คุณมองเห็นมันไหม
ในบางเวลาที่คุณอยู่คนเดียว เวลาที่คุณเผลอปล่อยใจล่องลอยไปกับสิ่งต่าง ๆ หรือเวลาที่คุณมีสติจดจ่อกับอะไรบางอย่าง
คุณเคยรู้สึกเหมือนมองเห็นอะไรแปลก ๆ เหมือนมีสิ่งหนึ่งทับซ้อนกันอยู่กับภาพของโลกใบนี้ไหม
บางครั้งคุณมองคนยืนออกันรอข้ามถนนตรงสี่แยก คุณรู้สึกได้ว่ามันยืนปะปนอยู่ด้วยตรงนั้น
“เทวินกินข้าวได้แล้วลูก”
“ครับแม่”
ผมเป็หนุ่มหล่อ (คิดเอาเอง) อายุสิบแปดปี กำลังเรียนอยู่ปีหนึ่ง คณะนิติศาสตร์ ชีวิตวัน ๆ ก็ปกติแหละครับ เล่นเกมออนไลน์ อ่านการ์ตูนออนไลน์ จีบสาวออนไลน์ ถ้ากินข้าวออนไลน์ได้ก็คงทำไปแล้ว
“ผัดกะเพราอีกแล้วเหรอแม่” ผมทักเมื่อเห็นเมนูกะเพราหมูไข่ดาวประจำตระกูล
“ไม่กินก็ได้แม่จะเทให้ได้จ้อนมัน”
ไอ้จ้อนที่ว่าก็ไม่ใช่ใครหรอกครับ หมาพันธุ์แท้ (ไทยแท้) ที่ครอบครัวของผมไปขอหลวงตามาเลี้ยง มันกินได้ทุกอย่างที่แม่ผมทำ จนเป็ขวัญใจแม่ผมไปเรียบร้อย บางทีอดคิดไม่ได้ว่าแม่รักมันมากกว่าผมอีก
“เทก็ได้แต่เหลือไว้ให้พี่บ้างนะจ๊ะ” พ่อผมพยายามพูดเสียงเบา ๆ เพราะกลัวแม่ผมไม่ฮาด้วย
แม่เดินมานั่งที่โต๊ะอาหารเล็ก ๆ ของครอบครัวเรา ไอ้จ้อนเดินตามมาต้อย ๆ
“นั่งรอไปเรานะ เดี๋ยวพี่วินกินแล้วเราค่อยกิน”
แหมนับพี่นับน้องให้เสร็จเลยนะแม่ ผมคิดในใจนะครับ ไม่อยากถูกด่าตอนกินข้าว
พ่อผมรีบวางหนังสือพิมพ์แล้วรีบลงมือกินข้าวอย่างรวดเร็ว
ใช่ครับพ่อผมอายุเกือบห้าสิบปีและยังคงชอบอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ แม้ว่าคนยุคนี้เขาจะอ่านข่าวทางอินเตอร์เน็ตกันหมดแล้ว
แม่ตักไข่ดาวครึ่งสุกครึ่งดิบของชอบใส่จานข้าวผม
“รีบกินรีบไปเรียน คุณเย็นนี้อย่าลืมจ่ายค่าน้ำค่าไฟด้วย เดี๋ยวจะไม่ทันอีก”
ดูสิครับแม้แต่จ่ายค่าน้ำค่าไฟผ่านมือถือ พ่อผมยังทำไม่ค่อยเป็เลย นี่ต้องเสียเวลาไปต่อคิวที่ร้านสะดวกซื้ออีกละ ไม่รู้ไปแอบจีบสาวร้านนั้นอยู่หรือเปล่า
พ่อวางช้อนลง กินข้าวเช้าเสร็จเร็วอย่างกะแข่งชิงแชมป์โลก
อย่างว่าละครับ ชีวิตข้าราชการจน ๆ ต้องรีบไปพิมพ์มือเข้างานแต่เช้า
“เอ้อวิน ปีนี้เอ็งครบสิบแปดแล้วนี้”
“ครับพ่อ จะซื้อรถยนต์ให้ผมเหรอครับ” ผมพูดพร้อมยิ้มระรื่น รู้ดีว่าบ้านเราไม่ค่อยมีตัง ลำพังรถมือสองเก่า ๆ ที่พ่อใช้อยู่ก็ผ่อนไม่หมดสักที
“เอาโมเดลรถไปก่อนละกัน ของก๊อบนะ” พ่อผมหัวเราะหยิบกระเป๋าทำงานเดินไปขับรถ
ที่ทำงานพ่อผมอยู่คนละทางกับมหาวิทยาลัย ผมเลยต้องนั่งรถประจำทางไปเรียน เคยพยายามขออยู่หอพักแล้วแต่พ่อกับแม่ไม่ยอม กลัวผมเสียคนก่อนเรียนจบ
ช่างไม่ไว้ลูกบ้างเลย
วันนี้ผมจับรถสี่ล้อแดงได้ นั่งชมนกชมไม้ไปพลาง ๆ อากาศเชียงใหม่ปีนี้หนาวพอให้ชื่นใจหน่อย บางปีหนาวไม่กี่วันแม่ซักเสื้อกันหนาวยังไม่ทันแห้งก็ต้องเอาไปเก็บเสียก่อน
หน้าหนาวอย่างนี้สาว ๆ จะมีแฟชั่นเสื้อผ้าน่ารัก ๆ มาให้เจริญหูเจริญตา ส่วนเสื้อผ้าสั้น ๆ หน้าร้อนนั่นเหรอ ผมไม่สนใจหรอกครับ ดูอยู่ทุกวันในเว็บแล้ว
รถจอดติดไฟแดงอีกละ เดี๋ยวนี้ในเมืองรถติดมาก บางทีเดินเอาคงเร็วกว่า
ผมส่ายตามองไปนอกรถ ด้วยไม่อยากสบตากับคนที่นั่งตรงข้าม คนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินข้ามถนนอยู่ แล้วผมก็รู้สึกเหมือนเห็นภาพอะไรบางอย่าง
มันเหมือนเป็แสงสว่างแต่เป็รูปร่างของคนโผล่ขึ้นมาแวบเดียวท่านกลางคนที่เดินข้ามถนนไปมา
ผมยกมือขึ้นขยี้ตา ภาพนั้นก็หายไป
เอ จะว่าเราเรียนหนักก็ไม่น่าใช่
สงสัยการเล่นเกมกับดูหนังตอนดึก ๆ มีผลกับสายตาจริงแฮะ
แต่ผมก็ไม่สนใจอะไร ชีวิตนักศึกษามีอะไรให้คิดอีกเยอะ
เมื่อมาถึงมหาวิทยาลัยแบบฉิวเฉียดคาบแรก ผมก็รีบหาที่นั่งที่ไกลอาจารย์ที่สุด
แน่นอนละครับว่าต้องอยู่หลังห้อง
เหมือนวันนี้นักศึกษาหลายคนดูลุกลี้ลุกลนชอบกล หลายคนเอาแต่ดูมือถือทั้งที่ใกล้เวลาอาจารย์เข้ามาสอนแล้ว
“เฮ้ยวิน นายดูคลิปนั่นยัง”
ผมหันไปมองไอ้โต้ง เพื่อนคณะเดียวกัน ที่แบกเป้เยิน ๆ มานั่งข้าง ๆ
“คลิปอะไร”
“อ้าวก็ที่สัตว์ประหลาดบุกอเมริกาไง”
“อ๋อ”
ผมตอบแค่นั้นแหละ เพราะเดี๋ยวนี้คลิปอะไรก็มีให้ดูเยอะแยะ นี่คงเป็คลิปที่ตัดมาจากหนังอะไรสักเื่
“เขาว่าของจริงนะโว้ย”
“คราวที่แล้วแมวบินได้ก็จริง”
“ไอ้นั่นมันมีคนมาเฉลยว่าปลอมแล้ว”
“กู เอ้ยเราก็ว่า นายเก็บมือถือเถอะ เดี๋ยวอาจารย์ก็มาแล้ว”
พูดไม่ทันขาดคำอาจารย์ก็เดินเข้าห้องมา
พร้อมกับมองมือถือในมือด้วย
วันนี้เกิดอะไรขึ้น
อาจารย์เงยหน้ามองนักศึกษาที่นั่งเต็มห้อง
“พวกเธอคลิปนี้ของจริงใช่ไหม”
“เหมือนจะจริงครับอาจารย์ เห็นข่าวต่างประเทศลงกันหลายที่แล้ว” นักศึกษาที่นั่งแถวหน้าตอบ
“มันเป็ตัวอะไร”
“สัตว์ประหลาดครับอาจารย์”
“ของจริงแน่เหรอ โปรโมทหนังหรือเปล่า”
“ข่าวบ้านเราเริ่มลงแล้วครับอาจารย์”
คราวนี้ผมทนอยู่ไม่ได้ต้องควักมือถือเก่า ๆ ประจำตัวขึ้นมาเปิดยูทูปดู
คลิปแรก ๆ ที่เด้งขึ้นมาเลยเป็ภาพตัวอะไรสักอย่าง ยืนสองขา หน้าคล้ายจระเข้แต่สั้นกว่า มีเขี้ยวโง้งจากปากสองข้าง มือเหมือนมีกรงเล็บยาว
ตัวมันสูงกว่าตึกสิบชั้นที่อยู่ใกล้ ๆ
ตัวอะไรวะนี่ ผมคิดในใจ
“นั่นไงวิน นายว่านี่ของจริงไหม”
ผมหันไปมองหน้าโต้ง มันท่าทางเลิกลั่กเหมือนกลัว ๆ กล้า ๆ
“ไม่น่าใช่ โลกนี้จะมีอะไรแบบนี้ได้ยังไง”
จากนั้นไม่นานสำนักข่าวในประเทศก็มีแต่ข่าวคลิปสัตว์ประหลาดนั่น
“มีคน live face แล้ว”
ผมรีบเปิดตามทันที
เสียงฮือฮาดังมาจากเพื่อน ๆ หลายคนในห้อง
ผมเองก็อึ้งเหมือนกัน
ภาพที่เห็นคือ ผู้ชายร่างั์สูงประมาณตึกสิบชั้น มีปีก กำลังบินไปมาสู้กับสัตว์ประหลาดนั่นอยู่
“เทวดาฝรั่ง”
“เขาเรียกมิคาเอล” อีกคนว่า ท่าทางจะจำมาจากการ์ตูนหรือนิยายสักเื่
หนัง นี่เป็คลิปโปรโมทหนังใหม่แน่ ๆ อเวนเจอร์ก็หมดมุขไปแล้ว ฟาสต์ก็ยังไม่มีภาคใหม่ อันนี้ต้องเป็ค่ายหนังสักค่ายลงทุนเล่นใหญ่จ้างสำนักข่าวกันเลย
“เฮ้ย ประธานาธิบดีแถลงแล้ว”
หะ นี่ลงทุนจ้างประธานาธิบดีโปรโมทหนังเลยเหรอ
“ตัวแสดงแทนหรือเปล่า”
ผมยังไม่เชื่อ
ตกลงว่าวันนั้นไม่มีใครมีกะจิตกะใจเรียนหนังสือกันเลย ไม่ว่าจะเข้าวิชาไหน ทุกคนก็มัวแต่ดูคลิปประหลาดนั่น สำนักข่าวทั้งในและต่างประเทศก็เล่นแต่ข่าวนี้กันหมด
และสิ่งที่ผมไม่อยากเชื่อหูก็มาถึง
“มหาวิทยาลัยประกาศหยุดการเรียนการสอน ให้ทุกคนเดินทางกลับบ้านหรือเข้าหอพัก รอฟังแถลงจากอธิการบดีอีกครั้ง”
“วินนายจะไปไหน มาอยู่ห้องเราก่อน”
คำชวนของไอ้โต้งเล่นเอานึกถึงหนัง Brokeback Mountain
“ไม่ละกูกลับบ้านดีกว่า ถ้าเฉลยออกมาว่านั่นเป็คลิปปลอมละก็พรุ่งนี้มีฮากันยกใหญ่”
ว่าแล้วผมก็โบกรถสี่ล้อแดงกลับบ้าน
ระหว่างทางคนบนรถก็เอาแต่ดูหรือพูดถึงคลิปสัตว์ประหลาดกับเทวดานั่น
ผมเองไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีก้าวหน้าไปมาก จะทำภาพอะไรก็เหมือนจริงทั้งนั้น แต่คราวนี้ทำไมหลายคนเล่นใหญ่กันผิดปกติ
พอถึงบ้านไอ้จ้อนก็ออกมาเห่าต้อนรับ มันเห่าไปเต้นไปดีใจเหมือนไม่เจอกันหลายปี ทั้งที่ผมออกจากบ้านไปเมื่อเช้านี้เอง
หลังจากยอมให้มันเลียแข้งขาจนพอใจ ผมก็เข้ามาในบ้าน
“วินเห็นคลิปหรือยังลูก”
เสียงแม่ดังจากในครัว
“ครับแม่ คงเป็คลิปโปรโมทหนังนะ”
“แต่เขาว่าของจริงนะ”
เขาว่าอีกแล้ว แม่ผม เขานี่อยากรู้จริงว่าใคร
ยังไม่ถึงเวลาอาหารเย็นผมเลยเข้าไปในห้องนอน โยนเป้ลงบนพื้น แล้วทิ้งตัวลงกับเตียง
โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น
“เบอร์แปลกโทรมาอีกละ ผมี้เีรับ ถ้าไม่ขายประกันก็ชวนเล่นพนันออนไลน์”
เสียงดังอยู่นานผมเลยกดตัดสายทิ้งไป
สักพักเบอร์นั่นก็โทรมาอีก
ผมมองดูหน้าจอโทรศัพท์เก่า ๆ นอกจากหมายเลขแล้วมีตัวอักษรประหลาดปนอยู่ด้วย อย่างนี้น่าจะพวกมิจฉาชีพมากกว่า
ผมโยนโทรศัพท์ลงบนที่นอน
“รับสิ”
ผมสะดุ้งพรวดลุกขึ้นยืน
เสียงนั้นดังมาจากไหนกัน
ผีหลอกกลางวัน
ไม่นาใช่ ถึงผมจะกลัวผี แต่บรรยากาศมันไม่ใช่อย่างนั้น
เบอร์นั่นโทรมาอีกแล้ว
ผมตัดสินใจยกโทรศัพท์ขึ้นรับสาย
“สวัสดีคะ คุณเทวินใช่ไหมคะ”
“ใช่ครับ”
“คุณเทวินสะดวกคุยกับดิฉันสักครู่ไหมคะ”
“สะดวกครับ” ประโยคของปลายสายคุ้นเคยจริง ๆ เดี๋ยวคงชวนสมัคอะไรสักอย่าง
“ขอบคุณคะ ทางเราขอเรียนให้ทราบว่าคุณได้รับเลือกให้เป็สมาชิกบัตร platinum ขององค์การป้องกันภัยแห่งเอกภพ ซึ่งมีสิทธิพิเศษต่าง ๆ มากมาย แต่เนื่องจากเป็สถานการณ์เร่งด่วน เลยขอให้คุณเทวินกรุณาตอบรับทางโทรศัพท์ด้วยค่ะ ทางเราจะบันทึกเสียงตอบรับไว้ในระบบเพื่อเป็หลักฐานแล้วจะสงบัตรสมาชิกให้ในทันที”
เปี๊ยบ เหมือนพวกขายบัตรเครดิตเปี๊ยบ ว่าแต่ชื่อบัตรคราวนี้แปลกไปหรือเปล่า
“บัตรสมาชิกอะไรนะครับ”
“องค์การป้องกันภัยแห่งเอกภพ หรือ Universe Prevent Organization ชื่อย่อ UPO. เรียกให้น่ารักว่า “อูโปะ” ก็ได้ค่ะ”
นี่มันไร้สาระกว่าทุกสายที่ผมเคยเจอมา
“พี่สาวล้อผมเล่นหรือเปล่าครับ”
“เราไม่มีเวลามาล้อเล่นนะคะ ประเทศอเมริกากำลังเดือดร้อน ทางนั้นเชิญเทพมาได้แต่พลังยังไม่เพียงพอที่จะสู้กับพวกนอกระบบ ตกลงคุณเทวินจะตอบรับหรือไม่ค่ะ”
“มีค่าใช้จ่ายหรือเปล่าครับ”
“ค่าธรรมเนียมปีแรกฟรีค่ะ ส่วนรายละเอียดเดี๋ยวทางเราจะอธิบายภายหลัง”
เอาวะ เล่นกับเขาสักครั้ง ผมเองก็เรียนนิติ กลัวอะไรกับเื่แค่นี้ ผิดนักก็เอาไปแจ้งตำรวจซะเลย
“ถ้าอย่างนั้น รับก็ได้ครับ แต่ต้องไม่มีอะไรผิดกฎหมายนะครับ”
“ถ้ากฎของโลกมนุษย์ไม่มีแน่นอนค่ะ”
“อะไรนะครับ”
“ทางเราบันทึกการตอบรับของคุณเทวิน อินทร์องค์จันทร์ ไว้เรียบร้อย ระบบจะส่งบัตรสมาชิกไปให้ที่บ้านในทันที หากมีปัญหาให้ติดต่อที่หมายเลขโทรศัพท์หลังบัตร ขอบคุณค่ะ”
แล้วหล่อนก็วางสายไปทันที
นอกจากคลิปประหลาดเมื่อเช้า นี่ก็เป็เื่แปลกอีกเื่หนึ่ง
แล้วยังแสงประหลาดนั่นอีก
“วินมีจดหมายมาส่งลูก”
“ครับแม่”
ผมลงไปชั้นล่าง ก็เห็นซองจดหมายสีเทาเลื่อมวางอยู่บนโต๊ะ สะกดชื่อผู้รับเป็ภาษาอังกฤษ Mr. Tawin Inongjan
ไม่คุ้นเลยว่าเป็จดหมายอะไร
ผมนั่งลงที่โต๊ะกินข้าว ฉีกซองจดหมายนั้นอย่างลวก ๆ
ข้างในมีบัตรสีเทาเข้มเป็ประกาย ขนาดเท่าบัตรเครดิต แนบติดกับกระดาษแข็ง บนบัตรระบุชื่อผมเป็ภาษาอังกฤษเหมือนหน้าซอง มีตัวอักษร UPO. อยู่มุมบนขวา มีคำว่า PLATINUM อยู่มุมบนซ้าย
ด้านหลังกระดาษแข็งมีข้อความ
“ยินดีต้อนรับท่านสู่การเป็สมาชิกพิเศษ ขององค์การป้องกันภัยแห่งเอกภพ หรือ Universe Prevent Organization ขอให้ท่านสแกนคิวอาร์โค้ด ด่านล่างเพื่อยืนยันตัวตนในทันที”
นี่มันอะไรกัน ผมเพิ่งวางสายไปเมื่อกี้ บัตรนี่ก็ถูกส่งมาถึงเลย
“แม่ครับใครเป็คนเอาจดหมายมาส่งครับ”
ผมเริ่มสงสัยว่าเพื่อนบางคนอาจรวมหัวกันแกล้งผมก็เป็ไปได้ แต่มันจะเล่นใหญ่ไปไหม
“บุรุษไปรษณีย์สิลูก ทำไมเหรอ”
“เปล่าครับ”
ผมนั่งคิดถึงข่าวพวกหลอกลวงทางอินเตอร์เน็ตที่เคยได้ยินมา แต่ก็นึกไม่ออกว่ามีวิธีการแบบนี้ด้วยไหม
เอาวะ นักศึกษาอย่างผมจะมีอะไรให้พวกมันหลอก
ผมหยิบมือถือขึ้นสแกนทันที
หน้าเว็บสีเทาปรากฏขึ้นในหน้าจอโทรศัพท์ จากนั้นมีข้อความ ยินดีต้อนรับ Mr. Tawin Inongjan รหัสเข้าสู่เว็บไซต์คือวันเดือนปีเกิดของคุณ
นั่นแน่ หลอกถามวันเดือนปีเกิดมาเชียว ไม่ได้กินผมหรอก
ว่าแล้วผมก็กดวันเดือนปีเกิดมั่ว ๆ ลงไป
รหัสผิดพลาด คุณสามารถทำรายการได้อีกสองครั้ง
ห่ะ นี่พวกหลอกลวงทำได้ขนาดนี้เชียวหรือ
ผมลองกดรหัสมั่ว ๆ อีกครั้ง
รหัสผิดพลาด คุณสามารถทำรายการได้อีกหนึ่งครั้ง ก่อนที่บัตรสมาชิกของคุณจะถูกยกเลิก
ผมชั่งใจคิดอยู่พักใหญ่
จากนั้นจึงกดวันเดือนปีเกิดของจริงลงไป
หน้าจอเปลี่ยนจากสีเทาเป็สีขาว จากนั้นมีตัวหนังสือที่ผมไม่รู้จักวิ่งไปมาวุ่นวายครู่หนึ่ง ก็มีรูปโครงหน้าขึ้นมาตรงหน้าจอ
ขอให้คุณเปิดกล้องแล้วขยับใบหน้าให้ตรงกับภาพบนจอ ระบบจะยืนยันตัวตนด้วยใบหน้าอีกครั้ง
โหยตอนนี้พวกเว็บหลอกลวงทำกันขนาดนี้เลยหรือ
ผมลองขยับหน้าตามที่ข้อความบอก หน้าจอขึ้นเส้นสีขาวขึ้นลงเหมือนกำลังสแกนครู่หนึ่งก็ก็ดับไป
เอาแล้ว หรือเป็พวกแฮกเกอร์
ทันใดนั้นก็มีภาพชายแก่คนหนึ่งใสสูทสีเทาเข้มผูกเนคไทค์สีเทาอ่อนปรากฏขึ้น
“ยินดีต้อนรับคุณเทวิน ก่อนที่จะดำเนินการต่อไปขอให้คุณแน่ใจว่าคุณอยู่คนเดียว เื่นี้ไม่อาจให้บุคคลอื่นรับรู้ได้”
ชัวร์แล้วผม เดี๋ยวพวกนี้จะต้องให้ผมเอาบัตรเครดิตไปกดโอนเงินที่ตู้เอทีเอ็มแน่
“เราไม่ทำอย่างนั้นหรอก”
ผมสะดุ้ง พวกนี้อ่านใจได้ด้วยเหรอ
“ก็ไม่ขนาดนั้น”
แนะ อย่างนี้ยังว่าอ่านใจไม่ได้
“ก่อนคุยกันต่อ คุณอยู่คนเดียวแน่ไหม”
ผมหันไปมองในครัว แล้วย่องเข้าไปในห้องนอน
“เอาล่ะ ก่อนอื่นขออธิบายกฎขององการณ์เราให้ฟัง
กฎข้อแรก ห้ามบอกใครเกี่ยวกับเื่ของเราในทุกกรณี”
มาละ ๆ ผมคิดในใจ
“ฟังให้จบก่อน”
แหม
“กฎข้อที่สอง การยกเลิกบัตรสมาชิกเป็สิทธิ์ขาดขององค์การ”
“แค่นั้นเหรอครับ”
“แค่นี้”
ผมพยายามจับผิดการเคลื่อนไหวของชายแก่คนนี้ ดูไม่ออกว่าเป็โปรแกรมหรือ AI หรือเปล่า
“แล้วบัตรนี้ใช้ทำอะไรได้ครับ ผมลองดูในซองแล้ว ก็ไม่เห็นมีวิธีใช้หรือเอกสารอื่นเลย”
“ไม่ยาก คุณเทวินทราบเื่ที่อเมริกาหรือยัง”
“เื่คลิปนั่น ทราบแล้วครับ”
“นั่นเป็ของจริง”
ของจริง ไม่น่าเชื่อ ผมแอบคิดในใจอีก
“ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้ว ถ้าชักช้าจะมีคนเจ็บตายมากกว่านี้”
ว่าแล้วภาพหน้าจอก็ปรากฏภาพข่าวทั้งของไทยและต่างประเทศขึ้นมาเต็มไปหมด ล้วนแต่เป็ข่าวสัตว์ประหลาดสู้กับเทวดานั่น
“เป็ไปได้ยังไง”
“เอาไว้อธิบายทีหลัง ตอนนี้คุณช่วยหยิบบัตรขึ้นมาก่อน”
ผมลังเลเล็กน้อย แต่ก็หยิบบัตรสีเทาเข้มนั่นขึ้นมา
ช่วยบอกชื่อนามสกุลอีกที
“ผมเทวิน อินทร์องค์จันทร์”
พูดตามกระผมคำต่อคำเลยนะ
“ขออัญเชิญ”
“ขออัญเชิญ”
“อัครทูต์มิคาเอล”
“ฮ้า”
“ไม่ฮ้าสิครับ พูดตามให้ชัด ๆ”
“อัครทูต์มิคาเอล”
แสงแวบคล้ายเมื่อเช้าปรากฏขึ้นต่อหน้าผมทันที แล้วร่างหนึ่ง ก็ลอยอยู่กลางอากาศ เป็ผู้ชายฝรั่งหน้าหน้าตาหล่อสุด ๆ มีปีกสองข้าง ในมือถือมีดดาบแบบยุโรปเล่มหนึ่ง ลักษณะคล้ายเทวดาฝรั่งในคลิปไม่มีผิด
ผมรู้สึกว่าผมบนหัวตั้งขึ้นทุกเส้น มือไม้สั่น คลื่นไส้ หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ เหงื่อไหลออกมาท่วมตัว
ร่างนั้นจ้องมาที่ผม
“คนนี้หรือ”
พูดไทยได้ด้วย ผมคิด แต่ยังอ้าปากค้างอยู่
“เราไม่ได้พูดภาษาเ้าหรอก แต่ถ้อยคำของเทพระดับเรา พวกเ้าย่อมต้องเข้าใจได้”
“ขอรับ นี่เป็ร่างที่เหมาะสมที่สุดในตอนนี้แล้ว”
สถานการณ์เช่นนี้ อย่างไรก็ต้องลงมือ มิเช่นนั้นจะมีมนุษย์ตกตายอีกมาก
“คุณเทวิน” ชายแก่เรียกผม
“คระ..ครับ” ผมรู้สึกเหมือนมีข้าวเหนียวก้อนเท่ากำปั้นติดคอ
“ขอบคุณมาก”
ซึ้งขึ้นมาซะอย่างนั้น
“เราต้องไปกันแล้ว” ร่างเรืองแสงหันมาบอกผม
“ไปไหนครับ”
ต่อหน้าร่างตรงหน้า ผมกลายเป็คนพูดเพราะขึ้นมาทันที
“ไปสู้กับพวกปีศาจนอกระบบนั่น”
“สู้ยะ..ยังไงครับ”
“เอาละไม่มีเวลาแล้ว ฟังให้ดีนะ”
“คระๆๆๆๆครับ”
“ข้าอนุญาตให้เ้าใช้พลังแห่งมิคาเอล”