ตอนที่ 7 ประสบการณ์ในชีวิต (1)
ขณะที่เสี่ยวจือจือและพ่อของเธอกำลังเคารพหลุมศพของคุณปู่คุณย่าอยู่ในส่วนลึกบนูเาของหมู่บ้านผิงโข่ว
ห่างออกไปจากหมู่บ้านผิงโข่วกว่าสามพันกิโลเมตร ในเขตเมืองหลวง เมืองต้าจิง รถยนต์สีดำดีไซน์หรูคันหนึ่งค่อยๆ ขับเคลื่อนไปทางสุสานจิวซาน
ยามรักษาความปลอดภัยที่ประจำอยู่ที่ประตูทางเข้าสุสานเมื่อมองเห็นป้ายทะเบียนรถ ก็รีบร้อนทำความเคารพโดยทันที
แตกต่างกับบรรยากาศรกร้างภายนอกรถ ภายในกลับอบอุ่นเป็อย่างมาก
บริเวณส่วนหน้าของรถคือที่ของคนขับ ส่วนแถวหลังคือครอบครัวที่ประกอบด้วยคนสี่คน สามีภรรยาคู่หนึ่งที่นั่งประกบฝั่งซ้ายขวา พร้อมคู่ฝาแฝดที่นั่งตรงกลางระหว่างพวกเขา
ภายในรถอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ กำลังพอดี ไม่ได้ฉุนหรืออ่อนจนเกินไป ส่งให้ผู้คนที่ได้กลิ่นรู้สึกผ่อนคลาย
มีเพียงก็แค่เด็กหญิงตัวน้อยในชุดกระโปรงเ้าหญิงสีขาวที่หันซ้ายแลขวาด้วยใบหน้าบูดบึ้ง
“แม่คะ หนูไม่ชอบที่นี่ ที่นี่น่ากลัว หนูอยากกลับบ้าน”
ส่วนเด็กชายตัวน้อยในชุดสูทขนาดเล็กราวกับผู้ใหญ่ตัวจิ๋วที่นั่งอยู่ข้างๆ กันกลับไม่ได้พูดอะไรและนิ่งขรึมอย่างมาก
“เสี่ยวหม่าน เป็เด็กดีนะคะลูก หนูลืมไปแล้วเหรอว่าก่อนออกมาแม่คุยอะไรกับหนูบ้าง พวกเรามาไหว้ป้าเยี่ยกัน ไหว้เสร็จแล้วถึงจะกลับกันนะ” หลิ่วม่ออุ้มเด็กหญิงขึ้นมากอดเอาไว้ พร้อมกล่าวปลอบโยนด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุด
ลู่จิ่นหฺวาได้ยินลูกสาวพูดแบบนั้นออกมา เขาก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด “น้องหลิ่ว ลำบากเธอกับลูกๆ เลย เธอก็รู้นิสัยพ่อฉัน ถ้าไม่แวะมาสักหน่อย กลับไปต้องโดนโกรธอีกแน่”
“จิ่นหฺวา คุณพูดอะไรของคุณคะเนี่ย ฉันเองก็คิดถึงพี่เยี่ยมาก ไม่ได้ดูแลลูกของพี่เยี่ยให้ดี นั่นเป็ความผิดของฉันเอง ฉันรู้สึกผิดมาตลอด เพียงแต่เสี่ยวหม่านกับเสี่ยวจวิ้นยังเด็กเกินไป ฉันกลัวพวกเขาตื่นกลัวกับสุสานน่ะค่ะ”
ผมดำยาวของหลิ่วม่อปกคลุมบนไหล่ หน้าปราศจากเครื่องสำอาง แม้แต่ลิปสติกก็ยังไม่ทา แต่กลับน่าดูไปหมดในสายตาของคนมอง รูปโฉมเรียบใสแบบนี้มักสามารถเรียกสายตาของผู้คน ดึงดูดได้ั้แ่วินาทีแรกที่พบเห็น
ผนวกกับความเศร้าที่สะท้อนอยู่ในแววตาของเธอตอนนี้ ยิ่งทำให้ลู่จิ่นหฺวาปวดใจเป็อย่างมาก
“เื่นั้นผ่านไปตั้งนานแล้ว ไม่เกี่ยวอะไรกับเธอเลย อย่าเอาแต่รู้สึกผิดกับมันอีกเลยนะ”
ลู่จิ่นหฺวายื่นมือไปกุมลงบนมือของภรรยา ก่อนจะพูดต่อ “ตอนนั้นเธอเกือบจะอยู่ในสภาวะคลอดลูกยาก จนกระทั่งตอนนี้ร่างกายของเธอก็ยังไม่ค่อยแข็งแรงดี เื่ที่ผ่านไปแล้วก็ปล่อยให้มันผ่านไป เสี่ยวหม่านกับเสี่ยวจวิ้นยัง้าการดูแลจากเธออยู่นะ ปกติฉันต้องไปยุ่งอยู่ในกองทัพ ไม่ค่อยได้ดูแลครอบครัว”
คนสองคนบนรถประสานนิ้วทั้งสิบเข้าด้วยกัน พร้อมเด็กสองคนที่อยู่ตรงกลาง ครอบครัวอบอุ่นเป็อย่างมาก
สุสานจิวซานมีพื้นที่ใหญ่โตกว้างขวางอย่างมาก การจัดสร้างของสุสานก็ทำออกมาได้อย่างประณีตมากเช่นกัน
หลิ่วม่อยืนนิ่งเงียบอยู่หน้าป้ายหลุมศพพร้อมช่อดอกเดซี่ในมือ สายลมโบกพัดเส้นผมดำยาวของเธอ ส่งให้เธอดูมีเสน่ห์ต้องตาผู้คนมากยิ่งขึ้น ลู่จิ่นหฺวาเป็ห่วงว่าเธอจะป่วย จึงรีบโอบกอดเธอเอาไว้