ตอน13สังหารข้าเถอะ
"หรงอิ่งเจา...กลับตัวกลับใจมาภักดีกับข้าเช่นเดิมเถอะ...แล้วข้าจะมอบอิสรภาพให้กับเ้า"
หรงอิ่งเจากลับมารับใช้สวีอิ๋นตงอีกครั้ง
"นายท่าน อิ่งเจาหน้ามืดหลงผิดไปชั่วขณะ นายท่านโปรดอภัย"
"อิ่งเจา หากเ้ารับปากจะเป็คนของข้า ก็จงบอกข้ามาว่าเฉิงเหลียงมีแหล่งที่อยู่ที่อื่นหรือไม่ ที่ข้าไม่รู้"
"ข้าเองรู้จักกับเขาเพียงแค่ระยะเวลาสั้นๆเขาหว่านล้อมข้าด้วยถ้อยคำหวานปากมากมาย ข้าเองไม่ขอปฏิเสธว่าในใจหลงใหลชายผู้นี้ไม่น้อย"
"ความรักเหมือนดั่งยาพิษ...เพราะเป็เช่นนี้ ข้าถึงได้ออกกฎว่าห้ามผู้ใดใต้ปกครองของข้ามีรัก"
"นี่คือกฎเหล็กตายตัวของข้า หากผู้ใดฝ่าฝืน สังหารสถานเดียว"
สวีอิ๋นตงปลอดปล่อยอิ่งเจาในครั้งนี้ไม่ใช่เพราะความผูกพัน เห็นอกเห็นใจ คนใจเหี้ยมอย่างสวีอิ๋นตงไม่มีทางเห็นใจผู้ใดเพียงแต่ว่าเขามีความ้าบางอย่างแอบแฝง
หวังให้อิ่งเจานำทางพาตนกลับเผ่าทุ่งหญ้าไปด้วยหากวันใดวันหนึ่งมหานครฉางอานภายใต้การปกครองของเขาล่มสลาย ไร้อำนาจ
"อิ่งเจา ตอนนี้ข้าไม่ขอปิดบังตอนนี้เ้าต้องพาข้ากลับเผ่าทุ่งหญ้าพร้อมกัน "
"เหตุใดรีบร้อนปานนั้น"
"เ้าอยู่ในนี้ คงยังไม่รู้สินะว่ามีกองทัพปริศนากำลังโอบล้อมวังหลวงอยู่...ขุนพลฝ่ายขวาของข้าหายไปอย่างไร้ร่องรอย ข้าคิดว่าเื่นี้ต้องมีที่ไปที่มาแต่ตอนนี้ ข้าจำเป็ต้องเอาตัวรอดก่อน ถึงอย่างไรอาศัยเพียงกองกำลังพลฝ่ายซ้ายของข้า ต้านทานกองทัพที่แข็งแกร่งของศัตรูมิได้แน่"
ระหว่างที่สวีอิ๋นตงกับอิ่งเจาพูดคุยกันอยู่นั้นเป็ฉงอันเล่อ บุกเข้ามาในนี้อย่างหน้าตาตื่น... นางแอบอยู่ในมุมมืดมาโดยตลอดที่นางมาที่นี่ หวังช่วยเหลืออิ่งเจาออกไปด้วยกันให้ได้ไม่ว่าเป็ตายร้ายดียังไงนางไม่สน อันเล่ออาศัยจังหวะชุลมุนที่เหล่ากองกำลังพลออกไปต้านทานระวังศึกอยู่แนวหน้าดังนั้นการเข้าออกคุกหลวง ไม่ใช่เื่ยากอีกต่อไป...
อันเล่อทนฟังต่อไปไม่ไหวแล้วเด็กน้อยผู้โง่เขลาเผยตัวออกมาจากมุมมืดอีกครั้งยืนกรานถกเถียงอย่างเสียงแข็งว่า....
นางมิได้เป็อย่างที่สวีอิ๋นตงพูดเพื่อไม่ให้หรงอิ่งเจาเข้าใจผิดไปมากกว่านี้ ฉงอันเล่อเข้าไปผลักสวีอิ๋นตงล้มลงพร้อมพูดจาสาดเสียใส่สวีอิ๋นตงยกใหญ่
"เ้ามันน่าขยะแขยงที่สุด ไม่ยอมรับต่อความพ่ายแพ้ยังไม่พอยังไม่ยอมรับในความขี้ขลาดของตน จึงได้มาพูดจาโป้ปดว่าร้ายผู้อื่นถึงที่นี่ ตาบอดข้างเดียวยังไม่เพียงพอหรืออย่างไรวันนี้หากเ้ายังขืนพูดให้ร้ายข้ากับเฉิงเหลียงข้าจะควักลูกตาอีกข้างของเ้าออกมาโยนให้หมากินซะ"
"อิ่งเจา เ้าดูความร้ายกาจของนางสิ เ้าบอกว่านางไม่มีพิษมีภัยต่อข้าเห็นทีเ้าจะประเมินนางผิดไป ดวงตาของข้าที่มืดบอด ก็เป็นางกระทำ"
"เพียงเพราะข้าทำให้นางไม่พึงพอใจ หากวันใดวันหนึ่งเ้าเลือกเก็บนางไว้ข้างกาย เ้าทำให้นางไม่พอใจมันมิใช่เื่ยากเลยที่นางจะเนรคุณเ้า"
"ท่านป้าหรง อย่าไปเชื่อคำพูดสวะของเขาเด็ดขาด "
"อย่างไร ท่านก็เป็ผู้มีพระคุณของข้า"
วินาทีนั้นยิ่งอิ่งเจาเห็นหน้าอันเล่อ นางเองยิ่งรู้สึกปวดใจเมื่อได้ยินว่าเฉิงเหลียงมีใจให้นาง.... ไม่ว่าอย่างไร ความเ็ปข้อนี้ไม่สามารถทำให้อิ่งเจาเอ็นดูนางได้อีกต่อไป
อิ่งเจาทำได้เพียงเบือนหน้าหนี....
โคร่มเสียงะเิดังลั่น
"เอาล่ะ อิ่งเจา ข้าไม่ได้มีเวลามากให้เ้ามาพร่ำเพ้อถึงเื่อดีตข้ารำคาญคำพูดของนางเสียเหลือเกิน มิสู้สังหารนางให้ตายไปซะแค่นี้หากเฉิงเหลียงรู้เข้า ว่าผู้ที่สังหารนาง เป็ข้า เขาคงปวดใจแทบคลั่ง"
"ยะ ยะ อย่านะ นายท่าน ถือว่าข้าขอร้องท่านล่ะ ข้าจะยอมทำตามที่ท่าน้าหากท่านมิสังหารนาง"
แม้อิ่งเจาจะรู้สึำเ็ปแต่นางเอก ไม่อาจทนมองอันเล่อถูกสังหารต่อหน้าต่อตาได้
"ไม่ทันการละ... "
สวีอิ๋นตงเข้าล็อกคออันเล่อใช้คมดาบขู่เข็ญ ก่อนลากตัวนางออกไปจากประตู อิ่งเจาเองจำเป็ต้องรีบร้อนตามไป
เหตุเพราะนางรักตัวกลัวตายเช่นกันไม่รอช้า รีบพาสวีอิ๋นตงหลบหนีในคืนนั้น เขาปล่อยให้ทหารและกองกำลังพลที่เหลืออยู่บากหน้าสู้ศึกเพียงลำพัง.... โชคดีที่เฉิงเหลียงฉลาด คอยเฝ้าสังเกตการณ์เมื่อเขาแน่ใจแล้ว ว่าสวีอิ๋นตงไม่ได้คอยบงการอยู่เื้ัเพื่อมิเปิดโอกาสให้ทหารฆ่าฟันกันสูญเปล่า นองเืต่อไป เขาตัดสินใจชูม้วนผ้าผืนนั้นที่ติดตัวฉงอันเล่อมาตั้งกำเนิด
"ทุกท่าน หากยังรักตัวกลัวตาย จงยุติการฆ่าฟันซะ ข้าเองมิได้มีใจคิดคต มิได้มีใจอยากสังหารผู้ใด "
"ข้าเพียงแต่้าฟื้นคืนความรุ่งเรืองให้แก่มหานครฉางอานแห่งนี้"
"ในมือข้า เป็ราชโองการ ของฮ่องเต้องค์ก่อนผู้ล่วงลับ "
"ราชสานส์ในนี้ สำคัญยิ่ง ข้าจะเปิดเผยมันอย่างเป็ทางการหลังจากสงบาภายใน 3 วัน"
กองกำลังขุนพลฝ่ายซ้ายที่บัญชาการโดยถีหวายถิง ต่างทิ้งอาวุธ ทิ้งดาบขอยอมแพ้พร้อมคุกเข่าสวามิภักค์ในทันที
เหตุเพราะเหล่าทหารกล้าทั้งหลายไม่อยากจมอยู่กับชะตากรรมเยี่ยงเดนนรกเช่นนี้อีกต่อไปแล้ว
เมื่อเห็นทหารในบัญชายอมก้มหัวให้ศัตรูง่ายหวายถิงคลั่งแทบบ้า โห่โหนร้องะโเสียงดังปานคอจะแตกเส้นเืตามลำคอปูดโปนจนน่าใจหาย
"ลุกขึ้นซะ ลุกขึ้นสิวะ พวกโง่!!! เป็ถึงขุนพลฝ่ายซ้าย ใต้บัญชาของข้าจะทำตัวขลาดอย่างนี้ สมเกียรติซะที่ไหน "
ไม่ว่าเขาจะพยายามปลุกใจให้ผู้คนฮึกเหิมแค่ไหนก็มิมีใครยอมฟังคำสั่งของเขาอีกต่อไป หวายถิงผู้โง่เขลา หารู้ไม่ว่าผู้เป็นายเหนือหัว มิได้คิดเสียสละหรือทำอะไรเพื่อพวกเขาทั้งสิ้นเห็นแก่ตัวหนีเอาตัวรอด
"เ้าพูดพอหรือยัง พูดพอได้หรือยัง ถอดใจเถอะ ไม่ว่าอย่างไรผู้บัญชาการอย่างเ้าก็ไร้ประโยชน์แล้ว"
"ขุนพลเอก เข้าจับกุมถีหวายถิงไว้ซะ"
"ก่อนที่เ้าจะจับข้า ให้ข้าได้เห็นโฉมหน้าของเข้าหน่อยสิเอาแต่ซ่อนใบหน้าของตนไว้ใต้หน้ากากสีทอง ช่างน่าขันสิ้นดี นี่น่ะหรือผู้ที่แทนตนว่าผู้กล้า"
"หึ ผู้พ่ายแพ้เช่นเ้า.... ไม่มีสิทธิ์ร้องขอ อีกทั้งตัวข้าเองไม่จำเป็ต้องทำตามที่เ้า้า"
เฉิงเหลียงพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นฟังแล้วไม่มีคำหยาบกร้านใดๆ แต่ผู้ฟังกลับรู้สึกขนลุก วาบหวิวหวาดหวั่นในใจอย่างบอกไม่ถูก
"กองกำลังที่เหลือ กระจายกันค้นให้ทั่ว....ตามหาสวีอิ๋นตง นำตัวมาให้ข้าข้า!!! จะเป็คนตัดสินโทษตายให้เขาด้วยตัวเอง"
"อีกอย่าง ส่วนเ้า เข้าไปยังคุกหลวง ช่วยเหลือแม่นางหรงอิ่งเจาออกมาพานางไปรักษาให้ปลอดภัย"
"ขอรับนายท่าน"
ระหว่างที่ทุกอย่างเหมือนจะสงบลง...เฉิงเหลียงกำลังจัดแจงความเรียบร้อยต่างๆภายในนั้น...
ทหารนายนั้นวิ่งกลับมารายงานอย่างหน้าตั้ง
"นายท่าน ที่คุกหลวงไม่พบผู้ใด ข้าเกรงว่านักโทษทั้งหลายอาศัยจังหวะชุนมุนวุ่นวาย ไร้ผู้คอยเฝ้าเวรยาม แหกคุกหลบหนีไป "
"แล้วแม่นางหรงอิ่งเจาล่ะ"
"แม่นางหรงอิ่งเจา ที่ถูกขังในคุกมืด หายไปเช่นกัน แต่ข้าพบของสิ่งนี้ตกอยู่ที่นั่นด้วย"
ทันทีที่เห็นสิ่งของสิ่งนั้นทำเอาเฉิงเหลียงร้อนใจแทบอยู่ไม่ได้
"ของสิ่งนี้ มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกันนี่มันปิ่นเงินที่ข้าเคยมอบให้ฉงอันเล่อ "
"บนโลกนี้ ข้าเชื่อว่ามีเพียงนางที่มีของสิ่งนี้เพียงผู้เดียว"
เฉิงเหลียงครุ่นคิด...กระทั่งนึกขึ้นได้ว่า ก่อนออกรบเป็อันเล่อที่เร้าหรือให้ตนช่วยอิ่งเจาให้ได้
ด้วยความที่เห็นความสำคัญของแผนการที่วางไว้เนิ่นนานจึงยังไม่กล้ารับปากนาง
"หรือว่า นางคิดว่าหวังพึ่งข้าไม่ได้ จึงได้ตัดสินใจลงมือด้วยตัวเอง"
"ถึงอย่างไร อิ่งเจาก็เป็คนเผ่าทุ่งหญ้าแดนเถื่อน อีกทั้งบัดนี้ยังหาตัวสวีอิ๋นตงไม่พบ ข้าหวั่นใจเหลือเกินหวั่นใจว่าเ้าจะไม่ปลอดภัย"