ผู้คุมน้อยถือสมุดบันทึกในมือพลางเอ่ย "นี่คือคนแรก และเป็ตัวที่อันตรายที่สุดด้วยขอรับ ยังมีมหาปีศาจอีกไม่น้อยที่จะทยอยถูกส่งตัวมาภายในหนึ่งสัปดาห์นี้"
สวี่หยางมองดูสมุดบันทึกในมือของจางหลิงแล้วถาม "เ้าจดบันทึกเอาไว้ด้วยหรือ?"
จางหลิงพยักหน้ารับ "ใช่แล้วขอรับหัวหน้าผู้คุมสวี่ ที่บ้านข้าฐานะไม่ค่อยดี ข้าจึงรู้หนังสือไม่มากนัก พอมาอยู่ที่นี่ก็มีเวลาว่างให้เรียนรู้มากมาย ข้าเลยอาศัยเื่พวกนี้มาฝึกคัดลายมือและเรียนรู้ตัวอักษรไปในตัวขอรับ"
สวี่หยางมองจางหลิงแล้วก็พอจะเข้าใจได้ว่า เหตุใดเ้านั่นถึงได้มาทำงานในเรือนจำั้แ่อายุยังน้อยขนาดนี้ คงเป็เพราะถูกบีบบังคับด้วยการใช้ชีวิตสินะ สำหรับราษฎรของแคว้นตงจี๋ อายุสิบหกปีก็ถือว่าไม่เด็กแล้ว
ในระหว่างที่พูดคุยกันอยู่นั้น เ้าหน้าที่ทางการสองคนก็กำลังคุมตัวชายฉกรรจ์ร่างใหญ่เดินขึ้นมาจากตีนเขา
"บัดซบ นี่มันสูงตั้งหกฉื่อเลยไม่ใช่หรือไง" สวี่หยางจ้องมองชายฉกรรจ์ร่างกำยำผู้นั้นด้วยความตกตะลึง
แม้ว่าพวกมหาปีศาจจะสามารถจำแลงกายเป็มนุษย์ได้ ทว่าน้อยนักที่จะมีมหาปีศาจตัวใดจำแลงกายได้เตะตาโดดเด่นถึงเพียงนี้ มนุษย์ที่มีความสูงหกฉื่อนั้นหาได้ยากยิ่ง อีกทั้งบนใบหน้าของมันยังเต็มไปด้วยรังสีอำมหิต มองปราดเดียวก็รู้เลยว่าเป็มหาปีศาจ
เ้าหน้าที่ทางการสองคนที่คุมตัวมา เมื่อเห็นสวี่หยางก็เอ่ยบ่น "เดินทางข้ามน้ำข้ามเขามาตลอดทาง นักโทษผู้นี้คุมตัวมายากลำบากนัก"
มีหรือที่สวี่หยางจะไม่รู้ว่าสองคนนี้หมายความว่าอย่างไร? เขารีบล้วงเอาเศษเงินสองก้อนออกมาส่งให้ทั้งสองคนทันทีพลางเอ่ย "พวกท่านลำบากแล้ว นักโทษผู้นี้ส่งมอบให้ข้า พวกท่านวางใจได้เลย"
ทั้งสองคนโยนเงินในมือเล่นพลางหัวเราะร่วน "พูดง่ายดีนี่ ผลงานของมหาเรือนจำสยบอสูรกุ่ยของพวกเ้าอยู่ในระดับแนวหน้ามาตลอดเลยนี่นา!"
จางหลิงที่ยืนอยู่ด้านข้างขมวดคิ้วมุ่น เมื่อเ้าหน้าที่ทางการเดินจากไป เขาถึงได้เอ่ยปากถาม "นี่มันหมายความว่าอย่างไรขอรับ? พวกเขากินเบี้ยหวัดของราชสำนักในการคุมตัวนักโทษ แล้วเหตุใดถึงยังต้องมาไถเงินจากพวกเราอีก!?"
"มันเป็ธรรมเนียม ไม่ต้องถามหรอก" หากไม่ยอมจ่ายเงินให้เ้าหน้าที่ทางการ พวกเขาก็จะสรรหาสารพัดข้ออ้างมาหาเื่ การจะรับตัวนักโทษอย่างราบรื่นก็คงจะกลายเป็เื่ยุ่งยากไป
"หูกาง ๆ ของเ้านั่น ดูน่ากลัวกว่ารูปร่างหน้าตาเสียอีกนะ จางหลิง มันชื่อว่าอะไร?"
"กงเทียนหยาง เป็ปีศาจหมูขอรับ" จางหลิงตอบกลับไปตามตรง
"มิน่าล่ะ ถึงได้มีหูกางใหญ่ขนาดนี้" สวี่หยางคว้าโซ่ตรวนพลางเอ่ย "กงเทียนหยาง ไปกันเถอะ หลังจากนี้ไปเ้าจะได้เจอดีแน่"
กงเทียนหยางไม่ปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ มันเดินตามสวี่หยางไปข้างหน้าเงียบ ๆ
หลังจากขังกงเทียนหยางไว้ในเรือนจำ์แล้ว สวี่หยางก็ไปหาจางซงเพื่อถามไถ่ว่ารู้จักกงเทียนหยางผู้นี้หรือไม่
จะว่าไป จางซงก็ดันรู้จักจริง ๆ เสียด้วยว่ากงเทียนหยางผู้นี้คือใคร
จางซงฉีกยิ้มพลางเอ่ย "คนชื่อกงเทียนหยาง ข้าเคยได้ยินชื่อเสียงอยู่บ้าง เดิมทีเคยทำงานอยู่ในหน่วยสังหารปีศาจ ต่อมาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ถึงได้กลับไปเป็มหาปีศาจตามเดิม"
คำพูดนี้ทำเอาสวี่หยางถึงกับงุนงงไปเลย ทำงานในหน่วยสังหารปีศาจเนี่ยนะ?
"เป็มหาปีศาจ แล้วเข้าไปทำงานในหน่วยสังหารปีศาจได้ด้วยหรือ?"
จางซงพยักหน้า "เป็เ้าหน้าที่นอกระบบน่ะ เ้าจะมองว่ามันเป็เหมือนกับนักล่าปีศาจก็ได้ แต่พวกมันได้รับการคุ้มครองจากทางการเพิ่มเติมมาจากพื้นฐานของนักล่าปีศาจทั่วไป ทำให้การทำงานสะดวกสบายกว่ามาก และก็กำเริบเสิบสานได้มากกว่าด้วย"
"ข้าไม่สนใจฐานะของมันหรอก ข้าแค่อยากรู้ว่ามันแข็งแกร่งหรือไม่ แล้วมีทักษะความสามารถพิเศษอะไรหรือเปล่า?
การที่มหาปีศาจสามารถเข้าไปเป็เ้าหน้าที่นอกระบบของหน่วยสังหารปีศาจได้ ย่อมต้องมีความสามารถพิเศษอะไรสักอย่างสินะ!"
จางซงลูบคางตัวเองพลางหัวเราะ "แกร่งสิ แกร่งมากทีเดียวแหละ คงจะพอ ๆ กับหลี่เหวยเลี่ยผู้นั้นเลยกระมัง?
ส่วนเื่ความสามารถพิเศษที่เ้าถามถึง อันนี้เ้าคงต้องไปถามมันเอาเองแล้วล่ะ ความสามารถพรรค์นั้นใครจะไปป่าวประกาศบอกให้คนอื่นรู้กันง่าย ๆ เล่า"
ข้อมูลของจางซงถือว่ามีประโยชน์ไม่น้อยเลยทีเดียว เนื่องจากสวี่หยางมีความสัมพันธ์อันดีกับจางซง ดังนั้นตอนนี้จางซงจึงมีพื้นที่ให้เดินเตร็ดเตร่ภายในเรือนจำได้อย่างกว้างขวาง สวี่หยางถึงขั้นอนุญาตให้เ้านั่นไม่ต้องถูกขังอยู่ในกรงแล้วด้วยซ้ำ
ตัวเขาเองก็ฉลาดหลักแหลม อีกเพียงไม่กี่วันก็จะพ้นโทษถูกปล่อยตัวแล้ว ไม่มีเหตุผลอันใดที่จะต้องแหกคุกหลบหนี
ส่วนทางด้านของสวี่หยาง ตอนนี้ความสนใจทั้งหมดของเขาพุ่งเป้าไปที่กงเทียนหยางผู้นี้เพียงคนเดียว
ไม่ว่าจะพูดอย่างไร การที่มหาปีศาจตนหนึ่งสามารถเข้าไปเป็เ้าหน้าที่นอกระบบของหน่วยสังหารปีศาจได้ ย่อมต้องมีความสามารถที่โดดเด่นเหนือธรรมดาอย่างแน่นอน
"กงเทียนหยาง สารภาพมาตามตรงดีกว่า เหตุใดเ้าถึงทรยศหลบหนีออกมาจากหน่วยสังหารปีศาจ!" สวี่หยางลากตัวมันเข้ามาในห้องทรมาน ยัดเยียดข้อหาที่ไม่มีอยู่จริงให้แก่มัน สารพัดเครื่องทรมานถูกนำมาใช้ฟาดฟันลงบนร่างของมันจนเนื้อตัวปริแตก เืลมชุ่มโชกไปทั้งตัว
กงเทียนหยางจ้องมองสวี่หยางด้วยแววตาเฉยชาพลางหัวเราะเยาะ "ผู้คุมตัวน้อย หากเ้ามีปัญญาก็ทุบตีข้าให้ตายไปเลยสิ"
เพียะ!
แส้ที่เต็มไปด้วยหนามแหลมฟาดกระทบเข้ากับร่างของกงเทียนหยาง สวี่หยางกระหน่ำฟาดแส้ลงไปครั้งแล้วครั้งเล่า
สวี่หยางย่อมกล้าสังหารมันอยู่แล้ว เพียงแต่มันยังไม่ถูกบันทึกเื่ราวปีศาจบันทึกข้อมูลเอาไว้ ขอเพียงแค่มันถูกบันทึกข้อมูลเมื่อใด ทุกอย่างก็จะจัดการได้ง่ายขึ้น
เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยาม กงเทียนหยางยังคงมีท่าทางกระปรี้กระเปร่า คราบเืที่เปรอะเปื้อนอยู่บนตัวดูราวกับไม่ใช่เืของมันเอง ความหนาของหนังมันนั้นเหนือชั้นยิ่งกว่าหูเลี่ยก่อนหน้านี้เสียอีก
"พามันกลับไป!"
สวี่หยางรู้สึกจนปัญญาเหลือเกิน นี่เป็ครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าการจะทำให้ใครสักคนเคียดแค้นชิงชังตัวเอง มันช่างเป็เื่ที่ยากเย็นแสนเข็ญถึงเพียงนี้
ผู้คุมคนใหม่สองคนหน้าซีดเผือด ขณะคุมตัวกงเทียนหยางที่ร่างอาบชุ่มไปด้วยเืกลับไปขังไว้ในกรง
ยามปกติสวี่หยางดูเป็คนพูดคุยง่าย ทว่าพฤติกรรมในห้องทรมานเมื่อครู่นี้ กลับทำให้พวกเขารู้สึกหวาดกลัวจนจับขั้วหัวใจ
ใน่หลายวันต่อมา สวี่หยางเอาแต่ครุ่นคิดอยู่ตลอดว่า จะงัดแงะอารมณ์ของกงเทียนหยางให้สร้างความรู้สึกด้านลบต่อตนเองได้อย่างไร และนับั้แ่ที่กงเทียนหยางถูกส่งตัวมา ก็มีมหาปีศาจทยอยถูกส่งตัวมาที่มหาเรือนจำสยบอสูรกุ่ยอีกเป็จำนวนไม่น้อย
กรงขังภายในเรือนจำเริ่มถูกเติมเต็มจนแน่นขนัด มีเพียงจางซงเท่านั้นที่ยังคงเดินเตร็ดเตร่ไปมาอยู่ด้านนอกอย่างสบายใจ บางครั้งก็แวะไปพูดคุยกับมหาปีศาจที่รู้จัก
แต่ด้วยภาพลักษณ์ความเป็มหาปีศาจแสนดีของเ้านั่น ทำให้มหาปีศาจส่วนใหญ่ไม่ค่อยอยากจะเสวนาด้วยเท่าใดนัก
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา จางซงเปลี่ยนมาสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ที่สะอาดสะอ้าน ยืนอยู่ริมระเบียงทางเดินบนยอดเขาพลางเอ่ยกับสวี่หยาง "ข้าไปแล้วนะ เ้าเป็คนไม่เลวเลย หากในอนาคตมีโอกาสได้ย้ายไปที่เมืองหลวง ก็ไปหาข้าได้ที่จวนตระกูลจางในเขตตะวันออกของเมืองหลวงนะ"
สวี่หยางเลิกคิ้วขึ้น เขารู้ดีว่าเื้ัของจางซงมีผู้หนุนหลัง ทว่าไม่คาดคิดเลยว่าผู้หนุนหลังของมันจะเป็ถึงคนของเมืองหลวง
สวี่หยางหัวเราะพลางเอ่ย "เ้าก็อย่าได้ถูกจับเข้ามาขังที่นี่อีกก็แล้วกัน"
จางซงหัวเราะฮ่า ๆ แล้วสะบัดแขนเสื้อเดินจากไป
หลังจากจางซงจากไป สวี่หยางก็กลับมางัดข้อกับกงเทียนหยางอีกครั้ง ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา กงเทียนหยางแทบจะถูกสวี่หยางเบิกตัวมาไต่สวนทุกวัน และทุกครั้งก็ถูกเฆี่ยนตีนานนับชั่วยาม
าแบนเรือนร่างมักจะยังไม่ทันได้ตกสะเก็ด ก็ถูกฟาดฟันจนปริแตกอีกครั้ง
แต่ถึงกระนั้น กงเทียนหยางก็ยังไม่เกิดอารมณ์ความรู้สึกใด ๆ ต่อสวี่หยางเลย มันดูราวกับเป็หุ่นเชิดที่ไร้ซึ่งความรู้สึกนึกคิด
"มารดามันเถอะ ดื้อด้านไม่รับรู้อะไรเลย เ้าช่วยโกรธหน่อยไม่ได้หรือไง!" สวี่หยางรู้สึกท้อแท้ใจอยู่บ้าง แม้จะมีมหาปีศาจถูกส่งตัวมาไม่น้อย ทว่ามหาปีศาจเ่าั้ล้วนมีระดับพลังเพียงธรรมดาทั่วไป แม้จะมีอยู่สองสามตนที่ถูกสวี่หยางยั่วโมโหจนสติแตกและโกรธแค้นเขาจนแทบจะขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ทว่าสิ่งที่สวี่หยาง้ามากที่สุด ก็คือกงเทียนหยางผู้นี้ต่างหาก
"เหตุใดข้าต้องโกรธด้วย?" กงเทียนหยางเอ่ยปาก สภาพของมันดูดีเยี่ยม ไม่เหมือนคนที่ถูกทรมานมาเลยสักนิด
หากไม่ติดว่ากลัวจะเสียหน้า สวี่หยางก็แทบอยากจะคุกเข่ากราบกรานเรียกมันว่าลูกพี่แล้ว
กงเทียนหยางนั้นแข็งขืนดื้อรั้น ไม่ยอมรับรู้สิ่งใด ท่าทีของมันเ็าสุดขีด ไม่ว่าจะด่าทอหรือทุบตีก็ล้วนไร้ผล
ในตอนที่สั่งให้ผู้คุมพากงเทียนหยางกลับไปขัง กงเทียนหยางยังเอ่ยปากยั่วยุสวี่หยางทิ้งท้ายไว้อีกด้วย
"คราวหน้าก็ลงแรงให้มันมากกว่านี้หน่อยนะ การลงทัณฑ์ของเ้านี่มันไม่ระคายผิวเลยสักนิด น่าเบื่อชะมัด วิธีการลงทัณฑ์ของหน่วยสังหารปีศาจยังรุนแรงกว่าของเ้าตั้งเยอะ!"
สวี่หยางไม่เพียงแต่จะยั่วโมโหกงเทียนหยางไม่สำเร็จ แต่กลับถูกเ้านั่นยั่วโมโหกลับจนกัดฟันกรอดด้วยความโกรธแทน
"เ้าต้องมีจุดอ่อนอะไรสักอย่างแน่ รอก่อนเถอะ!"
่เวลานี้ต่อให้ไม่ต้องทำอะไรเลย เขาก็จะขอสู้ยิบตากับกงเทียนหยางผู้นี้ให้ถึงที่สุด!