หลี่ิเยว่ที่เห็นว่าทางด้านนั้นตกลง และแม้แต่ผู้นำตระกูลหลี่เองก็เขียนหนังสือตัดขาดเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ทุกคนลงลายมือชื่อถึงได้วางใจลง จู่ ๆ นางรู้สึกเริ่มวิงเวียนศีรษะอีกครั้ง ด้วยร่างกายที่ควรจะตายไปั้แ่ตอนออกไปซักผ้าแล้วพลัดตกน้ำเมื่อหลายวันก่อนนี้ แม้ว่าจะมีน้ำพุิญญา แต่ก็ไม่อาจประคับประคองอาการอยู่ได้นาน
หลังจากเห็นว่าแยกบ้านกันเสร็จเรียบร้อย นางหลี่หวังจึงสาดสายตาอาฆาตใส่อดีตลูกสะใภ้แล้วะโขึ้นมา “นังดอกหญ้า ตอนนี้พวกเ้าไม่ใช่คนในตระกูลหลี่อีกต่อไปแล้ว รีบไสหัวไปให้พ้นหน้าข้าซะ! นอกจากของที่ตกลงกันว่าเป็ของพวกเ้าแล้ว อย่าได้คิดหยิบสิ่งใดออกไปอีก ไป! รีบ ๆ ไสหัวไปให้พ้นหน้าข้า!”
พูดจบนางก็โบกมือไล่ และคิดจะไปผลักนางซูแรง ๆ สักหน หลี่ิเยว่เห็นแบบนั้นจึงรีบเข้ามาขวางอยู่ระหว่างกลางของทั้งคู่ มารดาของนางยังตั้งท้องอยู่นะ! ไม่อาจทนแรงผลักของนางหลี่หวังโดยไม่เป็อันตรายได้แน่นอน!
เดิมทีนางหลี่หวังคิดจะใช้โอกาสนี้ผลักนางซูให้ล้มลง เพราะหลังจากนางล้มคงได้รู้สึกราวกับตายทั้งเป็แน่ แล้วเมื่อถึงตอนนั้นตัวนางก็แค่บอกว่าไม่ได้ตั้งใจ เป็อีกฝ่ายที่ยืนไม่มั่นคงเองจะโทษใครได้ ทว่าโอกาสดีเช่นนี้กลับหลุดลอยเพราะถูกนังเด็กน่าตายหลี่ิเยว่มาขัดจังหวะ นางหลี่หวังหรี่ตามองอย่างโกรธเคือง ยกมือขึ้นตบหลี่ิเยว่ทันที
“นังเด็กน่าตายนี่คิดจะทำอะไรฮะ! จู่ ๆ ก็วิ่งเข้ามา คิดจะทำให้ข้าใตายหรือ! เด็กเลว! ข้าจะตีเ้าให้ตาย!” ขณะที่พูดก็ยกมือฟาดลงไปบนใบหน้าเล็ก ๆ นั่นด้วย ในขณะที่กำลังจะฟาดอีกที จู่ ๆ ก็ถูกพ่นเืใส่เต็มหน้า
เดิมทีร่างกายของหลี่ิเยว่นั้นย่ำแย่อยู่แล้ว เมื่อครู่ถูกฝ่ามือของนางหลี่หวังตบซ้ำเข้าไป นางก็รู้สึกว่าในหัวมึนงง และเจ็บหน้าอกจนต้องพ่นเืออกมา พริบตาเดียวทั้งร่างก็อ่อนระทวยทรุดลงไปกองกับพื้น
ทันทีที่นางซูเห็นว่าบุตรสาวของตนกระอักเืออกมา ใบหน้าของนางก็พลันซีดขาวด้วยความใ รีบเข้าไปประคองบุตรสาวเอาไว้แล้วร้องไห้เสียงดัง “ิเยว่ ิเยว่เ้าเป็อะไรไป อย่าทำให้แม่ใสิ ิเยว่รีบตื่นขึ้นมา!”
เสียงร้องคร่ำครวญของนางซูทำให้คนตระกูลหลี่ในลานบ้านที่เตรียมจะเข้าห้องไปกินอาหารตื่นตระหนก เมื่อพวกเขาหันกลับมาก็เห็นนางหลี่หวังหน้าเปื้อนเืยืนนิ่งอยู่ และเห็นนางซูนั่งกอดบุตรสาวอยู่บนพื้น
พวกเขารีบเดินเข้าไปดูถึงได้รู้ว่า ใบหน้าของหลี่ิเยว่ที่อยู่ในอ้อมแขนของนางซูนั้นบวมแดง ซ้ำยังมีเืไหลออกจากปากไม่หยุด ส่วนตัวคนเองนอนหมดสติแน่นิ่งไปแล้ว
เมื่อทุกคนเห็นเช่นนี้ก็ใยิ่งนัก หลี่ชงรีบะโขึ้น “ห้าวเกอเอ๋อร์ ห้าวเกอเอ๋อร์รีบไปตามหมอฟู่มาเร็วเข้า”
พูดจบตนเองก็ก้าวไปรับร่างหลานสาวในอ้อมแขนของนางซูมาแล้วเดินไปที่ห้องพักของพวกนาง แท้จริงแล้วนางซูควรจะเป็คนอุ้มหลี่ิเยว่กลับห้อง แต่เพราะตัวนางกำลังตั้งครรภ์อยู่ อีกทั้งดูเหมือนสถานการณ์ของเด็กน้อยก็ดูเลวร้ายยิ่งนัก ส่วนครอบครัวของหลี่ต้าชวนก็ช่างมันไปก่อนเถอะ! ดูท่าแล้วคงจะเป็นางหลี่หวังนี่แหละที่เป็คนทำให้เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ เป็เช่นนี้
หลี่ชงอุ้มหลี่ิเยว่กลับห้อง ก่อนจะเดินออกมาด้วยสีหน้าคร้ามเข้ม ในตอนนั้นผู้นำหมู่บ้านเองก็ไถ่ถามสืบเสาะหาความจริงให้ชัดเจน เมื่อหลี่ชงออกมาก็เล่าให้เขาฟัง เขาจึงเอ่ยถามปิดท้ายว่า “เ้าหก เ้าเป็ผู้นำตระกูล เื่นี้เ้าว่าต้องจัดการอย่างไร?”
หลี่ชงเหลือบตามองนางหลี่หวังที่ซ่อนตัวอยู่ข้างหลังหลี่ต้าชวน พิจารณาอยู่สักพักก่อนจะเอ่ย “รอให้หมอฟู่มาดูอาการเสี่ยวิเยว่เสียก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
ครอบครัวของหลี่ต้าชวนเป็ต้นเหตุที่ทำให้หลี่ิเยว่กระอักเืออกมาเมื่อครู่นั้นชัดเจน แม้แต่หลี่ต้าเจียงและนางเสี่ยวหลี่หวังที่แสนหยิ่งยโส ชอบทำท่าทางสูงส่งกว่าคนอื่นอยู่เป็ประจำก็ยังไม่กล้าเอ่ยปากพูดอะไร ทำได้เพียงเมียงมองไปที่ประตูบ้านตาปริบ ๆ
ไม่นานนัก หมอฟู่ก็ก้าวยาว ๆ เข้ามาพร้อมกับหลี่อวิ๋นห้าว ยังไม่ทันได้เอ่ยคำทักทายอะไรก็เดินเข้าไปในห้องพร้อมกับหลี่อวิ๋นห้าวแล้ว พวกหลี่ชงเองก็ตามไปยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องเพื่อรอฟังผลวินิจฉัยของหมอฟู่ด้วย
ประมาณสองเค่อต่อมา หมอฟู่ก็เดินออกมาจากในห้อง เขามีสีหน้าไม่ดีนัก เมื่อเห็นผู้นำตระกูลหลี่และคนอื่น ๆ ยืนรออย่างจดจ่ออยู่ที่หน้าประตูก็มีสีหน้าดีขึ้นมาบ้าง
หลี่ชงมองเข้าไปในห้อง จากนั้นจึงเอ่ยถามอาการของหลี่ิเยว่ “หมอฟู่ อาการของเสี่ยวิเยว่เป็อย่างไรบ้าง?”
ฟู่เหวินชิงได้ยินคนเอ่ยถามก็มีสีหน้าคล้ำลงหลายส่วน เขากวาดตามองครอบครัวของหลี่ต้าชวนก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ “เดิมทีเด็กคนนี้ทรมานจากการขาดสารอาหารมานานแล้ว ทั้งยังตกน้ำไปเมื่อหลายวันก่อนจึงทำให้ร่างกายเสียหายอย่างหนัก พอวันนี้มาถูกคนตบหน้าอย่างแรงเช่นนี้อีก จะไปทนรับไหวได้อย่างไร ตอนนี้เด็กคนนี้ต้องได้รับการบำรุงดูแลอย่างดี ไม่เช่นนั้นอาจจะ…” เมื่อพูดถึงตรงนี้เขาก็ส่ายหน้าและไม่พูดอะไรต่อ
หลี่ชงกับผู้นำหมู่บ้านได้ยินเช่นนั้นก็จ้องมองไปยังครอบครัวของหลี่ต้าชวนด้วยสายตาเย็นเฉียบ เดิมทีก็อยากจะไว้หน้าบ้านสามอยู่บ้าง เมื่อครู่นี้หลี่ต้าชวนพูดว่ากินข้าวกันก่อนแล้วค่อยออกไป ทุกคนเองก็เห็นด้วยแล้ว แต่ในเวลาแค่ชั่วพริบตา คนพวกนี้กลับก่อเื่เช่นนี้ขึ้นอีก แล้วจะไม่ให้พวกเขารู้สึกโมโหได้อย่างไร
หลี่ชงถลึงตาใส่นางหลี่หวังก่อนจะเอ่ยถามหมอฟู่ “หมอฟู่ หากต้องบำรุงดูแลเด็กคนนี้ ต้องใช้เงินสักเท่าไรหรือ?”
ฟู่เหวินชิงครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยปากว่า “เด็กคนนี้ต้องทนทุกข์ทรมานมาไม่น้อย อย่างน้อยก็้าสักยี่สิบตำลึง นี่เป็เงินสำหรับค่ายาเท่านั้น ยังไม่รวมค่าอย่างอื่นอีก”
หลี่ชงพยักหน้าและหันไปเอ่ยกับหลี่ต้าชวน “เด็กน้อยิเยว่กับพวกเ้าไม่มีความเกี่ยวข้องกันแล้ว แต่ตอนนี้กลับถูกนางหลี่หวังทำร้ายจนเป็เช่นนี้ ตอนนี้หมอฟู่บอกว่า้าเงินยี่สิบตำลึงเพื่อรักษา เช่นนั้นพวกเ้าก็ต้องเป็คนจ่ายเงินจำนวนนี้ ว่าอย่างไร?”
“มีสิทธิ์อะไรมาให้พวกข้าจ่าย นังเด็กน่าตายนี่ป่วยออด ๆ แอด ๆ มานานแล้ว ข้ากำลังพูดกับนางซูอยู่ แล้วใครใช้ให้มันสะเออะยื่นหน้าเข้ามาใกล้เล่า อีกอย่างเื่นี้ข้าเองก็ไม่ได้ตั้งใจเสียหน่อย!” หลี่ต้าชวนยังไม่ทันได้พูดอะไร นางหลี่หวังก็เริ่มโวยวายขึ้นมาเสียก่อน จะให้นางออกเงินงั้นรึ? ไม่มีทาง! ไม่เช่นนั้นก็มาฆ่านางเสียดีกว่า!
หลี่ชงถูกท่าทีไร้ยางอายของพี่สะใภ้ทำให้โกรธเคืองขึ้นเสียแล้ว เขาสะบัดแขนเสื้อและเอ่ยขึ้นอย่างเ็า “ได้ ถ้าพวกเ้าไม่จ่าย! ก็รอให้เด็กน้อยิเยว่เป็อะไรไปจริง ๆ เสียก่อนเถอะ ถึงตอนนั้นข้าจะให้ห้าวเกอเอ๋อร์เข้าเมืองไปรายงานกับท่านเ้าเมือง แล้วดูซิว่าเ้ายังจะมาโวยวายอยู่อย่างนี้ได้อีกหรือไม่!”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ เขาก็ปรายตามองหลี่ต้าชวนพลางยิ้มอย่างเ็า “เมื่อถึงตอนนั้น ไม่รู้ว่าจะส่งผลกระทบต่อบัณฑิตหลายคนในครอบครัวของเ้าหรือเปล่านะ อย่างที่รู้ ๆ กันอยู่ว่าบัณฑิตต้องให้ความสำคัญกับชื่อเสียงมากที่สุด!”
หลี่ต้าชวนได้ยินคำพูดเช่นนั้นก็มีปฏิกิริยาตอบสนองทันที เขาไม่อาจปล่อยเื่นี้ให้กลายเป็เื่ใหญ่ได้ ไม่เช่นนั้นพวกซงเกอเอ๋อร์จะลำบากไปด้วย ดังนั้นเขาจึงส่งเสียงกระแอมขัดนางหลี่หวังที่กำลังเปล่งเสียงออกมา “ยายเฒ่าน่าตายนี่หุบปากเสีย! เมียเ้าใหญ่ เมียเ้ารอง พวกเ้าพาแม่เ้ากลับห้องไปซะ เมื่อครู่นี้นางใจนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว”
เมื่อพูดจบเขาก็หันกายไปพูดกับหลี่ชง “เงินค่ายาครอบครัวข้าจะจ่ายให้เอง เพียงแต่ที่เด็กิเยว่นั่นเป็หนักถึงเพียงนี้ก็เพราะร่างกายของนางอ่อนแอเอง เพราะฉะนั้นพวกข้าจะออกเงินให้เพียงครึ่งเดียว!”
ผู้นำหมู่บ้านและผู้าุโมองหลี่ต้าชวนพลางส่ายหน้า หากไม่ใช่เห็นแก่หลี่อวี้ซงและหลี่อวี้ฮุยที่ยังหนุ่มแน่นอนาคตไกล อีกทั้งผลการเรียนของพวกเขาก็ค่อนข้างดี ไม่แน่ว่าปีสองปีนี้อาจจะได้รับตำแหน่งซิวไฉมาก็ได้ ไม่เช่นนั้นพวกเขาคงไม่ปล่อยตัวปัญหาเช่นบ้านสามสกุลหลี่ไว้แบบนี้แน่
ลำดับพี่น้องครอบครัวหลี่หง
