HACK ME! ศึกรักสังเวียนไซเบอร์ (มี Ebook)

    ตอนที่ 31 ชายผู้ถูกปองร้าย

    31 | ชายผู้ถูกปองร้าย  ฉันถลาไปหาร่างซึ่งนอนคว่ำหน้าอยู่บนโซฟา พยายามประคองพลิกเขาขึ้นมา พอได้เห็นใบหน้าซึ่งแดงก่ำจนเข้ม เหงื่อซึมไหลไปตามไรผม ฉันก็ตกใจจนแทบสิ้นสติ“นายนักรบ ได้ยินฉันไหม นักรบ ตื่นสิ!”ฉันร้องเรียกพลางเขย่าร่างในอ้อมแขน แต่เขาก็ยังแน่นิ่ง ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใด ๆ ทั้งสิ้น ฉันรอนิ้วที่ปลายจมูกก็พบว่าเขายังหายใจอยู่ ลองจับชีพจรดูก็ปกติดี แต่เขากลับไม่รู้สึกตัว“นักรบ ตื่นสิ นายอย่าเป็นอะไรนะ”ฉันเริ่มหวั่นใจว่าเขาอาจเป็นอันตรายร้ายแรงอะไรสักอย่าง จึงพยุงร่างหนาให้ลุกขึ้นอย่างทุลักทุเลเพื่อจะพาไปโรงพยาบาล แต่ร่างไร้สติก็โอนเอนจนพากันล้มกองคลุกกันบนโซฟาอย่างเดิม ไม่ว่าจะพยายามอีกกี่ครั้งมันก็ไม่สำเร็จจนฉันเริ่มหมดแรง ทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ ร่างที่ยังแน่นิ่งอย่างหมดหวังขอบตาฉันร้อนผ่าว น้ำตาเอ่อล้นจนจวนเจียนจะไหล ไม่ว่าจะร้องเรียกหรือเขย่าตัวรุนแรงแค่ไหนเขาก็ไม่รู้สึกตัว ยิ่งคิดก็ยิ่งกลัว กลัวว่าสิ่งที่กังวลอยู่จะเป็นจริง“นายนักรบ นายห้ามเป็นอะไรไปนะ ได้ยินไหม ฮือ...ฟื้นขึ้นมาสิ ฉันขอร้องละ ฟื้นขึ้นมาสักที ฮือ...” ฉันเริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้น แทบจะปล่อยโฮออกมา น้ำตาไหลรินอาบแก้มทั้งสองข้าง หัวใจเจ็บปวดราวกับถูกบีบด้วยแรงมหาศาลฉันนึกทางออกอีกทางหนึ่งได้ก็รีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แต่มือเจ้ากรรมก็ดันสั่นเทาเกินกว่าจะกดปุ่มได้รวดเร็วเหมือนเวลาปกติ  ถึงอย่างนั้นก็ต้องรีบกดเบอร์โทร. เบอร์นี้ให้ได้เร็วที่สุด...เบอร์รถพยาบาล“นายนักรบ อดทนไว้นะ เดี๋ยวรถพยาบาลก็มาแล้ว แข็งใจไว้ก่อนนะ อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะ”ในตอนนั้นเอง น้ำตาหยดโตของฉันก็บังเอิญหยดลงบนเปลือกตาที่ปิดสนิท ทำให้เปลือกตานั้นกะพริบถี่และค่อย ๆ เปิดปรือ มือสองข้างของเขาที่ฉันกุมไว้ออกแรงบีบตอบรับกลับมาฉันทิ้งโทรศัพท์แล้วบีบมือเขาแน่น “นายนักรบ! นายฟื้นแล้วใช่ไหม”“คุณซัน...”ฉันแทบจะโผกอดเมื่อเขาลืมตาแล้วเรียกชื่อฉันด้วยเสียงแหบแห้ง“คุณร้องไห้ทำไม”   “นายเป็นอะไรไป ฉันเรียกตั้งนานนายก็ไม่ฟื้นจนฉันคิดว่า... คิดว่านาย ฮือ...” ฉันพูดไปสะอื้นไปจนแทบไม่เป็นประโยค ความโล่งใจประกอบกับความดีใจยิ่งทำให้น้ำตาไหลพรากมาอีกนายนักรบยันตัวขึ้นนั่ง ค่อย ๆ ปาดคราบน้ำตาบนแก้มของฉันอย่างอ่อนโยน ความอบอุ่นที่ถ่ายทอดจากปลายนิ้วมือแผ่ซ่านเข้าสู่หัวใจที่กำลังเจ็บปวดนี้จนหายเป็นปลิดทิ้ง เขาสบตาฉันเนิ่นนานอย่างกับพยายามมองหาอะไรบางอย่าง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสน กังวล และเจ็บปวดอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่เขาจะผละไปมองทางอื่นฉันชะงักไปเพราะไม่เข้าใจความนัยในแววตาคู่นี้เลย แต่ไม่มีเวลาคิดอะไรอีกเพราะนายนักรบไอเสียงดังโขลก ๆ อย่างรุนแรงฉันผวาเข้าลูบหลังเขา “นายนักรบ ไปโรงพยาบาลดีกว่านะ”“ไม่ครับ”  เขาตอบกลับมาทันทีทำเอาฉันขัดใจ“แต่ตอนนี้สภาพนายแย่มากนะ ไปหาหมอเถอะ ฉันจะเรียกรถพยาบาลเดี๋ยวนี้ละ”มือใหญ่ของเขาจับหมับเข้าที่ข้อมือฉันซึ่งกำลังจะเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ที่ถูกทิ้งไว้บนพื้นพรม “ไม่ครับ คุณซัน ผมอยากใช้เวลากับคุณให้นานที่สุด ถ้าผมจะต้องตายตอนนี้ก็ขอให้ผมได้อยู่กับคุณจนวินาทีสุดท้ายของชีวิตเถอะ”น้ำตาฉันร่วงลงมาอีกครั้ง รู้สึกเจ็บปวดจนแทบหมดเรี่ยวแรง ได้แต่ส่ายหน้าและร้องเสียงแหบแห้ง“ไม่นะ ฉันขอร้องละ นายห้ามตายนะ” ฉันเริ่มสะอื้นและร้องไห้หนักขึ้น เขาเลื่อนมือลงมากุมมือของฉันทั้งสองข้างอย่างปลอบประโลม “ถ้านายตายไป แล้วฉัน...ฉันจะอยู่ยังไง”ดวงตาคมทอดมองมาที่ฉันด้วยแววอ่อนโยน เขายิ้มบาง ๆ พร้อมกับปาดน้ำตาให้ฉัน“คุณภาคิณคงดูแลคุณอย่างดีที่สุด ไม่ต้องห่วงหรอกครับ”“ไม่ใช่นะ” ฉันร้องเสียงดังพลางสะอื้นไห้ ทำไมเขาถึงไม่เคยเข้าใจฉันเลย แต่ก็ช่างเถอะ “ไม่ต้องพูดมากแล้ว  รีบไปโรงพยาบาลกันเถอะนะ”เขาไอโขลก ๆ รุนแรงอย่างน่ากลัวอีกแล้ว แล้วร่างหนาก็หงายตึงลงไปบนโซฟาอีกครั้ง ฉันตกใจจนทำอะไรไม่ถูก “นะ...นายนักรบ!”เขาคว้ามือฉันไปกุมไว้ แล้วยกไปทาบอกตำแหน่งหัวใจ “คุณซัน...” เขาสูดลมหายใจยาว ดวงตาหรี่ปรือจนฉันใจหาย “คุณเป็นห่วงผมใช่ไหม”ฉันพยักหน้าทั้งน้ำตาสองสามครั้งเป็นคำตอบ พยายามห้ามน้ำตาให้หยุดไหลอย่างยากเย็น“นายไม่สบายขนาดนี้จะไม่ให้เป็นห่วงได้ยังไงล่ะ”เขายิ้มน้อย ๆ และขยับตัวจะวางหัวหนุนลงบนตักฉัน ฉันไม่ทันตั้งตัวก็พยายามฝืนตัวออก แต่เขากุมมือแน่นขึ้นและส่งสายตาอ้อนวอนอย่างเอาแต่ใจ ฉันเองก็ไม่อยากจะขัดใจคนป่วยเลยต้องยอมนั่งนิ่ง ๆ ให้เขานอนหนุนตักแต่โดยดีนายนักรบหลับตา สีหน้าอ่อนล้า สูดลมหายใจเข้าออกยาว ๆ“ตั้งแต่เกิดเรื่อง คุณก็โกรธผมและเราก็ไม่ได้เจอ ไม่ได้คุยกันตั้งหลายวัน...คุณคิดถึงผมบ้างหรือเปล่า”พอได้ยินคำถามตัดพ้อของเขา น้ำตาที่เพิ่งจะหยุดก็พานจะหยดลงมาอีก “ฉัน...ฉันก็ไม่ได้โกรธนายแล้วนี่”“ผมคิดถึงคุณทุกวันเลยนะ”น้ำเสียงและแววตาอ่อนโยนที่เขาส่งมานั้น ช่างฟังดูห่วงใยและอบอุ่นจนใจฉันเต้นแรง นายนักรบยังคงถามเสียงแผ่วเบามาอีกว่า“คุณซัน เราเป็นเพื่อนบ้านกันมาก็หลายปี เคยมีสักวันไหมที่คุณรู้สึกดี ๆ กับผมบ้าง”“ทำไมถามแบบนี้ล่ะ”  ฉันแทบจะร้องถาม“ก็...ดูคุณเกลียดขี้หน้าผมเหลือเกิน”ฉันได้แต่ร้องโวยวายอยู่ในใจ คนบ้า...ไม่เข้าใจผู้หญิงเลยหรือไง ปากกับใจบางทีมันก็ไม่ตรงกันหรอกนะ ตาทึ่ม!“อย่าคิดแบบนั้นสิ ถ้าฉันเกลียดนาย จะรีบมาช่วยนายอย่างนี้เหรอ นายก็...” ฉันเว้นวรรคไว้แค่นั้นแล้วเบนสายตาไปทางอื่นเพราะรู้สึกว่าหน้าตัวเองเริ่มร้อนขึ้นมาอย่างบังคับไม่ได้ คนที่นอนหนุนตักอยู่ก็เอาแต่จ้องหน้ารอฟังฉันรวบรวมความกล้ามากลบเกลื่อนความเขิน แล้วพูดต่อจนจบ “นายก็...สำคัญสำหรับฉันนะ”ดวงตาของนายนักรบเหมือนจะส่องประกายขึ้นมาในความมืดสลัว “จริงเหรอคุณซัน”“ก็...ก็จริงน่ะสิ”“สำคัญแค่ไหนครับ สำคัญกว่าคุณภาคิณหรือเปล่า”ฉันถอนหายใจยาวด้วยความเอือมระอากึ่งเป็นห่วง ทำไมคนป่วยถึงได้เอาแต่พูดมากแบบนี้นะ ไม่ยอมไปหาหมอสักที แต่ดูเหมือนว่าคนป่วยจะตีความท่าทางฉันผิดไปอีกทาง เขาปล่อยมือฉันทิ้งแล้วพลิกตัวหนีไปซุกโซฟาซะอย่างนั้น “ผมรู้ ผมกับเขาเทียบกันไม่ได้หรอก” ประโยคตัดพ้อดังอู้อี้ลอดมาจนน่าหมั่นไส้ใช่ จะว่าไปก็เทียบกันไม่ได้จริง ๆ นั่นละฉันออกแรงพลิกร่างหนาให้หันกลับมาทางนี้ ฟังคำพูดของฉันที่กำลังจะพูดต่อไปให้ชัด ๆ ไปเลยสักที“คุณภาคิณน่ะ สำคัญเท่ากับเพื่อนของฉันคนหนึ่งเท่านั้นเอง”คราวนี้คนป่วยผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วจนฉันตกใจ “ว่าไงนะ คุณกับคุณภาคิณ...”“เป็นแค่เพื่อนกัน” ฉันพูดต่อเสียงเรียบ“อ้าว แล้ว...” นายนักรบหยุดพูดไปเสียเฉย ๆ  ฉันเลยขมวดคิ้วสงสัย“แล้วอะไรอีกล่ะ”“ที่คุณสองคนไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด ตัวติดกันยังกับยืมขากันเดินนั่นล่ะ”ฉันถอนใจระอา ลองถ้าต่อปากต่อคำ พูดจากวนประสาทได้ขนาดนี้แล้ว ก็คงไม่ต้องไปแล้วละโรงบงโรงบาลน่ะ“ผู้ชายกับผู้หญิงสนิทกันไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นแฟนกันเสมอไปนี่ ฉันขอยืนยันอีกครั้งไม่ว่านายจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม ฉันกับคุณภาคิณเป็นแค่เพื่อนกันเฉย ๆ ไม่เคยมากกว่านั้น”ผู้ชายตรงหน้าเหมือนจะอึ้งไป แล้วยิ้มกว้างออกมา “จริง ๆ นะคุณซัน  อย่าหลอกผมเล่นนะ”“จริงสิยะ ฉันจะโกหกนายทำไม เป็นเพื่อนกันเฉย ๆ ไม่ใช่เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อเหมือนใครบางคนด้วย”“หา?”ฉันสะบัดหน้าใส่เขาแล้วลุกขึ้นยืน  ถ้าอาการดีขึ้นขนาดนี้แล้วฉันก็ขอตัวกลับบ้านไปนอนบ้างละแต่ยังไม่ทันจะเดินพ้นโซฟา นายนักรบก็คว้าข้อมือฉันไว้“คุณหมายถึงผมเหรอ”ฉันไม่ตอบและไม่มองหน้า เพราะตอนนี้เริ่มหมั่นไส้คนป่วยขึ้นมาตงิด ๆ เขาถือวิสาสะรวบข้อมืออีกข้างของฉันไว้ไม่ยอมปล่อย ฉันพยายามฝืนและดึงมือออกแต่ก็ไม่เป็นผล“ปล่อยนะ ฉันจะกลับบ้านแล้ว”“คุณก็ตอบผมก่อนสิ คุณไม่พอใจเรื่องผมกับเจนเหรอ”ฉันยังปิดปากเงียบ เรื่องอะไรจะต้องตอบด้วย นายก็รู้อยู่แก่ใจยังจะมีหน้ามาถามอีก ฉันออกแรงบิดข้อมือหนีอย่างไม่ยอมแพ้ และระหว่างที่ฉุดกระชากกันอยู่นั้น ฉันเกิดเสียหลักล้มคะมำลงไปนั่งคร่อมตักนายนักรบบนโซฟา!ฉันเบิกตากว้างอย่างตกใจเพราะสัมผัสได้ถึงริมฝีปากอุ่น ๆ ที่แนบอยู่ข้างแก้มและอ้อมแขนที่รัดเอวอยู่ หันขวับไปจะเอาเรื่องก็เจอกับหน้าใส ๆ ของนายนักรบอยู่ใกล้แค่คืบจนปลายจมูกแทบจะชนกัน เขาเองก็สบตาฉันดูจะตกใจไม่แพ้กันเมื่อดวงตาสบตา หัวใจใกล้หัวใจ ทุก ๆ อย่างก็เหมือนหยุดนิ่ง มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาและเสียงหัวใจที่เต้นตูมตามอยู่ในอกอย่างบ้าคลั่ง จนกระทั่งสติที่บินหายไปได้กลับคืนเข้าร่าง ฉันกะพริบตาถี่ ๆ รวบรวมสติ ยันกายขึ้นจากร่างหนาแข็งแรงแล้วก็ยืนทำอะไรไม่ถูกอยู่ตรงนี้เอง ตอนนี้ฟ้าสางมากแล้ว ภายในบ้านก็เริ่มสว่าง ก็หวังว่าคงยังไม่สว่างพอจะทำให้เขาเห็นฉันหน้าแดงได้ถนัดหรอกนะ“เอ่อ ผม...” เสียงทุ้มห้าวของนายนักรบทำลายความเงียบที่ครอบคลุมไปทั่ว “ผมกับเจนเป็นเพื่อนกันเฉย ๆ เพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย”“แล้วจะมาบอกฉันทำไม” ฉันแกล้งทำเป็นไม่สนใจ ทั้งที่จริงแล้วกำลังตั้งใจฟังอย่างตื่นเต้น นายนักรบฉุดมือฉันให้ลงมานั่งบนโซฟาข้าง ๆ กัน “แล้วทำไมคุณถึงคิดว่าผมกับเจนเป็นแฟนกันล่ะ”“ก็...” ฉันไม่อยากจะพูดถึงเรื่องแย่ ๆ วันนั้นอีก ยอมรับเลยว่าตอนนั้นฉันโกรธเขาและเสียใจมาก ถึงตอนนี้จะหายโกรธแล้ว แต่ยังงอนอยู่นะ “ก็วันนั้นนายนัดฉันไว้แท้ ๆ แต่นายก็ทิ้งฉันให้รอเก้อ ไปงานโรงเรียนกับคุณเจนหน้าตาเฉย นาย ลืม ฉัน”ฉันจงใจเน้นสามพยางค์สุดท้ายที่มันทิ่มแทงใจฉันมานาน ไม่รู้จะทำให้คนฟังเจ็บหรือตอกย้ำให้ตัวเองเจ็บกันแน่“โธ่ คุณซัน...” เขาอุทานเสียงอ่อน “ความจริงวันนั้นเกิดอุบัติเหตุขึ้นครับ หนูเกลตกเวที ผมรีบไปดูหนูเกลที่โรงพยาบาลก่อนเลยไม่ได้ไปรับคุณตามสัญญา ผมพยายามโทร. หาคุณแล้วแต่ก็ติดต่อไม่ได้เลย ส่วนเจนพอรู้เรื่องก็รีบไปโรงพยาบาลเหมือนกันเลยได้เจอกันที่นั่น สรุปคือ ผมกับเจนไม่ได้นัดกันไว้ก่อน และผมก็ไม่ได้ลืมคุณด้วยนะคุณซัน”ฉันนิ่งฟัง พูดไม่ออก รู้สึกผิดขึ้นมาจับใจ แต่แล้วก็เปลี่ยนเป็นรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกจนต้องกลั้นยิ้ม ความจริงก็แค่นี้เอง โธ่...นายนักรบนะนายนักรบ ถ้ายอมอธิบายให้ฟังแต่แรก ฉันก็ไม่ต้องหลงคิดมากขนาดนี้หรอก เฮ้อ... จะว่าไปวันนั้นมีเบอร์แปลกโทร. มาจริง ๆ มีตั้งหลายเบอร์ เบอร์ละหลาย ๆ ครั้ง แต่ฉันไม่ได้รับและไม่ได้โทร. กลับเพราะติดพันอยู่ในงานเลี้ยงหรูของบริษัทคุณภาคิณ“คุณเชื่อผมไหม คุณซัน” คนข้าง ๆ ถามขึ้น คงเห็นว่าฉันเอาแต่เงียบ“แล้วหนูเกลเป็นยังไงบ้าง ฉันไม่รู้มาก่อนเลยว่าหนูเกลเกิดอุบัติเหตุ”“พอฟื้นก็หายเลยครับ ชวนผมยิก ๆ อยากไปดูเพื่อน ๆ แสดงต่อ ผมเลยพากลับไปที่โรงเรียน มาถึงวันนี้แผลที่ตกสะเก็ดก็หลุดหมดแล้ว หายสนิทแล้วครับ”ฉันพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้ม แล้วก็นึกขึ้นได้ มัวแต่งอนจนลืมไปเลยว่าเมื่อกี้นี้เกิดอะไรขึ้น“แล้วนายล่ะ เป็นยังไงบ้าง ไม่ไปโรงพยาบาลจริง ๆ เหรอ เกิดอะไรขึ้นกันแน่”นายนักรบหันมาเผชิญหน้ากับฉัน สีหน้าอ่อนโยนขี้เล่นเปลี่ยนเป็นเครียดขรึม เขาถอนใจหนักหน่วง ลูบลำคอและใบหน้าแรง ๆ ก่อนเริ่มเล่าให้ฟังว่า“เมื่อตอนเช้ามืดมีคนกดออดเรียกอยู่หน้าบ้าน แต่พอผมลงมาคนที่กดออดก็หายไปแล้ว เหลือแต่ซองจดหมายเสียบประตูไว้ ผมกลับเข้ามาในบ้านแล้วเปิดซองจดหมายนั้น ปรากฏว่ามีผงอะไรไม่รู้ฟุ้งกระจายออกมาเต็มหน้าเลย ผมแสบร้อนหน้าไปหมดแล้วก็สำลักมันเข้าไปด้วย รู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก และก็คงจะหมดสติไปน่ะ”ซองจดหมายที่ว่ายังตั้งโชว์เป็นหลักฐานอยู่บนโต๊ะรับแขกทรงเตี้ยนี่เอง ฉันใช้กุญแจรถเขี่ยมาพิจารณาอย่างระมัดระวัง แง้มปากซองออกดูพบว่าข้างในยังมีผงสีขาวหลงเหลืออยู่นิดหน่อย กลิ่นฉุนของสารเคมีตีขึ้นปะทะหน้าทันทีจนต้องถอยออกห่างถ้าจำไม่ผิด นี่คือยาฆ่าแมลงชนิดเข้มข้นยี่ห้อหนึ่งที่เพิ่งโดนสั่งแบนห้ามผลิตและจำหน่าย หากสัมผัสโดนผิวหนังจะรู้สึกแสบคัน และถ้าสูดดมเข้าไปก็จะออกฤทธิ์ต่อระบบทางเดินหายใจ ทำให้หายใจติดขัด มึนศีรษะ และอาจหมดสติได้แม้จะได้รับในปริมาณน้อยก็ตาม ยิ่งถ้าได้รับเข้าไปมาก ๆ ละก็ อาจมีอันตรายถึงชีวิตเลยทีเดียวยาพิษดี ๆ นี่เอง!“แกจะเล่นแรงเกินไปแล้วนะ the Ripper!”ฉันคำรามลอดไรฟัน กำหมัดแน่นอย่างเคียดแค้น“คุณพูดถึงใครเหรอ อะไรเป้อ ๆ นะ” นายนักรบถามงง ๆ คงเพราะได้ยินไม่ค่อยชัด“ไม่มีอะไรหรอก ช่างมันเถอะ นายรีบไปล้างหน้าแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าดีกว่านะ ปล่อยไว้นาน ๆ เดี๋ยวสารพิษมันจะซึมเข้าร่างกายไปมากกว่านี้”ฉันตัดบทแล้วช่วยประคองเขาไปห้องน้ำทางหลังบ้านพลางคิดหาทางเอาคืนไอ้แฮ็กเกอร์ชั่วนั่น ไม่นึกเลยว่า the Ripper มือมีดปริศนาแห่งโลกไซเบอร์ซึ่งเป็นที่กล่าวขวัญสรรเสริญจะทำตัวเลวทรามขนาดนี้ ถึงแม้นายนักรบจะไม่ได้เป็นอะไรมาก แต่เขาก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลยสักนิด ทำไมจะต้องลากเข้ามาเกี่ยวด้วย หึ! คงจะไม่มีปัญญาสู้กับฉันตรง ๆ แล้วสินะถึงได้ใช้คนอื่นมาเป็นเครื่องต่อรองให้ฉันยอมแกน่ะไอ้ทุเรศ แกเจอดีแน่!             ผมนั่งกอดเข่าอยู่บนผืนทราย ริมหาดบางแสน             น่าเศร้านะครับ เพราะแม้ผมจะขับรถมาไกลถึงที่นี่ หวังได้พักผ่อนให้สบายกายสบายใจบ้าง  แต่สายลมทะเลที่พัดมาปะทะร่างกายกับเกลียวคลื่นที่ทยอยม้วนมากระทบฝั่ง กลับไม่ได้ช่วยพัดพาเอาความเศร้าสลด เจ็บปวดภายในใจออกไปด้วยเลยแม้แต่น้อย                ผม...ยังคงทรมานอยู่เหมือนเดิม                ละครฉากสำคัญเมื่อเช้ามืดยังวนเวียนอยู่ในหัว ฉายซ้ำไปซ้ำมาราวกับไม่มีวันสิ้นสุด ผมยอมรับครับว่าดีใจมากที่สุดที่ได้รู้ว่าคุณซันเป็นห่วงผมมากขนาดไหน ได้รู้ว่าถ้านายนักรบต้องตายจากไปในวันนี้ เธอจะร้องไห้ให้ผม และที่สำคัญ ได้รู้ว่าคุณซันกับคุณภาคิณไม่ได้เป็นแฟนกัน ผมเข้าใจผิดไปเองทั้งหมด                แต่การที่คุณซันรีบมาหา มาช่วยชีวิตผมไว้นั้น ก็เป็นเครื่องยืนยันอย่างดีว่า เธอคือ CZiS                คุณซันคือ CZiS ตัวจริง                แล้วอย่างนี้ผมควรจะยิ้มหรือร้องไห้ดี                ผมเงยหน้ามองท้องฟ้ายามเย็นที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีชมพูอมส้ม ฝูงนกโบกปีกเต็มกำลังบินตัดก้อนเมฆสีขาวไปอย่างอิสระเสรี แต่ตัวผมตอนนี้สิครับ รู้สึกเหมือนติดกับ ไม่สามารถขยับเขยื้อนไปไหนได้เลย เมื่อศัตรูคู่ปรับที่ร้ายกาจที่สุด เป็นคนคนเดียวกับหญิงเดียวในชีวิตที่ผมรัก แล้วผมจะทำยังไงต่อไปดี จะต่อสู้ต่อไปได้อีกหรือ                บางทีตอนอวสานของ the Ripper มือมีดปริศนาแห่งโลกไซเบอร์ คงมาถึงเร็วกว่าที่ผมเคยตั้งใจไว้
    ****************************************************************นายนักรบรู้ตัวจริง CZiS แล้วอย่างนี้ จะทำยังไงต่อไปดี จะรักหรือว่าจะร้าย แต่ที่แน่ ๆ คือสงสารนักรบจังเลยค่ะตอนหน้า "ตอนที่ 32 แก้แค้น" เดี๋ยวมาดูกันค่ะว่าใครแก้แค้นใคร และทำยังไง อิอิคอมเมนต์คุยกันได้นะคะ ไรต์ดีใจมากมาย***ไรต์จะลงอ่านฟรี 60%ของเรื่อง แล้วจะเริ่มติดเหรียญจนจบเรื่องนะคะ ขอบคุณที่สนับสนุนกันค่ะ***ฝากผลงานจ้า...Messy Buddy คุณบัดเดอร์ใช่เธอหรือเปล่า? (พิมพ์โดย สนพ. กรู๊ฟ พับลิชชิ่ง)error loaded

    #E-Bookพร้อมให้ดาวน์โหลด ที่ MEB ขอหัวใจ 5 ดวงด้วยนะค้าาา#หนังสือเล่มสั่งซื้อได้ที่เพจเฟสบุ๊ก Groove Publishing

    หรือเพจแสนแก้ว ได้เลยค่ะ ยินดีพูดคุยและเซ็นให้ทุกเล่มค่ะ

    คล้ายกับเรื่องHACK ME! ศึกรักสังเวียนไซเบอร์ (มี Ebook) ที่คุณอ่าน

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908