หลังจบการแนะแนวเมื่อสัมผัสได้ว่ารุ่นพี่ผู้นี้ไม่ได้โหดร้ายอย่างที่ข่าวเล่าลือกันหล่าเด็กปีหนึ่งจึงมาห้อมล้อมชวนลูคัสพูดคุยอย่างสนุกสนาน เขาเองก็รู้สึกขวยเขินบ้างเล็กน้อยเพราะที่ผ่านมาตนมีแต่การฆ่าฟันจึงไม่ค่อยชินกับการที่มีผู้คนรายล้อมสักเท่าไหร่
เมื่อผ่านไปสักระยะผู้คนก็แยกตัวออกไปขณะที่ทุกคนกำลังจะออกจากห้องไปหมดนั้น
"พี่สาวคงลืมน้องชายคนนี้ไปเสียแล้ว" คำพูดจากลูคัสทำให้ร่างบางในชุดเกาะขาวชะงักฝีเท้า
"ได้ข่าวว่าหมู่ตึกวสันต์ในปีนี้ชนะเลิศสงครามสี่หมู่ตึกอย่างขาดลอย เพราะมีผู้บัญชาการสาวมากความสามารถ"ชายหนุ่มยังคงพูดต่อไป
"หยุดอำพี่ได้แล้วน่า ก็นึกว่าลืมกันไปแล้ว" วิเวียน มัวร์ หันหน้ากลับมาส่งรอยยิ้มให้
"ท่านปู่กับคุณพ่อคุณแม่สบายดีนะ" ชายหนุ่มถาม เขายังรู้สึกขอบคุณครอบครัวมัวร์ที่ดูแลตนอย่างดีตอนที่อยู่เมืองหลวงของจักรวรรดิแบริ่ง
"พวกท่านสบายดี โดยเฉพาะคุณปู่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของมัจจุราชสีขาวเลยล่ะหากรู้ว่าคือน้องชายลูคัสไม่รู้ว่าตอนนี้จะทำหน้ายังไง"วิเวียนเล่าออกมาอย่างอารมณ์ดี
แม้จะไม่ได้เจอกันนานแต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ยังเป็นเหมือนดั่งวันวานพวกเขาพากันเดินเล่นรอบสถานศึกษาพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิตกัน
ชายหนุ่มตัดสินใจพาวิเวียนไปยังถ้ำลับที่เขาเคยเก็บตัวฝึกฝนเพราะอีกไม่กี่เดือนเขาก็จะกลายเป็นศิษย์เก่าของสถานศึกษาอีเดนแห่งนี้แล้ว ดังนั้นการส่งมอบสถานที่นี้ให้เธอไว้ฝึกฝนถือเป็นเรื่องดีที่สุด
เมื่อถึงเวลาเย็นก็มีคนมาแจ้งข่าวว่าลูเชี่ยนบัคเกอร์กลับมาถึงสถานศึกษาแล้ว
"สวัสดี ลูคัส เรน" ชายร่างใหญ่ในชุดเกราะเหล็กทักทายก่อนเมื่อเห็นเขา
เมื่อเข้าไปในห้องประชุมที่มีโต๊ะเรียงเป็นวงกลมก็พบกับ ฮงมุน และอาจารย์ซินวา นั่งอยู่ด้วย
"จดหมายของฟรองซ์ทัวร์เราได้รับแล้วขอบคุณเธอมากหลังจากผ่านเรื่องราวมากมายความจริงคงไม่เหมาะสมเท่าไหร่ แต่พวกเรามีอีกเรื่องจะต้องขอร้องเธอ..."ลูเชี่ยนเป็นคนกล่าวออกมา
จากนั้นลูเชี่ยน บัคเกอร์ก็เล่าว่าเขาถูกเรียกตัวออกไปเพื่อรับราชสาส์นจากองค์จักรพรรดิเนื้อหากล่าวสรุปไว้ว่าอีกไม่กี่เดือนจะมีงานประลองใหญ่ของทวีปวู้ดส์แลนด์ซึ่งการประลองนี้เรียกว่า
"งานชุมนุมนักรบสวรรค์" เมื่อได้ยินชื่อนี้ลูคัสก็รู้สึกสนใจตัวเขานั้นได้รับฟังเรื่องราวงานชุมนุมนักรบสวรรค์มาตั้งแต่จำความได้งานประลองนี้จะถูกจัดขึ้นทุกๆ สี่ปีเพื่อให้เหล่ารุ่นเยาว์ในทวีปวู้ดส์แลนด์ที่มีอายุไม่เกินสามสิบปีเข้าร่วมประลองชิงความเป็นหนึ่ง
พูดกันตามตรงคนที่ได้รับอันดับหนึ่งในการชุมนุมในครั้งนี้ก็คือรุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปวู้ดส์แลนด์ สมัยเด็กลูคัสเฝ้าฝันมาตลอดว่าสักวันตนและอาเธอร์จะไปดูการประลองนี้ด้วยกัน
"เจ้าถูกเทียบเชิญเป็นกรณีพิเศษให้เป็นหนึ่งผู้เข้าประลองชุมนุมนักรบสวรรค์ในครั้งนี้"อาจารย์ใหญ่ฮงมุนเสริม
ลูคัสมีสีหน้าแปลกใจ แม้ตัวเขาจะดูเหมือนเป็นผู้เคราะห์ร้ายจากเหตุการณ์ที่หยางอันปลอมแปลงม้วนอาญาแต่ตนก็สังหารอาจารย์ใหญ่จากสถานศึกษาถึงสามคน หากลำดับเหตุการณ์ดีๆเขาควรจะถูกจับตัวไปเพื่อไต่สวนความผิด แต่ทางราชวงศ์กลับไม่ทำแบบนั้น แต่เลือกเชิญเข้าร่วมการประลองใหญ่แทน
"หากลำบากใจก็ไม่เป็นไรหรอก" ศาสตราจารย์ซินวาตบไหล่เขา
“ตกลงครับอย่างน้อยผมก็ควรทำอะไรเพื่อสถานศึกษาบ้าง" ลูคัสตอบรับออกไป
ชายหนุ่มเองก็มีความคาดหวังเล็กน้อย งานประลองใหญ่ในครั้งนี้เขาจะได้พบเจอกับอัจฉริยะรุ่นเยาว์จากทั่วทวีปมารวมตัวกันสำนักน้อยใหญ่จะต้องส่งศิษย์ที่มีพรสวรรค์ออกมาประกาศศักดาอย่างแน่นอนอีกประการเขาทราบว่าเฉินกับอึนจูอยู่ที่นั่น และมีโอกาสสูงมากที่ทั้งสองจะร่วมประลองในครั้งนี้
"ดี ดูจากความสามารถของเธอแล้วพวกเราคงสนับสนุนอะไรไม่ได้มาก ดังนั้นทางสถานศึกษาจึงให้สิทธิ์เธอเลือกสัตว์หรือพาหนะในหอสมบัติได้หนึ่งชิ้นเพื่อเป็นการตอบแทน"ลูเชี่ยน กล่าวออกมาก่อนมอบลูกแก้วใสให้ชายหนุ่ม พร้อมกำชับว่า
นี่เป็นอุปกรณ์เวทเคลื่อนย้ายต้องเก็บไว้กับตัวเสมอ ส่วนวิธีใช้งานเดี๋ยวเจ้าหน้าที่ในงานจะอธิบายอย่างละเอียดเอง
เมื่อได้ยินเขาเองก็รู้สึกตกใจสัตว์เวทยิ่งหากเป็นประเภทบินนั้นมีราคาสูงมากในแดนเหนือพาหนะเวทมนตร์นี่ก็เป็นอีกสิ่งที่คนไม่ค่อยพูดถึงกัน เนื่องจากหายากและไม่เป็นที่นิยมสักเท่าไหร่เพราะต้องใช้พลังปราณเป็นตัวขับเคลื่อน
หลังจากสนทนากับผู้คนทั้งสามอีกเล็กน้อยตัวเขาก็ตรงไปยังหอสมบัติ
ณตึกไม้เก่าแก่
อาจารย์หญิงวัยชรายังมีหน้าที่เฝ้าประตูอยู่เช่นเดิมเมื่อชายหนุ่มในชุดคลุมสีขาวปรากฏตัวขึ้นเธอก็สะดุ้งตัวเล็กน้อย ครานั้นตอนอีกฝ่ายได้เลือกดาบสีดำเก่าโทรมไปเล่มหนึ่งไม่คิดเลยเวลาผ่านไปไม่กี่ปีตัวเธอที่เป็นถึงอาจารย์ จะต้องเล่าเรื่องของเขาให้กับหลานที่กำลังเล็กเพื่อกล่อมเข้านอนทุกคน
"สวัสดีครับศาสตราจารย์" ลูคัสโค้งให้อย่างมีมารยาท
หญิงชราตกตะลึงเล็กน้อยตัวเธอเป็นจอมเวทมีการบ่มเบาะอยู่ระดับวิซาร์ด มีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับอาณาจักรพลังที่4 แต่ก็ไม่สามารถสัมผัสถึงระดับการบ่มเพาะของชายตรงหน้าได้เลย
"ซินวา แจ้งอาจารย์เรียบร้อยแล้ว"อาจารย์หญิงพูดด้วยความประหม่าก่อนส่งกุญแจสีเงินให้กับชายหนุ่ม
ชายในชุดขาวโค้งตัวอย่างสุภาพอีกครั้งก่อนเดินหายเข้าไปในตึกไม้
"เป็นเด็กที่ดีจริงๆ" หญิงชราพึมพำ
เมื่อก้าวเข้ามาอีกครั้งทำให้เขารู้สึกเหมือนได้กลับมาสู่จุดเริ่มต้นชายหนุ่มและดาบมารเองก็เจอกันที่นี่
ตนไม่รอช้าเดินไปที่ห้องของสัตว์เวทแม้จะถูกเรียกว่าสัตว์เวทแต่ความจริงแล้วพวกมันคือสัตว์อสูรระดับ 4 มีความแข็งแกร่งเท่ากับอาณาจักรที่ 4 ของมนุษย์
เมื่อสัตว์อสูรเข้าสู่ระดับ 4 จะมีสติปัญญาเทียบเคียงมนุษย์ สัตว์เวทจะรู้ว่าใครเหมาะที่จะเป็นเจ้านายของมันและเมื่อเข้าสู่ระดับที่ 5 พวกมันจะสามารถพูดภาษาของมนุษย์ได้
ทวีปวู้ดส์แลนด์นั้นตั้งถิ่นฐานมาหลายพันปีแล้วทำให้สัตว์อสูรระดับสูงล้วนเข้าร่วมกับมนุษย์เสียส่วนใหญ่แต่ก็ยังมีบางพวกที่เร้นกายหลบซ่อนตัวจากโลกภายนอก
ภายในหอสมบัติหากเป็นนักเรียนทั่วไปจะมีสิทธิ์ดูเพียงภาพฉายจำลองเท่านั้นแต่ลูคัสนับเป็นกรณีพิเศษเมื่อกุญแจเงินถูกไขเข้าไปก็พบเข้ากับประตูสิบเจ็ดบาน ทั้งหมดในบานประตูคือสัตว์เวทที่ไร้เจ้านาย
"นกเขาเพลิง" ลูคัสตัดสินใจเดินเข้าไปในห้องนั้นก่อนเป็นอันแรกภาพที่เห็นคือนกยักษ์ที่มีขนสีแดงกำลังบินเล่นอยู่บนต้นไม้ใหญ่สถานศึกษาสร้างเวทจำลองสถานที่เอาไว้เพื่อเป็นที่อยู่ให้กับเหล่าสัตว์เวท
"ไม่เลว" เขาพูดก่อนเดินไปทีละห้อง
"แมวขนหนาม"แมวขนปุกปุยที่สีขนสีน้ำตาลอ่อนตัวยักษ์วิ่งเล่นอยู่ข้างทะเลสาบ ความเร็วของมันพอๆกับสัตว์ขี่เพียงแต่แมวตัวนี้เป็นพาหนะภาคพื้นดิน
จากนั้นชายหนุ่มก็สำรวจไปเรื่อยๆ ตนพบเจอป่าหมายักษ์หงส์หยก ม้าสิงห์ แต่ก็ยังรู้สึกว่ายังไม่เจอสัตว์ที่ถูกชะตากับเขาเท่าไหร่ นี่เป็นสัตว์ที่ทางสถานศึกษาได้รวบรวมไว้ลูคัสเข้าใจดีนี่เป็นสายพันธุ์พื้นๆ เท่านั้นยังมีสัตว์หายากบางอย่างที่แม้แต่ใช้เงินกองเป็นภูเขาก็ซื้อสัตว์เหล่านั้นมาไม่ได้
เมื่อก้าวออกมาก็พบว่าในหอสมบัติมีห้องเก็บพาหนะเวท
"พรมวิเศษ"เมื่อชายหนุ่มจินตนาการตัวเองนั่งอยู่บนผืนพรมสีแดงนี้ก็รู้สึกจั๊กจี้เล็กน้อย เขาจึงส่ายศีรษะก่อนจะทำการสำรวจไปเรื่อยๆ
ในที่สุดตนก็ถูกใจเข้ากับของชิ้นหนึ่ง มันมีชื่อว่า"รถม้าศึก" หากมองเผินๆ จะเห็นเกี้ยวไม้แบบจีนโบราณสีดำวางทิ้งอยู่และตอนนี้มันมีขนาดเท่าฝ่ามือเท่านั้นชายหนุ่มทดสอบส่งพลังปราณเข้าไปยังเกี้ยวสีดำ
ทำให้มันขยายตัวออกสูงกว่าสี่เมตรและกว้างพอจะให้สองคนเข้าไปนั่งได้จากนั้นมีสำนึกบางอย่างเกิดขึ้นบอกให้เขาจินตนาการภาพบางสิ่งที่จะใช้ลากเกี้ยวนี้
"โอ้ งั้นลองเอาเป็นลา" ชายหนุ่มลองจินตนาการถึงภาพลาตัวใหญ่ พลังปราณจึงอัดแน่นกลายเป็นเงาสีดำรูปร่างลายืนอยู่ด้านหน้าเกี้ยวไม้
"กระต่ายล่ะ" กระต่ายสีดำถูกสร้างขึ้น
เขาเล่นกับมันอยู่นานทั้งมังกร พยัคฆ์ถูกสร้างขึ้นสุดท้ายตนก็สรุปได้ว่าจะใช้ม้าเป็นตัวลากแทน เพราะมันดูเข้าที่สุดกับรถโบราณคันนี้ที่สุดแล้ว
ม้าสีดำถูกสร้างขึ้นเขาจินตนาการให้ขนของมันพลิ้วไหวราวกับมีเพลิงสีดำลุกโชติช่วงไม่นานก็ปรากฏม้าดำตัวใหญ่ตะกุยพื้นราวกับมีชีวิต ลูคัสพยักหน้าอย่างพอใจก่อนสั่งให้รถม้าศึกย่อส่วนเพื่อเก็บเข้าไปในแหวนหยก
"ผมเลือกรถม้าศึกครับศาสตราจารย์บี"ชายหนุ่มเดินมาหน้าโต๊ะอีกครั้งเพื่อลงทะเบียน
ต้องเข้าใจว่าสถานศึกษาแม้แต่ตัวอาจารย์เองก็มีแต้มภารกิจเช่นกันหญิงชราอาสารับหน้าที่ฝ้าหอสมบัติเพราะต้องการสะสมแต้มภารกิจเพื่อแลกเป็นทรัพยากรหลังจากทำงานที่นี่มาหลายปีเธอก็สามารถนำแต้มมาแลกของวิเศษได้หลายชิ้น
คราแรกที่ชายหนุ่มก้าวเข้ามาเธอเองก็หัวใจตุ้มๆต่อมๆ กังวลว่าลูคัสจะเลือกนกเขาเพลิงที่ตนเล็งไว้ไป เมื่อเห็นเขาเลือกอย่างอื่นเธอก็รู้สึกโล่งใจแต่ก็ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเลือกรถพาหนะเวทมนตร์ที่ใช้งานยุ่งยากนั้นแทน หญิงชราทำการบันทึกและเฝ้ามองอีกฝ่ายเดินจากไปอีกครั้งจนลับสายตาด้วยความฉงนใจ
ชายหนุ่มตัดสินใจเลือกของชิ้นนี้ไม่ใช่เพราะมันดูดีแต่เพราะตนเห็นศักยภาพของมันรถม้าคันนี้เคลื่อนที่ด้วยการขับเคลื่อนของพลังปราณ ตั้งแต่ชายหนุ่มทะลวงขั้นมาเป็นเทพสงครามขั้นหนึ่งตันเถียนในจิตวิญญาณก็มีขนาดเท่ากับบ่อน้ำซึ่งใหญ่กว่าคนปกติถึงห้าเท่า ประกอบกับอักขระรอยสักปริศนาที่ช่วยดูดซับปราณตลอดเวลาทำให้รถม้าศึกคันนี้จะวิ่งได้โดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
เมื่อก้าวออกมานอกหอสมบัติก็เป็นเวลาค่ำแล้ว
"สามปีแล้วสินะ" ชายหนุ่มเงยหน้ามองไปด้านบน
เขาเรียกรถม้าศึกออกมาก่อนขึ้นไปนั่งในเกี้ยวนั้นม้าสีดำตะกุยพื้นก่อนเริ่มเหินบินขึ้นไปบนท้องนภาอย่างเชื่องช้า
"นั่นอะไร"เด็กปีหนึ่งที่กำลังรับประทานอาหารชี้ให้เหล่านักเรียนคนอื่นดู
"รถม้าวิ่งอยู่บนก้อนเมฆ" เด็กสาวคนหนึ่งอ้าปากค้าง เธอไม่เคยเห็นภาพแบบนี้มาก่อน
ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง
ในหุบเขาแห่งหนึ่งรถม้าศึกสีดำลอยเคว้งอยู่กลางอากาศร่างในชุดขาวโรยตัวลงมาอย่างแผ่วเบา เขาเดินผ่านกระท่อมไม้เก่าโทรม เมื่อถึงสวนหลังบ้านร่างในชุดขาวย่อตัวลงใช้สองมือถอนหญ้าที่ขึ้นรกเนินดินด้านหน้าจนหมด
"อาเธอร์ ผมกลับมาเยี่ยม” เขานั่งลงก่อนจะเริ่มพูดคนเดียว
“รู้มั้ยช่วงเวลาที่ผ่านมาผมพบเจอกับเหตุการณ์มากมาย..."จากนั้นลูคัสก็เล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้กับกองดินตรงหน้าฟังอยู่หลายชั่วโมง ที่นี่คือหมู่บ้านมิลล์สถานที่ที่เขาเติบโต
ก๊อกก๊อก ก๊อก เคาะประตูไม้เก่าถูกเคาะยามวิกาลหญิงชราผู้หนึ่งแง้มประตูก่อนมองซ้ายขวา
“ลูคัสนั่นเธอใช่มั้ย”เสียงอ่อนตามประสาคนแก่พูดออกมา
“ไม่พบกันนานนะครับ”ชายชุดขาวที่มีผ้าผูกตายืนอยู่ที่มุมมืดเขาเดินเข้าไปในห้องโถงไม้พร้อมวางกระสอบใหญ่ลงบนพื้นอย่างแผ่วเบา
“เหมียวจอมโหดคือเธอนั่นเอง”หญิงชรากระซิบ
“คุณมิเกลนำเงินนี่ซ่อมแซมที่นี่เสียใหม่ ซื้อเสื้อผ้าและอาหารดีๆ มาแจกจ่ายให้กับเด็ก ส่วนคุณไม่ต้องลำบากเรื่องเงินทองอีกแล้วเพราะผมจะส่งมาให้ทุกเดือน แต่หากขาดเหลืออะไรให้ส่งจดหมายไปทางสถานศึกษาอีเดนขอความช่วยเหลือในนามลูคัส เรน พวกเขาจะช่วยเหลือเต็มที่”ชายหนุ่มกุมมือที่เหี่ยวแห้งของอีกฝ่ายก่อนพูดในอึดใจเดียว
แม้ตนจะไม่ได้อาศัยสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าหมู่บ้านมิลล์แต่ผู้คนที่นี่ก็เอื้อเฟื้อเขาเป็นอย่างมาก ทำให้ชายหนุ่มสลักไว้ในใจและมุ่งมั่นจะตอบแทนที่นี่ในสักวัน
เมื่อกล่าวจบ ร่างในชุดขาวก็กลืนหายไปในความมืดหญิงชราหันไปที่กระสอบใหญ่ด้านหลัง ในนั้นมีของเล่น เสื้อผ้าเด็ก ของใช้จำเป็นอุปกรณ์ทางการศึกษา อาหารแห้ง เมื่อมองไปยังถุงด้านล่างก็พบเหรียญทองกองอยู่มากมาย
“หากอาเธอร์ได้รับรู้ว่ามีหลานชายประเสริฐเช่นนี้เขาจะต้องรู้สึกภูมิใจ”
ขณะที่รถม้าลอยตัวอยู่
"ถึงเวลาเดินทางแล้ว"
ชายหนุ่มวางแผนจะมุ่งหน้าไปยังเมืองหลวงโดยไม่หยุดพักงานชุมนุมนักรบสวรรค์จะเริ่มขึ้นในอีกห้าเดือนข้างหน้า หากเดินทางปกติด้วยความเร็วของรถม้าเพียงเดือนเดียวตนก็น่าจะถึงที่หมาย
“ไป”สิ้นคำสั่งรถม้าศึกเริ่มเคลื่อนตัวผ่านดวงจันทร์กลมโตทะยานไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้อย่างรวดเร็ว