ปวริศารู้สึกปวดเมื่อยเนื้อตัวไปหมด ก็คนไม่เคยทำงานหนักๆ มาก่อนเลยนี่นะ พอให้มาตักน้ำใส่โอ่งอย่างนี้ก็เลยปวดเมื่อยเนื้อตัวเป็ของธรรมดา ถึงเธอจะได้พักหลังจากที่ตักน้ำใส่โอ่งจนเต็มทั้งหมดแล้วก็เถอะ
“นี่จะรอให้มืดค่ำก่อนหรือยังไงถึงจะไปทำกับข้าวกับปลาน่ะ!!!!......”
เสียงของนายหัวจิรทิปต์ดังเข้ามาให้ได้ยิน หญิงสาวตัวเล็กรับรู้ได้ทันทีว่าเขามาอารมณ์ไหน ซึ่งหลังจากที่เธอทำภารกิจตามที่เขาสั่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็หายออกจากกระท่อมไปเฉยเลย เธอก็ไม่ทันสังเกตว่าเขาหายไปไหน เพราะมัวแต่ปวดเมื่อยเนื้อตัว อยากพักผ่อนให้หายเหนื่อยนั้นเอง จึงไม่ได้ใส่ใจว่าเขาจะไปไหนมาไหน
“ไปทำเดี๋ยวนี้แหละ”
ปวริศาพยุงตัวเองลุกขึ้น เดินตรงไปยังโซนทำครัว เธอสังเกตว่าที่กระท่อมแห่งนี้ ไม่มีไฟฟ้า ซึ่งก็แสดงว่าตอนมืดค่ำดึกดื่นจะไม่มีแสงสว่างจากไฟฟ้าเลยสักดวง แล้วอย่างนี้เธอจะทำยังไงล่ะ เธอยิ่งเป็คนกลัวสิ่งลี้ลับอยู่ด้วย และที่กลัวมากๆ ก็คือผีนั้นล่ะ
‘เอาน่า มันคงไม่มีอะไรหรอก เราต้องอยู่ได้สิ’
ปวริศาสลัดความหวาดกลัวนั้นออกไป พยายามคิดไปในทางที่ดี เพราะไม่รู้ว่าเธอจะต้องอยู่ที่นี่ ให้นายหัวจิรทิปต์แก้แค้นไปอีกนานสักเท่าไร ยังไงเสียถึงจะอยู่ไม่ได้ก็ต้องอยู่ ถึงจะทนไม่ได้ก็ต้องทน เพราะจากที่สังเกตช่องทางหนีทีไล่ ไม่เห็นมีช่องทางไหนเลยที่จะทำให้เธอหนีไปจากที่นี่ได้
ปวริศาก่อไฟก่อนเป็อันดับแรก เมื่อก่อไฟในเตาถ่านติดแล้ว เธอก็ตั้งหมอข้าว แล้วค่อยหันกลับมาทำอาหาร ในการจับโน้นจับนี้ก็จะไม่สะดวกเท่าที่ควร เพราะนิ้วชี้ถูกมีดบาดตอนที่ทำอาหารเมื่อตอนกลางวัน แต่ถึงจะหยิบจับโน่นนี่นั่นไม่ถนัด เธอก็ทำอาหารจนเสร็จจนได้
หญิงสาวตัวเล็กทำอาหารเสร็จก็ฟ้ามืดพอดี เธอเห็นนายหัวจิรทิปต์หายเข้าไปในกระท่อม และเดินออกมาพร้อมแสงสว่างจากตะเกียงที่เขาถืออยู่ในมือ ซึ่งนั้นก็ทำให้หญิงสาวตัวเล็กโล่งใจไปได้บ้าง ที่อย่างน้อยก็ยังพอมีแสงสว่างอยู่บ้าง
“อาหารเสร็จแล้ว”
“อืม!!!!......”
หญิงสาวตัวเล็กเอ่ยกับนายหัวหนุ่ม ขณะเดียวกันก็ยกจานอาหารมาวาง ซึ่งนายหัวหนุ่มได้ยินคำพูดบอกของหญิงสาวตัวเล็ก ก็รับคำแบบกระแทกกระทั้นสั้นๆ แล้วเดินมานั่งลงใกล้ๆ กับจานอาหารที่หญิงสาวตัวเล็กยกมาวาง โดยที่เขานั่งมองหญิงสาวตัวเล็กหยิบยกจานชามวาง โดยไม่สนใจที่จะช่วยเลยสักนิด จนกระทั่งเธอยกมาวางเสร็จ คนทั้งสองจึงนั่งทานกันไปเงียบๆ
และพอทานอาหารกันเสร็จแล้ว ก็เป็หน้าที่ของปวริศาอีกนั่นแหละ ที่จะต้องเก็บถ้วยจานชามไปล้าง โดยที่นายหัวหนุ่มก็ไม่คิดจะสนใจอีกเช่นเคย ทำเพียงหรี่ตามองและคิดอย่างหมายมาด
“ไปอาบน้ำซะ ฉันไม่อยากจะนอนกับผู้หญิงที่เนื้อตัวเหม็นเน่า"
นายหัวหนุ่มพูดขึ้นเมื่อเห็นปวริศานั่งนิ่ง ไม่ถามไถ่ที่จะไปอาบน้ำชำระล้างร่างกาย ปวริศาได้ยินว่าเธอจะต้องนอนกับผู้ชายตัวโตคนนี้ ดวงตากลมโตก็เบิกตากว้าง เธอไม่ได้คิดถึงเื่นี้เลย มัวแต่คิดว่าเขาจะทรมานเธอ แบบที่ให้ทำงานหนักๆ อะไรประมาณนั้น
“นะ นอนกับนายหัวอย่างนั้นเหรอ!!??......”
ปวริศาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่น้ำเสียงหรอก แต่เนื้อตัวเธอก็ชาวาบไปทั่วทั้งตัวด้วยเหมือนกัน เธอไม่ทันได้เตรียมตัวกับเื่นี้มาก่อน ถึงเธอจะอายุอานามย่างเข้ายี่สิบห้าปีแล้ว แต่เธอไม่เคยผ่านประสบการณ์เื่นี้มาก่อนเลยในชีวิต
“ก็ใช่นะสิ ฉันคงไม่จับเธอมาแก้แค้น เพียงแค่ให้ทำงานหนักๆ หรอกนะ มันไม่ซะใจ ไปอาบน้ำ!!!!”
นายหัวหนุ่มลุกขึ้นเดินเข้ามาใกล้ๆ ร่างบาง เขายื่นมือใหญ่มาจับแขนเรียว กระชากแรงๆ ให้ร่างบางลุกขึ้น จากนั้นก็ฉุดดึงร่างบางพาลงบันได และเดินตรงไปที่ห้องน้ำ ข้างๆ กระท่อม
“ฉันให้เวลาเธออาบน้ำสิบนาที ถ้าสิบนาทีแล้ว ยังอาบไม่เสร็จ ฉันจะเข้าไปอาบให้”
นายหัวหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเข้มดุ ก่อนจะผลักดันร่างบางให้เข้าไปในห้องน้ำ ซึ่งในห้องน้ำ ปวริศาเห็นว่ามีเสื้อกับผ้าเช็ดตัวแขวนอยู่ข้างฝา เธอคิดว่านายหัวหนุ่มคงจะเอามาแขวนไว้ก่อนหน้านี้ เพราะตอนที่เธอตักน้ำใส่โอ่ง เธอยังไม่เห็นมีเสื้อกับผ้าเช็ดตัวอยู่ในนี้
ปวริศาไม่รู้จะทำยังไงดี คิ้วโก้งโค้งคู่สวยขมวดเข้าหากันจนเป็ปม ครุ่นคิดหาทางออกให้กับตัวเอง แต่คิดอย่างไงก็ไม่เห็นช่องทางออกเลยแม้แต่ทางเดียว และเวลาก็เดินไปเรื่อยๆ เธอจึงตัดสินใจปลดเปลื้องเสื้อผ้า ลงมืออาบน้ำ แล้วค่อยคิดหาทางออกอีกที
๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗
น้ำค้างจะรอดพ้นเงื้อมือของนายหัวทิปได้ไหมอ่ะคืนนี้ โปรดติดตามในตอนต่อไปนะคะ.....................^_^ ^_^