทียนจะพูดต่อ
“ผมนิ่งอึ้งตะลึงงันอยู่อย่างนั้นตั้งนาน พยายามจะหาตำหนิ ความงามที่น่าหลงไหล แต่ว่าหาได้พบเจอไม่ จนมาวันนี้ ผมเห็นนางแบบของเรา ได้สวมชุดโบราณคล้ายๆ กัน ในที่สุดผมก็เจอ ความงดงามที่ขาดความสมบูรณ์” หยางเทียนนิ่งไป จนลูกค้า ต้องเอ่ยถาม
“ อะไรคือ ความงดงามที่ขาดความสมบูรณ์?”
“ ใช่ หยางเทียน อะไรคือ ความงดงามที่ขาดความสมบูรณ์?” ลินดาก็รีบเร่งด้วยเช่นกัน
“ หน้าอกครับ นางแบบของเราได้สวมใส่บราที่มีโครงที่สมบูรณ์แบบของเรา แต่นางในฝันของผมกับไม่ได้สวมใส่ จึงทำให้ความงดงามขาดความสมบูรณ์ไปครับ”
ทุกคนได้ฟังก็ได้แต่ครางฮือกันออกมาแล้วก็อมยิ้ม มองตากันไปมา หยางเทียนผายมือให้ชม ชุดชั้นในโครงสมบูรณ์แบบที่อยู่ตรงหน้า ลวดลายสวยงาม หลากสีสัน มีทั้งแบบรุ่นอกห่าง อกคล้อย บรามหัศจรรย์ล้วนช่วยได้ พร้อมกับแบบแค็ตตาล็อกทั้งหมด
ในห้องประชุมเงียบไปสักพัก แล้วก็มีเสียงปรบมือจากลูกค้าทั้งห้าคน แล้วเซลล์ทุกคนที่อยู่ในห้องก็ปรบมือตาม
ไม่เว้นแม้แต่ผู้จัดการลินดา ส่วนแคทก็หัวเราะออกมาคนเดียว และปรบมือตามไปด้วย วันนี้ลูกค้าทั้งห้าคน สั่งออเดอร์ชุดชั้นในโครงสมบูรณ์แบบ ไปเป็จำนวนมาก
ลูกค้ากลับไปแล้ว หยางเทียนนั่งอยู่ในห้องกับผู้จัดการลินดา สองต่อสอง
“ ฉันยอมรับว่าคุณนำเสนอได้แปลกดี แต่นี่แค่เพียงเริ่มต้นให้คุณทำงานที่นี่ ยังต้องรอให้ผ่านโปรอีกสามเดือน หากว่าคุณทำยอดขายไม่ตรงเป้าหมายที่วางไว้ ฉันก็จะไม่ให้คุณผ่านโปร จำ..เอา..ไว้”
“ รับทราบครับผม”
หยางเทียนเดินออกจากห้อง แล้วก็กำลังจะโทรบอกกับ แคท แต่ว่าแคทโทรมาเสียก่อน
“ ยินดีด้วยในที่สุดคุณก็ทำได้ และทำได้ดีซะด้วย”
“ รู้ได้ยังไงเนี่ย ข่าวไปไวจริงๆ”
“ ลูกค้ารายนี้พวกเขาเคยสนใจชุดชั้นในของ บริษัทเราซะที่ไหน นี่เท่ากับว่าคุณเปิดตลาดชุดชั้นใน ออกไปทางเขตม่านกู่ตะวันตกเลยนะ”
“ ขนาดนั้นเชียว”
“ แต่ว่าฉันสงสัย สิ่งที่คุณพูดเื่เครื่องแต่งกายของ หญิงในฝัน ทำไมช่างเหมือนกับ รูปภาพในพิพิธภัณฑ์ ผ้าโบราณ ของบริษัทเราเลยล่ะ”
“ พิพิธภัณฑ์ผ้าโบราณ?”
“ ใช่ คุณขึ้นลิฟต์ มาชั้น12 ชั้นบนสุดซิ ฉันจะรออยู่ที่หน้าลิฟต์”
หยางเทียนขึ้นไปชั้นบนสุด พบกับ แคทยืนรออยู่ แล้วพาหยางเทียนเข้าไปด้านในห้องใหญ่ ที่ด้านในล้วนมีประวัติของ บริษัท และรูปภาพผ้าต่างๆ และมีของโบราณต่างๆ มีรูปที่ดิน ั้แ่ก่อตั้งสร้างเสาเข็ม ยันรูปภาพของบรรพบุรุษที่แต่งกายคล้ายกับพวกทหาร แล้วมีสิ่งหนึ่งก็ทำให้หยางเทียนใมาก เพราะเห็นหญิงที่อยู่ในรูปภาพนั้น เหมือนกับผู้หญิงในฝันของเขาจริงๆ
“ ผู้หญิงคนนี้เป็ใครครับ”
“ เ้าแก้วฟ้าแห่งเชียงตุง”
“ เ้าแก้วฟ้า เธอเป็ใครแล้วเกี่ยวอะไรกับบริษัท อาเซี่ยนการ์เมนท์ครับ”
“ เมื่อก่อนผู้ก่อตั้งบริษัท อาเซียนการ์เมนท์ ได้เคยค้าขายผ้าไหมกับ เมืองเชียงตุง
แล้วนำมาขายในเขตอาเซี่ยน แล้วยังจ้างคนของเชียงตุง มาอยู่ในประเทศไทยในสมัยนั้น อีกเป็จำนวนมาก พร้อมทั้งกว้านซื้อ ผ้าโบราณ และ ลายผ้า วิธีทำผ้าไหมดิ้นทอง อีกหลายพับหลายผืน จนทำให้มีชื่อเสียงโด่งดังมาจนถึง ทุกวันนี้
โดยเฉพาะ ผ้าไหมดิ้นทองคำที่เ้าแก้วฟ้าแห่งเชียงตุงสวมใส่ ก็ยังคงอยู่ด้วยนะ”
“ จริงหรือครับ”
“ ถ้าคุณอยากดู ก็ได้” แคทกดโทรศัพท์เรียกคนขึ้นมาในห้อง แล้วก็มีชายชราคนหนึ่งเดินเข้ามา
“ นี่คือ ลุงสิงห์ นี่คือคุณหยางเทียน ลุงช่วยเปิดเอาชุด เ้าแก้วฟ้าออกมาให้ดูหน่อย” ลุงสิงห์ได้ยินเช่นนั้นก็ใ
“ คุณหนู นายท่านสั่งห้ามเอาไว้ไม่ใช่หรือครับ ผมว่าอย่าเปิดออกมาเลย”
“ เอาน่า ไม่มีอะไรหรอก”
ลุงสิงห์เดินเข้าไปในห้องอีกห้องหนึ่ง ด้านใน มีหีบโบราณใบใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลางลวดลายบนหีบ มีตัวหนังสืออักขระยันต์เขียนเอาไว้มากมาย
มีกุญแจแบบโบราณล็อคเอาไว้ ลุงสิงห์ มือสั่นระริก ด้วยความหวาดกลัว แต่ก็ขัดคำสั่งไม่ได้ พอกุญแจเปิดออก กลิ่นดอกไม้ที่หยางเทียนได้กลิ่น ก็ลอยออกมา
พร้อมกับมีกล่องกระจกใสอยู่ด้านใน แต่พอลุงสิงห์เห็นกล่องกระจกก็ใ พบว่ามันมีรอยแตกร้าว
“ แย่แล้วคุณหนู กระจกแตกแล้ว” หยางเทียนเห็นมีรอยอักขระยันต์ บนกล่องกระจก ก็เริ่มสงสัยแล้วว่า ชุดผ้าไหมดิ้นทองคำนี้ ต้องมีปัญหาอย่างแน่นอน หรือว่า ิญญาที่ตามติด คุณแคทนั้น คือ ิญญาเ้าแก้วฟ้า.....