“ทำไมเราถึงมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่? นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
ซุนเฟยคิดจนหัวแทบแตกแต่ก็ยังหาคำตอบไม่ได้ตอนนี้มีเพียงอย่างเดียวที่เขาพอจะยืนยันได้นั่นก็คือหลังจากที่ตัวเองได้ยินเสียงเ็าที่แสนลึกลับนั่น เขาก็มายังโลก Diablo อย่างน่ามหัศจรรย์และได้เล่นเป็หนึ่งในตัวละครของเกม Diablo นั่นก็คือ...คนเถื่อน
มือขวาถือขวานขึ้นสนิม มือซ้ายถือโล่ไม้กลมๆ ที่ประดับไปด้วยรูแหว่งๆนี่ก็พอจะอธิบายได้ทั้งหมดแล้ว
โอ้พระเ้าช่วยซุนเฟยสวดภาวนาในใจตามจิตใต้สำนึก
ไม่กี่วินาทีต่อมาก็มีหน้าจอฉายภาพโฮโลแกรมเสมือนจริงปรากฏออกมาตรงหน้าเขาอย่างเหลือเชื่อ...
ผู้เล่นเกม: ซุนเฟย
บทบาท: คนเถื่อน
เลเวล: 1
ประสบการณ์: 0/500
พละกำลัง: 30
ว่องไว: 20
แข็งแกร่ง: 20
สติปัญญา: 10
พลังโจมตี: 3-7
ความแม่นยำในการโจมตี: 102
ป้องกัน: 11
ความอดทน: 92
พลังชีวิต: 45
มานา: 10
ต้านทานเวทไฟ: 0
ต้านทานเวทน้ำแข็ง: 0
ต้านทานเวทไฟฟ้า: 0
ต้านทานเวทพิษ: 0
…
นี่คือค่าสถานะอาชีพในเกมของฉันงั้นเหรอ?
เมื่อซุนเฟยเห็นชื่อของตัวเองปรากฏอยู่้าสุดของหน้าจอโฮโลแกรมก็กัดฟันแน่นอดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างขมขื่น มารดามันเถอะ นี่มันเกิดเื่บ้าอะไรขึ้น ตัวเขาเพิ่งจะได้เป็าาแล้วทำไมถึงได้เข้ามาอยู่ในโลกเกมได้ล่ะแล้วยังกลายเป็คนเถื่อนที่หยาบกระด้างนี่อีก? ไม่เอา ไม่เอานะ ฉันอยากเป็พาลาดิน ได้เป็อัศวินที่น่าหลงใหลก็ยังดี...
ซุนเฟยชักดิ้นชักงออยู่ในใจ
ในตอนนั้นเอง มีเงาสีฟ้าวิ่งเข้ามาจากด้านข้าง
“สวัสดีคนแปลกหน้าข้าไม่แปลกใจเลยที่เห็นเ้าอยู่ที่นี่ระยะนี้เหล่านักผจญภัยปรากฏตัวที่นี่มากมาย...ข้าคิดว่าทุกอย่างเกิดขึ้นที่ทริสแทรมข้าได้ยินใครบางคนบอกว่า...าาแห่งการทำลายล้างได้ปรากฏตัวในโลก Diablo อีกครั้งแล้ว...”
ชายสวมชุดสีฟ้าพูดจ้อกับซุนเฟยไม่หยุด
เขาคือวอร์ริฟ
ในฐานะที่เป็หนึ่งในแฟนพันธุ์แท้ของเกม Diablo จากเนื้อหาที่พูดและเสื้อผ้าของอีกฝ่ายซุนเฟยก็มั่นใจในฐานะของชายเสื้อฟ้าได้ในทันที...วอร์ริฟ เป็หนึ่งใน NPC ของค่ายโร้ก เมื่อผู้เล่นใหม่ปรากฏตัวขึ้นชายคนนี้จะพุ่งเข้ามาหาและมีเครื่องหมายคำถามสีทองเปล่งประกายอยู่เหนือหัว
ซุนเฟยฟังชายคนนี้พูดไปพลางสังเกตรายละเอียดอีกฝ่ายไปพลาง
NPC คนนี้ ไม่ว่าจะเป็กิริยาท่าทางหรืออารมณ์ความรู้สึกต่างก็เหมือนคนจริงๆแม้กระทั่งตอนที่พูดก็มีไอเย็นออกมาจากปาก อากาศเย็นจัดจนกลายเป็หมอกความรู้สึกเย็นชื้นนั้นซุนเฟยเองก็รู้สึกได้เช่นกัน
“ไม่รู้ว่า NPC ในโลกนี้มีสติปัญญาหรือเปล่านะ?”
ซุนเฟยรอวอร์ริฟพูดจบ ก็ลองถามไปสองสามประโยค เช่น ‘แม่เ้าชื่ออะไร?’ ‘บ้านผู้หญิงอยู่ที่ไหน?’ ‘ในบ้านมีกี่คน’ ‘เฉลี่ยที่นาได้กี่ที่’ ‘ในนามีวัวกี่ตัว...’ และคำถามอื่นๆ แต่วอร์ริฟก็ไม่สนใจ ซุนเฟยได้แต่มองเขาหันหลังเดินจากไปการกระทำแบบนี้ทำให้ซุนเฟยไม่สามารถหาคำตอบได้
เขาคิดอยู่สักพักก่อนจะตัดสินใจจะไปหาคนอีกคน...แม่ชีอาคาร่า
ตามความทรงจำเกมของโลกก่อน หากจำไม่ผิดเควสแรกในค่ายโร้กบนแผนที่เกมของ Diablo ควรจะเป็แม่ชีาุโของคริสตจักร ‘ไร้ั์ตา’ คนนี้ และป้าคนนี้ยังเป็ผู้นำค่ายโร้กด้วย ดังนั้น ถ้าอยากทราบเื่ราวทั้งหมดคาดว่าต้องไปหา NPC คนนี้
ถนนดูวังเวง
เดินผ่านเต็นท์มาหลายเต็นท์และรั้วไม้จนมาถึงด้านหลังรถกรงไม้คันหนึ่งซุนเฟยก็พบเต็นท์เล็กๆ ของแม่ชีอาคาร่า รอบๆ เต็นท์แขวนขวดแปลกๆ เต็มไปหมดข้างในมีกลิ่นแปลกๆ กระจายออกมา อาคาร่าในชุดแม่ชีสีม่วงยืนอยู่หน้าเต็นท์
เมื่อซุนเฟยเดินเข้าไปก็ปรากฏเครื่องหมายอุทานเล็กๆ สีทองอยู่เหนือหัวของอาคาร่า
“ข้าอาคาร่าแม่ชีผู้าุโของคริสตจักรไร้ั์ตา...” อาคาร่าเริ่มแนะนำตัวเองเนื้อหาที่พูดเหมือนในเกมคอมพิวเตอร์ต้นฉบับ
ในตอนท้ายของการสนทนากับอาคาร่า แม่ชีจะมอบหมายเควสให้แก่เขา
ภารกิจกำจัดสัตว์ร้ายในถ้ำชั่วร้าย ‘บลัดมอร์’ซึ่งมันเหมือนกับความทรงจำในโลกก่อนของเขา
มีปุ่มสีแดงรูปกากบาทปรากฏขึ้นที่จอโฮโลแกรมมุมซ้ายมือของซุนเฟย
เขาพยายามลองกดปุ่มรูปกากบาทซึ่งมันไม่มีทางเลือกอื่นสิ่งที่ตอนนี้ทำได้คือจำต้องยอมรับงานนี้
“แม่ชีอาคาร่าผู้สูงส่ง ข้าสามารถหาข่าวสารเพิ่มเติมของสถานที่แห่งนี้ได้หรือไม่?”
ซุนเฟยพยายามใช้ภาษายากๆ
เขาอยากทดสอบ NPC คนนี้ว่ามีสติปัญญาเป็ของตัวเองหรือเปล่าเขาหวังว่าคำตอบของแม่ชีอาคาร่าจะทำให้เขาได้รับเบาะแสว่าทำไมตัวเองถึงมาที่โลกแปลกๆ แบบนี้
“นักผจญภัยหนุ่มเ้าจำเป็ต้องทำภารกิจที่เ้าได้รับสมบูรณ์ก่อนเ้าถึงมีสิทธิ์รู้ในสิ่งที่เ้าอยากจะรู้...”
คำตอบของอาคาร่าทำให้ซุนเฟยรู้สึกใ
ในความทรงจำของโลกก่อนเนื้อหาประโยคนี้ไม่มีในเกมคอมพิวเตอร์อย่างแน่นอน...พูดได้ว่า NPC ที่นี่มีสติปัญญาเป็ของตัวเอง แทนที่จะเหมือนพล็อตเื่และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทื่อๆแบบในเกมคอมพิวเตอร์
ซุนเฟยอยากถามอะไรหลายอย่างแต่อาคาร่ากลับหมุนตัวเดินเข้าเต็นท์ไป
ซุนเฟยพบว่าตัวเองถูกพลังอำนาจแปลกๆ ขวางไว้เขาไม่สามารถเข้าใกล้เต็นท์ได้ในระยะหนึ่งเมตร ทดลองอยู่สองสามครั้งสุดท้ายเขาก็ตัดสินใจล้มเลิกในการเข้าไปข้างใน
“ดูเหมือนว่ามีแต่ต้องทำเควสให้เสร็จก่อนสินะ...”
แม้ว่าหลังจากนี้เขาลองไปสอบถาม NPC คนอื่นในค่ายโร้ก แต่ก็ต้องพบท่าทางไม่รับแขกของเหล่า NPC พวกนั้นซุนเฟยตัดสินใจเดินไปที่ประตูใหญ่ของค่ายโร้ก เขาเดินผ่านยามสาวคนหนึ่งที่ทำหน้าที่รักษาการณ์สะพานหินในที่สุดเขาก็เหยียบย่างเข้าไปใน ‘บลัดมอร์’ ที่เต็มไปด้วยอันตรายและกลุ่มมอนสเตอร์ที่ร้ายกาจ
ตอนนี้เอง...
“คำเตือน!!! ผู้เล่นซุนเฟย คุณได้เข้าสู่ ‘บลัดมอร์’หากสังหารมอนสเตอร์จะได้รับของรางวัลที่คาดไม่ถึง...หากไม่สามารถทำเควสที่ได้รับให้สำเร็จได้คุณจะต้องถูกลงโทษแบบที่คาดไม่ถึง ฮ่าๆๆๆ!”
ทันใดนั้นก็ปรากฏเสียงดังขึ้นในสมองของซุนเฟย
เนื่องจากความเร็วของการพูดที่รัวเกินไปซุนเฟยได้ยินเพียงประโยคหน้าและหลังอย่างชัดเจนว่าเสียงลึกลับนี้พูดว่าอะไรนอกนั้นซุนเฟยก็จำไม่ได้หรอก เสียงหัวเราะตอนท้ายนานเกินไปจนซุนเฟยรู้สึกว่าความหมายในน้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยยินดีปรีดาในความโชคร้ายของผู้อื่นและเมื่อเทียบกับความไม่แยแสก่อนหน้านี้ เสียงนี้ดูเหมือนมนุษย์มากกว่า
…
หลังจากนั้นสามชั่วโมง
ฉับ!
ซุนเฟยใช้ขวานฆ่ามอนสเตอร์ ‘หนูหางเหล็ก’ เป็ตัวที่ 20 แล้วลำแสงสีขาวสาดส่องลงมาจากฟากฟ้า ส่องมาที่ซุนเฟย...
“เลื่อนระดับแล้ว!”
เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดเป็ครั้งแรกซุนเฟยเห็นจนชินแล้ว
เมื่อแสงสีขาวปกคลุมร่างซุนเฟยก็พลันรู้สึกดีมากจนร่ำร้องออกมาอย่างพอใจ
ภายใต้ลำแสงาแบนร่างกายที่เกิดจากการฆ่ามอนสเตอร์ก็หายไปในสองสามวินาที ซึ่งมันหายไปอย่างรวดเร็วจนสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าพลังที่น่าอัศจรรย์แล่นผ่านไปทั่วร่าง ความรู้สึกนี้เหมือนกับ่ที่ถึงจุดสุดยอดตอนมีเซ็กส์ก็ไม่ปาน
หลังจากรักษาได้สี่ห้าวินาที ลำแสงสีขาวก็หายไป
ในมุมมองของซุนเฟยจะปรากฏปุ่มสีแดงสองฝั่งนั่นคือสถานะของผู้เล่นและสกิลของผู้เล่น ทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวาขวานี่เป็รางวัลหลังจากที่ได้เลื่อนระดับ
ซุนเฟยคิดอยู่สักพักก่อนจะกดเปิดสถานะของผู้เล่น
ทุกครั้งที่เลื่อนระดับจะได้รับห้าแต้มสำหรับใช้เปลี่ยนสถานะ ซุนเฟยแทบจะไม่ต้องคิดเขากดเพิ่มพละกำลังสามแต้ม แข็งแกร่งสองแต้มทั้งหมดรวมเป็ห้าแต้ม
จากนั้นก็กดปุ่มเปิดสกิลของผู้เล่นหลังจากเลื่อนระดับทุกครั้งจะได้รับแต้มสกิลหนึ่งแต้ม ซุนเฟยเลือกเพิ่ม ‘ทักษะควบคุมขวาน’
ตอนนี้อาชีพคนเถื่อนของซุนเฟยได้เลื่อนถึงระดับห้าแล้วการเลื่อนระดับที่ผ่านมาทุกครั้งก็จะได้รับห้าแต้ม หากเปลี่ยนสถานะเขาก็กดเพิ่มแต่สองหัวข้อนี้ นั่นก็คือพละกำลังและแข็งแกร่งแต้มทักษะห้าแต้มที่ได้รับก่อนหน้านี้ทั้งหมด ซุนเฟยเลือกเพิ่มสามแต้มกับ ‘ทักษะควบคุมขวาน’และสองแต้มกับ ‘ทักษะคำราม’
การที่เพิ่มแบบนี้เป็เพราะว่าโลกเสมือนจริงและเกมคอมพิวเตอร์มันไม่เหมือนกัน
ในฐานะที่เป็ผู้เล่นซุนเฟยพบว่าในตอนที่สังหารมอนสเตอร์ ตัวเขาก็าเ็ หลังจากที่าเ็ไม่เพียงแต่เสียค่า ‘พลังชีวิต’ แต่ยังรับรู้ถึงความเ็ปแบบหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์อีกด้วย
อธิบายได้ว่าในโลกนี้มอนสเตอร์เสมือนจริงทุกตัวของที่นี่พวกมันก็มีชีวิตมีจิติญญาและมันไม่ใช่โปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือซอร์สโค้ดทุกครั้งที่ฟันมัน เสียงหวีดร้อง เือุ่นๆ ที่พ่นออกมาเศษเนื้อที่กระเด็นและเืที่สาดโดนร่างเขาสิ่งเ่าั้มันทิ่มแทงจิตใจที่อ่อนแอของซุนเฟยตลอดเวลา
----------------------