เช้าวันแรกในบ้านพักหลังเล็ก
“อื้อ...หลับสบายดีจัง”
ดรีมขยับตัวเล็กน้อย หลังจากนอนหลับสบายตลอดทั้งคืน ราวกับว่าทั้งชีวิตได้นอนหลับลึกเป็ครั้งแรก
“กี่โมงแล้วนะ..บ้าจริง!”
ดรีมจับโทรศัพท์ของตัวเองยกขึ้นดูเวลาถึงรีบตัวลุกขึ้น ด้วยความตื่นใ เพราะเวลานี้เกือบเที่ยงวันในหัวของเขาเฝ้าคิด สงสัยเ้าของโฮมสเตย์คงจะนั่งหัวเราะขำขัน ในความี้เีตื่นสายของเขาเป็แน่
ร่างบางรีบรุดออกจากห้องนอน ออกมายังชายบ้านก่อนจะมองเห็นตะกร้าของผักผลไม้ที่ปอนำมาวางไว้ให้
“บ้าจริง..ทำกินเองอีกแล้วเหรอ?”
ดรีมทำใบหน้ากังวล ก่อนจะมองเห็นสมุดคู่มือเล่มเล็กๆ ที่เขียนด้วยลายมือของปอ ในนั้นมีวิธีการทำอาหารั้แ่ก่อไฟ ไปจนถึงการปรุงอย่างละเอียด
“เฮ้อ... นี่ฉันต้องกลายเป็แม่ครัวจำเป็ั้แ่วันแรกเลยหรือไง?”
ดรีมพึมพำอย่างไม่สบอารมณ์ แต่ในใจก็อดรู้สึกแปลก ๆ ไม่ได้ ปออาจจะเป็คนกวนประสาท พูดจาตรงไปตรงมาแบบที่ทำให้เขาหงุดหงิดได้ทุกวินาที แต่การที่อีกฝ่ายเขียนสมุดคู่มือนี้ให้ ก็แสดงว่าอย่างน้อยก็ไม่ได้ใจร้ายถึงขนาดปล่อยเขาให้หิวตาย
“ให้ตายสิ...”
ดรีมหยิบสมุดขึ้นมาเปิดอ่าน ดวงตากวาดมองตัวอักษรที่เป็ระเบียบเรียบร้อยผิดจากลุคแข็งกระด้างของปอ ราวหน้ามือกับหลังมือ
“เริ่มจากการก่อไฟ...”
เขามองไปที่เตาฟืนที่ปอใช้เมื่อคืน แล้วก็ถอนหายใจหนัก ๆ ความจริงเขาควรเดินไปขอให้ปอสอนอีกครั้ง แต่แค่คิดภาพว่าต้องเห็นใบหน้ายิ้มเยาะของอีกฝ่าย ดรีมก็อยากจะลองทำเองให้ได้เสียมากกว่า
หลังจากลังเลอยู่พักหนึ่ง ร่างบางก็ตัดสินใจนั่งยอง ๆ ลงตรงหน้าเตา ใช้ไม้ขีดไฟจุดลงบนกระดาษและฟืนเหมือนที่เขาเคยเห็นในสารคดี เปลวไฟเล็ก ๆ ลุกขึ้นมาแต่ก็ดับลงในเวลาอันรวดเร็ว
“บ้าเอ๊ย! ทำไมมันไม่ติด!”
“ก็เพราะคุณทำผิดวิธีไง”
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากด้านหลัง ทำเอาดรีมสะดุ้งโหยง เขาหันขวับไปมองก็เห็นปอยืนกอดอกอยู่ที่ประตู แววตาของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความสมเพช
“ผมบอกให้ดู ให้ดี ๆ เมื่อคืน คุณคงเอาแต่เหม่อสินะ?”
“นายแอบดูฉันเหรอ?!” ดรีมย้อนกลับด้วยน้ำเสียงใ
“ฮ่าๆ” ปอหัวเราะในลำคอ
“นี่บ้านผมนะ ผมเดินไปเดินมาก็ไม่เห็นแปลก อีกอย่าง... คุณทำตัวเป็เด็กหลงป่าขนาดนั้น ต่อให้ไม่ตั้งใจดู ผมก็ต้องเห็นอยู่ดี”
“นี่นาย!”
ดรีมกำลังจะโวยวาย แต่ปอกลับเดินเข้ามานั่งยอง ๆ ตรงข้างเขา ก่อนจะยื่นมือมาหยิบกองฟืนขึ้นมาจัดใหม่
“ดูให้ดี คราวนี้จะสอนเป็ครั้งสุดท้าย”
ปอหยิบเศษไม้แห้งเรียงให้เป็ฐาน จากนั้นจึงใช้ใบไม้แห้งวางทับแล้วค่อย ๆ จ่อไม้ขีดไฟลงไป
ฟู่!... เปลวไฟลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว คราวนี้มันไม่ดับเหมือนของดรีม แต่กลับลามไปติดฟืนใหญ่ จนเกิดเป็กองไฟที่มั่นคง ดรีมมองตามอย่างอึ้ง ๆ
“ทำไม..ของฉันไม่ติดแบบนี้บ้าง?”
“เพราะคุณไม่มีความอดทน” ปอตอบทันที
“จุดไฟก็เหมือนใช้ชีวิต ถ้าทำอะไรด้วยความรีบร้อน มันก็พังทลายหมด”
ดรีมนิ่งไปกับคำพูดนั้น เขาไม่แน่ใจว่าปอตั้งใจสอนแค่เื่ก่อไฟ หรือกำลังพูดถึงชีวิตของเขากันแน่
“เข้าใจแล้ว..ก็ลองทำดูใหม่” ปอดับไฟที่พึ่งก่อเมื่อครู่
ขณะที่ดรีมกัดริมฝีปากก่อนจะพยายามเลียนแบบวิธีของปออีกครั้ง ครั้งนี้เขาค่อย ๆ จัดวางฟืนใหม่ ใช้ใบไม้แห้งรองพื้น แล้วจุดไฟอย่างระมัดระวัง ไม่นาน... เปลวไฟก็ลุกขึ้นได้สำเร็จ
“ติดแล้ว!”
ดรีมเผลอหลุดยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว ดวงตาของเขาเป็ประกายด้วยความตื่นเต้น จนทำให้ปอเผลอมองภาพนั้นแล้วก็แอบอมยิ้มบาง ๆ
“ก็ไม่ได้โง่นี่”
“นี่นาย!”
เสียงเถียงกันของทั้งสองดังขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางสายลมหนาว ดวงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน ส่องประกายลงมายังโฮมสเตย์หลังเล็ก
และนี่ก็เป็เช้าวันแรกของดรีม... ในสถานที่ที่เขาไม่คิดว่าจะได้เรียนรู้การใช้ชีวิตที่แปลกใหม่ จนแทบลืมไปแล้วว่าเขาพา “หัวใจเหงาๆ” ของตัวเองมาที่นี่เพื่ออะไร
หลังจากได้อาหารรสชาติไม่ได้เื่ของตัวเอง แต่ก็แสนภูมิใจจนมองข้ามรสชาติไปและกินจนหมดเกลี้ยง
ดรีมก็เดินเข้าไปในห้องนอน เขาพึ่งรู้ว่าบ้านหลังเล็กนี้ไม่มี เครื่องซักผ้า แต่ก็ว่าเป็เ้าของบ้านได้วางกะละมัง ผงซักฟอกและแปรงถูผ้าเอาไว้ พร้อมคู่มือวิธีซัก จนกระทั่งการตากผ้าอย่างเข้าใจง่าย
แต่ว่าเื่นี้เขากลับไม่จำเป็ต้องอ่าน เพราะตอนเรียนเขาเคยอยู่หอกับเพื่อนบางครั้งเครื่องซักผ้าเสียก็ต้องซักมือ
แต่ถึงอย่างนั้นเขากลับนั่งอ่านคู่มือที่ปอตั้งใจเขียนให้อย่างใจจดจ่อ ดรีมมาที่นี่เพียงสองวัน แต่เริ่มหลงไหล่ ต่อให้เจอกับปอทุกครั้งจะทะเลาะกัน แต่มันเป็เื่ที่ไม่มีสาระอะไร มันต่างจากที่ ที่เขาเดินหันหลังจากมาให้อย่างสิ้นเชิง
“หึ...”
ดรีมหัวเราะออกมาเบา ๆ ขณะพลิกหน้าสมุดคู่มือที่ปอเขียนให้ สายตาของเขากวาดมองลายมือเรียบง่าย ที่แสดงให้เห็นว่าเ้าของบ้านตั้งใจเขียนมากแค่ไหน
................................