บทที่ 6 ข่าวใหญ่
“ขอบคุณเลดี้ฮันน่ามากเลยนะคะที่ช่วยให้วิกกี้ได้ฝึกงานในตำแหน่งคีปเปอร์” ฉันยกมือไหว้ขอบคุณเลดี้ฮันน่า หลังออกมาจากแผนก SMP แล้วและกำลังยืนรอลิฟท์กันอยู่ “ไม่มีเลดี้ฮันน่าช่วยวันนี้ ความสามารถของวิกกี้ตอนนี้คงไปเป็คีปเปอร์ไม่ได้หรอกค่ะ”
เลดี้ฮันน่าจับมือวิกกี้ “ไม่เป็ไรหรอกจ้ะ อาบอกแล้วว่าอาแค่ทำในสิ่งที่อาเห็นว่าดีที่สุด วิกกี้ควรได้อยู่ในที่ที่วิกกี้ควรอยู่” คำพูดของเลดี้ฮันน่าทำเอาฉันงง ไม่ทันได้ถามอะไร ลิฟท์ก็มาถึงพอดี
“อามีเื่จะคุยกับวิกกี้หน่อยจ้ะ เดี๋ยวเราไปที่ห้องทำงานของอากัน”
“อ่อค่ะ ได้ค่ะ” ฉันนึกสงสัยในใจว่าเลดี้จะคุยอะไรกับฉันกันนะ เื่ของคุณเจซซี่รึเปล่านะ หรือจะเป็เื่เกี่ยวกับฉัน?
ลิฟท์แดงขึ้นมาถึงชั้น 151 ชั้นบนสุดของเดอะนอร์ เมื่อประตูลิฟท์เปิดออกก็เจอกับโถงทางเดินที่ปูพรมสีแดงเข้มทอดยาวไปยังประตูไม้แกะสลักลายดอกกุหลาบบานใหญ่อีกบาน ผนังสีขาวทั้งสองด้านประดับไปด้วยภาพถ่ายเก่า ๆ ขององค์กรเดอะนอร์ในหลายยุคหลายสมัยที่ผ่านมา มีทั้งในประเทศและที่ต่างประเทศ ฉันหยุดยืนมองภาพของอาคารสีขาวหลังใหญ่รูปทรงสถาปัตยกรรมแบบเก่า นี่คือเดอะนอร์แห่งแรกที่ถือกำเนิดขึ้นบนโลกนี้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของฉันเอง
“สี่ร้อยห้าสิบห้าปีแล้วจ้ะ ที่เดอะนอร์ถือกำเนิดขึ้นมา” เลดี้ฮันน่าพูดขึ้นเมื่อเห็นฉันหยุดยืนมองภาพ “ตึกนี้ไม่อยู่แล้ว แต่ที่ดินตรงนี้ยังเป็ของเราอยู่ ตอนนี้มันกลายเป็เดอะนอร์อะคาเดมี่ไปแล้วจ้ะ” ฉันยิ้มเศร้านิดหน่อย ก่อนจะเดินตามเลดี้ฮันน่าไปยังประตูไม้ คุณคาน่าเปิดประตูรอไว้อยู่แล้ว เมื่อฉันก้าวเข้าไปในห้องของเลดี้ฮันน่า อารมณ์เศร้านิดหน่อยก่อนหน้านี้ก็อันตรธานหายวับไปหมด กลายมาเป็อาการทึ่งกับบรรยากาศของห้องทำงานนี้แทน
ภายในตกแต่งแบบเรียบหรู เน้นโทนสีน้ำตาลอ่อน เฟอร์นิเจอร์ไม้และหนังดูคลาสสิค แต่สิ่งที่ฉันสนใจมากกว่าคือด้านนอกผนังกระจกเบื้องหน้านั่น ชั้นบนสุดของตึกนี้มีลักษณะเป็โดมแก้วที่แสงแดดสามารถส่องผ่านลงมาได้บางส่วน พื้นที่ส่วนหนึ่งของโดมถูกกั้นเป็ห้องทำงานของเลดี้ฮันน่า เพดานในห้องนี้จึงมีลักษณะเป็สโลฟลาดลงตามความโค้งของเพดานโดม แต่ขณะนี้เพดานในห้องทำงานนี้ถูกปิดทึบอยู่ มีกระจกใสเป็ผนังที่ปิดกั้นระหว่างห้องทำงานกับส่วนที่เหลือของโดมเอาไว้ ฉันอดไม่ได้ที่จะเดินไปเกาะผนังกระจกชะโงกหน้ามองลงไปด้านล่างแล้วก็ต้องร้องว้าว! พื้นที่โดมส่วนที่เหลือของชั้นนี้ถูกรวมกับชั้น 150 จัดเป็สวนสาธารณะบนดาดฟ้าไว้ซะสวยเลยทีเดียว
ฉันหันหน้ากลับมาเห็นเลดี้ฮันน่ากำลังยืนยิ้มให้ฉันอยู่คนเดียว ไม่รู้คุณคาน่าหายไปไหนแล้ว แล้วฉันก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าทำตัวเสียมารยาทกับเ้าของห้อง ถือวิสาสะเดินไปส่องดูสวนข้างล่างโดยไม่ขออนุญาตเ้าของสถานที่ก่อน ฉันจึงรีบกล่าวขอโทษเลดี้ฮั่นน่าเป็การใหญ่ แต่แล้วเลดี้กลับทำสิ่งที่ทำให้ฉันใ
“ดิฉันเลดี้ฮันน่าขอทำความเคารพท่านเลดี้พิงค์อย่างเป็ทางการค่ะ” เลดี้ฮันน่าย่อเข่าคำนับฉัน “ขออภัยค่ะที่ไม่ได้ทำความเคารพท่านั้แ่คราแรก เพราะด้านนอกมีกล้องตรวจจับอยู่ทุกจุด”
ฉันรีบก้าวเข้าไปดึงเลดี้ขึ้น “เลดี้ฮันน่าทำอะไรกันคะ ตอนนี้วิกกี้ก็คือวิกกี้ ไม่ใช่เลดี้พิงค์แล้ว เราเป็คนละคนกันค่ะ ถึงวิกกี้จะมีความทรงจำของเลดี้พิงค์เมื่อชาติที่แล้ว แต่เื่ของเลดี้พิงค์ก็จบไปั้แ่สี่ร้อยปีก่อนแล้ว เธอไม่มีชีวิตอยู่บนโลกนี้แล้ว เพราะฉะนั้นกรุณาอย่าทำอย่างนี้เลยค่ะ”
“ดิฉันทราบดีค่ะ แต่จะให้ดิฉันเพิกเฉยต่อท่านทั้ง ๆ ที่รู้ว่าจิติญญาของท่านอยู่ในร่างนี้ เกรงว่าดิฉันจะทำไม่ได้ค่ะ ต่อหน้าผู้คนภายนอกดิฉันสามารถแสดงให้พวกเค้าเห็นว่ามองท่านเป็ลูกหลานคนนึงในตระกูลโนเรียได้ แต่เมื่ออยู่กับท่านตามลำพัง กรุณาให้ดิฉันได้ปฏิบัติกับท่านในแบบที่ดิฉัน้าเถอะค่ะ แค่อีกไม่กี่ปีเท่านั้นเอง” น้ำเสียงวิงวอนของเลดี้ฮันน่าทำให้ฉันรู้สึกเศร้าใจอย่างประหลาด และมาสะดุดใจกับประโยคสุดท้าย
“ไม่กี่ปี? หมายความว่ายังไงคะ” เลดี้ฮันน่าได้แต่ยิ้ม ไม่ตอบคำถามฉัน
“เราอย่ายืนคุยกันเลย เชิญมานั่งทางนี้เถอะค่ะ” เลดี้พาฉันไปนั่งที่โซฟารับแขกหนังสีน้ำตาล
เสียงเคาะประตูดังขึ้น แล้วคุณคาน่าที่หายไปก็กลับมาพร้อมกับถาดที่มีเครื่องดื่ม 2 แก้ววางอยู่ กับจานของว่างอีก 2 จาน คุณคาน่ายกมาวางที่โต๊ะรับแขก ทำให้ฉันเห็นว่าเครื่องดื่มคือน้ำมะพร้าวสด ส่วนของว่างจานหนึ่งคือซอฟต์คุกกี้ช็อกโกแลตชิพกับบราวนี่ ส่วนอีกจานคือผลไม้รวมตัดชิ้นพอดีคำ พอเสิร์ฟเครื่องดื่มของว่างเสร็จ คุณคาน่าก็กลับออกไป เหลือฉันกับเลดี้ฮันน่าในห้อง 2 คนตามเดิม
“วิกกี้ชอบทาน คิดว่าท่านก็น่าจะชอบเช่นกันค่ะ” เลดี้ฮันน่าบอก
“ทราบได้ยังไงคะ” ฉันงุนงงสงสัยมาก
“ตอนที่ดิฉันจับมือท่านดิฉันก็รู้แล้วค่ะ”
“เอ๊ะ! พลังพิเศษของเลดี้ฮันน่าคล้ายกับฉันเหรอคะ แค่แตะตัวก็เห็นในสิ่งที่อยากรู้ แต่ว่าใคร ๆ ก็รู้ว่าเลดี้มีพลังในการเยียวยาฟื้นฟูสภาพจิตใจ ใครที่กำลังหดหู่ เลดี้สามารถปรับพลังจิตใจของคน ๆ นั้นให้รู้สึกดีขึ้นได้ไไม่ใช่เหรอคะ”
“เราไม่ควรหงายไพ่ที่เรามีอยู่ในมือทั้งหมดให้ทุกคนรู้ไม่ใช่เหรอคะ”
“อ่อ…อย่างนี้นี่เอง” โดยทั่วไปคนที่มีพลังพิเศษจะมีพลังที่โดดเด่นอยู่ 1 อย่าง แต่ก็อาจมีพลังพิเศษอย่างอื่นร่วมด้วยก็ได้
“ที่ดิฉันบอกว่ามีเื่จะคุยกับท่านก็คือเื่พลังพิเศษที่เพิ่งตื่นขึ้นของท่านค่ะ” เลดี้ฮันน่ากล่าว “ปกติคนที่มีพลังพิเศษมาั้แ่เกิดก็จะได้รับการฝึกควบคุมพลังจากสถาบันต่าง ๆ มาั้แ่เด็ก แต่สำหรับท่านที่พลังเพิ่งปรากฏคงต้องหาโค้ชพิเศษส่วนตัวมาสอนค่ะ”
“วิกกี้ก็กำลังหาอยู่ค่ะ แต่โค้ชที่เชี่ยวชาญเฉพาะพลังด้านนี้หายากมากเลย” เื่นี้ทำให้ฉันกังวลมาก ยิ่งหาคนมาสอนช้า ก็เท่ากับว่าฉันยิ่งควบคุมพลังตัวเองได้ช้า
“ดิฉันรู้จักโค้ชอยู่ท่านหนึ่ง ท่านจะรับสอนเฉพาะคนที่ท่านพอใจเท่านั้น ต่อให้มีเงินทองมากมายจ่ายให้ท่านได้ไม่อั้นขนาดไหน แต่ถ้าท่านไม่้าสอน คน ๆ นั้นก็ไม่มีทางได้เรียนกับท่าน เื่โค้ชปล่อยให้เป็หน้าที่ของดิฉันจัดการเถอะค่ะ ท่านต้องได้โค้ชที่ดีที่สุดแน่นอน ถ้าได้เื่ยังไงแล้วจะให้คาน่าไปแจ้งนะคะ” เื่นี้ฉันไม่จำเป็ต้องเสียเวลาคิดใคร่ครวญอะไรทั้งนั้นก็รับคำเลดี้ฮันน่าทันที
“ฝากด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ” นาทีนี้คนที่กำลังจนมุมอย่างฉันมีคนระดับเลดี้ฮันน่ายื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ถ้าไม่รีบรับไว้ไม่บ้าก็โง่แล้ว
“มีเื่สำคัญอีกเื่ที่ดิฉันอยากจะบอก ดิฉันจะประกาศรับสมัครผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำเดอะนอร์คนต่อไปค่ะ”
แค่ก แค่ก…ก
ฉันถึงกับสำลักน้ำมะพร้าวที่กำลังดื่มเข้าไป เมื่อได้ยินเลดี้ฮันน่าบอกแบบนั้น นึกถึงข่าววงในที่ยัยเพร็ทตี้บอกฉันไว้ก่อนหน้านี้ มันก็คือเื่นี้นี่แหละ ตอนนั้นฉันใไม่น้อย คิดว่าอาจจะไม่จริงก็ได้ สุดท้ายแล้วมันดันเป็เื่จริง แถมยังมาเร็วขนาดนี้อีก ก็สมควรแล้วที่ควรจะเชื่อข่าววงในของยัยเพร็ทตี้ เพราะแหล่งข่าวที่ว่าก็คือพี่สาวของยัยเพร็ทตี้นั่นแหละ เธอคือ 1 ใน 5 เลขาประจำตัวของเลดี้ฮันน่า
“อะไรกันคะ! อีกหลายปีกว่าเลดี้จะเกษียณ ทำไมประกาศรับสมัครเร็วขนาดนี้คะ คงไม่เกี่ยวกับวิกกี้ใช่มั้ย” ฉันเริ่มระแวง เห็นอีกฝ่ายดูเคารพเทิดทูนเลดี้พิงค์ขนาดนั้น คงไม่ได้คิดจะหาทางให้ฉันขึ้นไปแทนตำแหน่งหรอกนะ
เลดี้ฮันน่าส่ายหน้าเบา ๆ “เชื่อดิฉันเถอะค่ะว่าเวลานี้คือเวลาที่เหมาะสมแล้วที่จะประกาศรับสมัคร เพราะยังต้องใช้เวลาอีกนานกว่าดิฉันจะส่งต่อตำแหน่งนี้ให้ผู้นำคนต่อไป ผู้สมัครทุกคนต้องเข้ารับการทดสอบอีกเป็เวลา 1 ปี สุดท้ายคนที่ได้รับเลือกเป็ว่าที่ผู้นำคนต่อไปก็ต้องมาเรียนรู้งานอยู่ข้างกายดิฉันอีก 5 ปีก่อนจะเข้ารับตำแหน่งต่อจากดิฉันค่ะ”
“อีกหกปี เลดี้ก็ยังไม่ถึงวัยเกษียณอยู่ดีนี่คะ”
“คนเราเมื่อรู้ตัวว่าถึงคราวต้องปล่อยมือ ก็ต้องปล่อยมือนะคะ” ฉันขมวดคิ้วให้กับคำตอบของเลดี้ฮันน่า พูดอะไรเป็ปริศนาให้ฉันงงอีกแล้ว
“และดิฉันก็อยากให้ท่านลงสมัครเช่นกันค่ะ” ครานี้ฉันยิ่งขมวดคิ้วหนักกว่าเดิมอีก “ท่านไม่คิดบ้างเหรอคะ ว่าในโลกนี้จะมีใครที่ยอมทุ่มเททั้งชีวิตจิตใจให้กับเดอะนอร์ได้มากไปกว่าท่านอีก” คิ้วฉันเริ่มขมวดน้อยลงหน่อย แต่ก็ยังรู้สึกไม่ค่อยสบายใจอยู่ดี รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังขี้โกงมาชุบมือเปิบยังไงอย่างนั้น
“ท่านลองคิดดูสิคะ ถ้าผู้นำคนต่อไปเกิดไปทำอะไรบางอย่างที่ไม่ได้เื่ แล้วท่านทำได้แค่มองดูอย่างขัดใจ แต่ไปทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้ ท่านจะรู้สึกอย่างไร” ฉันถึงกับถอนหายใจ เลดี้ฮันน่าก็คือเลดี้ฮันน่า พูดจี้ได้ตรงจุดเพื่อให้คนยอมตกปากรับคำคุณเธอง่าย ๆ จริง ๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้น แล้วคุณคาน่าก็เดินเข้ามาในห้อง
“พี่น้องตระกูลเดอแวนเดลมาถึงแล้วค่ะเลดี้ กำลังขึ้นลิฟท์มาค่ะ”
เดอแวนเดล? พาร์ทเนอร์ใหญ่ของออลเวย์เกรทนี่นา’
เลดี้ฮันน่าพยักหน้าเป็เชิงรับรู้ คุณคาน่าจึงเดินกลับออกไปจากห้อง ฉันลุกขึ้นเตรียมตัวกลับ เพราะเลดี้กำลังจะมีแขก VIP มาเยือน เลดี้ลุกตาม เดินมาส่งฉันที่ประตูห้อง แล้วพูดว่า
“ท่านลองไปพิจารณาดูนะคะ พรุ่งนี้ข่าวจะถูกประกาศออกไปแล้ว มีเวลาสำหรับการสมัครเจ็ดวันเท่านั้นค่ะ” ฉันรับคำสั้น ๆ มีหลายเื่ที่ฉันควรต้องกลับไปคิดใคร่ครวญให้ดีก่อน
เมื่อผลักประตูออกมาจากห้อง ฉันก็เห็นคณะผู้มาเยือนกำลังเดินตรงเข้ามาพอดี ตระกูลเดอแวนเดลจาก USA มองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็คนไหนบ้าง 3 คนที่เดินอย่างมั่นใจอยู่ตรงกลางนั่นไงล่ะ ชายหนุ่มวัยยี่สิบกว่า ๆ 2 คนกับเด็กผู้หญิงที่อายุไม่น่าจะเกิน 11-12 ปี พ่อหนุ่มผมทองที่เดินนำอยู่หน้าสุดฉันรู้จักดี เวย์ เดอแวนเดล ผู้ที่ถูกคาดการณ์ว่าจะหัวเรือใหญ่คนต่อไปของตระกูล เด็กหญิงผมเทาเงินที่เดินกอดตุ๊กตาเป็ดเหลืองนี่ฉันไม่รู้จัก เธอยิ้มให้ฉัน ฉันที่กำลังจะเดินสวนเธอไปจึงยิ้มตอบ ผู้ชายผมสีบลอนด์จัดที่เดินอยู่ข้างเธอมองฉันตาไม่กระพริบเลย หมอนี่ตาสีทองด้วยแฮะ แปลกดีไม่เคยเห็น เหมือนเขาจะยิ้มมุมปากให้ฉันด้วย คงเห็นว่าฉันสวยล่ะสิ…ใช่มั้ยนะ โฮะ ๆ
----------------------------
ตอนหน้า วิกกี้ไปฝึกงานวันแรกแล้วจ้า จะเจออะไรบ้างกันน้าา