ตอน ฝันสลาย
รักร้อยเดินสำรวจไร่ดินเดียวของเอกดนูเพื่อเตรียมรับมือ พรุ่งนี้นายหนึ่งจะใช้เธอทำงานอะไรก็สุดรู้ ต้องดูลาดเลาไว้ก่อนจะได้หาวิธีรับมือนายหน้าหล่อปากปีจอนั่น หญิงสาวเดินออกจากบ้านพักตรงไปยังแปลงผัก เมียงมองดูคนงานที่กำลังลำเลียงผลผลิตใส่รถกระบะอย่างสนใจ
“ผักที่นี่น่ากินจังเลย” หญิงสาวขยับเข้าไปยืนข้างรถขนผัก เริ่มต้นพูดคุยกับคนงานหญิงคนหนึ่ง พร้อมส่งยิ้มหวาน
คนงานหญิงคนนั้นยิ้มตอบ “ผักของเราเป็ผักปลอดสารพิษค่ะ เราปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ ปลอดภัยต่อผู้บริโภค” เ้าหล่อนอธิบายตามที่ได้รับการอบรมมา
“ที่นี่ปลูกผักอย่างเดียวหรือจ้ะ” รักร้อยค่อยๆ หาข้อมูลทีละน้อย
“ด้านหลังเราเลี้ยงวัวนมกับวัวเนื้อ แล้วก็ยังมีแปลงดอกกุหลาบกับเรือนกล้วยไม้ สวนลิ้นจี่ สวนลำไยด้วยค่ะ”
อาณาจักรของไร่ดินเดียวถูกใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า เ้าของไร่จัดสรรที่ดินแบ่งใช้พื้นที่ทำการเกษตรและเลี้ยงสัตว์ คนงานที่เห็นมีร่วมร้อยคน นับว่าไม่น้อย เมื่อเทียบกับความกว้างใหญ่ของไร่ รักร้อยประเมินสถานะของเอกดนูอย่างใช้ความคิด เขาไม่สนใจมรดกของท่านเ้าสัวเพราะมีฐานะความเป็อยู่สุขสบาย ไม่จำเป็ต้องพึ่งพาเื่เงินจากทางนั้น หากจะทำให้เขากลับไปรับมรดก เธอต้องใช้วิธีไหนถึงจะสำเร็จ รักร้อยครุ่นคิดอย่างหนักใจ
“ถ้าคุณสนใจ เดี๋ยวฉันพาคุณเดินดูรอบๆ นะคะ” คนงานหญิงคนนั้น อาสาพาผู้มาเยือนชมไร่ ตรงตามเป้าประสงค์
“ไปสิคะ อ้อ... พี่ชื่อรักร้อยนะคะ แล้วน้องชื่ออะไรจ้ะ” รักร้อยแนะนำตัวเองขณะเดินเคียงเ้าถิ่นไปตามทางเดิน
“ฉันชื่อหนูนาค่ะ เป็น้องสาวพี่หนึ่งเดียว” นวิยาหรือหนูนาแนะนำตัว
ทำเอาคนที่ได้ยินทำหน้าเหวอ เมื่อหลงเข้าใจว่าเด็กสาวร่างเล็กในชุดกางเกงผ้าฝ้ายตัวโคร่งกับเสื้อผ้าฝ้ายสีตุ่นเป็คนงานในไร่ ที่แท้เ้าหล่อนเป็น้องสาวของเอกดนู แต่ชายหนุ่มเป็ลูกชายคนเดียวของคุณเกียรติชัยนี่นา แล้วน้องสาวโผล่มาจากไหน
“หนูนาเป็ลูกของแม่จันทร์ฟองน้องสาวป้าเอื้องผึ้งแม่ของพี่หนึ่งเดียวค่ะ เราเป็ลูกพี่ลูกน้องกัน” นวิยาลำดับญาติให้รักร้อยฟังเมื่อเห็นความสงสัยปรากฏในดวงตาคู่สวยนั้น
“ค่ะ เข้าใจแล้ว พี่แค่แปลกใจเฉยๆ ” รักร้อยยิ้มกว้าง นึกดีใจที่หาแหล่งข่าววงในเจอ ใครจะรู้เื่นายเหยินดีเท่าน้องสาวของเขา หญิงสาวไม่รอช้ารีบล้วงข้อมูลทันที “พี่มาจากกรุงเทพนะคะ มาตามคุณเอกดนูไปรับมรดก น้องหนูนารู้เื่ที่เ้าสัวเกริกคุณปู่ของคุณเอกดนูทำพินัยกรรมยกมรดกให้เขาไหมคะ”
นวิยาพยักหน้าน้อยๆ “ค่ะ พี่หนึ่งเดียวเขาเอาจดหมายให้หนูนาอ่านด้วย พี่รักร้อยเป็คนที่พี่หนึ่งต้องแต่งงานด้วยใช่ไหมคะ หนูนาเห็นรูปที่ส่งมาให้” สาวน้อยมองหน้าพี่สาวคนใหม่ด้วยแววตาชื่นชม รักร้อยตัวจริงสวยน่ารักกว่าในรูปเยอะ ไม่เข้าใจว่าทำไมพี่หนึ่งเดียวของเธอต้องปฏิเสธเธอด้วย
นวิยานึกถึงวันที่พี่ชายเปิดจดหมายฉบับที่สองจากกรุงเทพ เอกดนูนั่งพินิจรูปถ่ายของคู่หมายอยู่นานสองนาน สีหน้าและแววตาของเขาในตอนนั้นดูเคร่งขรึมจนไม่กล้าเข้าใกล้ เมื่อเห็นรูปที่พี่ชายนั่งดูอยู่คนเป็น้องถึงกับตาโตอุทานลั่น
“สวยจังค่ะพี่หนึ่งเดียว รูปใครเหรอคะ”
เอกดนูถอนหายใจแรง สีหน้าเคร่งจัด “ผู้หญิงที่พี่ต้องแต่งงานด้วย” เขาตอบคำถามนั้น พร้อมกับจ้องมองรูปถายในมือด้วยแววตายากจะเข้าใจ
นวิยาได้แต่เก็บความสงสัยไว้เงียบๆ เอกดนูหรือพี่หนึ่งเดียวเป็พี่ชายที่เธอรักมาก หากเขาต้องแต่งงานกับผู้หญิงสักคน นวิยาอยากให้เขาแต่งงานกับคนที่เขารักและรักเขา สาวน้อยพินิจพิเคราะห์คู่หมายของพี่ชายอย่างสนใจ
“พี่รักร้อยคิดยังไงถึงยอมแต่งงานกับพี่ชายของหนูนาคะ”
คำถามนี้เล่นเอาคนถูกถามนิ่งงันไปหลายวิ รักร้อยมองดวงตาใสแป๋วของนวิยาอย่างอึดอัด เธอจะตอบเ้าหล่อนว่ายังไงดีหนอ เอาความจริงหรือความเท็จดีล่ะ
“หนูนาเคยได้ยินคำว่าบุญคุณต้องทดแทน ความแค้นต้องชำระไหมคะ”
“เคยค่ะ แล้วมันเกี่ยวกับเื่นี้ตรงไหนคะ” คนฟังทำหน้างง
รักร้อยยิ้มเศร้าๆ ขณะแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าดวงตาคู่สวยมองปุยขาวๆ ของก้อนเมฆบนท้องฟ้านิ่งนาน ก่อนจะเล่าเื่ราวในอดีดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
” เมื่อสิบกว่าปีก่อน มีเด็กผู้ชายคนหนึ่ง ขโมยจูบแรกของพี่ไป เขาทำให้พี่มีมลทิน แล้วหนูนาคิดว่าผู้หญิงที่รักศักดิ์ศรียิ่งกว่าชีวิตอย่างพี่ จะยอมให้เื่นี้ผ่านไปง่ายๆ หรือคะ” ดวงตาคู่สวยปรากฏแววโศกเกินจริง ริมฝีปากบางสั่นระริกขณะเอื้อนเอ่ยเื่ราวอัปยศออกมา สาวเ้ามารยาปรายตาลอบมองคนฟังแล้วแอบยิ้มขำในใจ ขอบคุณวิชาการแสดงที่ถูกเพื่อนลากไปเรียนตอนเล่นละครของคณะ ทำให้เธอตีบทหญิงสาวผู้ถูกรังแกได้แตกกระจาย
“ยะ... อย่าบอกว่าเด็กผู้ชายนั้นคือพี่ชายของหนูนานะ” หนูนาเอ่ยถามเสียงสั่น ทำตาโตมองหน้าคนพูดอย่างใ รักร้อยพยักหน้ารับแทนคำตอบ ทำเอาสาวน้อยถึงกับอึ้งไป “แล้วเขาจะจำได้ไหมคะ ว่าเขาเคยทำอะไรแบบนี้กับพี่รักร้อย”
“พี่ไม่รู้หรอก แต่คิดว่าคงจำไม่ได้ พี่ยอมแต่งงานกับพี่ชายของหนู เพราะ้าตอบแทนบุญคุณของเ้าสัวเกริก อีกเหตุผลหนึ่งคือคุณเอกดนูเป็เ้าของจูบแรกของพี่”
รักร้อยลอบสังเกตสีหน้าของนวิยาก่อนจะแอบยิ้ม เมื่ออีกฝ่ายทำท่าเห็นอกเห็นใจเธอ เข้าทางฉันล่ะ ...รักร้อยเริ่มแผนสองทันที
“ตอนนี้คุณเอกดนูเขาหลบหน้าพี่ เขาไม่ยอมพบหน้าพี่น่ะไม่เท่าไหร่ แต่เขาให้นายหนึ่งเพื่อนของเขาไล่พี่อย่างกับสุกรอย่างกับสุนัข (อย่างกับหมูอย่างกับหมา) เขาเป็ลูกผู้ชายหรือเปล่า ทำไมไม่กล้ามาพบพี่ บอกกับพี่ตรงๆ ก็ได้ว่าไม่อยากแต่งงานกับพี่” รักร้อยพิโอดพิครวญอย่างน่าสงสาร (รึเปล่า) จนทำให้อีกฝ่ายเห็นใจ
“พี่ชายหนูนาเขาไม่ใช่คนแบบนั้นหรอกค่ะ” แม่หนูนาตัวน้อยพยายามแก้ต่างให้พี่ชาย “เมื่อเช้าตอนที่พี่รักร้อยเกิดอุบัติเหตุ พี่เขาก็เป็คนช่วยอุ้มพี่รักร้อยไปดูแลนะคะ”
เกิดอุบัติเหตุ จริงสิ! รักร้อยเกือบลืมสนิท รถกระบะคู่ใจของเธอหายไปไหนเนี่ย แล้วเธอขับรถไปชนอะไรเข้า
“รถของพี่อยู่ที่ไหนคะ เสียหายมากไหมคะ”
หนูนาส่ายหน้า นึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างสยอง เมื่อจู่ๆ รถกระบะแล่นด้วยความเร็วสูงปะทะกับร่างอันใหญ่โต ของเ้าแรมโบ้ วัวพ่อพันธุ์สุดสวาทของเอกดนู ส่งผลให้เ้าแรมโบ้ได้รับาเ็ ส่วนคนชนก็สลบคาที่รถกระบะพุ่งเข้าเสียบโคนต้นไม้เต็มแรงโชคดีที่ถุงลมนิรภัยทำงาน ไม่เช่นนั้นพี่สาวคนสวยคนนี้ ต้องไปเฝ้ายมบาลั้แ่ยังสาว
“ไอ้แรมโบ้ลูกพ่อ ! ใครกันบังอาจขับรถเข้ามาในนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต”
เ้าของไร่ดินเดียวหน้าตาถมึงทึง เดินรี่ไปหาคนขับรถกระบะทันทีหลังจากวัวน้อยกลอยใจถูกชนจนกระเด็น โชคดีที่เ้าแรมโบ้แสนถึก มันจึงไม่เป็อะไรมากนอกจากนอนจุกเยี่ยวราด อาจเป็เพราะรถไม่ได้ชนจังๆ แค่เฉี่ยวเพราะคนขับหักหลบทัน แต่ถึงอย่างไรเ้าของวัวไม่ยอมให้วัวของตัวเองถูกชนฟรี
“พี่หนึ่งเดียว คนขับเป็ผู้หญิงค่ะ”
หนูนาวิ่งตามพี่ชายไปส่องดูรถต้นเหตุ เห็นร่างของผู้หญิงคนหนึ่งฟุบหน้ากับคอนโซลรถ โดยมีถุงลมนิรภัยรองรับหน้าอกเอาไว้ ท่าทางแบบนั้นไม่ต้องเดาก็รู้ว่าสลบแน่ๆ กว่าจะเอาตัวออกจากรถได้ก็ทุลักทุเลเต็มทน เมื่อพี่ชายของเธอเห็นหน้าหญิงสาวชัดๆ ก็ทำหน้าเหมือนเห็นผี เขาถอยออกไปยืนห่างๆ ครู่หนึ่งก่อนจะ อาสาอุ้มคนเจ็บไปยังเรือนรับรอง และอยู่ดูแลเธอโดยไม่ให้ใครเข้าไปยุ่ง พฤติกรรมนั้นสร้างความแปลกใจปนสงสัยให้น้องสาวเหลือเกิน หนูนาแอบย่องเข้าไปแอบดูสองหนุ่มสาว ได้เห็นคนทั้งคู่ปะทะคารมกัน ก่อนที่พี่ชายเธอจะเป็ฝ่ายปราชัย เดินหนีผู้หญิงคนนี้ออกมา
“รถของพี่อยู่ที่อู่ซ่อมเครื่องยนต์ค่ะ พี่รีบกลับไหมคะ เดี๋ยวหนูนาให้คนขับรถไปส่งก็ได้นะคะ จะได้ไม่ลำบาก”
รักร้อยหันขวับไปมองคนพูดทันที “พี่ยังไม่กลับค่ะ ยังจะอยู่ที่นี่อีกนาน” เธอรีบบอกก่อนจะถูกไล่โดยไม่รู้ตัวอีกครั้ง
หนูนายิ้มขำ “หนูนาถามดูเฉยๆ ค่ะ ไม่ได้อยากให้พี่ร้อยไปจริงๆ สักหน่อย” ร่างเพรียวบางขยับเข้ามาใกล้พร้อมกับสอดแขนโอบเอวพี่สาวคนใหม่อย่างออดอ้อน ไม่นำพาว่าใครจะมองยังไง ก็คนมันชอบนี่...
“พี่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเราสักหน่อย”
รักร้อยขยี้หัวสาวน้อยอย่างเอ็นดู แบบนี้ค่อยน่ารักหน่อย ท่าทางจะน่ารักกว่าพี่ชายเยอะ รักร้อยโอบไหล่น้องสาวว่าที่คู่หมายเดินไปรอบๆ ไร่ หนูนาเป็ไกด์คอยแนะนำสถานที่ต่างๆ ในไร่ให้ผู้มาเยือน จนไปถึงคอกวัวซึ่งอยู่ด้านหลังไร่ เสียงโทรศัพท์ของไกด์เ้าถิ่นก็ดังขึ้น เ้าตัวขอรับสายก่อนจะหันมาบอกลูกทัวร์กิติมศักดิ์ว่า
“หนูนาต้องรีบไปจัดการเื่ออเดอร์ผักก่อนนะคะ มีลูกค้ารายใหม่เขามาสั่งของ”
“รีบไปเถอะจ้ะ เดี๋ยวพี่เดินดูอะไรแถวนี้แป๊บหนึ่งก็กลับแล้ว ไม่ต้องเป็ห่วง”
“ค่ะ เดี๋ยยวมื้อเย็นหนูนาจะแวะไปรับพี่ไปทานข้าวที่บ้านนะคะ” หนูนาบอกก่อนจะ รีบวิ่งไปทำงาน
รักร้อยต้องเดินสำรวจคอกวัวเอง ในโรงรีดนมคนงานกำลังเตรียมรีดนมวัวเธอจึงเดินเข้าไปดูอย่างสนใจ เ้าตัวอยากลองหัดรีดนมวัวดูสักครั้ง แต่ขอเป็โอกาสหน้าเพราะเมื่อยเต็มทน หัวที่โดนกระแทกเริ่มปวดหนึบๆ ยาแก้ปวดคงหมดฤทธิ์ไปแล้ว อาการปวดทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ รักร้อยกัดฟันเดินหาที่นั่งพัก จนไปถึงโรงเก็บฟางเต็มไปด้วยก้อนฟางวางเรียงรายเต็มโกดัง เงียบและเย็นพอใช้ได้ จึงตัดสินใจใช้ที่นี่เป็ที่นั่งพัก
“ลุงแจ้ง ผมบอกแล้วไง ว่าให้ไอ้คันศรมันดูเ้าแรมโบ้ให้ดี นี่มันไปไหนทำไมไม่มาสักที”
เสียงดังล้งเล้งของคนกำลังอารมณ์เสียแว่วมา ทำให้รักร้อยรีบมองหาต้นเสียง เงาดำทอดยาวตามแสงแดดในยามบ่ายคล้อย นำหน้าเ้าของที่เดินมาพร้อมคนงานสูงวัย รักร้อยไม่อยากเจอหน้าคนปากเสีย เธอจึงเดินหลบไปอยู่ด้านหลังกองฟาง อาการปวดเริ่มทุเลาลง เหลือแต่อาการมึนๆ ยังไม่หายไป
“ลุงไปตามไอ้หมอคันศร กลับมาฉีดยาให้ไอ้แรมโบ้ด้วย ผมกลัวมันจะเจ็บแผล” เสียงคุ้นหูดังใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเ้าของเสียงเดินมาหยุดหน้ากองฟางที่หญิงสาวหลบซ่อนอยู่
ใบหน้าหล่อเหลาของหนุ่มชาวไร่มีเม็ดเหงื่อเกาะพราว เสื้อเชื้อลายสก็อตชุ่มไปด้วยเหงื่อมองเห็นรอยชื้นด้านหลัง เมื่อลุงแจ้งเดินไปแล้วเขาก็นั่งลงบนกองฟางแห้ง จัดการถอดเสื้อเชิ้ตตัวนอกออก เหลือเพียงเสื้อกล้ามสีขาวด้านใน เผยให้เห็นแผงอกกว้างบึกบึนน่าซบ กล้ามเนื้อหัวไหล่และต้นแขนเป็มัดๆ อย่างคนออกกำลังกายสม่ำเสมอ ผิวขาวจัดของเขาเนียนสวยไม่แพ้ผิวผู้หญิง ยามนี้มันเรียบรื่นมันวาวด้วยหยาดเหงื่อ เสื้อกล้ามสีขาวซับเหงื่อจนชุ่ม มองเห็นทะลุไปถึงกล้ามเนื้อเป็ลอนเรียงแถวสามแถวที่เรียกว่าซิกแพ็ค ตรงหน้าท้องแกร่ง สายตาซุกซนยังคงแอบลอบมองอย่างเพลิดเพลิน จนเผลอเดินออกมาจากที่ซ่อน ทำให้คนที่ถูกลวนลามทางสายตาหันมาเห็นเข้า
“คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
รักร้อยทำหน้าไม่ถูกเมื่อโดนจับได้ ไม่น่าเลย เธอไม่น่าถูกจับได้เร็วแบบนี้เลย ยังมองไม่หนำใจเลยเ้าตัวแอบบ่นกระปอดกะแปดอย่างขัดใจ ...
“ฉันมาเดินเล่น ไม่ได้ตั้งใจมาแอบ เอ้ย! มากวนใจนายสักหน่อย…”
ดวงตาคมงามหรี่มองหญิงสาวด้วยสายตาระแวง เมื่อเห็นแก้มนวลแดงปลั่งทั้งสองแก้ม กับสายตาหลุกหลิกที่เผลอมองเนื้อตัวเขา ก็รู้สึกอยากแกล้งคนตรงหน้าขึ้นมาในทันใด
“ผมไม่เชื่อว่าคุณแค่มาเดินเล่น” ร่างหนาล่ำบึก เดินเข้ามาใกล้ร่างเพรียวบางอย่างจงใจ “คุณมาสำรวจทรัพย์สินของนายเอกดนูเพื่อนผมใช่ไหม รู้หรือยังว่ามันรวยมากจนไม่้ามรดกอะไรจากใคร”
“ก็แค่ไร่เล็กๆ เลี้ยงวัวปลูกผักขาย คิดว่ารวยนักหรือไง” รักร้อยหมั่นไส้คนขี้อวด จนเผลอต่อปากต่อคำด้วย
“ก็รวยพอ ที่จะไม่รับมรดกพร้อมของแถมอย่างคุณไง” เขายิ้มหยัน ใช้สายตากวาดมองทั่วร่างบางแล้วส่ายหน้า “คุณน่ะ ไม่เหมาะกับที่นี่หรอก ผมว่าคุณยอมแพ้แล้วกลับกรุงเทพไปเหอะ อย่าด้านหน้าอยู่เลย ยังไงๆ นายเอกดนูก็ไม่เอาคุณหรอก เสียเวลาเปล่าๆ ”
คารมคมหอกปักฉึกๆ เข้าเต็มอก นายชาวไร่หน้าหล่อไม่ออมคำซัดเธอไม่เลี้ยง ทำเอารักร้อยหมดอารมณ์เคลิ้มฝันกับคนหน้าหล่อใจดำคนนี้ทันทึ เธออยากรู้นักว่าทำไมเขาจ้องจิกกัดเธอนักหนา หรือว่า...
“นายแอบชอบนายเอกดนูใช่ไหม เป็แบบนี้นี่เอง นายถึงได้ด่าว่าฉันเสียๆ หายๆ “รักร้อยทำเสียงจิ๊จ๊ะในคอ พร้อมกับส่งยิ้มถากถางคืนกลับ เธอตวัดสายตามองชายหนุ่มั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนจะเบ้ปาก “เชอะ ไม่นึกว่าผู้ชายหน้าตาพอไปวัดไปวาตอนสายๆ อย่างนาย จะเป็พวกนักอนุรักษ์ของแปลก”
คำพูดของหญิงสาวทำเอาคนฟังลมออกหู จากที่ตั้งใจจะแกล้งแหย่เธอเล่นกลับโดนสวนกลับจนจุก เขามองหน้าหวานหยดที่กำลังลอยหน้าลอยตาใช้สายตาจิกกัดเขาอย่างกับนางร้ายในละครด้วยความโมโห ยังไม่ทันจะทันโต้กลับเ้าหล่อนก็ส่งวาจาพิฆาตใจมาอีกหนึ่งชุด
“ฉันว่า นอกจากนายจะวิปริตผิดเพศแล้วนะ นายยังมีรสนิยมประหลาดชอบของแปลกของน่าแขยงด้วย”
รักร้อยพูดไปนึกภาพตามไป ขนแขนลุกเกรียวด้วยความขยะแขยง เมื่อในหัวสร้างมโนภาพของชายหนุ่มกับไอ้เหยินกำลังโรมรันพันตู (ด) กัน ฟันจอบหงายของไอ้เหยินยังส่งผลต่อคนคิดจนสะดุ้งไม่ต่างจากเห็นผี เธอเกลียดฟันเหยินๆ ของมัน เกลียดไอ้เด็กแหยแฝ่นไร้น้ำยาคนนั้น หากไม่เพราะมันเธอคงไม่กลายเป็คนมีลักยิ้มด้วยมีดหมอมาจนถึงทุกวันนี้ มือเรียวแตะแก้มข้างซ้ายอย่างลืมตัว
ขณะเดียวกันคนฟังก็แทบจะบีบคอคนพูดตายคามือ เมื่อโดนกล่าวหาโดยไม่มีมูล เ้าหล่อนคิดออกมาได้ยังไงว่าเขาเป็เกย์ แล้วของแปลกที่เ้าหล่อนขยะแขยงคืออะไร
“คุณกล่าวหาผมอย่างไร้เหตุผลที่สุด เอาอะไรมาคิดว่าผมเป็เกย์”
รักร้อยถอนหายใจแรงพ่นเอาความเสียดายของตัวเองออกมาด้วย “ไม่ใช่แล้วชอบมาว่าฉันทำไมล่ะ แถมยังชอบคิดแทนไอ้เหยินอีกว่าเขาจะไม่แต่งงานกับฉัน นายเป็เ้าหัวใจเขาหรือไง ถึงได้รู้ดีนัก”
คำเรียกขานของเธอ ทำให้คนฟังอึ้งไปราวห้าวิ เ้าหล่อนรู้ได้ยังไงว่าตอนเด็กเขาเคยฟันเหยิน เอกดนู มหทรัพย์ไพศาล เ้าของไร่ดินเดียว ไม่อาจทนให้หญิงสาวหน้าสวยแต่วาจาร้ายกาจคนนี้ถากถางได้อีกต่อไป
“ฉันรู้เื่ของเอกดนูทุกเื่ รู้ด้วยว่าเขาไม่มีทางแต่งงานกับผู้หญิงหิวเงิน ปากปลาร้าอย่างเธอแน่” มือหนายกขึ้นบีบไหล่คนตัวเล็กกว่าอย่างลืมตัว
“โอ๊ย เจ็บนะ ไอ้บ้า!” รักร้อยสะบัดแขนจนหลุด มือบางลูบรอยเจ็บป้อยๆ ด้วยความโมโห ไม่คิดออมคำอีกต่อไปพ่นคำพูดยั่วประสาทใส่ไม่ยั้ง
“นายนั่นแหละไอ้คนประหลาด ชอบของแปลก เวลาจูบกับคนฟันเหยินไม่ถูกฟันมันเฉาะเหงือกมั่งเหรอ หรือว่าชอบ”
หญิงสาวยิ้มเย้ย ส่งสายตายั่วเย้าผู้ชายตรงหน้าอย่างล้อเลียน ยิ่งโมโหเธอยิ่งอยากยั่วให้เขาคลั่งตาม ตอนนี้หน้าขาวๆ ของอีกฝ่ายแดงก่ำไปหมด คงจะอายจนแทบมุดเข้าไปอยู่ในกองฟาง เขาหอบหายใจแรง มือกำหมัดแน่น เหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผาก หน้าหล่อเหลาราวเทพบุตรเดินดิน เครียดเกร็งจนคิ้วยับย่นเห็นเส้นเอ็นปูดตามแนวกรามที่เ้าตัวขบไว้แน่น
“นายนึกว่าฉันอยากแต่งงานกับไอ้เหยินคู่ขานายมากหรือไง ถ้าไม่เพราะถูกเ้าสัวขอร้องก่อนตาย อย่าหวังว่าฉันจะเข้าใกล้มันเลย” วาจาพิฆาตอีกดอกถูกส่งไปกระแทกหน้าอกข้างซ้ายของคนฟังจนจุก
เอกดนูกำหมัดแน่นไม่ให้เผลอยกขึ้นทำร้ายผู้หญิงตรงหน้า เธอแสดงท่าทางรังเกียจไอ้เหยินของเธอเหลือเกิน ไอ้เหยินเอกดนูในอดีต เด็กผู้ชายฟันจอบคนนั้นได้รับการผ่าตัดและจัดฟันจนเข้ารูปเข้ารอย หายอัปลักษณ์ไปแล้ว รูปถ่ายวัยเด็กของเขามีแต่รูปที่เขาหายฟันเหยินเท่านั้น ไม่นึกว่าจะมีคนมาขุดคุ้ยปมร้ายในใจเขาออกมาตีแผ่เหยียบย่ำอย่างทารุณเช่นนี้
“มากไปแล้วนะรักร้อย หยุดพูดบ้าๆ แล้วกลับไปบ้านพักเธอซะ” เสียงของเขาแปร่งพร่าทีเดียวเมื่อเอ่ยออกมา
รักร้อยยังไม่รู้ถึงกระแสอำมหิตที่แผ่ซ่านมายังเธอ หญิงสาวยังคงสนุกที่ได้ด่าว่าคู่ปรับ เธอจัดหนักให้อีกชุด
“ถ้านายไม่อยากให้ฉันวอแวกับไอ้เหยิน นายก็ลากคอมันมาจดทะเบียนกับฉันซะ พอทำตามเงื่อนไขพินัยกรรมแล้ว ต่างคนต่างไป นายกับมันจะไปลงนรกหรือขึ้น์ตรงไหนก็เชิญ”
“ฉันเตือนเธอแล้วนะว่าอย่าปากเสียอีก” ร่างหนาขยับเข้ามาใกล้อีกครั้ง
รักร้อยถอยกรูดเมื่อเห็นท่าทีคุกคามของเขาชัดเจน มองหาหนทางเอาตัวรอด แต่เธอคิดช้าไปเมื่อคนตัวใหญ่ไม่ใหญ่แค่ตัวแต่ความไวยังชนะเลิศ เอกดนูรวบร่างบางไว้ในวงแขน ขณะที่อีกฝ่ายกำลังหันหลังเตรียมวิ่งหนี ร่างบางถูกร่างหนาโอบรัดไว้แน่น ดิ้นไม่หลุด ดวงตาคมปลาบวาวกล้าของอ้อมแขนแกร่ง จดจ้องใบหน้านวลใส ด้วยแววตามาดร้าย หัวใจดวงน้อยหล่นตกลงไปกองที่ตาตุ่ม
“อย่านะ นายจะทำอะไรฉัน!”
///