ไฟสีแดงฉานประกายไปทั้วทั้งแดนเฟิงหลงและแดนฉงจื่อ มนุษย์และปีศาจพัวพันกันอย่างไม่รู้จบสิ้น หนึ่งปีายังคงไม่เลิกลา สองปีสนามรบคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นไอแห่งความตาย และสามปีมนุษย์และปีศาจล้มตายกันเป็ูเา เืกลายเป็ธาราน้ำสายหนึ่ง จนกระทั่งอีกสามปีให้หลังศึกตัดสินครั้งสุดท้ายเริ่มขึ้นเป็จุดเปลี่ยนชีวิตและชะตาระหว่างสองเผ่าพันธุ์
กงเยี่ย ผู้พิทักษ์าอันดับหนึ่งแห่งยุทธภพเพื่อให้ชนรุ่นหลังได้มีชีวิตรุ่งโรจน์อีกคราหนึ่งเขาทุ่มเทพลังิญญากำจัดปีศาจทำให้คนกว่าครึ่งหนึ่งของกองทัพสู้จนตัวตาย
หรือแม้กระทั่งยอดฝีมือในยุทธภพยังต้องเผชิญการฆ่าฟันจนตัวตายไม่ต่างกันในที่สุดานองเืก็สิ้นสุดลง แต่กระนั้นเผ่ามนุษย์ก็สูญเสียยอดฝีมือไปมากมายนัก
ณ เขาซ่านกู่แห่งแดนฉงจื่อ เเม่นางน้อยวัยสิบสองปีกอดร่างไร้ิญญาของบิดาและมารดาร้องไห้ปานขาดใจ น้ำตาของนางไหลนองหน้า ดวงตาทั้งสองข้างบวมเป่ง น้ำเสียงก็แหบแห้งนักบงบอกว่านางนั้นร้องไห้จนแทบจะไร้เสียงอยู่ร่ำแล้ว
"ท่านพ่อ ท่านแม่อย่าทิ้งซีเอ๋อร์ไปนะเ้าคะ ซีเอ๋อร์อยากอยู่กับพวกท่าน ฮื่อ.."นางสะอึกสะอื้นเนื้อตัวสั่นเป็พักๆ มือไม้โอบกอดร่างไร้ิญญาอย่างแน่น
เพราะเพื่อให้บุตรสาวรอดพ้นจากาตัดสินชะตาระหว่างมนุษย์และปีศาจ สองสามีภรรยาใช้พลังิญญาปกป้องนางไว้จนวินาทีสุดท้ายของชีวิต ด้วยเพราะใช้พลังิญญาจนเหือดแห้งจนกระทบกระเทือนถึงอวัยวะภายในจนตัวตาย แม้กระทั่งคำร่ำลายังมิได้เอื้อมเอ่ยสักคำ์ก็พลาดชีวิตพวกเขาไปแล้ว ทิ้งเพียงเเม่นางน้อยร้องไห้กอดบิดามารดากลางซากศพปีศาจเป็พะเนินเท่านั้น
มู่เหยียนซี ใช้สองมือเล็กขุดหลุมขนาดใหญ่สองหลุมเคียงข้างกันภายในเวลาสามวันเต็มๆโดยไม่พักแม้สักนิด จนมือเล็กของนางเป็แผลเืจนดูมิได้ ยังดีที่ดินตรงจุดนั้นมิได้แข็งเกินไปบวกกับนางมีพลังิญญาระดับสองอยู่แล้วจึงเป็เพียงแผลทว่าหากไม่เร่งรักษาวันหน้าอาจพิการได้เช่นกัน
เมื่อจัดการที่พักผ่อนหลังความตายให้กับบิดามารดาเสร็จสิ้นนางก็พาร่างไร้ลมหายใจของทั้งสองท่านนอนลงภายในหลุมก่อนจะทำการกลบดินปกปิดพวกเขาไว้ภายในนั้นตลอดไป กระทั่งเสร็จสิ้นทุกอย่างแล้วเรี่ยวแรงที่นางใช้ไปสามวันเต็มก็หมดสิ้นบวดกับร้องไห้จนอ่อนล้าในที่สุดนางหมดสติกับพื้นทันใด
วันเวลาของมนุษย์ช่างรวดเร็วผ่านไปเพียงชั่วพริบตาก็เป็เวลาแปดปีต่อมาแล้วและหวนกลับมาถึงวันที่สิบเก้าเดือนแปดอีกครั้ง บัดนี้แม่นางน้อยที่เคยร้องไห้อย่างเสียใจในครั้งอดีตได้เติบโตเป็หญิงสาวผู้งามพร้อมแล้ว
วันนี้นางเดินทางมาอย่างเขาซ่านกู่อีกครั้งเพื่อเยี่ยมเยียนสุสานบิดามารดาในรอบหนึ่งปี นางคุกเข่าอยู่ตรงหน้าหลุมศพเหม่อมองป้ายแกะสลักนามที่งดงามอยู่บนแผ่นป้ายหลุมศพทั้งสองอย่างโศกเศร้าก่อนนางจะคลี่ยิ้มพูดเสียงอ่อนโยน
"ท่านพ่อ ท่านแม่ แปดปีแล้วที่พวกท่านล้วนจากซีเอ๋อร์ไป มิรู้ว่าในที่แห่งนั้นพวกท่านใช้ชีวิตมีความสุขหรือไม่..."นางเอ่ยพลางใช้มือลูบไล้ป้ายหลุมศพอย่างอ้อยอิ่ง"พวกท่านไม่ต้องเป็ห่วงซีเอ๋อร์นะเ้าคะ ซีเอ๋อร์มีความสุขและใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าอย่างที่ท่านหวัง แม้จะเศร้าในบางครั้งแต่ก็ไม่ได้เสียใจเหมือนวันวานแล้ว"
สายลมหอบหนึ่งพักผ่านร่างงามไปทำให้เส้นผมราวแพรไหมพริ้วไหวบางเบาก่อนดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่นั้นจะเป็ประกายระยับ
"วันนี้ซีเอ๋อร์นำอาหารที่พวกท่านชอบมาให้หวังว่าพวกท่านจะได้รับมัน"ครั้งเอ่ยจบนางสะบัดแขนเสื้อเล็กน้อยอาหารสองสามอย่างและขนมทานเล่นเล็กน้อยก็ปรากฏขึ้นข้างหน้านาง"ได้ยินมาว่าแดนเฟิงหลงมีที่น่าชมเล่นหลายแห่ง มีอาหารเลิศรสมากมาย และมีหอการแพทย์เลื่อนชื่อลือนาม ซีเอ๋อร์อยากไปเยือนดูสักหน ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะกลับมายังฉงจื่อ วันนี้จึงได้มาเอ่ยลา ท่านพ่อท่านแม่หวังว่าพวกท่านจะมีความสุขส่วนซีเอ๋อร์จะไม่ทำให้ตัวเองทุกข์ใจเหมือนกัน"
เมื่อเอื้อนเอ่ยจบร่างบางก็ลุกขึ้นและเดินจากไปจากเขาซ่านกู่ทันที แน่นอนเพราะเป็สถานที่พักผ่อนหลังชีวิตความตายของบิดามารดาบังเกิดเกล้าของนาง ณ จุดตรงสุสานไม่เกินร้อยเมตรจึงมีค่ายกลเก็บิญญาทรงพลังระดับสูงป้องกันไว้ เพราะกลัวว่ามีคนเข้าไปวุ่นวายมู่เหยียนซีจึงยอมใช้ค่ายกลชั้นเดียวที่มารดาทิ้งไว้เป็ม่านปกป้องทั้งสองมิให้ใครย่างกายเข้าใกล้นอกเสียจาก ผู้วางค่ายกลเช่นนางและคนที่ได้รับอนุญาตแล้วเท่านั้น