หลี่ตู้สามารถล้างหั่นผัก และปรุงอาหารได้อย่างคล่องแคล่ว...
เด็กยากจนต้องทำทุกอย่างให้เป็ไม่ว่าจะเื่ทำครัวหรืองานบ้าน พวกมันกลายเป็ส่วนหนึ่งในชีวิตของหลี่ตู้ไปแล้ว
วันนี้หลี่ตู้ทั้งยินดีและหนักอึ้งในใจ
ยินดีที่เขาพร์ที่คนทั่วไปยากจะจินตนาการได้นั่นก็คือการสังหารสัตว์อสูรเพื่อเพิ่มอายุขัย
แต่เื่ที่หนักใจคือเขาไม่รู้ว่าจะบอกเื่ราวทั้งหมดนี้อย่างไร
ควรบอกเื่พร์ของตัวเองไหม?หลี่ตู้ไม่ค่อยอยากทำอย่างนั้น ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อใจสุ่ยเซิงแต่เพราะว่าพร์นี้มันเกินกว่าจะเข้าใจได้
หลี่ตู้ที่เคยผ่านความยากลำบากมาแล้วแทบไม่อยากเชื่อใจใครเลยเพราะคนธรรมดาที่ไร้ความผิดแค่มีสมบัติล้ำค่าอยู่กับตัวก็อาจจะมีภัย
เขาไม่เป็ไรแต่สุ่ยเซิงเล่า
หากไม่เล่าเื่ราวทั้งหมดแล้วจะอธิบายเื่ที่เขาใช้อายุขัยหลายสิบปีแลกเปลี่ยนอาชีพมาอย่างไรดี?
สุ่ยเซิงก็รู้เช่นกันวันนี้ที่โรงเรียนเป็วันปลุกอาชีพ
อาหารเย็นวันนี้เรียบง่ายผัดผักกาดขาวใส่หมู หลี่ตู้กินข้าวอย่างเหม่อลอย
สุ่ยเซิงเหมือนจะไม่เอะใจอะไรเลยเธอใช้ชีวิตเหมือนอย่างเคย สองพี่น้องกินข้าวจนเสร็จท่ามกลางความเงียบก่อนจะไปอาบน้ำและเข้านอนตามปกติ
สุ่ยเซิงราวกับไม่รู้อะไรทั้งสิ้น
บางทีเธออาจจะลืมไปแล้วว่าวันนี้คือวันอะไร...ถ้าเป็อย่างนั้นก็คงดี
วันต่อมาหลี่ตู้ต้องไปโรงเรียน สุ่ยเซิงก็ตื่นแต่เช้าเพื่อต้มโจ๊กไว้ให้เขา
ก่อนจากกันสุ่ยเซิงเข้ามากอดหลี่ตู้จากด้านหลัง ใบหน้าของเธอซบลงบนไหล่ของชายหนุ่ม
ร่างของเด็กสาวอบอุ่นมากสุ่ยเซิงกอดเขาแน่น ราวกับกลัวว่าหลี่ตู้จะจากเธอไป
“พี่คะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หนูจะอยู่ข้างพี่ตลอดไปนะ”
หลี่ตู้ยิ้มแล้วหันไปบีบแก้มเธอเบา ๆ “ต้องเป็อย่างนั้นอยู่แล้วถ้าไม่มีพี่... เธอจะอยู่ยังไงล่ะ?”
จากนั้นหลี่ตู้ก็ออกไป สุ่ยเซิงโบกมือส่งอยู่ข้างหลัง
จนกระทั่งร่างของหลี่ตู้หายลับไปจากสายตาน้ำตาของเธอก็ไหลลงมา พร้อมกับพึมพำ
“พี่คะ หนูเข้าใจพี่นะ... ต่อให้เหลืออายุขัยแค่หนึ่งวันหนูก็จะอยู่กับพี่ตลอดไป”
......
“ได้ยินหรือยัง? หลี่ตู้จะประลองกับเจี่ยงเหยียนิแล้ว!”
“เฮ้ย! จริงหรือ? หลี่ตู้ไม่ใช่ขยะหรอกเหรอเขาเอาความกล้ามาจากไหนกัน”
“ใครจะไปรู้? ได้ยินมาว่าเขาแลกเปลี่ยนอายุขัยห้าสิบปีที่วิหารเทพแห่งโชคชะตาเพื่อปลุกอาชีพไร้ค่าพอขึ้นสังเวียนคงจะถูกเจี่ยงเหยียนิขยี้เละแน่”
“ไม่งั้นยังเป็ทางไหนได้อีก? เจี่ยงเหยียนิปลุกอาชีพเป็นักดาบคู่นั่นคืออาชีพระดับปราณีต มีค่าสถานะมากกว่าอาชีพทั่วไปตั้งสองเท่าเลยนะ!”
ก่อนที่หลี่ตู้จะไปถึงโรงเรียนข่าวการท้าประลองระหว่างเขากับเจี่ยงเหยียนิก็แพร่สะพัดไปทั่วโรงเรียนแล้ว
นักเรียนชั้นปี3ทุกคนของโรงเรียนมัธยมปลายหลานเฉิงตกตะลึงกับการกระทำของหลี่ตู้
เจี่ยงเหยียนิเป็ใครน่ะหรือนอกจากพ่อแม่ของเขาจะเป็ผู้มีอาชีพเลเวลสี่สิบแล้วตัวเขาเองก็ปลุกอาชีพเป็ระดับปราณีต ด้วยความสามารถของเขาการคว้าอันดับหนึ่งของโรงเรียนย่อมไม่ใช่ปัญหา
ส่วนหลี่ตู้เขาเปลี่ยนอาชีพไม่สำเร็จ กลายเป็คนไร้ค่าอย่างสมบูรณ์!
หลี่ตู้กล้าขนาดนี้ได้ยังไง?
“หลี่ตู้ เธอ... ใจร้อนเกินไปแล้ว!”
เมื่อมาถึงโรงเรียนฉินอันหมินก็เข้ามาหาหลี่ตู้ทันที “รีบตามฉันมาเร็วไปหาเจี่ยงเหยียนิด้วยกัน ให้เขายกเลิกการประลองนี้ซะ!”
เมื่อได้ยินคำพูดของฉินอันหมินหลี่ตู้ก็รู้สึกอบอุ่นใจ มีเพียงอาจารย์คนนี้เท่านั้นที่ห่วงใยเขาจริง ๆตลอดสามปีที่ผ่านมา
แต่แล้วเขากลับส่ายหน้า “ไม่ต้องหรอกครับครูนี่เป็การตัดสินใจของผมเอง”
“นี่...”
ฉินอันหมินมองหลี่ตู้ด้วยความตกตะลึงพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว
ไม่นานหลี่ตู้ก็มาถึงลานประลองของโรงเรียน เจี่ยงเหยียนิก็มาถึงแล้วเช่นกันและไม่ใช่แค่เขาเท่านั้น ผู้คนจำนวนมากทั้งนักเรียนและอาจารย์ต่างก็พากันมาอย่างคับคั่ง เพื่อมาดูชมเื่สนุก
เมื่อเห็นหลี่ตู้เจี่ยงเหยียนิก็เผยสีหน้าอวดดีทันที
“หลี่ตู้! เดี๋ยวแกจะได้เห็นว่าฉันจะทำให้แกคุกเข่าได้ยังไง!ฉันจะทำให้แกรู้ว่าความแตกต่างระหว่างอัจฉริยะกับขยะ มันยากเกินจะก้าวข้ามไปได้!”
คำพูดโอ้อวดของเขาไม่ได้ทำให้ใครรู้สึกรังเกียจแต่กลับทำให้หลายคนส่งเสียงเชียร์สนั่น
โดยเฉพาะเด็กสาวคลั่งใคล้คนหล่อบางคนถึงกับะโว่า“คุณชายเจี่ยงเท่มากค่ะ!”
หลี่ตู้เห็นอย่างนั้นก็ไม่ได้ตื่นตระหนกและสงบนิ่งอย่างมาก “แกก็ลองดูสิใครจะทำให้ใครคุกเข่ากันแน่”
หลายคนเห็นดังนั้นก็หัวเราะเยาะ
ไม่มีใครคิดว่าหลี่ตู้จะชนะเลย
“อะแฮ่ม... เงียบ!” ชายวัยกลางคนหัวล้านเดินออกมาแล้วะโด้วยเสียงอันดัง
“ทุกท่าน ผมคือครูโจวเฉียง ผู้เป็สักขีพยานในการประลองครั้งนี้!การประลองนี้เกิดจากความยินยอมของทั้งสองฝ่าย นอกจากการฆ่าแล้ว ใช้วิธีใดไม่จำกัดแค่ทำให้อีกฝ่ายตกสนาม หรือไม่สามารถสู้ต่อ เท่านี้ก็ถือว่าเป็ผู้ชนะ!”
“ทั้งสองมีข้อโต้แย้งหรือไม่”
หลี่ตู้กับเจี่ยงเหยียนิส่ายหน้าแสดงว่าไม่มีข้อโต้แย้ง
“ในเมื่อไม่มีข้อโต้แย้งก็เริ่มการประลองได้เลย!”
หลังจากนั้นหลี่ตู้และเจี่ยงเหยียนิก็เดินขึ้นไปบนสนามประลอง
ด้านล่างผู้คนจำนวนมากกำลังส่งเสียงเชียร์ให้เจี่ยงเหยียนิ
“เจี่ยงเหยียนิ! เล่นไอ้ขยะนี่ให้ยับไปเลย!ฉันเหม็นขี้หน้ามันมานานแล้ว!”
“ใช่ ใช่! คุณชายเจี่ยง ไม่ต้องออมมือ!”
“หมัดเดียวจอดไปเลย! บดขยี้ไอ้ขยะให้เละ ฉันอยากเห็นมันร้องไห้ขอความเมตตา!”
ไม่ได้มีแต่นักเรียนเท่านั้นอาจารย์อีกหลายคนก็มารวมตัว และซุบซิบกัน
หัวหน้าอาจารย์ชั้นปี3หวังจี๋หัวเราะคิกคัก “ไม่รู้ว่าหลี่ตู้ไปเจอเื่อะไรมาถึงได้กล้าหาญขนาดนี้เอาไข่ไปกระทบหินแท้ ๆ เลย”
อาจารย์คนอื่นก็เห็นด้วย
“นั่นสิ เจี่ยงเหยียนิไม่ใช่แค่ได้อาชีพระดับปราณีตเท่านั้นนะได้ยินมาว่าพ่อของเขาพาไปเก็บเลเวลด้วยตัวเองแล้วด้วยอย่าดูถูกเชียวว่าเพิ่งผ่านมาแค่วันเดียวหลี่ตู้คงไม่รู้หรอกว่าเจี่ยงเหยียนิตอนนี้เลเวลสิบแล้ว”
“ยังไม่ใช่แค่นั้นอุปกรณ์ที่เจี่ยงเหยียนิใส่ก็เป็เซ็ตไอเท็มระดับปราณีตด้วยแถมพ่อของเขายังหาตำราสกิลระดับตำนานมาให้ด้วยนะ”
“เจี่ยงเหยียนิเป็ความหวังของโรงเรียนเราที่จะคว้าอันดับหนึ่งในการสอบระดับชาติปีนี้หลี่ตู้จะเอาอะไรมาสู้?”
บนสนามประลอง
เจี่ยงเหยียนิชูนิ้วโป้งให้หลี่ตู้แล้วบิดชี้ลงไปด้านล่าง
“หลี่ตู้ ถ้าแกคุกเข่าลงแล้วก้มกราบฉันสามร้อยครั้งตอนนี้บางทีฉันอาจจะเมตตาปล่อยแกไปก็ได้!”
หลี่ตู้ตอบเสียงเย็น“ไม่จำเป็ แกเข้ามาเลย”
“ฮึ่ย! ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!”
เจี่ยงเหยียนิแค่นเสียงจากนั้นลูบผ่านเข็มขัดที่เอวในมือของเขาพลันปรากฏแสงประกายของดาบยาวสองเล่มที่ลอยขึ้นมากลางอากาศ
ผู้คนเห็นดังนั้นก็ตกตะลึง
“เครื่องรางมิติ! เจี่ยงเหยียนิมีเครื่องรางมิติด้วย!”
“เขารวยขนาดนี้เลยเหรอ?”
“ไม่ใช่แค่เครื่องรางมิตินะ ดูดาบทั้งสองเล่มนั้นสิ คุณภาพไม่ธรรมดาเลย!”
......
“สามวินาที!” เจี่ยงเหยียนิะโ “ฉันจะทำให้แกคุกเข่าภายในสามวินาที!”
หลังจากนั้นเขาก็เริ่มร่ายรำดาบคู่ทันที
“ระบำดาบคู่ัวารี!”
ซู่ววววว—
ทั่วร่างของเจี่ยงเหยียนิพลันเกิดคลื่นลมจากนั้นพายุนี้ก็เรียกคลื่นน้ำรูปร่างัพุ่งเข้าใส่หลี่ตู้
ัวารีเคลื่อนที่รวดเร็วมันพุ่งเข้ามาใกล้หลี่ตู้มากขึ้นเรื่อย ๆ
แรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้าใส่อย่างฉับพลัน
“จู่โจมปลิดิญญา!”
หลี่ตู้คำรามแล้วใช้สกิลจู่โจมปลิดิญญาทันที หลังจากสังเวยอายุขัยหนึ่งปีร่างกายของเขาก็เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง
จากนั้นเขาก็ปล่อยหมัดออกไปหาัวารี!
ซ่าาาาา—
ัวารีอันเกรี้ยวกราดนั้นกลับถูกแรงจากหมัดเดียวของหลี่ตู้ทำให้สลายหายไปในพริบตา!