ทันทีที่ย่างเท้าเข้าสู่เขตหุบเขาโอสถ เฟิงหลงก็ััได้ถึงความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง อากาศที่เคยหนาวเหน็บและแห้งแล้งจากภายนอก บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยไออุ่นที่ชื้นและเต็มไปด้วยพลังชีวิต ม่านหมอกสีขาวจางๆ ที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่ทั่วบริเวณไม่ได้ให้ความรู้สึกน่ากลัว แต่กลับให้ความรู้สึกสดชื่นและลึกลับ กลิ่นหอมอันเป็เอกลักษณ์ของสมุนไพริญญานับพันชนิดผสมปนเปกันลอยมาตามลม ทำให้จิตใจที่เหนื่อยล้าของเขาสงบลงอย่างประหลาด
"ที่นี่... พลังปราณฟ้าดินช่างหนาแน่นยิ่งนัก" เฟิงเจิ้น กระซิบจากบนหลังของบุตรชาย แม้ร่างกายจะอ่อนแอ แต่เขาก็ยังคงััได้ถึงพลังชีวิตอันมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ทั่วหุบเขาแห่งนี้
"ใช่ขอรับท่านพ่อ" เฟิงหลงตอบพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ "ที่นี่คือสถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับเราในตอนนี้"
เขาไม่ได้มุ่งหน้าเข้าไปยังใจกลางหุบเขาซึ่งอาจเป็ที่อยู่ของเหล่าหมอเทวดาในตำนาน การปรากฏตัวของพวกเขาในตอนนี้ย่อมนำมาซึ่งปัญหาที่ไม่จำเป็ เขาเลือกที่จะเดินทางเลียบไปตามแนวป่าที่หนาทึบ เพื่อค้นหาสถานที่ที่เงียบสงบและลับตาคนที่สุด
หลังจากค้นหาอยู่ครึ่งค่อนวัน ในที่สุดเขาก็พบมัน... ถ้ำขนาดกลางที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านน้ำตกที่ไหลลงมาจากหน้าผาสูงชัน เสียงของน้ำตกที่ดังกระหึ่มจะช่วยกลบเสียงและกลิ่นอายของพวกเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ภายในถ้ำนั้นแห้งและสะอาด มีแสงสว่างจางๆ ส่องเข้ามาจากช่องว่างหลังม่านน้ำตก ทำให้ไม่มืดมิดจนเกินไป มันคือที่พักพิงที่สมบูรณ์แบบ
เฟิงหลงวางร่างของบิดาลงบนพื้นหินที่เรียบที่สุดอย่างนุ่มนวล ก่อนจะเริ่มสำรวจอาการของบิดาอย่างละเอียดอีกครั้ง เขาััได้ว่า "พิษสลายปราณ" นั้นร้ายกาจยิ่งกว่าที่เขาประเมินไว้ มันไม่ได้เพียงแค่ทำลายเส้นชีพจร แต่ยังค่อยๆ กัดกินแก่นแท้ของพลังชีวิตอย่างช้าๆ ราวกับปลิงที่มองไม่เห็นตัว
'สมุนไพริญญาระดับตำนานยังคงเป็สิ่งจำเป็... แต่ก่อนที่จะหามันพบ ข้าต้องยับยั้งการลุกลามของพิษและฟื้นฟูพลังชีวิตให้ท่านพ่อก่อน' เขาคิดในใจ
ด้วยความรู้ด้านโอสถที่เขาดูดกลืนมา เฟิงหลงรู้ว่ามีสมุนไพรหลายชนิดในหุบเขาแห่งนี้ที่สามารถใช้เพื่อการนี้ได้ เขาใช้เวลาตลอดทั้งวันในการออกค้นหาสมุนไพรเ่าั้... "รากหญ้าพันปี", "ดอกเห็ดหลินจือเจ็ดสี", และ "ผลไม้ิญญาสีเื"... สมุนไพรแต่ละชนิดล้วนมีค่ามหาศาลในโลกภายนอก แต่ที่นี่กลับสามารถหาได้ไม่ยากนัก
เมื่อได้สมุนไพรมาครบแล้ว เขาก็นำมันกลับมาที่ถ้ำและเริ่มกระบวนการรักษา เขาไม่ได้ปรุงมันเป็ยาเม็ด แต่เลือกที่จะบดขยี้มันทั้งหมดและนำไปต้มในหม้อดินขนาดใหญ่ที่เขาพบในถ้ำร้างแห่งหนึ่งจนกลายเป็น้ำยาสีเขียวมรกตที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วถ้ำ จากนั้น... เขาก็ทำในสิ่งที่คนทั่วไปไม่อาจจินตนาการได้...
เขาใช้กริชกรีดฝ่ามือของตนเอง... และปล่อยให้หยาดโลหิตสีดำอมแดงของเขาหยดลงไปในหม้อยา!
ฟู่!
ทันทีที่เือสูรของเขาัักับน้ำยา สมุนไพรทั้งหมดก็พลันสลายตัวและหลอมรวมเข้ากับน้ำยาในทันที! น้ำยาสีเขียวมรกตแปรเปลี่ยนเป็สีทองอร่ามที่ส่องประกายแสงจางๆ และแผ่ไอพลังชีวิตที่หนาแน่นออกมาอย่างน่าอัศจรรย์!
"ท่านพ่อ... อาจจะเ็ปเล็กน้อย แต่โปรดอดทนไว้"
เฟิงหลงค่อยๆ ประคองบิดาของเขาลงไปแช่ในน้ำยาสีทองนั้น ก่อนจะนั่งลงด้านหลังและวางฝ่ามือทั้งสองลงบนแผ่นหลังของเฟิงเจิ้น เขาเริ่มโคจรปราณอสูรของตนเองอย่างเชื่องช้าและควบคุมมันอย่างสุดความสามารถ เพื่อชี้นำพลังชีวิตจากน้ำยาให้แทรกซึมเข้าไปในร่างกายของบิดาและเข้าต่อสู้กับพิษร้าย
กระบวนการนี้กินเวลาไปตลอดทั้งคืน เฟิงหลงต้องใช้สมาธิทั้งหมดในการควบคุมพลังของตนเองไม่ให้ทำร้ายบิดา และในขณะเดียวกันก็ต้องต่อสู้กับการกัดกร่อนของพิษร้าย มันคือการต่อสู้ที่ต้องใช้พลังมหาศาล
แต่แล้ว... ในขณะที่เขากำลังถ่ายทอดพลังชีวิตให้บิดาอยู่นั้นเอง เขาก็พลันเกิดความเข้าใจใหม่ขึ้นมา...
เขาตระหนักได้ว่า... แก่นแท้ของ "พลังอสูร" นั้นไม่ใช่แค่การทำลายล้าง... แต่มันคือ "การควบคุมพลังงานอย่างสมบูรณ์แบบ" เขาสามารถใช้มันเพื่อทำลาย... และในขณะเดียวกัน เขาก็สามารถใช้มันเพื่อ "สร้าง" และ "รักษา" ได้เช่นกัน! มันคือพลังที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์แห่งหยินและหยาง!
ความเข้าใจใหม่นี้ราวกับกุญแจที่ไขประตูบานสุดท้าย! คอขวดที่ขวางกั้นเขามาตลอดพลันสลายไป!
ครืนนนน!
พลังปราณฟ้าดินอันหนาแน่นจากทั่วทั้งหุบเขาพลันไหลทะลักเข้าสู่ร่างของเขาราวกับถูกแม่เหล็กขนาดมหึมาดูดเข้ามา! ร่างของเขาสั่นะเือย่างรุนแรง! เขาใช้ "คัมภีร์อสูรกลืนตะวัน" บีบอัดและควบแน่นปราณอสูรทั้งหมดในจุดตันเถียนของเขา!
ความเ็ปจากการบีบอัดพลังงานที่ป่าเถื่อนนั้นสาหัสสากรรจ์ราวกับร่างกายจะะเิออกเป็เสี่ยงๆ! แต่ด้วยเจตจำนงที่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าซึ่งหลอมรวมขึ้นจากความแค้น เขาก็กดข่มมันไว้ได้!
ปราณอสูรที่เคยอยู่ในสภาพของก๊าซเริ่มควบแน่น... และกลายเป็ของเหลว... และในที่สุด... ของเหลวนั้นก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเป็ "แก่นปราณอสูร (Asura Profound Core)" สีดำสนิทที่หมุนวนอย่างช้าๆ อยู่ใจกลางตันเถียนของเขา!
ตูม!
ไอพลังที่น่าสะพรึงกลัวะเิออกจากร่างของเฟิงหลงจนน้ำในน้ำตกด้านนอกถึงกับกระเพื่อมอย่างรุนแรง! เขาลืมตาขึ้น ประกายแสงสีดำทมิฬวาบขึ้นในดวงตา!
ขั้นปราณปฐี... ระดับที่หนึ่ง!
ในที่สุดเขาก็บรรลุแล้ว! เขาก้าวข้ามขีดจำกัดและกลายเป็ยอดฝีมือที่แท้จริง!
หลังจากที่การทะลวงผ่านสิ้นสุดลง เขาก็มองดูบิดาของตนเองและพบว่าใบหน้าของเฟิงเจิ้นเริ่มมีสีเืฝาดขึ้นเล็กน้อย แม้พิษจะยังไม่ถูกขจัดออกไปจนหมดสิ้น แต่พลังชีวิตของเขาก็ถูกรักษาไว้ได้อย่างมั่นคงแล้ว
เฟิงหลงถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เขาลุกขึ้นยืนและััได้ถึงพลังที่แตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นหลายเท่าตัว และการควบคุมพลังก็ละเอียดอ่อนยิ่งขึ้น
เขาเดินลึกเข้าไปในถ้ำและพบว่ามันมีทางเดินต่อไปอีก เขาลองเดินเข้าไปและพบกับสายแร่สีดำทมิฬที่ส่องประกายแสงจางๆ อยู่บนผนังถ้ำ... "แร่เหล็กดูดิญญา" แร่โลหะหายากที่สามารถหลอมรวมเข้ากับพลังปราณของผู้ใช้ได้!
ความทรงจำของช่างตีเหล็กอสูรโบราณได้แวบขึ้นมาในหัวของเขา...
'เมื่อมีพลัง... ก็ต้องมีศาสตราวุธที่คู่ควร'
รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากของเฟิงหลง
"ถึงเวลา... ที่ข้าจะต้องสร้างอาวุธของข้าเองแล้ว"