ข้อเสนอของแคว้นเจี๋ยทำให้ฮ่องเต้ถางจงฮ่วนขบคิดตลอดทั้งวัน แม้ในขณะนี้ที่ทรงประทับอยู่กับพระสนมคนโปรด หว่างคิ้วก็ยังคงมิคลายออกจากกัน
"ฝ่าา ทรงกังวลพระทัยเื่ใดอยู่หรือเพคะหม่อมฉันรู้ตัวดีว่าปัญญาต่ำต้อย แต่ก็อยากช่วยแบ่งเบาภาระของพระองค์นะเพคะ"เซี่ยกุ้ยเฟยเอ่ยเสียงหวานนางแนบกายลงมาใกล้ชิดใช้อกอิ่มซึ่งเป็อาวุธประจำกายบดเบียดแนบแขนของฮ่องเต้เคล้าเคลียไม่ห่าง หวังให้เสน่ห์ของตนคลายความขุ่นข้องหมองใจ
การกระทำของเซี่ยกุ้ยเฟยทำให้ฮ่องเต้เริ่มผ่อนคลายสีพระพักตร์ดูผ่องใสขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย นับว่าสนมผู้นี้พูดจาฉลาดนัก อีกทั้งยังงามสะพรั่งเหมือนดอกไม้แรกแย้มทั้งที่วัยใกล้สี่สิบและให้กำเนิดเชื้อสายัแก่องค์ฮ่องเต้แล้ว
"แคว้นเจี๋ยยื่นข้อเสนอแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ข้ายังคิดไม่ตกว่าจะส่งผู้ใดไปจึงจะเหมาะสม เ้าก็รู้ว่าเราไม่มีองค์หญิงที่อยู่ในวัยออกเรือนเลย"
"หม่อมฉันเคยอ่านพงศาวดารว่าสมัยก่อนมีการแต่งตั้งองค์หญิงโดยเลือกจากบุตรีของขุนนางที่มีชาติตระกูลดี ความประพฤติดีนี่เพคะ"
"จริงสิ ยังมีวิธีที่เ้าว่า"ความกังวลที่เกาะกุมในใจมาตลอดทั้งวันหายเป็ปลิดทิ้งยิ่งเมื่อเซี่ยกุ้ยเฟยรู้ว่าต้องทำเช่นไรให้ฮ่องเต้มีความสุขมีหรือที่สนมรักจะไม่ปรนเปรอให้เขา ราตรีนี้จนรุ่งสางนางงัดทุกมารยาเสน่ห์ ปรนเปรอมอบให้จนเป็ที่พอพระทัย
ณ ท้องพระโรง วันรุ่งขึ้น
"ฮ่องเต้เสด็จแล้ว" ถางจงฮ่วนฮ่องเต้เสด็จว่าราชการตามปกติเหล่า ขุนนางคุกเข่าพร้อมเปล่งเสียงดังลั่นทั่วท้องพระโรง
"ทรงพระเจริญ หมื่นปีหมื่นๆ ปี"
"ลุกขึ้น"ฮ่องเต้ประทับบนบัลลังก์ัเพื่อรับฟังรายงานจากเหล่าขุนนางจากนั้นจึงกลับมาที่เื่พระราชสาส์นของแคว้นเจี๋ย
"แคว้นเจี๋ยเสนอการแต่งงานเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีพวกเ้าก็รู้ว่าเรามีองค์หญิงที่เพิ่งอายุสี่ขวบ ยังไม่เข้าพิธีปักปิ่นด้วยซ้ำ"
ใช่แล้ว พระองค์มีสนมมากมายมีลูกถึงสิบคนแต่ชะตาช่างเล่นตลก องค์ชายที่มาประสูติได้ยากนักในรัชกาลก่อนกลับมาประสูติกับพระองค์และเหล่านางสนมมากมาย กว่าจะได้องค์หญิงน้อยมาให้เชยชมแทบจะต้องบนบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีหรือจะยอมส่งให้ไปอยู่ที่อื่นได้ง่ายๆ
เหล่าขุนนางปรึกษากันด้วยความกังวลและต่างเห็นพ้องต้องกันว่าแคว้นเจี๋ยคงมิอยากได้องค์หญิงน้อยมาเชื่อมความสัมพันธ์ด้วยแน่
"ถ้าพระองค์ทรงแต่งตั้งบุตรีของใครสักคนเป็องค์หญิงล่ะพะย่ะค่ะ"เ้ากรมกลาโหมเสนอขึ้นเป็คนแรก
"ข้าคิดถึงข้อนี้ไว้แล้วจึงมาถามความสมัครใจของพวกเ้าว่าใครมีบุตรสาวที่ยังไม่ออกเรือน และไม่มีคู่หมั้นคู่หมายเสนอตัวรับใช้แผ่นดินบ้าง"
คราวนี้เหล่าขุนนางต่างเสียงดังลั่นท้องพระโรงอีกครั้งเื่การเสนอลูกตัวเองเป็องค์หญิงและให้ไปอยู่แดนไกลที่มีแต่ความหนาวเหน็บอย่างแคว้นเจี๋ยนั้นต่างก็ไม่มีใครยอมเอ่ยถึงลูกสาวตัวเองทั้งสิ้นแถมยังใช้โอกาสนี้เสนอชื่อบุตรีของคนอื่นที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับตนอีกด้วยนับว่าเป็โอกาสทองเชียวล่ะ
"คุณหนูตระกูลฟ่านเป็หญิงงามอันดับหนึ่งของแคว้นเราและอยู่ในวัยที่สมควรมีคู่ออกเรือนได้แล้ว ไม่ทราบว่าท่านเ้ากรมคลังมีความเห็นประการใด" อำมาตย์จวงเสนอชื่อบุตรสาวท่านเ้ากรมคลังเป็คนแรก
เ้ากรมคลังนึกโกรธแต่เก็บความรู้สึกไว้ในใจอำมาตย์จวงกับตนมีปัญหากันมานานและเดาได้ว่าที่อีกฝ่ายใช้โอกาสนี้ก็เพื่อกลั่นแกล้งใครในแคว้นไม่รู้บ้างว่าบุตรีของเขาคือไท่จือเฟยในอนาคต
ภรรยาของเ้ากรมคลังคือน้องสาวของฮองเฮาสองพี่น้องวางแผนแล้วว่าจะเป็ทองแผ่นเดียวกันถึงยังไม่ได้มีพิธีหมั้นอย่างเป็ทางการ แต่ก็รู้กันทั่วว่าบุตรสาวของตนเป็คู่หมายขององค์รัชทายาท
"ฟ่านปิงปิงเป็คู่หมายองค์ไท่จื่อแต่ที่อำมาตย์จวงกล่าวมาก็เป็เื่ดี เ้ากรมคลังยังมีบุตรชายที่งดงามอยู่อีกคนมิใช่หรือ"ฮองเฮาที่เสด็จตามมาด้วยเอ่ยขึ้นเหล่าขุนนางก้มหน้ารอฟังว่าพระนางจะว่าอย่างไรต่อ
นางรู้ว่าเ้ากรมคลังมีบุตรชายผู้งดงามอีกคนหนึ่งซึ่งเป็หนามยอกอกของน้องสาวมานานแล้ว บุตรชายคนนี้ถือกำเนิดจากฮูหยินรองของเ้ากรมคลังมีใบหน้างดงามคล้ายฟ่านปิงปิงถึงแปดส่วน ความงดงามนี้มาจากท่านย่าของเด็กทั้งสองซึ่งเป็หญิงงามอันดับหนึ่งของแคว้นในอดีต และอีกสองส่วนที่บุตรชายไม่เหมือนฟ่านปิงปิงนั้นคือความงดงามที่เหนือกว่าซึ่งเป็ที่รู้กันทั่วว่าบุตรชายของเ้ากรมคลังงดงามกว่าหญิงใดในแคว้น
ครั้งนี้หากทำสำเร็จถือว่าช่วยน้องสาวกำจัดหนามหยอกอกให้พ้นทางหากน้องสาวรู้ย่อมขอบคุณเป็แน่ นอกจากนี้ยังทำให้เส้นทางสู่บัลลังก์ัของบุตรชายนางมั่นคงขึ้นด้วยทรัพย์สินของตระกูลฟ่านมิใช่น้อย หากบุตรชายนั้นยังอยู่ย่อมเป็ผู้สืบทอด แต่หากแต่งตั้งเป็ผู้เชื่อมความสัมพันธ์นี้ไปแล้วทุกสิ่งที่ตั้งใจไว้ก็จะเป็ไปตามแผน
"เ้ากรมคลัง มีความคิดเห็นอย่างไร"พระสุรเสียงทรงอำนาจของฮ่องเต้ตรัสถาม
"เอ่อ.... กระหม่อม" เ้ากรมคลังอึกอักเล็กน้อย
"ท่านเ้ากรมคงตื่นเต้นจนพูดไม่ออกเพคะ" ฮองเฮาเอ่ยเสียงหวานท่าทางเหมือนยินดีในสิ่งที่เสนอ หากแต่สายตาที่จ้องมองท่านเ้ากรมกลับตรงข้ามราวกับจะบอกให้รู้ว่าจงยอมรับในสิ่งที่นางพูด
แม้เ้ากรมคลังจะลำบากใจกับข้อเสนอของฮองเฮาระหว่างลูกชายผู้สืบทอดตระกูลกับตำแหน่งพระสัสสุระ พ่อตาขององค์ไท่จื่อในอนาคตซึ่งอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแต่เมื่อพิจารณาแล้วก็คิดว่าเื่ทายาทสืบสกุลคงไม่ลำบากนักแค่รับอนุเพิ่มอีกสักสองสามคนเพื่อมีบุตรชายใหม่ ปัญหาผู้สืบทอดสกุลก็จะหมดไปแต่ตำแหน่งพระสัสสุระนี้สิ ไม่ใช่ว่าใครก็จะเป็ได้ง่ายๆดังนั้นน้ำหนักในใจจึงปักลงมาที่อย่างหลังมากกว่า
"กระหม่อมรับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ"
"ข้าขอแต่งตั้งบุตรชายของเ้ากรมคลังเป็องค์ชายสันติสุขเพื่อไปเจริญสัมพันธไมตรียังแคว้นเจี๋ยให้ผ้าร้อยผืน ทองคำยี่สิบหีบ เครื่องประดับทองและเพชรอย่างละสิบหีบ อาชาห้าสิบตัวนางกำนัล และขันทีอย่างละยี่สิบคน เ้ากรมคลังจงบอกให้ลูกของเ้าเตรียมตัว อีกเจ็ดวันขบวนรับเ้าสาวของแคว้นเจี๋ยจะเดินทางมาถึง"ฮ่องเต้ลุกขึ้นเดินออกจากท้องพระโรง ทิ้งให้เหล่าขุนนางวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่พร้อมกับมาแสดงความยินดีกับเ้ากรมคลัง
ดวงใจอ๋องพยัคฆ์ผลงานเขียนของจำปีหอม
รูปเล่มสามารถสั่งซื้อได้ที่
เพจตะวันเปรมปรีดิ์
เวปไซต์ตะวันเปรมปรีดิ์
www.tawanpreampree.com
Line@:@tawan9645
สายอีบุ๊คฝากลิงค์ค่ะ
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiMjA3NzE5IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiNzIwNjMiO30