ท่านพี่! ข้าในเวอร์ชันนี้ดีหรือไม่ (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 53 เท่านี้ก็พอแล้ว

            “เปิดผ้าคลุมหน้าออกก่อนเถอะ เกิดหายใจไม่ออกขึ้นมาก็ต้องมาเดือดร้อนข้าให้ช่วยอีก” หลุนหย่าหยาออกตรวจคนไข้ที่โรงหมอ และนางก็รู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าคนไข้คนนี้คือใคร

            “ท่านรู้ว่าเป็นข้าได้อย่างไร” ลู่เหวินถงเปิดผ้าคลุมหน้าออก “หรือว่ารู้สึกรักน้องชายคนนี้ขึ้นมาแล้ว”

            “มีธุระอะไรก็รีบพูดมาเถอะ”

            “ท่านรู้เรื่องที่องค์ชายรองคิดที่จะพาท่านไปเป็นนางบำเรอของเขาแล้วหรือยัง”

            “อืม” หลุนหย่าหยาตอบ นางจะไม่รู้เรื่องนี้ได้อย่าง แต่ไม่ใช่แค่เรื่องนี้หรอกที่นางรู้ เรื่องอื่นนางก็รู้ทั้งหมด เซียวหมิงเฉินวางคนของเขาไว้ทุกที่ และองครักษ์เหล่านั้นต้องมาส่งข่าวให้นางรู้อยู่ทุกวัน เพราะมีนางคนเดียวที่สามารถติดต่อเซียวหมิงเฉินได้อย่างรวดเร็ว ต้องขอบคุณมิติวิเศษที่คนทั้งคู่สามารถใช้สื่อสารกันได้ เพียงแค่นางเอาจดหมายเหล่านี้ไปวางไว้ในมิติเซียวหมิงเฉินก็จะเข้ามาหยิบไปได้ แต่ข้อจำกัดของมิติก็ยังมีอยู่ เมื่อไหร่ที่พวกเขาอยู่ด้วยกันแล้วใช้แหวนมังกรและแหวนหงส์ประกบกันเท่านั้นพวกเขาทั้งคู่จึงจะเข้าไปพักในมิติพร้อมกันได้ แต่หากพวกเขาแยกกันอยู่คนละที่ก็จะมีคนใดคนหนึ่งเท่านั้นที่สามารถเข้าไปในมิติได้ 

            “แล้วเรื่องที่พี่รองกับท่านพ่อ ไม่สิ...เรื่องที่ลู่เยี่ยนฟางกับเสนาบดีลู่กำลังวางแผนเพื่อทำร้ายท่านเล่า ท่านรู้เรื่องนี้แล้วหรือยัง” ลู่เหวินถงรอคอยคำตอบ เพราะกลัวว่าหากอีกฝ่ายรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ว การมาพบนางในวันนี้คงจะเปล่าประโยชน์

            “เจ้าอยากพูดอะไรกันแน่”

            “เฮ้อ...ท่านก็คงรู้เรื่องนี้แล้วล่ะสิ”

            “รู้หรือไม่รู้แล้วมันเกี่ยวกับเรื่องที่เจ้ามาหาข้าวันนี้ตรงไหน” หลุนหย่าหยาเก็บของเข้าที่เสร็จก็เดินมานั่งที่โต๊ะทำงานของตน นางรินชาให้ลู่เหวินถง “ดื่มเข้าไปสิ ในนี้มีแต่ยาพิษทั้งนั้น”

            ลู่เหวินถงรับชามาดื่มลงไปรวดเดียวจนหมด “เอามาอีกสักถ้วยเถอะ ตายเร็วเท่าไหร่ได้ยิ่งดี”

            “ตกลงว่าที่มาหาข้าวันนี้เพราะอยากตายงั้นสิ”

            “พี่ใหญ่” ลู่เหวินถงเรียกออกไปอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก “ที่ข้ามาวันนี้เพราะข้ามีเรื่องอยากขอร้อง”

            “ว่าไปสิ” หลุนหย่าหยามองอีกฝ่ายนิ่ง 

            ความจริงแล้วนางก็ไม่ได้โกรธแค้นลู่เหวินถงมากมายเท่าไหร่ เพราะคนที่ทำผิดต่อนางและมารดาคือเจินอี๋เหนียงกับลู่เยี่ยนฟาง ลู่เหวินถงนั้นเป็นเพียงคุณชายที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจ เมื่อถูกมารดาและพี่สาวเป่าหูเข้าหน่อย เขาก็พลอยเชื่อว่าเรื่องเหล่านั้นคือเรื่องจริงไปเสียหมด แต่ยังมีเหตุการณ์ที่ทำให้หลุนหย่าหยาไม่ลืมความดีของน้องชายคนนี้คือ ตอนที่มารดาของนางป่วยจนลุกจากเตียงไม่ไหว เขาเป็นคนเดียวที่แอบเข้าไปหาและคอยช่วยพลิกตัวมารดาเพื่อไม่ให้มารดาของนางเกิดแผลกดทับ แต่ด้วยเหตุผลใดนั้นนางก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ส่วนตัวของนางเองเท่าที่จำได้ นางก็ไม่เคยถูกเขารังแก จะมีก็แต่สองพี่น้องสกุลเจิน กับลู่เยี่ยนฟางเท่านั้นที่รังแกนาง

            “เวลานี้ท่านพ่อเริ่มสอนงานและให้ข้าเข้าร่วมประชุมกับองค์ชายรองด้วยในบางครั้ง ข้าสามารถหาข่าวจากฝั่งนั้นมาบอกท่านได้ หรือบางที...ข้าอาจยอมเสียสละชีวิตของข้าเพื่อปกป้องท่านได้”

            “เพราะอะไร?” หลุนหย่าหยาถาม

            “ข้ารู้ว่าที่ท่านแม่ยังมีชีวิตอยู่ได้ทุกวันนี้เพราะท่าน ท่านอยากให้ท่านแม่ของข้าเห็นว่าข้ากับพี่รองต้องล้มเหลวลงไปต่อหน้า เหมือนกับที่ท่านแม่ของท่านมองเห็นท่านถูกทารุณใช่หรือไม่ขอรับ” ลู่เหวินถงมองหน้าพี่สาวก่อนจะพูดต่อ “ข้าไม่สนใจหรอกว่าท่านจะรักษาข้าให้หายได้หรือไม่ แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่ข้ามาหาท่านในวันนี้ ถึงแม้ข้าจะมีอายุต่อไปได้อีกแค่หนึ่งเดือน ข้าก็จะไม่ขอร้องให้ท่านช่วยรักษาข้า แต่สิ่งที่ข้าอยากจะขอคือข้าอยากให้ท่านปล่อยท่านแม่ของข้าไป ช่วย...ช่วยให้นางจากไปอย่างสงบได้หรือไม่ขอรับ”

            “ตอนที่ท่านแม่ของข้าป่วย ทำไมเจ้าถึงเข้าไปดูแลนาง” หลุนหย่าหยาไม่ตอบคำถาม แต่เปลี่ยนเป็นคนถามคำถามแทน

            “ท่านคงคิดว่าตั้งแต่เล็กจนโต ข้าถูกท่านแม่ของข้ากับท่านพ่อเลี้ยงดูมาอย่างดีสินะขอรับ แต่น่าเสียดายที่ความจริงไม่เป็นอย่างนั้น ข้าถูกท่านแม่เคี่ยวเข็ญให้ร่ำเรียนในสิ่งที่ข้าไม่ถนัด ทั้งหมดเพียงเพื่อเอาใจท่านพ่อ ข้าถูกท่านแม่ทุบตี ให้กินข้าววันละหนึ่งมื้อ ให้นอนแค่วันละหนึ่งชั่วยาม ข้าเจ็บปวดร้องไห้จนไม่อยากมีชีวิตอยู่ ข้าเป็นแค่เด็กคนหนึ่งนะขอรับ ข้าอยากใช้ชีวิตเหมือนเด็กทั่วไปบ้าง แต่ท่านแม่กลับไม่เข้าใจ นางคิดแต่จะให้ข้าเป็นผู้สืบทอด แต่ข้ารู้ว่าความสามารถของข้ามันไม่มี มีเพียงแม่ใหญ่เท่านั้นที่ทำให้จิตใจของข้ารู้สึกสงบ แม่ใหญ่มักจะให้คนส่งขนมที่นางทำมาให้ข้าอยู่เสมอ แต่ใครจะไปคิดว่าความจะแตกเพราะพี่รอง แม่ใหญ่จึงถูกท่านแม่ของข้าทำร้าย และท่านก็ต้องพลอยได้รับความทุกข์นั้นไปด้วย”

            “นี่คือสาเหตุที่เจ้าถูกส่งไปอยู่หอพักและสั่งห้ามไม่ให้กลับบ้าน แล้วเจ้าก็เป็นคนสั่งให้สาวใช้เข้าไปเปลี่ยนดอกไม้ในห้องของท่านแม่ข้าทุกวันใช่หรือไม่”

            ลู่เหวินถงพยักหน้ารับ

            “และเพราะเหตุผลนี้ใช่ไหมที่ทำให้เจ้าต้องติดสินบนเจ้าหน้าที่ในการสอบที่สถานศึกษาหลวง”

            “ข้าไม่อยากถูกท่านแม่ทำโทษ และ...ข้าไม่อยากทำให้ท่านพ่อรู้สึกผิดหวังในตัวข้าขอรับ”

            “เจ้ากลับไปก่อนเถอะ เรื่องของข้า ข้าจัดการเองได้ ส่วนเจ้าก็ดูแลสุขภาพของเจ้าและแม่ของเจ้าให้ดีก็แล้วกัน”

            ลู่เหวินถงเดินออกจากห้องไปอย่างยอมรับ เขาเตรียมใจไว้อยู่แล้วว่าการมาพบพี่สาวในครั้งนี้คงต้องผิดหวังกลับไป ในเมื่อเขาเป็นคนมาขอร้องและอีกฝ่ายไม่ตอบรับ แล้วเขาจะทำอะไรได้ แต่ก็นั่นล่ะ ใครทำสิ่งใดไว้ก็ต้องยอมรับผลจากการกระทำของตนเอง เมื่อก่อนเขาก็ทำไม่ดีและพูดไม่ดีกับนางไว้มากจริงๆ

            หลุนหย่าหยาพูดขึ้นก่อนที่ลู่เหวินถงจะเดินพ้นประตูไป “ข้าจะยอมเป็นพี่ใหญ่ให้เจ้าก็ได้”

            ลู่เหวินถงยิ้มออกมาในที่สุด ไม่ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นก็ปล่อยมันไปก็แล้วกัน แค่พี่ใหญ่ให้อภัยเขา เท่านี้ก็พอแล้ว “ขอบคุณขอรับ...พี่ใหญ่”

     

            “เจ้าแน่ใจนะว่ารถม้าของนางจะผ่านเส้นทางนี้”

            “แน่ใจขอรับคุณชาย”

            เจินเป่ยจื่อสั่งให้คนสนิทคอยติดตามดูความเคลื่อนไหวของหลุนหย่าหยาทุกวัน และพบว่านางมักจะนั่งรถม้าไปที่ทะเลสาบทางทิศตะวันตกของเมืองทุกวันก่อนที่จะเดินทางกลับจวน ทั้งผู้ติดตามของนางก็มีเพียงแค่สองคน แต่คนของเขามีอยู่ยี่สิบคน เขาไม่เชื่อหรอกว่าคนของนางจะจัดการคนของเขาได้ทั้งหมด วันนี้เจินเป่ยจื่อจึงคิดที่จะเผด็จศึกและคว้าตัวหลุนหย่าหยามาเป็นอนุของตนเองให้ได้

            “ถ้าวันนี้ข้าได้ขึ้นสวรรค์ไปกับน้องหยาเอ๋อ ข้าจะตกรางวัลพวกเจ้าอย่างงาม” เจินเป่ยจื่อนั่งอยู่ในรถม้ารอคอยการมาถึงของหลุนหย่าหยาอย่างอารมณ์ดี

            ลูกน้องทั้งยี่สิบคนเมื่อได้ยินว่าจะมีการตกรางวัลก้อนใหญ่ พวกเขาก็ฮึกเหิมมากเป็นพิเศษ ก็ใครไม่รู้บ้างเล่าว่าคุณชายรองของพวกเขานั้นใช้เงินมือเติบขนาดไหน บางคืนคุณชายรองยังตกรางวัลให้หญิงคณิกาถึงร้อยตำลึงด้วยซ้ำ ไม่แน่ว่าวันนี้พวกเขาอาจจะโชคดีอย่างนั้นบ้างก็ได้

            เจินเป่ยจื่อรอหลุนหย่าหยาอยู่ครึ่งชั่วยาม จนความอดทนของเขาใกล้จะหมดเต็มทีแล้ว แต่ไม่คิดว่ารถม้าของหลุนหย่าหยาจะมาจอดที่ทะเลสาบแล้วเรียบร้อย

            หลุนหย่าหยาที่นั่งอยู่บนรถม้ามีสีหน้าพอใจอย่างเห็นได้ชัด ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน เซียวฟ่งกับเซียวเฟยก็สังเกตเห็นแล้วว่ามีคนกลุ่มหนึ่งลอบติดตามความเคลื่อนไหวของนาง และด้วยความสามารถขององครักษ์ทั้งสองก็สืบได้ไม่ยากว่าคนพวกนั้นคือใคร และยังสืบรู้ด้วยว่าพวกเขาต้องการที่จะทำอะไรกับนาง ในเมื่อมีคนไม่กลัวว่าตนเองจะเดือดร้อน หลุนหย่าหยาก็ไม่อาจปฏิเสธที่จะมอบบทเรียนให้เขาสักหน่อย

            เมื่อได้รับสัญญาณ ชายชุดดำทั้งยี่สิบคนก็กระโจนไปล้อมรถม้าของหลุนหย่าหยาไว้ เมื่อไม่เห็นว่าคนในรถม้าและองครักษ์ทั้งสองจะขยับตัว คนชุดดำจึงรู้สึกตื่นตัวขึ้นมา

            “หากเจ้าสองคนยอมหลบไปเสียโดยดี พวกข้าก็จะไว้ชีวิตพวกเจ้า”

            สิ้นเสียงของชายชุดดำ คนชุดดำที่เหลือก็ล้มลงพร้อมกับรอยกลมๆ ที่กลางหน้าผาก ชายชุดดำทั้งยี่สิบคนหนีไม่พ้นความเร็วของปืนเก็บเสียงไปได้เลยสักคน

            หลุนหย่าหยาเดินออกมาจากรถม้าด้วยท่าทางเกียจคร้าน “ไปเชิญคุณชายรองเจินมา”

            เจินเป่ยจื่อที่กำลังนั่งจินตนาการถึงความสุขที่ตนเองจะได้รับกลับไม่รู้เลยว่าลูกน้องของตนเองได้ถูกจัดการไปจนหมดแล้ว เหลือเพียงแต่ตนเองที่นั่งอยู่ในรถม้า ไม่นานม่านรถม้าก็ถูกเปิดออก

            “คุณหนูเชิญคุณชายออกไปด้านนอกขอรับ” เซียวฟ่งบอก

            “ท...ทำไมเป็นเจ้าที่มาเชิญข้า แล้ว...แล้วคนของข้าหายไปไหนหมด” เจินเป่ยจื่อตกใจเมื่อเห็นว่าใครเป็นคนมาเชิญเขา

            “เชิญคุณชายขอรับ” เซียวฟ่งกระชากแขนเจินเป่ยจื่อลงจากรถม้าทันที

            เจินเป่ยจื่อถูกลากตัวออกมาอย่างน่าสงสาร เพียงแต่ในที่นี่คนที่ควรจะสงสารเขากลับนอนไร้วิญญาณไปหมดแล้ว

            “น้อง...น้องหยาเอ๋อ เจ้าจะทำอะไรหรือ” เจินเป่ยจื่อทำใจดีสู้เสือถามออกไป

            “ข้าควรถามเจ้ามากกว่าว่าเจ้าส่งคนมาคอยติดตามข้าทำไม”

            “เรื่องนี้...ข้า...” เจินเป่ยจื่อไม่กล้าตอบ

            “เจ้าไม่ต้องตอบแต่ข้าก็รู้ว่าเจ้าต้องการอะไร ในเมื่อเจ้าอยากปลดปล่อยมันนักข้าก็จะสงเคราะห์ให้ คนอะไร...เป็นหมันแล้วแท้ๆ แต่กลับยังอยากใช้งานสิ่งไร้ประโยชน์นั่นอยู่ได้”

            เจินเป่ยจื่อพยายามถอยหลังเพื่อหลบหนี แต่คุณชายเสเพลผู้ไม่เคยฝึกยุทธ์จะสู้เซียวฟ่งและเซียวเฟยได้อย่างไร

            เจินเป่ยจื่อถูกส่งไปยังหอชายงามและเสพสุขอยู่ที่นั่นอยู่ค่อนคืน กว่าคนสกุลเจินจะตามหาตัวเขาพบ เจินเป่ยจื่อก็กลายเป็นคนเลื่อนลอยไม่ได้สติไปเสียแล้ว และจวนสกุลเจินก็โด่งดังอีกครั้งในชั่วข้ามคืน เพียงแต่ชื่อเสียงแบบนี้จวนสกุลเจินอยากได้จริงหรือ

    คล้ายกับเรื่องท่านพี่! ข้าในเวอร์ชันนี้ดีหรือไม่ (มี e-book นะคะ) ที่คุณอ่าน

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    854K 4500
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    คุณพ่อยอดพระกาฬ

    คุณพ่อยอดพระกาฬ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    848K 1761
    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    627K 658
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271