ซานชิงจึงตัดสินใจขอแยกทางกับหานสงเพราะนางจะกลับสำนักนักปราบอสูร เพื่อไปนำคัมภีร์เปิดประตูปรภพมาช่วยพาเฉียนว่านกลับออกมา
“ข้าคงต้องไปหาคัมภีร์เปิดประตูปรภพจากสำนักปราบอสูรและจะรีบพาตัวเฉียนว่านกลับมายังโลกมนุษย์ให้เร็วที่สุด” ซานชิงกล่าว
“ฝากด้วยนะ ซานชิงส่วนข้าจะตามไปสมทบกับทัพของฝ่าา” หานสงกล่าว
“ข้าไปล่ะ” ซานชิงรีบออกเดินทางทันที
.******************************************************
ฝ่าาพระองค์จริงทรงนำทัพไปถึงเมืองเหอเป่ยซึ่งอีกหน่อยก็จะถึงเมืองหลวงแล้ว
สักพักทหารแนวหน้า ก็รีบทูลรายงาน “ทูลฝ่าา กระหม่อมเห็นทหารฝ่ายศัตรูตั้งทัพรออยู่ไม่ไกลจากที่นี่มากพะยะค่ะ”
“พวกเราเตรียมตัวบุก”ฝ่าาตรัสสั่ง
ทัพของฝ่าาเคลื่อนขบวนทัพอย่างอาจหาญแต่พอเข้าไปในทุ่งผาตก ทุกคนก็เริ่มเห็นความผิดปกติ
“แย่แล้วนี่เป็ค่ายกลพะย่ะค่ะ กองทหารที่พวกเราเห็นเป็เพียงตัวล่อเท่านั้นระวังพระองค์ด้วยพะย่ะค่ะ” เตียงหยางกล่าว
“นั่นฝูงค้างคาวมีพิษเป็บริวารของอสูรค้างคาว รีบหนีเร็วเข้า” เฉียนฟงะโบอกทุกคน
คำพูดของเฉียนฟงนั้นทำให้กองทัพแตกกระจายหนีไปคนละทาง เพราะค้างคาวจำนวนเป็ฝูงพากันบินไล่กัดผู้คนและเหล่าอสูรหมาป่า พอหนีไม่ได้ก็พากันใช้ดาบฟาดฟันแต่นั่นก็ไม่ช่วยอะไรเพราะค้าวคาวหลบหลีกไปมารวดเร็ว
ฝ่าาพยายามต่อสู้กับค้างคาวเมื่อไม่สามารถกำจัดพวกมันได้ พระองค์จึงรีบเสด็จหนีจนถึงหน้าผาแห่งหนึ่ง
“พระองค์ทรงมีดวงแข็งจริงๆพิษอสูรงูก็ไม่สามารถเอาชีวิตของพระองค์ได้”อสูรพยัคฆ์ปรากฏตัว
“อสูรพยัคฆ์เ้ากล้าดียังไงถึงปลอมเป็ข้า” ฝ่าาตรัสอย่างกริ้วโกรธ
“แต่ต่อไปข้าจะกลายเป็ฝ่าาตัวจริงเพราะฝ่าาต้องมีหนึ่งเดียวเท่านั้น” อสูรพยัคฆ์กำลังจะกระโจนเข้าไปบีบคอพระองค์แต่ทว่าเขาก็ชะงัก เมื่อได้ยินเสียงะโของผู้หญิงคนหนึ่ง
“ฝ่าาฝ่าา ฝ่าาเพคะ ทรงอยู่ที่ไหนเพคะ” จูหลินะโเรียก
อสูรพยัคฆ์จึงแปลงกายให้แต่งกายเหมือนกับฝ่าาอย่างไม่มีผิดเพี้ยนและะโบอก “ข้าอยู่ที่นี่”
จูหลินจึงเดินมาถึงหน้าผา“ฝ่าาทรงปลอดภัยดีใช่มั้ยเพคะ”
“เราปลอดภัยดีแต่อสูรพยัคฆ์ได้แปลงกายให้เหมือนเราทุกอย่าง” อสูรพยัคฆ์เลียนเสียง
“อย่าไปเชื่อมันเราต่างหากที่เป็ตัวจริง” ฝ่าาตรัสยืนยัน
“จูหลินต้องเชื่อเรานะเราต่างหากที่เป็ตัวจริง” อสูรพยัคฆ์กล่าว
จูหลินมองซ้ายมองขวาแต่ไม่สามารถแยกออกได้ว่าใครกันที่เป็ตัวจริง
ชายทั้งสองที่เหมือนกันราวกับฝาแฝด พยายามจะเดินเข้าหาจูหลินแต่นางก็รีบถอยหลังหนี
“ทำไมล่ะเ้าแยกไม่ออกงั้นหรือ” อสูรพยัคฆ์กล่าว
“หม่อมฉันแยกไม่ออกเพคะงั้นเอาอย่างนี้มั้ยเพคะหากพระองค์เป็ตัวจริงก็แสดงของแทนใจที่หม่อมฉันเคยให้พระองค์ให้ดูสิเพคะ” จูหลินกล่าว
“เราเก็บไว้ในห้องบรรทมเป็อย่างดีเราไม่ได้เอามาด้วย” อสูรพยัคฆ์ชักสีหน้าให้สมจริง
“เราไม่เห็นเคยได้ของแทนใจจากเ้าเลยนะ”ฝ่าาทรงฉงน
จูหลินมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์นางรีบจูงมือฝ่าาคนซ้ายมือและจ่อกระบี่ไปที่อีกฝ่าย
“ทำไมล่ะทำไมเ้าถึงเชื่อมัน” อสูรพยัคฆ์แปลกใจ
“ข้าไม่เคยมอบของแทนใจให้ฝ่าาแล้วพระองค์จะมีได้ยังไง” จูหลินกล่าว
“555 เ้าฉลาดมากที่หลอกข้าได้แต่คิดหรอว่าพวกเ้าจะรอด” อสูรพยัคฆ์ไม่ยอมปล่อย
“รีบหนีกันเถอะเพคะพวกเราต่อกรกับอสูรพยัคฆ์ไม่ได้หรอก” จูหลินกล่าว
จูหลินรีบจูงพระหัตถ์ของฝ่าาวิ่งหนีทันทีแต่อสูรพยัคฆ์ก็ะโไปดักหน้า
“เ้าหลบไปก่อนข้าจะสู้กับมันเอง” ฝ่าาตรัส
“ไม่เพคะหม่อมฉันจะร่วมต่อสู้ด้วย” จูหลินกล่าว
“ช่างรักกันจริงๆนะน่าอิจฉาเสียจริง เราจะส่งพวกเ้าลงนรกทั้งคู่เอง” อสูรพยัคฆ์หมั่นไส้
เฉียนฟงะโเข้ามาขวางไว้“พระองค์เสด็จหนีไปพะย่ะค่ะ เดี๋ยวกระหม่อมจัดการเอง”
“ไม่เจอกันนานเลยนะเฉียนฟงดูเ้าแก่ไปมากนะ” อสูรพยัคฆ์กล่าว
“พวกเรามาทบทวนความหลังหน่อยเป็ไง”เฉียนฟงกล่าว
สองอสูรประมือกัน กลายเป็ร่างจริง นั่นคือเสือโคร่งปะทะหมาป่าเข้าต่อสู้กันอย่างสูสี
ส่วนฝ่าาและจูหลินก็รีบวิ่งหนีไปโดยไร้จุดหมาย
ฝ่าาทรงทอดพระเนตรเห็นหลุมกับดักและเห็นว่าจูหลินกำลังจะเผลอเหยียบ พระองค์จึงผลักนางหนีไป จนกระทั่งพระองค์ทรงตกหลุมนั้นเองยังดีที่พระองค์ทรงจับปากหลุมไว้ทัน ซึ่งด้านล่างของหลุมเต็มไปด้วยปลายหอก
จูหลินตั้งสติจากที่โดนผลักจนล้ม ก็รีบลุก แล้ววิ่งไปช่วยฝ่าา
“หม่อมฉันจะดึงพระองค์ขึ้นมานะเพคะ”
ฝ่าาทรงพยายามปีนขึ้นไปสักพักหานหงก็รีบเข้าไปช่วยอีกคน พระองค์จึงทรงขึ้นไปได้อย่างง่ายดาย
“แสดงว่าเ้าสามารถเอาชนะทัพของแม่ทัพเหลียวได้แล้วงั้นหรือ” ฝ่าาตรัสถาม
“พะย่ะค่ะ ไม่เพียงเท่านั้น พวกเรายังสามารถกำจัดอสูรปรสิตได้อีกด้วย”หานสงเล่า
“เป็ความจริงงั้นหรือ หานสง” จูหลินรู้สึกดีใจ
“ซานชิงได้พาไต้ซือจี้อิงมาปราบอสูรปรสิต” หานสงกล่าว
“นับว่า์ยังคงมีเมตตาอยู่บ้าง” จูหลินรู้สึกโล่งใจ
ฝ่าาและจูหลินเข้าไปสมทบกับแม่ทัพเตียงหยางและต่อสู้กับทหารมนุษย์ฝ่ายศัตรู ส่วนหานสงได้พาม้าขาวไปต่อสู้กับฝูงค้างคาวจำนวนมากด้วยการปล่อยฝูงผึ้งและพ่นไฟ
ศึกาเกิดขึ้นต่อเนื่องั้แ่เช้ายันค่ำต่างฝ่ายต่างพากันเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้า ฝ่าาทรงเห็นว่าฝ่ายพระองค์ทรงเป็ฝ่ายเสียเปรียบเพราะพลทหารต่างได้รับาเ็จากดาบและธนู บ้างก็เสียชีวิตจากการติดกับดัก ส่วนทหารอสูรหมาป่าบางตนได้รับพิษจากบริวารของอสูรค้างคาวพระองค์จึงตัดสินพระทัย
“พวกเราถอยทัพ” ฝ่าาทรงประกาศ
ทหารพากันหนีไปตั้งหลักอยู่ที่เมืองเพียงฝานก่อนใน่ชุลมุนนั้นเอง อยู่ดีๆก็มีใครก็ไม่รู้ยิงธนูไปที่ฝ่าา
“ฝ่าา ระวังเพคะ” จูหลินรีบเข้าไปขวางทำให้ลูกธนูปักไปที่ไหล่ขวาของนาง
“จูหลิน เ้าทำใจดีๆไว้” ฝ่าาทรงรีบเข้าไปประคอง
เตียงหยางมองตามไปก็เห็นว่าเป็ฝีมือของแม่ทัพเหลียว แม้ทัพของเขาจะเป็ฝ่ายพ่ายแพ้แต่ภายหลังตัวแม่ทัพเหลียวได้ตามมาสมทบกับทัพของอสูรค้างคาว เตียงหยางรีบเข้าไปประมือกับแม่ทัพเหลียวอย่างองอาจทั้งสองแม่ทัพขี่ม้าสู้กันด้วยทวน เพลงทวนของทั้งสองต่างเชี่ยวชาญแต่ด้วยประสบการณ์นั้นเตียงหยางเหนือกว่ามาก จึงสามารถตัดหัวของแม่ทัพเหลียวมาได้ทำให้ฝ่ายศัตรูต่างเสียขวัญและกำลังใจ และเป็ฝ่ายยอมล่าถอยเสียเอง
ฝ่าาทรงอุ้มจูหลินรีบสั่งให้ทหารตั้งค่ายสร้างกระโจม และทรงขอร้องให้เฉียนลู่รีบรักษาจูหลิน
พอดึงธนูออกห้ามเืพันแผลเสร็จเรียบร้อย และไม่พบพิษใดๆ เฉียนลู่ก็ให้จูหลินนอนพักผ่อนที่กระโจมของฝ่าาเมื่อจูหลินพ้นขีดอันตรายหมอเฉียนลู่ก็รีบพาลูกน้องไปตรวจอาการทหารที่ได้รับาเ็คนอื่นๆ
ฝ่าาทรงจับมือหญิงสาวอย่างทะนุถนอม“เ้าทำแบบนั้นทำไม”
“พระองค์ทรงช่วยหม่อมฉันไว้ หม่อมฉันก็แค่ตอบแทนเท่านั้นเพคะ” จูหลินกล่าวอย่างหมดแรง
“ต่อไปเ้าต้องดูแลตัวเองให้ดี อย่าลืมว่าเ้าไม่ได้ตัวคนเดียวอีกแล้ว” ฝ่าาตรัส
“หมายความว่ายังไงเพคะ” จูหลินงงเพราะนางไม่มีญาติที่ไหน
“เ้ามีคนรักแล้ว เป็เราไง” ฝ่าาทรงแย้มสรวล
“เอ่อคือ มันเป็อะ ดีต ไปแล้วนะเพคะ”จูหลินกล่าวอย่างตะกุกตะกัก
“มันคือตลอดไปต่างหาก” ฝ่าาทรงแย้ง
“หม่อมฉันง่วงแล้วเพคะ” จูหลินหน้าแดงเพราะเขิน จึงรีบกล่าวตัดบท
“เราต้องรีบเข้าประชุม เราจะสั่งให้ทหารเฝ้าเ้าไว้นะ” ฝ่าาทรงดึงมือหญิงสาวมาจูบก่อนผละออกไป
“เพคะ”
ฝ่าาทรงจำต้องไปประชุมพอพระองค์ทรงทอดพระเนตรเห็นเฉียนฟง เลยรีบถาม
“ท่านกำจัดอสูรพยัคฆ์ได้แล้วใช่หรือไม่” ฝ่าาตรัส
“ขอประทานอภัยพะย่ะค่ะ อสูรพยัคฆ์ยังคงความหนุ่มในขณะที่กระหม่อมอายุวัยกลางคน ทำให้พละกำลังของมันเหนือกว่ากระหม่อมมากพะย่ะค่ะแม้กระหม่อมจะสู้จนสุดความสามารถแล้ว ก็ไม่อาจเอาชนะอสูรพยัคฆ์ได้กระหม่อมจำต้องหนีไปตั้งหลักเสียก่อน” เฉียนฟงรู้สึกละอายใจ ไม่คิดว่าการที่อสูรพยัคฆ์ไปอยู่ในปรภพคราวนั้นจะสามารถคงความอ่อนเยาว์ของอสูรตนนั้นได้
“เราเข้าใจ งั้นรีบประชุมกันก่อนเถิด” ฝ่าาทรงผิดหวังแต่ก็ทรงเข้าพระทัย