012 ท้องฟ้ายามสิ้นพายุร้ายพัดผ่าน
เพียงแค่เห็นคนเป็อาเดินเข้ามาในห้องพร้อมศรวัณที่เดินทำหน้าเจี่ยมเจี้ยมตามหลังมานิศามณีก็ไม่คิดจะสนใจอะไร แล้วเริ่มลงมือเล่นงานอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงดุแข็ง
“อาสัณห์ทำอะไรคุณผึ้งค่ะทำไมคุณผึ้งถึงได้วิ่งหนีไปไม่มองหน้าใครแบบนั้น”
“ขอโทษคุณมณีวรรณเสียศรวัณ เสร็จแล้วก็รีบไปจากบ้านนี้แล้วไม่ต้องกลับมาอีกถ้ายังอยากให้ฉันทำตามสัญญาไม่ยุ่งกับครอบครัวของแก” อพอลโล่ไม่ตอบแต่กลับเลือกที่จะหันไปพูดกับศรวัณเื่ที่เขาตกลงจะไม่เล่นงานอีกฝ่ายทางด้านธุรกิจถ้าคิดให้ดีสร้างมิตรเอาไว้ดีกว่าสร้างศัตรู เขาจึงยอมตกลงที่จะยอมปล่อยมือจากเื่ที่กำลังทำอยู่เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำตามความ้าอย่างไม่บิดพลิ้ว ศีรษะทุยก็ผงกรับการให้อภัยในครั้งนี้...เขาได้เรียนรู้มากจากมณีมณฑ์
“เดี๋ยวผมจะลงมาอธิบายเื่ทุกอย่างให้รู้แต่ตอนนี้ผมขอคุยกับผึ้งก่อนนะครับคุณมณีวรรณ ขออนุญาตนะครับ”
อพอลโล่บอกแม่ของมณีมณฑ์ ด้วยรู้ว่าในตอนนี้หญิงสาวน่าจะอยู่ที่ไหน
“เดี๋ยวค่อยคุยกันนะมุก ตอนนี้อาขอไปง้อเมียก่อนไม่อยากนอนหนาวคนเดียวอีกแล้ว” สั่งความเสร็จอพอลโล่ก็ก้าวลิ่วๆไปยังห้องเดิมที่ครั้งก่อนที่เขาบุกรุกด้วยความโกรธแค้น เขาอัดลมหายใจเข้าปอดเต็มๆก่อนจะยกมือเคาะประตูห้องขออนุญาตผู้เป็เ้าของ
“ใครคะ?”
มณีมณฑ์ที่พอถึงห้องได้ก็ทุ่มตัวเองลงนอนบนเตียงอุ่นนุ่มะโถามกลับแต่ก็ไม่มีเสียงตอบเป็คำพูดกลับมาจากคนที่อยู่หน้าห้องคงจะมีเพียงแค่เสียงเคาะประตูที่ดังไม่ยอมหยุดทำเอาเธอถึงกับรำคาญ แต่ก็ยังดื้อแพ่งไม่ยอมไปเปิดเพราะเริ่มจะรู้แล้วว่าใครเป็คนเคาะ
ชิ...เคาะให้ตายก็ไม่เปิดหรอกคนบ้าปล่อยให้เธอนอนรอพร้อมน้ำตาอยู่ทุกคืนจนแทบจะหมดหวัง แล้ววันหนึ่งพอจะตัดใจก็กลับมาหา จมูกโด่งเป็สันยู่ย่น
ยอมรับว่ามีความสุขที่อีกฝ่ายตามมาถึงบ้านแต่แล้วหน้าตาที่แย้มยิ้มอยู่ก็เริ่มจะถอดสีเมื่อเสียงเคาะประตูหยุดลง
“คุณ...คุณซันยังอยู่ไหม”
แต่แม้จะร้องเรียกไปเท่าไหร่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับมา หญิงสาวรีบลุกจากเตียงวิ่งตรงไปเปิดประตูห้องด้วยความใเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายไม่ง้อเธอแล้ว แต่กลับเห็นคนเ้าเล่ห์ยืนยิ้มกริ่มอยู่หน้าห้องจะปิดประตูหนีก็ไม่ทันเพราะกายใหญ่แทรกเข้ามาอย่างรวดเร็วพร้อมกดล็อกประตูห้องและเกี่ยวเอาร่างเล็กไปนอนบนเตียงโดยมีร่างหนาทาบทับ
“ปล่อยผึ้งนะคุณซัน ปล่อย...”ริมฝีปากอวบอิ่มขบกัดจนแบนราบเรียบเมื่อเห็นประกายในดวงตาสีสนิมที่เคยมีแต่ความโกรธเกรี้ยวและเคียดแค้นกลับเป็หวานเชื่อมแต่ถึงจะอย่างนั้นเธอก็ยังทุบออกว้างอยู่ดี โทษฐานที่ทำให้เธอใจเสีย
“ถ้าฉันไม่ปล่อยละผึ้ง ถ้าต่อไปนี้จะไม่ปล่อยเธอไปอีกแล้วละเธอจะว่ายังไง”
มณีมณฑ์แสร้งมองไม่เห็นใบหน้าคร้ามแกร่งมีรอยยิ้มออดอ้อน ในดวงตาเป็ประกายระยิบระยับหวานฉ่ำเชื่อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือใบหน้าสวยเมินหนี
“ทำไมละคะ ผึ้งมันก็แค่ผู้หญิงใจง่าย ไร้ค่า...”
อพอลโล่จับปลายคางมนให้หันมาสู้ตาด้วย นิ้วยาวยกขึ้นทาบทับบนเรียวปากนุ่มหยุดคำพูดร้ายๆที่เขาเคยต่อว่าหญิงสาวเอาไว้ “ฉันกลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้มีแต่จะทำปัจจุบันให้ดีที่สุด ผึ้งจะให้โอกาสฉันได้ไหม”
แม้อยากจะให้โอกาสตัวเองและผู้ชายตรงหน้าแต่องค์ประกอบของการอยู่ร่วมกันมันก็ไม่ใช่เพียงแค่ความรักจากคนหนึ่งความชอบและใคร่จากใครอีกคนมณีมณฑ์จับมือใหญ่ออกจากใบหน้าก่อนจะดันร่างหนาให้ถอยห่าง แต่เมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมก็เหมือนกับเธอเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุกทำยังไงก้อนหินก็ไม่เคลื่อน ใบหน้างามหันไปทางกำแพงห้องมองผ่านหน้าต่างไปได้เห็นนกสองตัวเกาะกำลังช่วยกันสร้างรังบนต้นไม้ใหญ่ น้ำตาอุ่นเอ่อล้นคลอเบ้าริมฝีปากอวบอิ่มขบกัดจนฮ้อเื
“คุณขอให้ผึ้งให้โอกาสคุณ แล้วคุณเคยให้โอกาสผึ้งได้อธิบายบ้างหรือเปล่าคะแต่เอาเถอะ เื่นั้นผึ้งไม่โทษว่าเป็ความผิดของคุณเสียทั้งหมดเพราะผึ้งเองก็ผิดที่ทำเื่ไม่ดีเอาไว้ แต่การที่คนเราจะอยู่ด้วยกันจะต้องมาจากพื้นฐานความรักและเข้าใจไม่ใช่ว่าเพราะความใคร่ที่คุณมีกับผึ้ง”
“ไม่ใช่นะผึ้งตอนแรกฉันก็คิดว่าระหว่างเราเป็อย่างที่เธอว่าจริง แต่พอเธอจากมา ฉันถึงได้เข้าใจว่ามันไม่ใช่เลยแต่เป็เพราะว่าฉันรักเธอ...ได้ยินไหมผึ้งฉันรักเธอ”
มณีมณฑ์ใกับคำบอกรักที่ได้รับอย่างที่คาดไม่ถึงมาก่อนในชีวิตใบหน้ารูปหัวใจส่ายแรงๆ
ไม่จริง...เป็ไปไม่ได้ มันแทบจะไม่น่าเชื่อเลยที่คุณซันบอกรักเธอ...
“แล้วเธอละผึ้ง รักฉันบ้างหรือเปล่า ระหว่างเราสิ่งที่เธอมีให้ฉันมันใช่ความรักไหม?” อพอลโล่เอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ
รอยยิ้มเศร้าๆ แต่งแต้มบนใบหน้างาม “รักค่ะ...ผึ้งรักคุณแต่ความรักจากผึ้งเพียงฝ่ายเดียวทำให้ชีวิตคู่คงอยู่ไม่ได้เราทั้งสองคนจะต้องรู้จักกันและกัน แต่นี่ไม่ใช่เลยมีเพียงแค่คุณที่รู้จักผึ้งอยู่ฝ่ายเดียวในขณะที่ผึ้งรู้เพียงแค่ว่าคุณชื่อคุณซัน อย่างอื่นผึ้งไม่รู้เลยสักนิด”
“เมื่อก่อนไม่รู้แต่อีกไม่นานเธอก็จะรู้...รู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับฉัน”
ถึงแม้มณีมณฑ์จะรักเขามาก แต่หญิงสาวก็ใจแข็งมิใช่น้อยดังนั้นทางที่จะทำได้ก็คือว่า...เขาโน้มลงไปจนได้ัักับริมฝีปากนุ่มนิ่มกดย้ำบดขยี้กลีบปากบนและล่าง เปิดแยกกลีบปากอวบอิ่มด้วยลิ้นสากระคายที่สอดแทรกเกี่ยวพลิกลิ้นกระหวัดเกี่ยวกวัดสำรวจตรวจความหวานจากโพรงปากนุ่ม
“ถ้าไม่ยอมคืนดีด้วยจะปล้ำนะ”
หัวใจดวงน้อยเต้นแรงและเร็วเหมือนกับปืนกลใบหน้าสวยงองุ้มเหมือนจวักตักแกงกับความเอาแต่ใจของอีกฝ่าย แทนที่จะง้อขอคืนดีด้วยแต่ดันจะมาปล้ำเธออีก ไม่รู้หรือไงว่าเขาอยากให้ง้อให้นานกว่านี้อีกหน่อย
“ดะ...ดีแล้ว ยะ...ยอมดีแล้ว” หญิงสาวบอกเสียงสั่นพลางรีบจับมือที่ไม่ยอมอยู่นิ่ง เคลื่อนไปบนกายกลมกลึงเอาไว้
“ยอมแล้วก็ไม่เปลี่ยนใจละ แบบว่าคิดถึงมากจนอดใจไม่ไหวแล้วขอรักก่อนได้ไหมล่ะ แล้วค่อยลงไปบอกข่าวดีกับแม่ของผึ้งบอกว่าลูกสาวได้คนรักคืนมาแล้ว” เขาถามแบบลากเสียงหวานเชื่อม ไม่พอแค่นั้นมือยังสอดไล้ไปลูบผิวเนื้อเนียนนุ่มและขยับขึ้นไปทีละน้อยจนได้เนินเนื้ออวบเต่งตึง
มณีมณฑ์ดึงมือออกจากการจับไว้นิ้วเล็กเคลื่อนไปบนผิวกายอพอลโล่ก่อนจะโอบรอบลำคอแข็งแกร่ง ใบหน้ารูปหัวใจแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มพราวระยับ
“เสียใจด้วยนะคะคุณซัน...ในวันนี้ผึ้งไม่ง่ายอย่างที่คุณคิดอีกแล้วค่ะถ้าคุณอยากจะได้ผึ้งกลับไป มันก็ต้องแลกกันสักหน่อย ว่าแต่...จะแลกด้วยอะไรดีนะ...?”ปลายนิ้วเล็กดึงทึ้งเส้นผมหนานุ่ม
“ไม่เอาการแต่งงานนะผึ้ง ไม่ชอบพิธีใหญ่โตนั่นกว่าจะได้แอ้มเ้าสาวก็ต้องรอแล้วรออีกเป็เดือน เพราะต้องรอฤกษ์ยามอะไรก็ไม่รู้พอถึงวันแต่งก็รอต้องอีกเกือบจะครึ่งค่อนคืน ขออะไรง่ายๆ แค่...จดทะเบียนได้ไหมแบบว่าอยากให้ผึ้งเป็เมียผมจะแย่อยู่แล้วนะ”
มณีมณฑ์อ้าปากค้าง...ความฝันว่าจะได้ใส่ชุดสีขาวหายวับไปกับตาเมื่อได้ยินคำพูดจากอีกฝ่ายใบหน้างามงองุ้มด้วยความไม่ชอบใจ อีตาบ้า มาง้อเธอนะ แต่ดันสั่งเอาๆอันนั้นก็ไม่ได้ อันนี้ก็ไม่ดี ไม่ได้ความเลยให้ตายสิ แล้วคิดหรือว่าเธอจะยอมง่ายๆ
“ไม่เอา...อยากใส่ชุดแต่งงาน”
คิดแล้วว่าอีกฝ่ายจะต้องมีแง่งอนแต่มีหรือที่เขาหรือจะยอมแพ้ อพอลโล่อมยิ้ม ไม่ยอมง่ายๆก็จับมัดพาขึ้นเครื่องมันเสียเลย จะได้หมดเื่หมดราว
“มีทางเลือกก็คือว่าจะยอมรับคำขอฉันดีๆ หรือจะให้ฉันจับมัดเอาตัวเธอไปดีละจ๊ะผึ้ง”
“คะ! อะไรนะคะ” มณีมณฑ์ผลักกายหนาให้ห่าง แต่มันก็เหมือนกับว่าเธอเอามือไปผลักหินขนาดั์ที่มันไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อยพอเผยอปากจะร้องก็กลายเป็เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายส่งลิ้นสอดแทรกเข้ามาหาความหวานนุ่มภายในมณีมณฑ์ได้แต่ระอากับใจตัวเองที่ทำเก่งบอกว่าจะขัดขืนแต่พอเขาแตะต้องเพียงนิดก็โอนอ่อนผ่อนตามไปแล้ว
ไม่ว่าจะเป็โชคชะตาหรือพรหมลิขิตจากความผิดบาปที่เธอได้ตั้งใจทำกับผู้หญิงคนหนึ่ง จนต้องถูกจับตัวไปลงทัณฑ์ แต่อย่างน้อยในความโหดร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่บ้างเพราะทำให้เธอได้ค้นพบหัวใจที่แท้จริง อีกทั้งโอกาสของคนเรามีเพียงแค่ครั้งเดียวแล้วเธอจะฝืนไปทำไมในเมื่อทั้งหัวใจและร่างกายก็ยอมให้เขาไปหมดแล้วขอแค่อีกฝ่ายรักเธอตลอดไปก็เป็พอ
คนเราทุกคนย่อมเคยกระทำผิดและคิดไม่ดีขอเพียงแค่เมื่อเรารู้สึกตัวและหันกลับกลับใจหันไปแก้ไขและกระทำให้ถูกต้องก็ดีที่สุดแล้ว
ขอบคุณที่เป็กำลังใจให้กันค่ะ
ปูริดา