ก่อนที่จะไปจัดการกับจักรวรรดิเหวินิ เทียนต้องหาข้อมูลศัตรูให้มากที่สุดหากว่า ไปโดยไม่ตรวจสอบให้ดี ไปเจอผู้ที่มีพลังเหนือกว่าอีกอาจจะแย่ก็ได้เทียนปรึกษากับ ปู่หลี่ต้าเหอ เลยให้คำแนะนำว่า สำนักเทพยุทธ์ น่าจะมีคนรู้ หากว่าเราชนะไปเรื่อย ๆ โดยนำอาวุธ์ออกมาใช้ ต้องมีคนตำแหน่งระดับสูงในสำนักเทพยุทธ์ สนใจเป็แน่ เทียนพยักหน้าเข้าใจ
เลยเข้ากดแผ่นหยกตอบรับต่อสู้เข้าสนามเทพยุทธ์ มีคนท้าสู้เทียนอยู่สามคน เทียนกินยาแยกร่างเข้าไป แล้วก็ปรากฏตัวพร้อมกับกระรอกเทพ ที่เวลานี้ร่างเปลี่ยนเป็สีดำกับสีขาว เทียนสงสัย ตกลงว่ามันเป็สัตว์ิญญาสีใดกันแน่ เทียนใส่รองเท้าเหินเวหา แล้ว ใส่ถุงมือเหล็ก ยืนรอโฆษกประกาศ
“ คู่ต่อไปซูเทียน หนุ่มน้อยหมัด์ มาด้วยพลังเทพยุทธ ระดับ 26 พลังิญญายุทธ ระดับ 29 สัตว์ิญญากระรอก สองสี ขาวดำ พบคู่ต่อสู้ที่ติดอันดับที่ 20 ของสนามเทพยุทธ์แห่งนี้ เขาคือ หานถัง กรงเล็บเหล็กลอยฟ้า พลังเทพยุทธ ระดับ 28 ิญญายุทธ 28 สัตว์ิญญาหมาป่าสีทอง ขอเชิญทุกท่านมาดูกัน หมัด์ กับ กรงเล็บเหล็กใครจะอยู่ใครจะไป เริ่มต่อสู้ได้เลย”
หานถัง ปล่อยิญญาหมาป่าออกมา ทำให้หานถังกลายร่างเป็หมาป่าสีทองขยายร่างให้ใหญ่โตขึ้นไปอีก แล้วตวัดกรงเล็บเข้าใส่เทียนที่มองอย่างนิ่งเฉย พอเข้าใกล้ระยะสำหรับปะทะ เทียนเหวี่ยงหมัดเหล็กเข้าใส่ เกิด การปะทะ กับกรงเล็บเหล็กลอยฟ้าของหมาป่าสีทอง โครม ! กรงเล็บหมาป่าแหลกละเอียด ร่างถูกพลังหมัดเหล็กของเทียนกระแทกเข้าใส่ ที่ทรวงอก ร่างทะลุเป็รูกลม ตายคาที่ เ้ากระรอกเทพพ่นไฟเข้าใส่ซ้ำอีกที ร่างกลายเป็ตอตะโก เทียนดีด เปรี้ยงร่างสลายกลายเป็ฝุ่นทันที
ส่วนคู่ต่อมาของเทียน เป็ศิษย์ของสำนักเทพยุทธ์
“ คู่ต่อสู่คนต่อไปของ ซูเทียน คือ อันดับ 19 จากสำนักเทพยุทธ์ ตาต้า เสือดาวนรก พลังเทพยุทธ ระดับที่ 30 ิญญายุทธ 30 สัตว์ิญญาเสือดาวทอง
เขาทำสถิติไม่แพ้ใครมาสิบนัดแล้ว เขาหวังว่าจะติด 1 ใน 10 ของสนามเทพยุทธ์ในเดือนนี้ มาดูกัน ใครจะดับฝัน ใครกันแน่ เริ่มประลองกันได้เลย ๆ ๆ ๆ ๆ”
“ สิ้นเสียงประกาศ ตาต้า ปล่อยเสือดาวิญญาพุ่งใส่เทียนก่อน เ้ากระรอกหลบไปอยู่หลังเทียนทันที เทียนต่อยถุงมือเหล็ก เข้าปะทะกับ เสือดาวสีทองตัวนี้ โครม ! ทำให้เทียนต้องถอยไปหลายก้าว แต่เสือดาวลอยไปกระเด็นออกไป
ตาต้า เรียกเสือดาวออกมาอีก สามตัว เข้ารุมเทียน เทียนสลัดเข็มหิมะเข้าใส่ เสือดาวกลับไม่เป็อะไร เพราะว่าหนังมันหนามากกว่า สัตว์โดยทั่วไป
มันพุ่งเข้าใส่เทียนอีกครั้ง เทียนใช้กระบี่์ ออกมา แล้วฟันใส่ทีเดียว ร่างเสือดาวขาดเป็สองท่อนทันที แล้วรัศมีกระบี่ กรีดลำตัวของตาต้า ที่ยืนสั่งงานอยู่ด้านหลังขาดกลางเป็สองท่อน ตามแบบไม่ทันตั้งตัว ทุกคนในสนามตะลึงยิ่งนัก
ไม่คิดว่าเทียนจะมีกระบี่ที่คมเช่นนี้ในห้องควบคุมสนามเทพยุทธ์
“ กระบี่์ เ้าหนุ่มคนนี้มีกระบี่์ด้วยหรือนี่ ผู้เฒ่าอินทรี ท่านไปติดต่อให้ข้าที ว่ามันจะยอมขายไหม ข้าพร้อมสู้ราคา” หัวหน้าใหญ่ที่ควบคุมสนามเทพยุทธ์ สนใจกระบี่์
เทียนว่าวันนี้พอแค่นี้ก่อน คิดว่าน่าจะมีคนเข้ามาหาตนอีกไม่นานนี้ ขณะจะออกจากร่าง ก็มีผู้เฒ่าอินทรีก็บินมายืนด้านข้าง
ปรมาจารย์ อัครพรหมเทพ อีกคนหรือนี่ เทียนใ
“ พ่อหนุ่มอย่างเพิ่งไป ข้ามีเื่อยากคุยด้วย”
“ มีอะไร หรือ ขอรับ ” เทียนเอ่ยอย่างนอบน้อม
“ ข้าสนใจกระบี่ของเ้า ไม่ทราบว่าเ้าได้มาจากไหน จะขอดูหน่อยได้ไหม”
เทียนโยนกระบี่ให้ดูทันที แล้วบอกอีกว่า
“ มันเป็กระบี่ที่ข้าพบในถ้ำของเทพอักษร แต่สุดท้ายถ้ำก็ถูกพวกจักรวรรดิเหวินิถล่มพังไปจนหมด ผู้ที่คอยเฝ้าสมบัติคือท่านาาหมี ถูกพวกมันฆ่าตาย” เทียนตอบออกไปจริงบ้างมั่วบ้าง แต่ก็แค้นจักรวรรดิเหวินิจริงๆ
“ นี่แท้เป็เช่นนี้ กระบี่์จริงๆด้วย เ้าโยนมาให้ข้า ไม่กลัวข้าจะ่ชิงมันไปหรือ” ผู้เฒ่าอินทรีเอ่ยขึ้นมาเบา ๆ ไม่มองหน้าเทียนมองแต่กระบี่
“ ถ้าท่านคิดจะ่ชิง จะทำเมื่อไร ก็ได้ ไม่เห็นต้องขอดูเลย พลังระดับอัครพรหมเทพ แค่กระดิกนิ้ว ข้าก็หัวหลุดแล้ว” เทียนเอ่ยตามตรง
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เ้าหนุ่ม เ้านี้ไม่โง่ พอดีเ้านายข้าเขาสนใจกระบี่์เล่มนี้ เ้าพอที่จะขายให้เขาได้ไหม” ผู้เฒ่าอีนทรีเอ่ยตามตรงเช่นกัน
“ ไม่มีปัญหา แต่ว่ารอให้ข้าใช้มัน เด็ดหัวของ จ้าวจักรวรรดิเหวินิให้ได้ก่อน ข้าถึงจะขายให้” เทียนไม่ปฏิเสธ แต่กำลังหาวิธีสืบข่าวจักรวรรดิเหวินิ
“ ดี พูดตรงดี ไปพบกับนายท่านบอกกับเขาตามตรง ไม่แน่ว่าท่านอาจช่วยเ้าได้”
จากนั้นเทียนก็ถูกพาไปที่สำนักเทพยุทธ์ พบนายท่านของผู้เฒ่าอินทรี
ผู้เฒ่าอินทรีเป็ถึงระดับ ปรมาจารย์อัครพรหมเทพระดับต้น แล้วเ้านายคงต้องมีพลังที่สูงยิ่งกว่านี้เป็แน่เลย
ผู้เฒ่าอินทรีรายงานเสร็จก็เดินออกมาเรียกเทียนให้เดินเข้าไป
พอเทียนเดินเข้าไป ก็พบชายที่เป็เ้านายของ ผู้เฒ่าอินทรี พอมองเห็นก็รู้เลยว่า
ไม่ธรรมดา เทียนมองพลังเขาไม่ออก ว่าอยู่ระดับใด แต่แน่นอน ว่าเหนือกว่าผู้เฒ่าอินทรีแน่
“ เ้าเป็ใครกันแน่ ทำไมถึงกล้าคิดจัดการกับ จ้าวจักรวรรดิเหวินิถึงเพียงนี้”
“ พวกมันฆ่าอาจารย์และศิษย์พี่ของข้า กวาดล้างสำนักของข้า แล้วยังเข่นฆ่าท่านปู่หมีใหญ่ แถมยังนำเกล็ดั กับ เล็บท่านปู่หมีใหญ่ข้าไปอีก ” เทียนไม่ปิดปัง
“ เ้าเป็อะไรกับเด็กที่ชื่อหลี่เทียน หรือว่าเ้าคือมัน..?”
เทียนไม่ตอบ แต่ปล่อยร่างจริงออกมา ปรากฏร่างเด็กน้อยวัย 6 ขวบยืนต่อหน้า นายท่าน กับผู้เฒ่าอินทรีทันที ทั้งสองตกตะลึงยิ่งนักไม่คิดว่าเทียนจะมีวิชาแปลงกายได้มหัศจรรย์แบบนี้
“ ข้าชื่อ หลี่เทียนคนที่ท่านลี่มู่ช่วยมาในวันนั้น”
“ นึกไม่ถึงว่าเ้านี้ไม่ใช่เด็กธรรมดาจริง ๆ ข้าชื่อ อวี่ซื่อ เป็นายท่านสี่ จากสำนักเทพยุทธ์คุมสถานที่ต่อสู้แห่งนี้ ข้าสนใจกระบี่ของเ้าจริง ๆ อยากนำไปเป็ของขวัญวันเกิดให้บุตรสาวของข้า แต่เมื่อเ้าจำเป็แบบนี้ ข้าก็ไม่อยากบีบบังคับ แต่ว่าข้าขอเตือน จักรวรรดิเหวินิ ไม่ใช่โค่นล้มกันง่าย ๆ พวกมันมีขุมกำลังไม่ด้อยไปกว่า จักรวรรดิใดใด อาจจะเหนือกว่าด้วยซ้ำ ถึงแม้สำนักเทพยุทธ์ จะยืนหยัดเป็กลางอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งของพวกมันทั้ง 6 จักรวรรดิ ก็ไม่สามารถช่วยเ้าได้ในเื่นี้ แต่ข้าสามารถให้ข่าวสารที่เป็ประโยชน์ พร้อมทั้งการเคลื่อนไหวของพวกมันให้เ้าได้ เริ่มแรก ข้าจะบอกขุมกำลังของมันให้ เริ่มจากพลังเทพยุทธ์ในระดับ 35 ไม่เกิน 40 พวกมันมีไม่ต่ำกว่า 100 คน
ส่วนในระดับปรมาจารย์อัครพรหมเทพ ระดับต้น มีอยู่ 10 คน ระดับกลาง มีอยู่ 5 คน รวมทั้ง จ้าวจักรวรรดิด้วย ส่วนระดับปรมาจารย์อัครพรหมเทพ ระดับสูงมีแน่นอนอีก 1 คน คือ จ้าวจักรวรรดิคนก่อนซึ่งเวลานี้เก็บตัวฝึกฝนตัวเองเพื่อให้ผ่านไปสู่ ระดับปรมาจารย์ ราชันพรหมเทพ ลำพังเพียงเ้าคนเดียว จะไปทำอะไรพวกมันได้ เ้าลองคิดดู” เทียนฟังจบก็อึ้งไป ที่รู้ข้อมูลเบื้องลึก พวกมันมีกำลังไม่ธรรมดาจริง ๆ ดีที่รู้ข้อมูลก่อน ไม่ใจร้อนไปแก้แค้น มิเช่นนั้น ศพไม่สวยแน่
“ ต้องขอบคุณนายท่านสี่ ที่บอกเื่นี้ให้กับข้า กระบี่์เล่มนี้ข้าขอมอบให้ท่านไปมอบเป็ของขวัญวันเกิดลูกสาวท่านก็แล้วกัน ข้าคงต้องรอให้โตมากกว่านี้ ถึงจะไปแก้แค้นพวกมันได้ ดังนั้นกระบี่์นี้ ไม่มีประโยชน์กับข้าอีกแล้ว” เทียนมอบกระบี่์ให้นายท่านสี่ทันที
“ ไอ้หนู เ้านี่ไม่เรียกราคาเสียหน่อยเลยหรือ นี่คือกระบี่ระดับ์เชียวนะ ในแผ่นดินนี้ ข้าเห็นมีเพียงไม่กี่เล่มเท่านั้น แล้วไม่มีใครเขาให้กันง่าย ๆ แบบนี้โดย ไม่มีต่อรองอะไร เลย” นายท่านสี่ใไม่คิดว่าเทียนจะใจถึงขนาดนี้
“ ก็แค่กระบี่เล่มเดียว เทียบกับความรักที่ท่านมีต่อบุตรสาวแล้ว ยังห่างไกลกันนัก”
ทีแรกเทียนจะบอกว่า แลกกับข้อมูลที่บอกมาที่ทำให้เข้าไม่ต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงก็คุ้มแล้ว แต่พูดเื่ความรักพ่อกับลูกสาวแล้ว รู้สึกจะเท่ห์กว่า
“ อย่าเลย เ้าบอกราคามาข้าพร้อมจะให้เ้า” นายท่านสี่เอ่ย
“ ไม่เป็ไร เงินข้ามีเยอะแล้ว ไว้ข้าอยากให้ท่านช่วย ข้าจะมาขอร้องก็แล้วกัน” เทียนเอ่ยจบก็ลาจากไป
“ ไอ้เด็กคนนี้ มันฉลาดเกินวัย มันรู้ว่าสักวันหนึ่ง ถ้ามันร้องขอข้าให้ช่วยมัน จะทำให้ข้าปฏิเสธมันไม่ได้” นายท่านสี่เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ แต่ข้าว่า ดูจากนิสัยของมันแล้ว มันอยากแก้แค้นด้วยตัวของมันเองมากกว่า” ผู้เฒ่าอินทรีแสดงความคิดเห็น
“ อวี้หลันคงชอบกระบี่์เล่มนี้แน่เลย “ นายท่านสี่ลูบคลำกระบี่อย่างมีความสุข
บ้านตระกูลลี่
“ อะไรนะ ม้าเกือบพันตัว เ้าบอกว่าพวกมันกำลังจะตาย นี่เป็ไปได้อย่างไร ไปตามหมอรักษาสัตว์มาให้หมด ช่วยได้เท่าไรก็เท่านั้น” ท่านลี่มู่กำลังวุ่นวายที่ม้าของตระกูลจู่ ๆ ก็เกิดป่วยพร้อมๆ กันแทบทั้งหมด คนดูแลม้าก็ไม่รู้จะช่วยรักษาได้อย่างไร ทำให้อาจารย์ลี่ชิง ซึ่งเป็หมอรักษาคนยังมาช่วยสังเกตอาการด้วย
เทียนได้ยินเสียงม้าร้องโหยหวน เห็นคนเริ่มที่จะฆ่าม้าไปทีละตัว เพราะกลัวว่าจะทำให้ตัวที่แข็งแรง ติดโรคไปด้วย เทียนไม่รอช้ารีบเข้าไปห้ามทันที
“ หยุดก่อน อย่าฆ่ามัน ลองให้ข้ารักษาพวกมันก่อนได้ไหม” เทียนเข้าไปขวางคนของท่านลี่มู่ให้มาสังหารม้าที่อ่อนแอใกล้ตาย หลายร้อยตัว ที่นอนกันเกลื่อนไปหมด
“ ไม่ได้ ไอ้หนู นี่ไม่ใช่เื่ของเด็ก อย่ามายุ่ง” นักรบเกือบห้าสิบคนไม่มีใครฟังเทียนสักคน ทำให้เทียนต้องใช้ดัชนีวายุยิงใส่เพื่อจี้จุดทั้งห้าสิบคน ทำให้ทุกคนยกดาบค้างเอาไว้ทำอะไรไม่ได้ ยืนแข็งทื่อทั้งหมด เทียนมองม้าที่ถูกสังหารไปเกือบห้าสิบตัวด้วยความสงสาร แต่ช่วยอะไรไม่ได้แล้ว มองเห็นที่เหลือที่นอนนิ่ง
“ พี่ม้าไปกินอะไรกันมา ถึงได้ถ่ายเป็เืกันแบบนี้” เทียนถามม้าตัวหนึ่ง ที่ยังแข็งแรง ขณะที่ตัวอื่น ๆ ถ่ายออกมาเป็เื
“ ไม่รู้ ก็กินหญ้าปกติ แต่ว่าที่อยู่มันสกปรกเหม็นเหลือเกิน ทำให้พวกเราไม่ค่อยสบายเนื้อสบายตัวเลย” ม้าที่ป่วยส่งจิตบอกออกมาอย่างเหนื่อยล้า เทียนสังเกตคอม้าทุกตัวบวมแดง ตัวสั่น คล้ายเชื้อโรคติดต่อของมนุษย์ที่ติดมาจากสัตว์กินพืชเป็อาหารหรือว่าเป็เชื้อแบคทีเรีย โรคระบาดแอนเทรกซ์
เทียนรีบลุกออกมาจากที่นี่แล้วมองไปรอบๆ ใช้ััดูทั่วบริเวณคอกม้า พบเชื้อโรคมากมาย เทียนใช้พลังนิรันดร์ที่สามตรวจสอบทันที แล้วในที่สุดก็มองเห็นเชื้อแบคทีเรียที่ติดมากับหญ้าที่ นำมาเป็อาหารให้ม้า ก็ใ ใช่จริงๆ ด้วย เทียนรีบวิ่งเข้าไป
คลังสมุนไพรแล้วนำส่วนผสมที่จะสามารถทำเป็ยาฆ่าเชื้อได้ ต้องทำทีเดียวไม่ต่ำกว่า 500 เม็ด เทียนหลอมยาทีเดียว 10 เตาแล้วใช้สมุนไพรมากมาย ควันโขมงไปหมด แล้วเพิ่มน้ำทิพย์เข้าไป เทียนหลอมเสร็จ ก็ได้เม็ดยาทั้งหมด 500เม็ด พอออกมาก็พบหมอม้า มากับเกือบ 20 คนคอยตรวจดูม้า แม้แต่อาจารย์ลี่ชิงก็เข้ามาดูด้วย เทียนต้องรีบไปดึงตัว อาจารย์ออกมา
“ อาจารย์ระวังหน่อย พวกมันติดเชื้อโรคระบาดชนิดหนึ่ง ข้าจะรักษาพวกมันเอง”เทียนเอ่ยจบ หมอทุกคนที่มาก็หัวเราะ
“ ไอ้หนู ม้าพวกนี้ถูกพยาธิสูบเืจนอวัยวะภายในถูกทำลายหมดแล้ว ไม่สามารถช่วยมันได้แล้ว ให้พวกเ้าหน้าที่นำพวกมันไปเผาไฟให้หมดได้แล้ว” หมอม้าทั้งยี่สิบคนวินิจฉัยไปในทางเดียวกัน
แต่ว่าเ้าหน้าที่เกือบ 50 คนกลับไม่ขยับตัวไปไหน ยืนนิ่งอยู่กับที บางคนถือดาบค้าง ทำให้หมอสงสัยเป็อันมา เทียนไม่สนใจเข้าไปหาม้าตัวแรก ก็ยัดเม็ดยาเข้าปากพวกมันทีละตัว จนม้าที่นอนอ่อนแรงกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมทันที เทียนรักษาได้ ยี่สิบกว่าตัวก็เหนื่อย เลยคลายจุดให้นักรบทั้ง ห้าสิบคน นำยาเม็ดรักษาอารป่วยให้ม้าที่เหลือ กิน ทุกคนเชื่อฟังคำสั่งเทียนทุกคน เทียนแค่เดินไปถ่ายพลังเทพบริสุทธิ์ให้ม้าทุกตัว ในที่สุดม้าเกือบห้าร้อยตัว ก็กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม เทียนสั่งให้นำหญ้าที่เหลืออยู่ไปทำลายให้หมด แล้วทำความสะอาดคอกม้าครั้งใหญ่ นำหญ้าใหม่ ๆ มาให้พวกมันกิน ไม่นานทุกอย่างก็กลับสู่ภาวะปกติ หมอม้าทั้งหลายเห็นม้ากลับมาแข็งแรง ก็พูดไม่ออก รีบเดินทางกลับทันทีอายเด็ก อาจารย์ลี่ชิงเอ่ยถามเทียน
“ เ้าเป็หมอม้าด้วยหรือ”
“ ขอรับ เมื่อก่อนข้ารักษาหมา แมว กบ หนู ปลา นก ไก่ ข้ารักษามาหมดแล้ว”
เทียนคุยไปเรื่อยๆ จนอาจารย์ลี่ชิงเอามือมาลูกหัวเทียนด้วยความเอ็นดู แต่ไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไร
“ มอมแมมไปหมด ไปอาบน้ำได้แล้ว” เทียนดมเสื้อตัวเองก็รู้สึกได้ จึงรีบวิ่งไปอาบน้ำอย่างเร็ว พอดีท่านลี่มู่มาถึง อาจารย์ลี่ชิงก็เล่าเื่ทั้งหมดให้ฟัง
“ อืม เด็กคนนี้ฉลาดเกินวัย โตขึ้นย่อมไม่ธรรมดาแน่ ลูกดูแลมันให้ดีเถอะ”
ลี่มู่เอ่ยขณะที่มองเทียนที่กำลังวิ่งจากไป...