“ขอโทษนะซูลี่ที่มาช้า พอดีฉัน………”
ซูเหม่ยยังไม่ทันได้พูดจบประโยคก็ต้องหยุดไปเมื่อเห็นคนที่อยู่ตรงหน้า ทั้งสองเป็คนที่เธอรู้จักเป็อย่างดี เหตุการณ์วันงานตระกูลจินเธอก็ถูกจ้าวเว่ยตัดความสัมพันธ์ลง เห็นการกระทำของผู้นำตระกูลจินที่ปฏิบัติกับหลินตงเป็อย่างดี เธอก็พอจะตระหนักถึงอะไรบางอย่างได้ รีบวิ่งเข้าไปสวมกอดชายหนุ่มเอาไว้แน่น พร้อมกับบีบน้ำออกมา
“หลินตงฉันรักนาย เรากลับมาเป็เหมือนเดิมนะ กลับมาเริ่มต้นกันใหม่”
หลินตงแสดงท่าทีลำบากใจออกมาทันที เขารู้ว่าหญิงสาวคนนี้ไม่ได้รักเขาจริง เธอเพียง้าใครสักคนที่เป็ที่พึ่งได้ ทว่าหัวใจมันก็ยากที่จะควบคุม เขาค่อยๆยกแขนขึ้นมาทั้งสองข้าง ซูลี่เห็นการกระทำในใจก็รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมา ส่วนซูเหม่ยเธอก็ยิ้มออกมาราวกับเป็ผู้ชนะ แต่ในวินาทีต่อมารอยยิ้มเมื่อครู่ก็หายไป หลินตงจับแขนของฝ่ายหญิงก่อนที่จะดันตัวออกห่างจากกัน
“เื่ของเรามันจบไปแล้วนะ”
“แต่ฉันยังรักนายนะหลินตง ฮือ ฮือ ทำไม ทำไมนายถึงลืมฉันได้ไวแบบนี้”
“หยุดเถอะซูเหม่ย ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะทำแบบนี้ แก้วที่แตกไปแล้วมันไม่มีทางที่จะกลับไปเป็เหมือนเดิมได้หรอก”
“ให้โอกาสฉันอีกสักครั้งเถอะนะ ฉันสัญญาว่าจะรักนายแค่คนเดียว”
“พอเถอะ ตอนนี้เธอกำลังทำให้บรรยากาศของงานเสียนะ”
เป็เสียงของหนึ่งในเพื่อนของซูลี่ดังขึ้นมา หญิงสาวที่กำลังบีบน้ำตาก็หันกลับไปมองด้วยสายตาแข็งกร้าว ซูลี่เองก็ช่วยพูดให้อีกคน เธอยากดำเนินงานต่อไม่อยากให้มีอะไรมาทำลายบรรยากาศ
“อ่อ พวกแกแอบคบกันสินะ ถึงว่าวันนั้นโทรมาถามเื่ของหลินตง”
“อะไรของเธอ พูดให้มันดีๆนะ เธอเป็คนบอกเองไม่ใช่เหรอว่าเลิกกับหลินตงแล้ว กำลังคบกับจ้าวเว่ยอยู่”
“ตอนนั้นฉันแค่ห่างกับหลินตง ยังไม่ได้เลิกกันซักหน่อย ถ้าเธอไม่มาเป็มือที่สามฉันก็คงยังเป็แฟนกับหลินตงอยู่ ซูลี่เธอทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง”
“หยุดพูดไร้สาระได้แล้วซูเหม่ย!”
หลินตงะโเสียงดังปรามหญิงสาว เขาหมดความอดทนกับซูเหม่ยเต็มที เดิมเป็เธอเองทีบอกเลิกตัดความสัมพันธ์ไปเอง พอตอนนี้กลับมาเรียกร้องกล่าวว่าตนและซูลี่เป็คนผิดบ้าบอสิ้นดี
“เราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันั้แ่วันที่เธอบอกเลิกกันแล้ว จากนี้ขอให้เราต่างคนต่างอยู่ดีกว่า แล้วก็หยุดพูดใส่ร้ายซูลี่ด้วย เธอไม่ได้ทำอะไรแบบที่เธอพูด”
ซูเหม่ยอึ้งไปชั่วขณะ หลินตงคนเดิมของเธอไม่เคยกระทำอะไรแบบนี้ ที่ผ่านมาตอนที่คบกันเป็หลินตงที่ต้องเป็ฝ่ายยอมเธอตลอด ซูเหม่ยพอจะรู้ตัวว่าไม่สามารถกลับไปที่เดิมได้แล้ว เธอมองไปยังทั้งสองด้วยสายตาเคียดแค้นก่อนที่จะหันหลังกลับออกไป เมื่อเธอก้าวพ้นประตูออกไปทุกคนก็กลับมาสนุกกันต่อ เพื่อนสาวๆหลายคนมารุมล้อมซูลี่กับหลินตงพร้อมกับถามคำถามไปหลายคำ
“ซูลี่ คนนี้เป็แฟนของเธอจริงๆเหรอ”
“ไม่ยอมแนะนำให้รู้จักกันเลยนะเธอ”
“แล้วรถสีขาวที่จอดอยู่ด้านหน้าเป็ของใคร”
“แล้วคบกันนานหรือยัง”
ทั้งสองไม่รู้จะตอบคำถามของใครก่อนดี หันไปมองหน้ากันและกัน สุดท้ายหลินตงก็เป็ฝ่ายตอบกลับออกไป
“ผมกับซูลี่เพิ่งเริ่มทำความรู้จักกันไม่นานครับ ต่อไปขอฝากตัวกับทุกคนด้วยนะครับ”
“น่าอิจฉาจัง”
“แล้วรถสีขาวคนนั้นล่ะ ฉันแอบได้ข่าวมาว่าซูลี่ได้เป็ของขวัญวันเกิดจากคุณชายคนหนึ่ง ใช่คุณหรือเปล่า”
“อ่อ รถคันนั้นผมให้เป็ของขวัญกับซูลี่จริงครับ แต่ว่าผมไม่ใช่คุณชายหรอกครับ เป็แค่คนธรรมดา”
“คนธรรมดาที่ไหนเขาให้รถเป็ของขวัญคนคุยกันค่ะ”
“หูว ขนาดเพิ่งคุยกันยังเปย์ขนาดนี้ อิจฉาเพื่อนของฉันจริงๆ”
“ฝากดูแลซูลี่ของพวกเราด้วยนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักกันด้วยค่ะ”
งานวันเกิดดำเนินไปถึงเวลาประมาณตีหนึ่งก็จบลง เพื่อนๆกล่าวลากันแล้วจึงแยกย้ายกันกลับบ้านไป ตอนนี้เหลือแค่หลินตงกับซูลี่เพียงสองคนที่กำลังยืนอยู่ด้านหน้าโรงแรม สองคนมองหน้ากันและกันในใจก็สั่นระรัว
“ให้ผมไปส่งนะครับ”
“ค่ะ”
รถสีขาวพุ่งออกไปด้วยความเร็วไม่นานก็มาถึงจุดหมาย ฝ่ายชายประคองฝ่ายหญิงค่อยๆเดินขึ้นไปบนห้อง ราวกับเดจาวูความรู้สึกตื่นเต้นเช่นครั้งก่อนก็กลับมาอีกครั้ง ไม่พูดพร่ำทำเพลงเมื่อประตูห้องถูกปิด ทั้งสองก็เริ่มบรรเลงเพลงรักกันทันที คืนนั้นหลินตงแทบไม่ได้นอน
10.15น. เสียงนาฬิกาปลุกก็ดังขึ้น เป็ฝ่ายชายที่ตื่นก่อนไม่นานซูลี่ก็ตื่นขึ้นตามมา ทั้งสองนอนกอดกันโดยไร้สิ่งปิดบัง มองตากันและกันความรู้สึกก่อนหน้าก็กลับมาอีกครั้ง ริมฝีปากแนบชิดส่วนอื่นก็เคลื่อนไปตามอารมณ์ ราวครึ่งชั่วโมงภารกิจยามเช้าก็เสร็จสิ้น ทั้งสองจึงพากันไปอาบน้ำ
“หลินตงคุณคิดยังไงกับฉัน”
“ซูลี่ก็เป็คนที่น่ารักดีแล้วก็นิสัยก็ดีด้วย”
“ไม่ใช่ ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น ฉันกำลังถามว่านายคิดยังไงกับความสัมพันธ์ของเรา”
“อ่อ เรามาลองทำความรู้จักกันให้มากขึ้นกว่านี้ก็ได้”
“หมายถึงคบกันใช่ไหม”
“ใช่”
หลินตงตอบคำถามขณะกำลังแต่งตัวอยู่ หญิงสาวที่กำลังนั่งอยู่บนเตียงก็ยิ้มออกมาด้วยความเขินอาย จากนั้นทั้งสองก็ออกไปด้านนอกพร้อมกัน หลินตงขับรถของซูลี่มาส่งที่ทำงานแล้วก็เรียกแท็กซี่ไปที่โรงแรม เมื่อคืนเขาจอดรถทิ้งไว้ที่นั่น หลังจากนั้นเขาก็กลับไปรับเฟยเทียนเดินทางไปทำเื่จดทะเบียนบริษัทในตอนเที่ยง ใช้เวลาอยู่พักใหญ่ทุกอย่างก็เสร็จสิ้นไปด้วยดี ตอนนี้หลินตงกลายเป็เ้าของธุรกิจอย่างเป็ทางการ “เทียนหวง”
ไปส่งเฟยเทียนที่สวนเสร็จแล้วหลินตงก็ไปรับหลินซูไปซื้อของต่อทันที ่บ่ายสองพี่น้องได้ใช้เวลาด้วยกันอย่างเต็มที่ นอกจากซื้อของแล้วยังมีไปดูหนัง ร้องเพลง เล่นโบว์ลิ่งกันอีกด้วย ่เย็นทั้งสองก็กลับมาถึงบ้าน ปลาแซลม่อนตัวใหญ่ถูกแล่เป็ชิ้นพอดีคำจนเต็มจาน ยังมีเมนูอื่นๆอีกหลายเมนูรวมอยู่ในมื้อนี้ เห็นแล้วชวนให้รู้สึกหิวเป็อย่างมาก สามคนแม่ลูกก็เริ่มทานอาหารกันอย่างมีความสุข
เช้าวันถัดมาหลังจากที่ทานข้าวกับแม่และน้องสาว หลินตงก็เดินทางไปยังสวนทันที ต้องใช้เวลาอีกราวๆหนึ่งเดือนกว่าที่ผลผลิตจะพร้อม ตอนนี้เขาได้ทำการตลาดไปแล้วในบางส่วน มีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็ทางการในเดือนหน้าพอดี สำนักงานใหญ่จินหลงเป็ผู้จัดการเตรียมให้ ได้เป็ตึกสามชั้นตั้งอยู่ใจกลางเมืองพอดี ชั้นแรกของอาคารถูกตกแต่งให้กลายเป็ซูเปอร์มาเก็ตขนาดกลางๆ ส่วนชั้นสองจะเป็ชั้นสต๊อกสิ้นค้า ชั้นสามเป็ส่วนของสำนักงานที่ทำงานในส่วนของเื่เอกสาร
ทุกๆวันหลินตงกับเฟยเทียนจะทำงานกันอย่างหนักเพื่อให้พร้อมทันเวลา ความเพียรของทั้งสองก็ออกผล วันนี้เป็วันที่ “เทียนหวง” จะเปิดตัวพร้อมกับนำเสนอตัวสินค้าอย่างเป็ทางการ หลังจากที่ข่าวถูกแผ่ออกไป หลายคนในหนานจินก็ตั้งใจรอ หลินตงและครอบครัวกำลังยืนคุยกับจินหลงอยู่ นอกจากประชาชนทั่วไปยังมีหลายตระกูลที่มาร่วมงานในครั้งนี้ แต่มีเพียงตระกูลเดียวที่ไม่ได้มานั่นก็คือตระกูลจ้าว
“ยินดีด้วยๆ ขอให้ธุรกิจดำเนินไปด้วยดี หากติดปัญหาด้านใดอย่าได้รอ รีบบอกคนแก่คนนี้ได้เลย”
“ขอบคุณครับปู่จิน”
“พี่หลินผมยินดีด้วยนะครับ”
นอกจาก 4 ตระกูลใหญ่ชั้นนำแล้ว ยังมีตระกูลน้อยใหญ่มากมายเข้ามาแสดงความยินดีกับหลินตงอย่างไม่ขาดสาย ความจริงแล้วมีหลายตระกูลที่ไม่รู้ความจริงอะไรเลย แต่ที่มาร่วมก็เพราะตระกูลจินเชิญมา แต่ก็มีบางส่วนที่รับรู้ความจริงของชายหนุ่มผู้เ้าของเทียนหวง หลินตงได้เริ่มกลายเป็บุคคลที่หลายคนต้องกล่าวถึงในหนานจิน
09.09 น.ฤกษ์งามยามดีมาถึง สวีปิงก็ตัดริบบิ้นงานเปิดตัวก็เริ่มขึ้น หลินตงได้เตรียมชุดผักประกอบไปด้วย ถั่วงอก ผักบุ้ง แครอท กะหล่ำและเห็ด ไว้ให้กับตระกูลใหญ่เป็ของต้อนรับ ผักหนึ่งในนั้นเป็วัตถุดิบแห่งชีวิต เมื่อเหล่าคนที่ได้รับชุดผักนี้รับรู้ต่างก็ตื่นเต้นเป็อย่างมาก หญิงสาวหลายคนจากหลายตระกูลก็เข้ามาพูดคุยกับหลินตง คนรู้จักของหลินตงหลายคนก็มาร่วมแสดงความยินดี ไม่ว่าจะเป็ป้าหานและเด็กๆ เมิ่งลู่ หยุนจือ คนเหล่านี้หลินตงเป็คนที่ไปเชิญด้วยตัวเองทุกคน ตอนที่ทุกคนได้รับรู้ความจริงก็ช็อคไปตามๆกัน
นอกจากตระกูลใหญ่แล้วก็มีเพียงพวกป้าหานที่ได้รับชุดผักวัตถุดิบแห่งชีวิตไป หลังเสร็จพิธีต่างๆแล้ว “เทียนหวงก็พร้อมเปิดให้บริการ” บรรดาคนที่รออยู่ก็รีบกรูกันเข้าไปด้านในเพื่อซื้อของ เพียงแค่หนึ่งชั่วโมงของทุกอย่างด้านในก็หมดลง ไม่เหลือแม้แต่เศษผักบนชั้นวางแม้แต่น้อย
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนิยายของผมนะครับ