"เสียงดังโหวกเหวกโวยวายแต่เช้าปกติเ้าตื่นเช้าเช่นนี้หรือ" หวางจื่ออวี๋ก็ตื่นนอนแล้วเช่นกันเขาเดินหาวออกมาถาม
เหลียนเซียงที่เป็ห่วงเขาอยู่ที่เรือนไผ่ขาวตลอดคืนพาคนเดินเข้ามาพอดีนางเอ่ยปนยิ้ม "อรุณสวัสดิ์เ้าค่ะคุณชายหวาง นี่ยังไม่เรียกว่าเสียงดังหรอกเ้าค่ะ หากท่านได้พำนักที่เรือนไผ่ขาวสักคืนถึงจะรู้ว่าอะไรที่เรียกว่าเสียงดัง"นางนำอาภรณ์ชุดใหม่มาให้หวางจื่ออวี๋เปลี่ยน และเอ่ยต่อว่า"คุณชายหวางอย่าได้รู้สึกรังเกียจไป คุณชายเก้ายังไม่เคยใส่ชุดนี้เ้าค่ะ"นางพูดพลางสั่งการให้เหล่าสาวใช้เข้ามาปรนนิบัติ เพียงพริบตาเดียวคุณชายทั้งสองก็สวมชุดใหม่สะอาดสะอ้าน
ฉู่ยี่ดึงมือหวางจื่ออวี๋ให้เดินออกไปด้านนอกพลางเอ่ย "นี่ก็สายแล้ว พวกเราออกไปฝึกกันเถิดเ้าจักได้ลองปืนของพี่ใหญ่ด้วย ฝึกเสร็จก็ถึงเวลากินข้าวพอดี ข้าบอกเ้าไว้ก่อนนะปืนกระบอกนั้นของพี่ใหญ่หนักเก้าสิบเก้าชั่ง ท่านพ่อข้ามีอีกกระบอกที่หนักกว่ากระบอกนี้ด้วยเพียงแต่กระบอกนั้นไม่ได้อยู่ที่จวน เขาพกไว้ติดกายเสมอ"
หวางจื่ออวี๋ถูกฉุดกระชากจนโวยวายออกมา "เ้าเดินช้าๆ หน่อย ข้ายังมึนหัวอยู่เลย"
ตอนที่เหลียนเซียงมา สุยอันกำลังเศร้าใจยิ่งนักจึงแอบอยู่ในห้องเอ่อร์ฝาง รอจนกระทั่งเหลียนเซียงกลับไปนางก็ยังไม่ยอมออกมา
คนอื่นๆ ก็ยกโขยงกันกลับไปหมดแล้วเรือนห้องหนังสือหลังเล็กของนางเหมือนถูกถล่มก็ไม่ปาน เละตุ้มเป๊ะไปทั่วทุกหย่อมหญ้า
สุยอันเริ่มจากการเก็บเสื้อผ้าที่ทั้งสองเปลี่ยนไปไว้อีกที่ตามหลักการแล้วเหลียนเซียงควรจะนำกลับไปทีเดียว ทำให้สุยอันไม่มั่นใจว่าเป็เพราะเหลียนเซียงลืมหรือจงใจทิ้งเอาไว้ที่นี่กันแน่แต่นางก็ไม่อยากจะสนใจ ปล่อยให้เ้านายกับบ่าวคู่นี้ทำตามใจอยาก นางก็เป็คนมีอารมณ์ความรู้สึกเช่นกัน
และเริ่มเก็บห้องของตัวเองต่อนางทำงานจนถึงเวลามื้อเที่ยง จึงสามารถถอนใจโล่งอก ห้องหนังสือไม่ใหญ่ไม่เล็ก หากอยากจะทำให้สะอาดเป็ระเบียบก็ต้องใช้เวลาไม่น้อยเลย
ดังนั้นจึงเหลือเวลาให้สุยอันโมโหไม่นากนักเวลาที่เหลือนางจึงถอดปลอกผ้าห่มออกมาซักแล้วตากแดด ตอนกลางคืนนางไม่มีผ้าห่มห่ม จึงต้องจำใจใช้ผ้าห่มของฉู่ยี่ห่มไปก่อน
หลายวันต่อมา ฉู่ยี่ไม่ได้มาที่หอตำราอีกคุณหนูหลินก็ไม่ได้มาเช่นกัน สุยอันจึงพอมีเวลาพักผ่อนอยู่บ้าง
เมื่อผ่านพ้นเดือนสิบสองอากาศก็ยิ่งหนาวเหน็บ ก่อนจะนอนสุยอันต้องทำให้ที่นอนอุ่นก่อนถึงกล้าขึ้นไปนอน พอตื่นมาตอนเช้าทั้งห้องก็เต็มไปด้วยไอเย็น
เช้าวันที่หก ขณะฟ้ายังไม่สว่างดีเสียงประทัดดังขึ้นภายในจวนหลายตับ สุยอันจึงเดินไปเปิดประตูเรือนและถามบ่าวรับใช้หนุ่มที่เดินผ่านมาผู้หนึ่งถึงรู้ว่าแม่ทัพฉู่ได้รับชัยชนะแล้ว อ๋องหลิ่งและบรรดาลูกหลานต่างยอมสวามิภักดิ์ จึงกำลังเดินทางกลับเมืองหลวง
แม่ทัพฉู่เป็แม่ทัพใหญ่แม้ยังมีภารกิจอีกในหลายพื้นที่ ทว่าจำเป็ต้องกลับเมืองหลวงเพื่อคืนตราบัญชาการรบต่อหน้าพระพักตร์การยกทัพกลับราชสำนักเพื่อรับพระราชทานรางวัลถือเป็เกียรติยศสูงสุดในชีวิตของขุนนางฝ่ายบู๊
คนในจวนฉู่ยินดีปรีดากันใหญ่
หลังฉู่ยี่ดีใจเสร็จแล้วพลันนึกถึงการเรียนของตนเองขึ้นมาขณะที่คนอื่นกำลังตื่นเต้นดีใจ เขากลับพุ่งตัวมาที่ห้องหนังสือ สั่งให้บ่าวรับใช้หนุ่มไปตระกูลหวางเพื่อเอาบทกลอนที่หวางจื่ออวี๋แต่งเสร็จแล้วมาและเรียกหาสุยอันให้มาพบ
สุยอันหอบกระดาษที่หนักราวสิบชั่งเข้ามา
"คุณชายเก้า พวกนี้ทั้งหมดคือการบ้านและบทเรียนที่ท่านต้องทำในแต่ละวันของ่ที่ผ่านมาเ้าค่ะ"
ฉู่ยี่มอง 'การบ้าน' ที่สูงเกือบจะถึงครึ่งตัวของเขาใบหน้าพลันเข้มขึ้น "เยอะเช่นนี้เ้าจะให้ข้าคัดหมดได้เช่นไร"
หลังเปิดดูอยู่สักพักเขาก็พบว่าในการบ้านมีแต่อักษรจันฮวาเซี่ยวข่าย* จึงยิ่งเดือดดาลกว่าเดิม "อักษรชีง* อักษรลี่* และอักษรเฉ่า* มีตัวไหนที่เ้าเขียนไม่สวยบ้าง"แต่ดันมาเขียนอักษรจันฮวาเซี่ยวข่ายที่ใช้เฉพาะในสตรี เช่นนี้เขาก็ไม่สามารถฮุบการบ้านของนางมาเป็ของตัวเองได้น่ะสิแม้นเขาจะสามารถตบตาบิดาไปได้ ทว่าบิดาคงได้หัวเราะเขาเพราะตัวอักษรเหมือนสตรีเหล่านี้เป็แน่
"เรียนคุณชายเก้า ข้าน้อยเคยเขียนอักษรชีงอักษรลี่ และอักษรเฉ่า แต่ในจวนมีกฎห้ามมิให้บ่าวไพร่ฝึกเขียนรูปแบบตัวอักษรของเ้านายดังนั้นบ่าวจึงเขียนได้แต่อักษรจันฮวาเซี่ยวข่ายเ้าค่ะ"
เมื่อเห็นใบหน้าซีดขาวของนางฉู่ยี่ก็ยิ่งรำคาญ "พวกนี้คือที่เ้าเพิ่งเขียนในระยะนี้? "
"เ้าค่ะ หลายวันมานี้นอกจากกินข้าวบ่าวก็เอาแต่เขียนสิ่งนี้" แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ความจริง นางแอบเขียนพวกนี้ไว้ตั้งนานแล้วมิเช่นนั้นหากให้นางเขียนเยอะขนาดนี้ในหนเดียว เกรงว่าเวลาจะนอนก็คงไม่มี
แม้ฉู่ยี่จะรู้สึกสงสัยมากแต่เขาก็ยังเอ่ยว่า "เข้าใจแล้ว เ้าออกไปพักเถิด"
"คุณชายเก้าจะให้บ่าวฝนหมึกให้ไหมเ้าคะ"แม้แต่ที่นางเขียนเก็บเอาไว้ในปีก่อนๆ ก็ขนออกมาจนหมด ที่ทำเช่นนี้ก็เพราะอยากเห็นเขาขมีขมันตั้งใจเขียนอ่านเพื่อระบายความคับแค้นในใจหากนางออกไปตอนนี้ก็ไม่เห็นน่ะสิ
ฉู่ยี่เห็นว่านางฝนหมึกได้ดีกว่าบ่าวรับใช้หนุ่มที่มือเท้าห่างพวกนั้นจึงพยักหน้าอนุญาต เขาไม่พูดพร่ำทำเพลงอันใดอีก จัดการพับแขนเสื้อขึ้น ก้มหน้าก้มตาคัดอักษร
สุยอันลอบสะใจ ฟ้าเริ่มมืดลงแล้วนางจุดตะเกียงไฟอันใหญ่และเทียนอีกสิบกว่าเล่มอย่างกระตือรือร้น ทำให้ทั้งห้องสว่างไสวราวกับเป็เวลากลางวัน
ฉู่ยี่กลั้นใจเขียนคราเดียวได้ร้อยสิบกว่าแผ่นเหนื่อยจนข้อมือแทบหักอยู่รอมร่อ เขาโยนพู่กันทิ้งและเอ่ยว่า "วันนี้ข้าไม่เขียนแล้ว พรุ่งนี้ค่อยตื่นแต่เช้ามาเขียนต่อ"ทั้งๆ ที่เขาเขียนไปร้อยสิบกว่าแผ่นแล้วแท้ๆ ทว่ามองอย่างไรก็รู้สึกว่ากระดาษปึกนั้นของสุยอันไม่ได้ลดน้อยลงเลย
ตลอดทั้งวัน สุยอันยังพอมีเวลาแอบออกไปยืดเส้นยืดสายบ้างทว่าฉู่ยี่กลับรักษาอากัปกิริยาไว้ในท่าเดิม ไม่กินไม่นอน เอาแต่คัดอักษร ความตั้งใจแน่วแน่นี้ของเขาแม้ใบหน้าของนางจะเรียบเฉย ทว่าในใจกลับรู้สึกนับถือเขาไม่น้อย แต่ก็ลอบค่อนขอดเขาอยู่ในใจด้วยเช่นกันคุณชายเก้าตั้งใจเช่นนี้ เห็นทีไม้พองของแม่ทัพฉู่จะมีอานุภาพไม่น้อย
ฉู่ยี่ลุกขึ้นยืน เสียงกระดูกทั่วทั้งร่างดังกรอบแกรบ
"คุณชายเก้าจะให้บ่าวเรียกสาวใช้ขั้นต่ำที่แรงเยอะสองคนมาบีบนวดไหล่ให้ท่านไหมเ้าคะ"
ฉู่ยี่ปรายตามองนางเล็กน้อยนี่เป็ครั้งแรกที่พวกเขาสองคนญาติดีกันนับจากทะเลาะกันเมื่อหลายวันก่อน ทว่าไม่ว่าเขาจะขบคิดเช่นไรก็รู้สึกว่าแม่สาวใช้คนนี้ดูจะกระตือรือร้นผิดปกติ
"ไม่ต้อง เ้าทุบให้ข้าทีสองทีก็พอ"
ที่เมื่อครู่สุยอันเอ่ยเช่นนั้นก็เป็เพราะนางไม่อยากทุบไหล่ให้เขานั่นแลไม่คิดว่าฉู่ยี่จะเอ่ยออกมาเช่นนี้ นางชะงักไปเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าฉู่ยี่กำลังมองตนเองอยู่ก็รีบเข้าไปบีบนวดไหล่ให้เขาทันที
นางเค้นแรงที่ได้จากการดื่มนมทั้งหมดออกมานวดให้เขาแต่ฉู่ยี่ก็ยังไม่พอใจ "เหตุใดแรงของเ้าจึงเหมือนลูกแมวน้อยไม่มีผิด เ้าออกแรงหน่อยสิ"
สุยอันเหนื่อยจนพูดไม่ปะติดปะต่อ "บ่าวมีแรงเพียงเท่านี้ เมื่อครู่บ่าวก็บอกแล้วว่าจะเรียกคนที่มีแรงมานวดแต่ท่านก็ไม่ยอม"
ทั้งสองต่างปากคอเราะร้ายทั้งคู่ฉู่ยี่เหนื่อยจนโมโห ได้ยินนางบ่นกระปอดกระแปดก็คิดว่าเป็เสียงแมวร้อง ไม่เก็บมาใส่ใจแล้วนั่งหลับไปทั้งเสียอย่างนั้น
เมื่อฉู่ยี่ตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็ได้ยินเสียงเหลียนเซียงดังอยู่ข้างหู "ทั้งวันนี้ นอกจากตอนเช้ากินอะไรนิดหน่อยแล้วก็ไม่ได้กินข้าวแม้แต่เม็ดเดียวเช่นนั้นหรือ...ข้ามิรู้จริงๆว่าจะกลับไปเรียนฮูหยินผู้เฒ่าเยี่ยงไรดี และอดเป็กังวลแทนเ้าไม่ได้..."
สุยอันไม่สนใจคำพูดถากถางในประโยคกลับเลียนแบบน้ำเสียงของเหลียนเซียงแทน ก่อนเอ่ยเสียงเบา "ท่านพี่มิต้องเป็ห่วง คุณชายเก้าตั้งใจทำการบ้านยิ่งนักข้าเห็นว่าคุณชายเก้าสงบสติจิตใจตั้งใจทำการบ้านทั้งวัน ใจก็คิดไปถึงยามที่แม่ทัพฉู่ออกทัพกรำศึกคงจะลำบากกว่านี้ไม่น้อย ดังคำที่ว่าพ่อเสือมิมีลูกเป็สุนัข ต้องมีความสมัครสมานในหมู่คณะงานจึงจะสำเร็จลุล่วงยามนี้หากคุณชายเก้าสามารถอดทนต่อความลำบากนี้ได้ ภายภาคหน้าเป็ต้องยิ่งใหญ่เกรียงไกรกว่าท่านแม่ทัพแน่แท้ไม่แน่ว่าในอนาคต จวนของเราอาจถูกแต่งตั้งเป็อี๋ซิ่งหวาง* หรือจู้กั๋ว* ก็เป็ได้นะเ้าคะ ถึงเวลานั้น ความดีความชอบของบ่าวไพร่เช่นพวกข้า คงเทียบไม่ได้กับคุณความชอบอันยิ่งใหญ่ของท่านพี่"
เหลียนเซียงหัวเราะเสียงเบา "เ้าเด็กคนนี้ พอได้ร่ำเรียนมีความรู้เข้าหน่อยก็ปากหวานเชียวข้าพูดเพียงประโยคเดียว เ้ากลับตอบมาเป็ชุด"
เมื่อสุยอันเห็นว่าเนียนผ่านไปได้แล้วจึงลอบปาดเหงื่อยกใหญ่ คิดในใจว่าต่อไปนี้อย่างไรก็ต้องให้ฉู่ยี่กินข้าวตรงเวลา การที่นางโมโหเขานั่นเป็เื่เล็กแต่หากคนอื่นเห็นว่านางปรนนิบัติเขาไม่ดี...ชีวิตน้อยๆ ของนางจะทำเช่นไร?
ความจริงฉู่ยี่ยังคงรู้สึกเหนื่อยอยู่ทว่าเมื่อได้ยินสุยอันพูดดังนั้น ก็พลันรู้สึกว่าความลำบากที่ตนได้รับอยู่ตอนนี้ช่างเล็กน้อยนักท่านพ่อเคยกล่าวว่าเมื่อออกรบ บางครั้งต้องเดินติดกันหลายวันหลายคืน ดื่มน้ำสกปรก กัดก้อนน้ำแข็งกินไม่ว่าอากาศร้อนหรือหนาวล้วนลำบากทั้งนั้น
เขาไม่คิดว่าสุยอันที่อายุยังน้อยจะมีความคิดความอ่านเช่นนี้ได้เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลายวันต่อมาเขาไม่เพียงตั้งใจเขียนการบ้าน ซ้ำยังอนุญาตให้สุยอันหยุดทำงานพักผ่อนอีกด้วย
เมื่อแผนการชั่วร้ายลุล่วงเอ่อ...ไม่ใช่สิ ควรจะบอกว่ายกยอปอปั้นจนได้ดีได้งามฉู่ยี่ก็ตั้งใจเขียนการบ้านทั้งวันทั้งคืน ขุดความตั้งใจที่ไม่เคยมีมาตลอดสิบปีออกมา
กระทั่งชวีมามาและฮูหยินผู้เฒ่ายังต้องแอบมาดู
เมื่อกลับไป ชวีมามาได้เอ่ยกับฮูหยินผู้เฒ่าว่า "ฮูหยินสบายใจได้แล้วนะเ้าคะคุณชายเก้ามีความตั้งใจเช่นนี้ ยังมีเื่ใดให้น่ากังวลใจอีก"
ฮูหยินผู้เฒ่าดีใจไม่น้อยดูแล้วยังดีใจกว่าตอนที่รู้ข่าวท่านแม่ทัพได้รับชัยชนะกำลังยกทัพกลับเมืองอยู่หลายส่วนทว่าแม้จะเป็เช่นนี้ นางก็ไม่กล้าพูดเต็มปากเต็มคำนัก "กลัวแต่ว่า เขาจะเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อหากยามปกติตั้งใจเช่นนี้จะดีขนาดไหน เ้าว่าการกระทำเช่นนี้ใช่ผักชีโรยหน้าหรือไม่"
หากสุยอันอยู่ที่นี่ จะต้องชมฮูหยินผู้เฒ่าว่าสายตาหลักแหลมเสียงดังเป็แน่
เมื่อถึงวันที่แปดเดือนสิบสองในวังได้ประทานโจ๊กล่าปา* มาให้ที่จวนฉู่ พอตกบ่ายก็มีราชโองการประทานรางวัลตามมา
จื่อยวี่นำชุดที่ใส่รับราชโองการมาให้ที่ห้องหนังสือ "ต้าไน่ไน* ให้นำชุดของคุณชายเก้าไปให้ที่เรือนเจิงหยาง แต่ข้ารู้ว่าคุณชายเก้าอยู่กับเ้าจึงไม่เสียเวลาไปที่เรือนไผ่ขาวแล้ว"
อะไรที่เรียกว่าคุณชายเก้าอยู่กับนาง
สุยอันบ่นกระปอดกระแปดอยู่ในใจทว่าใบหน้าเรียบเฉย ทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้และรับเสื้อผ้ามาก่อนเอ่ยขึ้น "ประเดี๋ยวพี่เหลียนเซียงคงตามมา"หลายวันก่อน นางก็เห็นสาวใช้จากเรือนไผ่ขาวทำลับๆ ล่อๆ อยู่ตรงระเบียงห้องหนังสือทว่าพวกเขาไม่ได้เข้าใกล้ ดังนั้นนางจึงคร้านจะไปตอแย ทุกคนต่างมีความคิดเป็ของตนเองหากนางเข้าไปยุ่งทุกเื่ เกรงว่านางคงจะเหนื่อยตายก่อนเป็แน่
เมื่อสุยอันพูดจบ จื่อยวี่ก็ชะงักไปเล็กน้อยนางจึงรู้ว่าตนพูดมากเกินควรแล้ว พลันรีบอธิบาย "เสื้อผ้าชุดนี้วิธีการใส่ซับซ้อน ข้าใส่ไม่เป็"
ขณะกำลังพูด เหลียนเซียงก็วิ่งเข้ามาอย่างเร่งรีบ "เ้าอย่าหาว่าข้าจุ้นจ้านเลยนะหากใส่ชุดได้ไม่ถูกต้องจะขายหน้าเอาได้ ถึงเวลานั้นจะไม่ใช่เ้าที่ลำบากคนเดียว"เหลียนเซียงพูดหอบแฮก
สุยอันยื่นเสื้อผ้าไปให้นางเอ่ยปนยิ้ม "คุณชายเก้าอยู่ในห้องหนังสือเ้าค่ะ เช่นนั้นข้าคงต้องรบกวนพี่เหลียนเซียงแล้วข้าจะไปส่งพี่จื่อยวี่เอง"
เมื่อสุยอันพูดจบ เหลียนเซียงจึงหันไปยอบกายให้จื่อยวี่พลางเอ่ยว่ากลัวจะเลยเวลารับราชโองการและถือชุดไปพบฉู่ยี่ทันที
จื่อยวี่เดินไปไม่กี่ก้าวก็หันกลับมามองสุยอัยและเอ่ยกับสุยอันอย่างมีความหมาย"เ้าช่างใจกว้างเสียจริง"
"ข้าอายุยังน้อย ไม่ละเอียดรอบคอบเท่าพี่ๆพี่จื่อยวี่จะให้ข้าลงมือทำเองทุกเื่เลยหรือ ข้ายังกลัวว่าจะปรนนิบัติคุณชายเก้าได้ไม่ดีแล้วจะถูกติเสียมากกว่า อีกอย่าง ข้ายังไม่เคยเห็นพวกพี่สาวในจวนแข่งกันเด่นแข่งกันดีเลยสักครั้ง"ทันใดนั้น ก็เอ่ยเปลี่ยนประเด็น "ไม่รู้ว่าพวกเราจะไปฟังราชโองการด้วยได้หรือไม่นี่เป็ครั้งแรกที่ข้าเห็นเลย"
"เขารับราชโองการกันที่เรือนประจิมเ้าว่าพวกเราไปฟังได้หรือไม่เล่า"
แน่นอนว่าไม่ได้ แม้เรือนประจิมจะมิใช่เรือนหลักทว่าเป็ที่ตั้งของโถงบรรพชน ยามปกติปิดประตูแน่นสนิท นอกเสียจากว่าเป็วันสำคัญจึงจะเปิดประตูอย่าว่าแต่บ่าวไพร่ แม้แต่บรรดาอนุก็เข้าไปไม่ได้
*อักษรจันฮวาเซี่ยวข่าย เป็ตัวอักษรที่มีความงดงามเป็รูปแบบตัวอักษรที่ผู้หญิงสมัยโบราณนิยมใช้ ลายเส้นเป็ระเบียบ เส้นขีดคมชัดมีรูปแบบการเขียนชัดเจน
*อักษรชีงเป็อักษรกึ่งหวัดกึ่งบรรจง รวมเอาจุดเด่นของอักษรข่ายและอักษรเฉ่าเข้าไว้ด้วยกันกล่าวคือไม่ประณีตบรรจงเท่าอักษรข่ายและไม่หวัดเท่าอักษรเฉ่า
*อักษรลี่มีลักษณะลายเส้นโค้งมน ลักษณะเด่นคือเส้นขวางยาว เส้นตั้งสั้นถือเป็จุดเปลี่ยนที่สำคัญของตัวอักษรจีน เนื่องจากเป็อักษรประเภทแรกที่หลุดพ้นจากอักษรรูปโบราณและมีอิทธิพลอย่างมากต่อรูปแบบตัวอักษรจีนในยุคหลัง
*อักษรเฉ่ามีลักษณะลายเส้นหวัด ไม่เหมือนอักษรรูปแบบอื่นตรงที่ ไม่มีมาตรฐานการเขียนตายตัวไม่จำเป็ต้องเขียนตัวบรรจง สามารถใช้เพียงเส้นขีด 2-3 เส้นในการเขียนตัวอักษรที่มีหลายลายเส้นได้เป็อักษรที่มีความงดงามภายใต้ความยุ่งเหยิง
*อี๋ซิ่งหวางผู้ที่ได้รับตำแหน่งอ๋องจากการทำความดีความชอบ โดยไม่ได้เป็เชื้อพระวงศ์มาก่อน
*จู้กั๋ว แม่ทัพใหญ่คู่ราชวงศ์มีตำแหน่งสูงกว่าอัครมหาเสนาบดี
*โจ๊กล่าปา เป็โจ๊กที่ใช้ทานในวันที่แปดเดือนสิบสองเพื่อเป็การเฉลิมฉลองในการเก็บเกี่ยวบางพื้นที่ก็เรียกว่าโจ๊กเจ็ดสิ่งล้ำค่าห้ารส ส่วนผสมหลักมี ข้าวฟ่าง ข้าวสารลูกเดือย เกาลัด ถั่วแดง พุทราปอกเปลือก ถั่วลิสง เมล็ดทานตะวัน อัลมอลด์ อื่นๆและนำส่วนผสมทุกอย่างมาต้มรวมกัน
*ต้าไน่ไนเป็คำที่บ่าวไพร่ใช้เรียกภรรยาเอกของผู้เป็นายในสมัยก่อน
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/b42d15240c9075c343f762590f4baa36
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่แม่สาวใช้ตัวดีในจวนท่านแม่ทัพที่ไหน ขอฝากแฮชแท็ก#แม่สาวใช้ตัวดีในจวนท่านแม่ทัพ #readAwrite ด้วยน้า