เสียงลมฝนยังคงดังอื้ออึงพละกำลังของธรรมชาติยามพิโรธช่างรุนแรงนักหากมีผู้หนึ่งผู้หนึ่งผู้ใดทำให้ท่านระคายเคืองหรือโมโหโกรธาขอให้ท่านโปรดเมตตามนุษย์ตัวน้อย ๆเช่นเราทั้งสามคนผู้มาที่นี่ด้วยใจบริสุทธิ์ด้วยเถิดอย่าให้กับถึงต้องสังเวยชีวิตไปกับเหตุการณ์ในครั้งนี้เลย
น้ำใสภาวนาในใจในขณะที่มองเห็นความเกรี้ยวกราดของธรรมชาติที่กำลังถาโถมคล้ายบ้าคลั่งโดยไม่มีทีว่าจะโรยรา
จิตใจที่เคยเข้มแข็งเมื่อครู่ไม่รู้มันหายไปไหนหรือความเจ็บจากาแที่เกิดมันทำให้น้ำใสกลัว กลัวเหรอ ใช่ หล่อนกลัว มันเหมือนหล่อนเห็นความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อมความตายมันอาจจะกำลังค่อย ๆ ดึงตัวหล่อนเข้าไปอยู่ด้วยก็ได้
หญิงสาวนึกถึงใบหน้าของพ่อและแม่ บางที น้ำใสอาจจะได้ไปอยู่กับพ่อในเร็ววันนี้ก็เป็ได้คิดแล้วหญิงสาวก็อดรู้สึกเสียใจไม่ได้ นี่ถ้าหล่อนเป็อะไรไปตอนนี้คนที่น่าสงสารที่สุดคงจะเป็แม่ของหล่อน
แม่ขาน้ำขอโทษ น้ำใสพร่ำคำกล่าวโทษตัวเองในใจแข่งกับเสียงลมพายุด้านนอกซ้ำแล้วซ้ำเล่าความจริงความตายมันไม่น่ากลัวสิ่งที่น่ากลัวที่สุดของความตายก็คือความเสียใจของผู้ที่สูญเสีย
ความเสียใจจากการสูญเสียสิ่งนี้ต่างหากที่เหมือนกระชากความมีชีวิตออกจากร่างของผู้ที่ยังมีลมหายใจมันเลวร้ายยิ่งกว่าความตายหลายเท่า
“แม่ขา แม่ขา” น้ำใสเผลอครางออกมาเบา ๆด้วยเสียงสั่นเครือ
สุดาทิพย์ใจเต้นระรัวความกลัวมันแผ่ซ่านไปทั่วร่างหญิงสาวหอบหายใจถี่เร็วจน่อกกระเพื่อมขึ้นลงค่อนข้างถี่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้มันช่างน่ากลัวมากเหลือเกินหล่อนพยายามเหนี่ยวรั้งตัวเองไม่ให้ถลาไปตามแรงเหวี่ยงแต่ดูเหมือนมือไม้แขนขามันไม่มีเรี่ยวแรงเอาซะเลย หล่อนคงตายแน่ ตายแน่แน่ ความคิดเื่ตายวนเวียนอยู่ในหัว
เวลายิ่งผ่านไปความรุนแรงของลมฝนและพายุก็ยิ่งแรงขึ้นแรงขึ้น ลุงแก่เริ่มบังคับเรือไม่ไหว เขาเริ่มจะต้านแรงของลมพายุไม่อยู่ยิ่งนานเข้าสองมือที่กำพวงมาลัยอยู่ยิ่งรู้สึกปวดหนึบมากขึ้น มันปวดร้าวั้แ่ข้อมือไล่ลามมาถึงหัวไหล่ แกพยายามยื้อจนกระทั่งแรงแกหมดสองมือที่กำพวงมาลัยเรืออยู่จึงคลายออกเพียงเล็กน้อย
แต่แล้วในจังหวะนั้นเอง สายลมแรงก็พัดกรรโชกมาแบบบ้าคลั่ง
พวงมาลัยเรือหมุนติ้วไปมาไร้แรงต้านเรือเอนไปเอนมาจนเหวี่ยงคนทั้งสามล้มระเนระนาดลงไปนอนราบกับพื้น และแล้วคลื่นก้อนโตก็พัดพาสายน้ำก้อนั์ไหลเอ่อเข้ามาในเรือจนล้มหลามเอ่อนอง
“น้ำ ว๊าย” สุดาทิพย์ร้องลั่นพร้อมกับลื่นพรวดเมื่อหล่อนพยายามที่จะทรงตัวแล้วโดนแรงน้ำที่สาดเข้ามาโดนตัวพอดีจนทรงตัวไม่อยู่
น้ำใสเกาะเสาห้องคนขับแน่น หญิงสาวรู้สึกแสบที่มือที่เท้าและบางจุดของร่างกายมาก คงเป็เพราะแผลที่โดนกระเบื้องหรือแก้วตำ่แรก
หญิงสาวหันมองรอบตัวเห็นชายชรานอนกลิ้งไปมาบนพื้นเมื่อกระแสน้ำถาโถม
ทั้งสามอยู่ในสภาพเนื้อตัวเปียกชุ่มและกำลังพยุงร่างกายให้ยืนหยัดอยู่อย่างมั่นคงไม่ไหลออกนอกเรือตามแรงของน้ำ
ลุงแก่ยันตัวลุกขึ้นมือคว้าพวงมาลัยที่หมุนเคว้งเป็หลักยึด ดึงตัวเองโดยจับพวงมาลัยไว้แล้วยืดตัวขึ้นจนสำเร็จ แต่ก็หน้าเสียเพราะรู้สึกเจ็บแปลบที่ฝ่าเท้าและเนื้อตัวเนื่องจากโดนเศษแก้วหรือเศษกระเบื้องตำเอาจนเืไหลปนไปกับน้ำที่เฉอะแฉะบนพื้นห้อง
เมื่อยืนได้แล้วแกจับพวงมาลัยแน่นมองไปที่เข็มทิศซึ่งไม่ร่วงหล่นลงมาเพราะได้ตอกตะปูติดฝาผนังด้านหน้าเหนือพวงมาลัยจนแน่นเนื่องจากเข็มทิศเป็ของสำคัญประจำเรือ
ชายชรากัดฟัน เม้มริมฝีปาก ดวงตาแกวาวโรจน์หวังเอาชนะให้ได้เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
“ลุง ลุง เป็ไงมั่ง” น้ำใสะโถามเมื่อเงยหน้าขึ้นมองเห็นลุงสามารถยืนขึ้นบังคับพวงมาลัยเรือได้แล้ว
“พอได้ครับคุณหนู พอ”
“ซ่า โคร้ม เพล้ง” ยังไม่ทันสิ้นเสียงของลุง คลื่นก้อนโตสูงใหญ่ทะลักเข้ามาจนมิดเรือ ก้อนน้ำกระแทกโครมเข้าใส่เรือจนเรือเสียศูนย์เอียงวูบ คราวนี้มันเอียงมากกว่าครั้งแรกที่โดนคลื่นกระหน่ำเข้าใส่ ข้าวของที่กองระเกะระกะตามพื้นลอยตัวปลิวว่อนไปมาคนละทิศละทางอย่างน่าหวาดเสียว
“เปรี้ยง เปรี้ยง ” เสียงฟ้าพิโรจน์ดังกึกก้อง
“ว้าย ” สุดาทิพย์กรีดร้องดังลั่นน้ำตาหล่อนไหลอาบแก้มเป็ทางยาวด้วยความกลัวสุดขีด น้ำใสเองก็กลัว หญิงสาวคว้าตัวเพื่อนเข้ามากอด สุดาทิพย์กอดตอบโดยรัดลำตัวน้ำใสจนแน่น
“ทิพย์ ทิพย์ โอ๊ย ” น้ำใสพูดยังไม่ทันจบประโยคก็มีของบางอย่างกระแทกมาถูกตัวหล่อนและสุดาทิพย์น้ำใสปวดร้าวไปทั่วกาย
เรือก็ยังคงเอนไปมาพร้อมเสียงพายุฝนที่ยังคงกระหน่ำเข้าใส่แบบไม่ปรานีน้ำใสหอบหายใจถี่รัว เรี่ยวแรงหล่อนเริ่มหดหายจนหล่อนหมดแรงที่จะพยุงตัวเอาไว้ได้
“ตุ๊บ” เสียงบางอย่างตกกระทบใส่จนสุดาทิพย์เจ็บแปล๊บตรงกึ่งกลางศีรษะเมื่อหล่อนยกมือขึ้นลูบคล้ำก็ััโดนน้ำเหนียวหนืดซึ่งจะเป็น้ำอะไรไปไม่ได้นอกจากเื แล้วมันก็ค่อย ๆไหลเอื่อยจากหน้าผากลงมาตามร่องจมูก สุดาทิพย์ยกฝ่ามือขึ้นดูเมื่อเห็นจนมั่นใจว่าคือเืแน่นอน หล่อนจึงรู้ได้ในทันทีว่าหล่อนหัวแตก
“โอ๊ย ว้าย น้ำ น้ำ เื ทิพย์หัวแตก น้ำ น้ำ ฮือ” สุดาทิพย์ร้องไห้ะโแข่งกับเสียงลมฝน
น้ำใสเหลียวมองตามเสียงเพื่อนหล่อนไม่รู้ว่าจะมีแรงพอที่จะพยุงตัวเองไปหาสุดาทิพย์หรือไม่ อย่าว่าแต่ช่วยเลย แค่พาตัวเองไปหายังยากเลย
“ทิพย์ ทิพย์” น้ำใสพูดได้แค่นั้นเพราะตอนนี้หล่อนรู้สึกว่าในลำคอมันเจ็บแสบไปหมด
“ฮือ ๆ” สุดาทิพย์ไม่ตอบน้ำใส หญิงสาวเอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายตัวสั่นโดยที่น้ำใสเองก็หมดแรงที่จะพาตัวเองไปหาเพื่อน
หลอดไฟในเรือกะพริบ ดับ ๆ ติด ๆ
“แม่ขา พ่อขา ช่วยน้ำด้วย” หล่อนคงตายแน่ น้ำใสคิดในใจ น้ำตาหล่อนไหลพรั่งพรูแข่งกับเม็ดฝนและเสียงลมพายุที่ยังคงตกกระหน่ำรุนแรง“เปรี้ยง ว้าย ” เสียงฟ้าคำรามดังสนั่นแทบจะพร้อมๆ กับเสียงของสองสาวเพื่อนสนิท หลังจากนั้นทุกอย่างก็มืดสนิท
++++++++++++++++++++++++++++