นิยายพิสูจน์คุณค่าแห่งรัก รักพิษรัก เขียนโดย สลักกานต์
ตอนที่ ๒๘
เมื่อทุกอย่างในบ้านใหญ่สงบลง คุณท่านกลับไปยังที่พำนักของตนเรียบร้อยแล้ว ป้าอี๊ดก็ส่งข่าวให้ทั้งคุณหนูของเธอและเขนทราบ
นัทแค่ส่งสติ๊กเกอร์โอเคกลับมาแต่ไม่ได้ตอบอะไรอีก
ส่วนเขนเขามัวแต่วุ่นกับการเข้าที่พักใหม่ จัดการทุกอย่างที่ดีที่สุดเท่าที่เขาจะทำให้ให้กับลูกชาย แล้วก็ลัมตัวลงนอนกว่าจะเห็นข้อความไลน์ที่ป้าอี๊ดส่งมา ก็เช้าวันใหม่แล้ว
เขนเคยช่วยงาน‘คุณท่าน’หลายครั้ง เขาจึงพอจะเดาได้ว่า
.. คุณท่านไม่ใช่คนที่จะวางมือไปง่ายๆ..
เขนจึงบอกทบทูว่าสองสามวันนี้อย่ากลับเข้าบ้านเด็ดขาด อยากได้อะไรก็ซื้อใหม่ หรือถ้าจำเป็นต้องใช้อะไรในบ้านก็ให้บอกพ่อ แล้วพ่อจะจัดการให้
ทบทูเขาใจทุกอย่างที่พ่อบอก เขนก็เคยเล่าให้ลูกชายฟังว่า ที่แม่เขาต้องจากไปก่อนเวลาอันควร ก็อาจจะเป็นเพราะ‘คุณท่าน’ ที่อยากจะฆ่าเขน แต่แม่ทูมารับเคราะห์แทน
แต่ทั้งหมดก็แค่การคาดเดาเท่านั้นเพราะมีหลักฐานใดหนักแน่นพอ
ณัฐกนกก็ทำเช่นเดียวกับเขน เขาพานพนิตไปจับจ่ายซื้อของใช้ส่วนตัวใหม่ที่ร้านสะดวกซื้อแถวนั้น ทั้งสองเลือกที่จะเข้าอยู่บ้านแม่อังแทนการกลับบ้าน แม้ที่นี่จะไม่สะดวกสบาย แต่นพนิตก็ช่วยเติมเต็มให้ชีวิตพี่นัทของเขาลงตัวขึ้นได้
บ่ายวันนั้น ณัฐกนกจัดการประชุมออนไลน์เรื่องการงานในบริษัทใหม่ กับฝุ่นดิน ต้นน้ำ ปณาลี และเขน จนทุกอย่างเข้าที่
เขนอาสาจัดการเรื่องกิจการสำนักงานงานธุรการ งานการเงิน งานบุคคล ซึ่งทุกคนยินดีมาก เพราะเป็นเรื่องที่หลายคนปวดหัวและทำได้ไม่ดีเลย
ฝุ่นดินดูแลกิจการด้านการบันเทิงทั้งหมด มีลูกมือคือ.. ปณาลีที่จะเป็นคนดูแลกองถ่าย อุรวีจะมาดูแลศิลปินทยุตดูแลเรื่องอุปกรณ์การถ่ายทำและตัดต่อ ส่วนต้นน้ำเป็นที่ปรึกษา
ณัฐกนกดูแลกิจการด้านการค้าต่างประเทศทั้งหมดรวมถึงการเปิดตลาดใหม่ในเมืองไทยด้วย ซึ่งช่วงที่นัทยังไม่มีลูกมือ นพนิตต้องเป็นเลขาฯ เฉพาะกิจไปก่อน
นพนิตขอให้เคนกับยูและซี เข้ามาเป็นศิลปินฝึกหัด ซึ่งก็ไม่มีใครค้านอะไรมีแต่ยินดี
ต้นน้ำเสนอให้ปณาลีลองไปเจรจากับ‘ชลวิทย์’ นักแสดงชื่อดังที่เป็นรุ่นน้องต้นน้ำและทุกคน ว่าบริษัทเราขอดูแลงานแสดงให้และแบ่งเปอร์เซ็นต์เฉพาะงานที่เราหาให้ ส่วนงานแสดงที่เขาติดต่อกันเอง เราไม่หักเงินแต่เขาต้องสอบถามเราก่อนว่า เวลาที่จะรับงานนั่น เราไม่ได้มีงานให้เขาทำใช่ไหม?
รวมถึงการพูดคุยกับ ‘สุดแดน’ พ่อของซีว่าเราขอดูแลสปอนเซอร์รายการ ‘สุดแดนอร่อย’ ให้ และแบ่งเปอร์เซ็นต์แบบเดียวกับชลวิทย์
ฝุ่นดินอยากเปิดโรงเรียนสอนการแสดงให้ครูโชกับอั้มมาสอนโดยไม่เก็บค่าเรียน แต่ต้องทดสอบฝีมือและหน้าตาก่อนเข้าเรียน และเมื่อเรียนจบแล้ว ต้องเป็นนักแสดงในสังกัดของบริษัทและบริษัทจะเริ่มเก็บค่าเรียนจากการหักเปอร์เซ็นต์จากค่าแสดง
ณัฐกนกจะนำสินค้าวัยรุ่นจากเกาหลีและญี่ปุ่นเข้ามาจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อโดยใช้นักแสดงในค่ายเป็นพรีเซ็นเตอร์
และที่สำคัญ..ณัฐกนกจะเปิดตลาดการค้ายารักษาโรคคุณภาพ UN ซึ่งนำเข้าจากอินเดีย ความคิดนี้ทำให้ทุกคนตาโต
หลังจากประชุมงานบริษัทใหม่จบลง ณัฐกนกก็เลือกคุยกับเขนต่อ “เป็นไงบ้าง”
“ก็ดีครับเขนไม่ลำบากอะไรเลย”
“แล้วทบทูล่ะ”
“ก็ตกใจกลัวนิดหน่อยครับแต่ก็ขึ้นแล้ว”
“เขนมีเงินติดตัวใช่ไหม?”
“มีครับ”
“ถ้าไม่พอต้องบอกนัทนะ”
“ครับ”
“อย่าให้เขนกับลูกต้องลำบากเพราะนัท”
“ครับขอบคุณมากครับ”
แล้วนัทก็วางสายจากเขนไป
“พี่นัทไม่เข้าบริษัทเหรอครับ” นพนิตถาม เพราะเขาเพิ่งสังเกตเห็นว่า พี่นัทของเขาแต่งหล่อแค่ครึ่งท่อนบนเพื่อประชุมผ่านกล้อง ส่วนครึ่งล่างยังเป็นแค่บ๊อกเซอร์อยู่เลย
“ไม่ล่ะ” คนพี่ตอบง่ายๆ “ถ้ามีอะไร เลขาฯ พี่เค้าจะบอกมาที่โน็ตบุ๊คตอนนี้พี่ไม่อยากพบเจอใครให้มันเป็นเรื่องปากกว่านี้”
“แล้ว..อยากอยู่กับนพหรือเปล่าน้า?”
คนพี่เข้ามากอดรัดฟัดเหวี่ยงคนน้อง “ไม่อยาก แล้วจะทำแบบนี้เหรอ?”
คนน้องดิ้นหนีพอเป็นพิธี แล้วก็ถือโอกาส หอมแก้มคนพี่ซะนี่
คนพี่ไม่ยอมก็จัดการหอมแก้มคนน้องคืน
และกำลังจะจูบปากกัน
ปี๊บ..ปี๊บ..
สัญญาณไลน์เข้าดังขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน
ณัฐกนกจำต้องรามือจากการกอดฟัดนพนิตแล้วไปเปิดไลน์อ่าน .. “ป้าจะให้บุษขับรถไปจอดไว้ที่เดิมนะคะ” ..
.. “คุณหนูดูซ้ายดูขวาดีดีก่อนขึ้นรถนะคะ”..
ณัฐกนกอ่านแล้วก็พิมพ์ตอบไป .. “ให้ขับรถของนพมานะครับ” ..
.. “ค่ะ คุณหนู” ..
เป็นอันสิ้นสุดการสนทนา
คนพี่บอกคนน้อง แล้วทั้งสองก็แต่งตัว และเดินเท้าคู่กันออกบ้านไปตามทางสักครู่หนึ่งก็ถึงถนนใหญ่ นัทให้แท็กซี่พาไปห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่ผู้คนไม่มากนัก
“เราเดินเล่นอยู่ในห้างก่อนถ้าบุษมันถึงที่นัด มันก็ไลน์มาบอก” คนพี่บอก
คนน้องพยักหน้ารับ แล้วก็ทั้งลากทั้งจูงคนพี่ไปเดินดูสินค้าต่างๆ อย่างสนุกสนาน
คนพี่ยินดีซื้อให้แทบทุกอย่างที่คนน้องอยากได้
“อยากได้หัวใจณัฐกนกนี่ต้องหาซื้อที่ไหนนะ”
คนพี่ยิ้ม “ไม่มีวางขาย ถ้าอยากได้ต้องเอาหัวใจตัวเองมาแลก”
คนน้องยิ้มขี้ตู่ แล้ววิ่งหนี
คนพี่จึงวิ่งตาม
..
บุษส่งสัญญาณมาให้
ณัฐกนกพานพนิตขึ้นลิฟท์ไปลานจอดรถชั้นบนสุด
เมื่อลิฟท์เปิดประตูออกนัทล็อกตัวลิฟท์ให้ค้างไว้อย่างนั้น
ทั้งลานจอดรถ มีรถบุษจอดอยู่คันเดียว
บุษลงจากรถ เดินมาที่ลิฟท์เข้าไปในลิฟท์
นพนิตเดินสวนออกไป แล้วเดินไปขึ้นรถและเข้าไปนั่งในตัวรถ
เปรี้ยง!!
เสียงปืนดังขึ้น!!
จบตอน๒๘