ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 74 เธอพอใจกับสิ่งที่มีอยู่

            “สองหยวนน้อยเกินไปสิบหยวนแล้วกันค่ะ”

            “ถ้าอย่างนั้นสี่หยวน?”

            “แปดหยวน”

            หลังต่อราคากันไปหนึ่งยกสุดท้ายก็ตกลงกันได้ที่ห้าหยวน

            เงินห้าหยวนไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับคนที่มีคลังสมบัติอยู่กับตัวอย่างสวีหว่านหนิงแต่สำหรับแม่หลินกลับเป็นเงินก้อนใหญ่

            แม่หลินคำนวณไว้แล้วว่าจะเก็บเงินทั้งหมดเอาไว้อนาคตตอนสร้างบ้านเธอจะได้ช่วยออกเงินบางส่วน

            ถึงอย่างไรค่าอาหารและค่าเสื้อผ้าของคนในบ้านอาหนิงก็ออกให้ทั้งหมดเธอไม่มีเรื่องต้องใช้เงิน

            “ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะให้เงินแม่ด้วยฉันก็ต้องรบกวนแม่ดูแลต้ายากับเถี่ยตั้นเหมือนกัน”

            แม่หลินขยับริมฝีปากอยากบอกลูกสาวว่าไม่ต้องให้เงินเธอ ต้ายากับเถี่ยตั้นก็เป็นหลานของเธอเช่นกัน เธอรักพวกเขามาก

            แต่เธอเพิ่งรับเงินจากอาหนิงถ้าไม่รับเงินของเฉวียนเฉวียน อาหนิงจะคิดมากหรือเปล่า

            แต่อาหนิงมีเงินเฉวียนเฉวียนเพิ่งแยกบ้านออกมาจากตระกูลไต้ ไม่มีเงินติดตัว!

            “ดีเลยเธอให้เงินแม่ด้วยอีกคน ให้เดือนละหยวนก็พอแล้วละ” สวีหว่านหนิงเอ่ย

            “หยวนเดียวจะน้อยไปไหมคะ”หลินเฉวียนขมวดคิ้ว เธอไม่รู้ว่าตนจะได้เงินเดือนเท่าไรแต่คงได้ไม่เท่าพี่สะใภ้แน่นอน แต่เงินหนึ่งหยวนกับห้าหยวนต่างกันมากเกินไป

            สวีหว่านหนิงยิ้ม“เงินเดือนของเธออยู่ที่สิบหยวน แบ่งให้แม่หนึ่งหยวนไม่น้อยแล้ว”

            “ถ้าอย่างนั้น...ตกลงกันที่หนึ่งหยวน?”

            “ได้!” แม่หลินรีบตอบตกลง

            เงินหนึ่งหยวนไม่ได้สร้างผลกระทบกับครอบครัวของเฉวียนเฉวียนมากนักอีกอย่างอาหนิงก็เป็นฝ่ายเสนอเอง ย่อมไม่มีปัญหา

            สวีหว่านหนิงไม่ใช่ไม่รู้ความในใจของแม่หลินแต่เธอคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติ

            แม่คนไหนไม่คิดเผื่อลูกของตัวเองบ้างแล้วเธอจะติดใจกับเรื่องเล็กน้อยพวกนี้ไปทำไม

            ถึงอย่างไรแม่หลินก็ดีกับเธอจากใจจริงเท่านี้เธอก็พึงพอใจมากแล้ว

            ขณะเดียวกันณ หน่วยจือชิง

            จือชิงสิบกว่าคนนั่งอยู่ด้วยกันหัวข้อบทสนทนาย่อมหนีไม่พ้นเรื่องโรงงานสาขา

            “โรงงานสาขารับคนงานแค่ยี่สิบคนเท่านั้นพวกเขาคงเน้นรับคนในหมู่บ้านต้าเจียงก่อน พวกเราเลิกคิดได้เลยแต่ตำแหน่งนักบัญชีพวกเราลองสมัครดูได้”

            “แต่พวกเราสิบกว่าคนต้องแย่งตำแหน่งนักบัญชีเพียงหนึ่งเดียวมันไม่ง่ายเลยนะ”

            ไม่ง่ายแล้วจะทำอย่างไรได้ถ้าไม่อยากทำไร่ทำนา ก็ต้องพยายามคิดหาทางคว้าตำแหน่งนั้นมาให้ได้

            บรรยากาศที่เคยอบอุ่นเปลี่ยนไปในชั่วพริบตา

            “นี่ก็ดึกแล้วฉันจะไปต้มน้ำร้อน”

            “ฉันจะกลับห้องไปอ่านหนังสือหน่อย”

            ไม่ทันไรทุกคนก็แยกย้ายกันไปกว่าครึ่งเหลือแค่กู้จวิ้นกับหลี่เชี่ยนเชี่ยนที่ยังนั่งอยู่ที่เดิม

            หลายวันนี้ เพราะกินอาหารน้อยเลยต้องรักษาพลังงานเอาไว้กู้จวิ้นจึงไม่ค่อยออกไปข้างนอก ทำให้เขาไม่รู้ข่าวดังของหมู่บ้าน

            หากไม่ใช่เพราะได้ยินพวกจือชิงคุยกันเมื่อครู่เขาคงไม่รู้เลยว่าสวีหว่านหนิงได้เป็นผู้บริหารโรงงานอาหารสาขาย่อย

            เขาหันไปพูดกับหลี่เชี่ยนเชี่ยนว่า“เชี่ยนเชี่ยน เธอสนิทกับหว่านหนิงมาโดยตลอด ไปขอให้เขาช่วยสิไม่แน่เขาอาจจะให้ตำแหน่งเธอก็ได้”

            หลี่เชี่ยนเชี่ยนมองหน้ากู้จวิ้นด้วยสายตาแปลกประหลาด

            ตอนเขาอ้าปากพูดเธอนึกว่าเขาจะขอให้ตนช่วยไปอ้อนวอนสวีหว่านหนิงแทนเขา

            วันนี้ทำไมกู้จวิ้นดูเปลี่ยนไป?

            หลี่เชี่ยนเชี่ยนไม่เข้าใจความคิดของกู้จวิ้น

            เขารู้ดีว่าหลังจากการลักพาตัวคราวก่อนล้มเหลวระหว่างเขากับสวีหว่านหนิงไม่มีหวังอีกแล้ว

            สวีหว่านหนิงน่าจะเกลียดเขาเข้าไส้แล้วจะยอมให้ตำแหน่งงานกับเขาได้อย่างไร

            อีกอย่างแม้จะเป็นโรงงานอาหาร แต่ยังไงก็ต้องทำงาน เพียงแต่งานอาจจะสบายกว่างานเกษตรอย่างน้อยก็ไม่ต้องตากแดดตากลมทุกวัน

            แต่ถ้าให้หลี่เชี่ยนเชี่ยนไปขอร้องสวีหว่านหนิงไม่แน่อาจจะพอมีความหวัง ขอแค่เธอได้เข้าไปทำงานในนั้นก็จะได้เงินเดือนทุกเดือนถึงตอนนั้นเขาค่อยประจบเอาใจหลี่เชี่ยนเชี่ยน รับรองว่าเธอจะต้องแบ่งเงินให้เขา

            กู้จวิ้นวางแผนไว้ดิบดีแต่หลี่เชี่ยนเชี่ยนไม่ใช่คนโง่

            หลี่เชี่ยนเชี่ยนอยู่กับกู้จวิ้นมานานเธอรู้สันดานของเขาดี มีหรือจะโดนเขาหลอกง่ายๆ

            แต่สิ่งที่เขาพูดใช่ว่าจะไม่มีเหตุผลหว่านหนิงเป็นคนใจอ่อนและรักเพื่อนเก่าขอแค่รื้อฟื้นความหลังอันงดงามของพวกเธอสองคนให้สวีหว่านหนิงฟังทำให้สวีหว่านหนิงย้อนคิดถึงวันวานรับรองว่าสวีหว่านหนิงจะต้องใจอ่อนยอมให้ตำแหน่งงานกับเธอแน่

            ที่สำคัญที่สุดคือในมือของเธอมีป้ายอาญาสิทธิ์ ป้ายอาญาสิทธิ์ที่จะทำให้สวีหว่านหนิงยอมประนีประนอม

            “วันนี้ดึกมากแล้วพรุ่งนี้ฉันค่อยไปหาเธอแล้วกัน”

            เช้าวันต่อมาคนทั้งหมู่บ้านพากันไปต่อแถวหน้าสำนักงานฝ่ายคณะใหญ่

            เจ้าหน้าที่ของฝ่ายคณะใหญ่พอจะเดาได้ว่าวันนี้จะเกิดอะไรขึ้นแต่หลังจากเห็นจำนวนคนแล้วก็อดปวดหัวไม่ได้

            “แยกย้ายกันไปหาหัวหน้าคณะย่อยของตัวเองแล้วให้เขาจดบันทึกจำนวนคน อย่ากรูกันเข้ามา”

            “เหล่าจางพูดถึงเธอน่ะ อย่าเบียดมาข้างหน้าได้ไหม! ถ้ายังไม่เชื่อฟังฉันจะตัดสิทธิ์ครอบครัวเธอ”

            พวกชาวบ้านเป็นระเบียบขึ้นทันตาเห็น

            หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ของหมู่บ้านก็ดำเนินงานต่อได้

            สวีหว่านหนิงเองก็ไม่ได้อยู่เฉย

            เมื่อวานเธอไปที่โรงงานอาหารชุนหัวเพื่อทำเรื่องเอกสารบางอย่างและไปเอาข้อสอบกับฝ่ายบัญชี

            เมื่อวานเธอมัวแต่คุยกับแม่หลินและหลินเฉวียนจนลืมเวลาจึงไม่ได้อ่านเนื้อหาในข้อสอบ

            ตอนนี้ไหนๆก็ไม่มีธุระสำคัญ เธอจะอ่านข้อสอบก่อนสักรอบ ถ้าไม่มีปัญหาอะไรพรุ่งนี้เธอจะเอาไปที่สำนักงานฝ่ายคณะใหญ่และเริ่มทำการทดสอบผู้สมัครงานตำแหน่งบัญชี

            สวีหว่านหนิงอ่านเนื้อหาในข้อสอบตั้งแต่ต้นจนจบไปสองรอบเมื่อมั่นใจว่าไม่มีปัญหาจึงเก็บไว้ในช่องมิติ

            แม่หลินเดินมาเคาะประตูพอดี“อาหนิง ออกมากินอาหารเช้าได้แล้วลูก”

            “จะไปเดี๋ยวนี้ค่ะแม่”

            มื้อเช้าวันนี้ถือว่าละลานตาแม่หลินตื่นมานึ่งซาลาเปาแต่เช้า ทั้งยังต้มแกงจืดไข่น้ำและทำผักเคียงอีกหนึ่งอย่าง ในยุคสมัยนี้ถือเป็นอาหารเช้าที่อุดมสมบูรณ์มากแล้ว

            เพียงแต่สวีหว่านหนิงกินอาหารมื้อนี้อย่างไม่ค่อยสงบสุขนัก

            เธอรับรู้ได้ถึงสายตาตัดพ้อหลายคู่ที่ผลัดกันมองมาที่เธอ

            หลังกินซาลาเปาหมดไปหนึ่งลูกสวีหว่านหนิงก็วางตะเกียบแล้วถามพวกต้าชุนว่า “ว่ามา พวกลูกมองแม่อย่างนี้ทำไม”

            “แม่ครับแม่รับปากว่าจะทำลูกท้อในโหลแก้วให้พวกเรากิน แต่นี่ก็ผ่านไปหลายวันแล้วแม่ยังไม่ทำเลย”

            สวีหว่านหนิงสะอึกเธอเคยรับปากพวกเด็กๆ จริง แต่หลายวันนี้งานยุ่งมากจนไม่ค่อยมีเวลาอยู่บ้านเธอจึงลืมเรื่องนี้ไปโดยปริยาย

            “ย่าทำให้พวกลูกกินแล้วไม่ใช่หรือ”

            “แค่ก แค่ก...”แม่หลินสำลึก เธอรีบตักแกงจืดไข่น้ำเข้าปากเพื่อบรรเทาอาการ

            ต้าชุนบ่นพึมพำ“แต่ย่าทำไม่อร่อย ถ้าไม่จืดก็หวานเกินไป ต้มลูกท้อไม่สุกบ้าง ต้มสุกเกินไปบ้างไม่สำเร็จเลยสักครั้ง”

            แม่หลินหน้าแดงเล็กน้อยเธออธิบายเสียงแผ่วว่า “ตอนลูกทำสำเร็จ แม่คอยดูอยู่ข้างๆ ทั้งที่ทำเหมือนกันแท้ๆแต่ไม่รู้ทำไมรสชาติที่ทำออกมาถึงไม่เหมือนกัน”

            “อาจเพราะกะเวลาไม่ดีค่ะหรือไม่ก็สัดส่วนน้ำตาลไม่ถูกต้อง อีกเดี๋ยวฉันจะเขียนขั้นตอนอย่างละเอียดแม่ทำตามที่ฉันเขียนก็พอค่ะ”

            “แต่แม่อ่านหนังสือไม่ออก”

            พอเห็นสวีหว่านหนิงตวัดสายตามาหาต้าชุนก็รีบยกมือทันที

            “ผมอ่านให้ย่าฟังได้ครับ”

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】 ที่คุณอ่าน

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747