ตอนที่ 8
ผมไม่เข้าใจว่าทำไมกับคนอื่นเทพเ้าถึงได้ใจดีนัก
การตามหาตัวมนุษย์ไม่ใช่เื่ที่ท้าทายความสามารถของเหล่าหมาป่าเลยซักนิดผมแค่บอกบริเวณที่ผมพบกับกลุ่มมนุษย์เป็ครั้งสุดท้าย จากนั้นก็เป็หน้าที่ของเหล่าพี่ๆขนฟูในการใช้จมูกดมกลิ่นตามหาศัตรูคู่อาฆาตของพวกเขา(ซึ่งอันที่จริงคือพวกเราเอง)ไม่นานพวกเราก็พบกับกลุ่มมนุษย์ที่กำลังเดินทางฝ่าความมืดมิดเพื่อมุ่งหน้าไปที่ไหนซักที่บางทีพวกเขาอาจจะกำลังกลับเข้าไปในเมืองเพราะพบว่าในถ้ำที่เคยเป็จุดพักใจกลางป่าไม่ปลอดภัยอีกต่อไป(ซึ่งก็เป็ฝีมือของพวกผมอีกนั่นแหละ)
พวกเราสะกดรอยตามกลุ่มของมนุษย์นั้นไปอย่างเงียบงันผมที่อยู่บนไหล่ของแวร์วูฟตัวหนึ่งอึ้งไปเลยเมื่อได้พบว่าพวกแวร์วูฟสามารถเคลื่อนที่ได้เงียบงันกว่าหมาป่าูเาซักสิบเท่าเห็นจะได้
ผมและเพื่อนๆติดตามทีมไล่ล่าที่าาหมาป่านำทีมมาด้วยตัวเองโดยการขึ้นไปอยู่บนไหล่ของพวกแวร์วูฟ าาหมาป่ายอมให้กะโหลกเซนได้อยู่บนไหล่ของเขาด้วยเหตุผลที่ว่า กระดูกมีชีวิตช่างหอมหวนน่าเย้ายวน แน่นอนว่ากะโหลกเซนพยายามจะปฏิเสธแต่ผมก็ต้องหว่านล้อมเขาให้ยอมๆไปก่อนเพราะไม่อยากตายด้วยน้ำมือของหมาป่าหุ่นล่ำที่โดนขัดใจแล้วกะโหลกเซนก็ยอมขึ้นไปอยู่บนไหล่ของาาหมาป่าแต่โดยดี
“ทำไมถึงยกโขยงกันมาเยอะจังเลยแค่พวกนายคนเดียวก็น่าจะล้มพวกมนุษย์ได้ทั้งกองทัพแล้วนะ” ไข่ัเดรคออกความเห็นข้างๆเขามีแวร์วูฟโชคร้ายที่ต้องให้ลูกแก้วฟรานขี่ไหล่มาด้วย และมันก็ถูกลูกแก้วลูกนั้นสร้างความรำคาญจนต้องขอความช่วยเหลือจากตัวอื่นๆแน่นอนว่าไม่มีใครที่คิดจะช่วยมัน ดูเหมือนว่าจะไม่มีแวร์วูฟตัวไหนที่กล้าให้ฟรานขึ้นไปอยู่บนไหล่อีกเลยหลังจากที่ได้เห็นความสามารถในการปั่นประสาทของเขา
“พวกมันไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา”าาหมาป่าที่มีกะโหลกเซนอยู่บนไหล่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกและแหบพร่า “พวกมันอันตรายกว่ามนุษย์ทั่วๆไป”
“หมายความว่ายังไงที่ว่าไม่ธรรมดา”กะโหลกเซนเอ่ยถาม ผมตั้งใจฟังสิ่งที่ทั้งสองกำลังคุยกัน
“พวกมันคือเพลเยอร์มนุษย์ที่ได้รับพรจากพระเ้า” าาหมาป่ามีสีหน้าไม่ค่อยสบายใจนัก“โลกแห่งนี้แบ่งมนุษย์ออกเป็สองประเภทคือ มนุษย์ที่เป็สายพันธ์เพลเยอร์ กับมนุษย์ที่เป็สายพันธ์NPC มนุษย์ที่เป็NPCคืุ์ธรรมดาๆที่อยู่บนโลกใบนี้มาั้แ่อดีตกาลทว่าพวกเพลเยอร์คือสิ่งมีชีวิตที่ถูกส่งมาจากต่างโลก พวกมันได้รับพรให้เป็ะ!”
“จากต่างโลก”กะโหลกเซนทวนคำ
“ะ!” ผมไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้ยินพวกเขาได้มาเกิดใหม่เป็ผู้ะในขณะที่พวกเราเป็แค่มอนสเตอร์กระจอกๆเนี่ยนะ! ผมหันไปถามแวร์วูฟที่แบกผมอยู่บ่นไหล่“แบบว่าฆ่าไม่ตายงี้เหรอ”
“อันที่จริงพวกมันสามามรถถูกฆ่าตายได้”แวร์วูฟตัวนี้ตอบ ให้ตายสิ!หมอนี่ปากเหม็นไม่แพ้พวกหมาป่าูเาเลย นี่พวกแกเคยแปลงฟันกันบ้างไหมเนี่ย! “แต่เมื่อพวกมนุษย์ตายลง พวกมันจะกลับมาเกิดใหม่เมื่อเวลาผ่านไปได้ซักพักหนึ่ง”
“แล้วพวกมนุษย์ที่เป็NPCล่ะ พวกนี้สามารถเกิดใหม่ได้ไหม” ผมถามเสียงเครียดดูเหมือนเผ่าพันธ์มอนสเตอร์ของพวกเรากำลังเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตโกงความตายเข้าให้แล้วอย่างนี้มันหายนะแห่งโลกมอนสเตอร์ชัดๆเลย!
“ไม่ได้หรอกพวกที่เกิดใหม่ได้คือพวกที่ได้รับพรจากพระเ้าอย่างพวกเพลเยอร์เท่านั้น”แวร์วูฟกล่าว
“แล้วมอนสเตอร์อย่างเราล่ะ”ไข่ัเดรคถามขึ้นมาบ้าง
“มอนสเตอร์ในตำนานบางตัวสามารถเกิดใหม่ได้ด้วยความสามารถบางอย่างแต่ส่วนใหญ่ก็ตายแล้วตายเลย” าาหมาป่าบอก ดู๊ดูไอ้เทพเ้าโรคจิตมันทำสินอกจากจะส่งพวกเรามาเป็ตัวอะไรก็ไม่รู้แล้วยังส่งพวกมนุษย์ะลงมาป่วนโลกนี้อีกต่างหาก นี่แกว่างมากนักใช่ไหมเนี่ย!
“ถึงแม้การฆ่าพวกมันจะไม่ทำให้พวกมันตายจริงๆได้แต่พวกมันก็อ่อนแอลงหลังจากการเกิดใหม่” าาหมาป่ากล่าวไปพลางเคลื่อนที่ไปด้านหน้าอย่างเงียบงันเพื่อไม่ให้คลาดกับเหล่าเพลเยอร์“หลังจากเกิดใหม่ ระดับของพวกมันจะลดลงห้าระดับ และการตายโดยมอนสเตอร์บางตัวที่แข็งแกร่งมากๆหรือจ่าฝูงเช่นข้า จะทำให้ระดับของพวกมันสูญเสียมากกว่าห้าระดับ”
“หากตายด้วยน้ำมือของท่านาาอุปกรณ์บางชิ้นของมันก็อาจจะถูกทำลายด้วยนะ แฮ่ๆๆๆๆ”แวร์วูฟที่แบกไข่ัเดรคมาพูดเสริม ก่อนจะแลบลิ้นกระดิกหางดุ๊กดิ๊กๆ ซึ่งผมเดาว่านั่นคงเป็อาการของความภาคภูมิใจ
ผมจำได้ว่าระดับสูงสุดของพวกเพลเยอร์ที่เรากำลังจะปะทะด้วยมากสุดอยู่ที่ระดับ14 ถึงมันจะน้อยกว่าาาหมาป่าแต่ก็เป็ระดับที่อันตรายเกินไปสำหรับพวกเราอยู่ดี หมอนั่นจึงไม่ใช่เป้าหมายของผม
แต่อย่างน้อยผมก็อยากมีส่วนร่วมบ้างผมเลยเล็งยัยเด็กสาวในชุดนักบวชระดับ 5 ในกลุ่มนั้นเอาไว้ ผมกำลังคิดว่าจะทำยังไงไม่ให้เธอตายไปซะก่อนที่พวกเราจะได้ลงมาปลิดชีพเธอด้วยตัวเองเพื่อเพิ่มระดับ…นี่มันฟังดูโหดร้ายเอาเื่เลยแฮะ
โอเค! คุณอาจจะคิดว่าผมเลวร้าย แต่ผมไม่สนหรอก! พวกผมจะต้องแข็งแกร่งขึ้นไม่ว่าโดยวิธีใดก็ตามและผมจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้แน่ใจว่าชีวิตเพื่อนๆของผมจะปลอดภัย เพราะงั้นด่าได้เลย…แต่อย่าแรงนักนะ หัวใจของสไลม์น้อยๆตัวนี้ไม่ค่อยแข็งแรง อีกอย่างพวกมันมนุษย์ก็ไม่ได้ตายจริงๆซักหน่อย แถมพวกเรายังเป็มอนสเตอร์ด้วยก็เท่ากับว่ามันจะไม่ผิดศีลธรรมใดๆถ้าผมลงมือเก็บพวกเพลเยอร์ซักคนสองคนในค่ำคืนนี้
าาหมาป่าส่งสัญญาณมือ…หรืออุ้งเท้า…ไม่ก็อุ้งมืออะไรซักอย่างนี่แหละ แล้วแวร์วูฟสี่ห้าตัวก็เคลื่อนที่เร็วขึ้น พวกมันเคลื่อนที่ฝ่าสิ่งกีดขวางไปอย่างว่องไวล่วงหน้าไปเพื่อเตรียมจะอ้อมดักหน้าพวกเพลเยอร์ มันทำให้ผมตระหนักได้ว่าการต่อสู้กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว!
“แต่ถึงแม้พวกเพลเยอร์จะได้รับพรจากพระเ้าจนทำให้พวกมันแข็งแกร่งและเป็ะแต่พวกมันก็มีขีดจำกัดในเื่เวลาอยู่ อะไรบางอย่างทำให้พวกมันไม่สามารถอยู่ในโลกแห่งนี้ติดต่อกันเป็เวลานานๆได้”าาหมาป่ากล่าว
“ทำไมล่ะ”กะโหลกเซนถาม
“ข้าเองก็ไม่แน่ใจแต่ในสมัยที่ข้าถูกจับไปเป็สัตว์เลี้ยงของพวกเพลเยอร์พวกมันมีเวลาอยู่ในโลกนี้ได้ไม่เกินหนึ่งเดือนก่อนที่พวกมันจะหายไปเป็เวลาหนึ่งอาทิตย์เต็ม หรือบางทีอาจจะนานกว่านั้นพวกมันถึงจะสามารถกลับมาที่โลกแห่งนี้ได้อีกครั้ง” าาหมาป่ากล่าวอย่างใจเย็นราวกับเขาไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นที่จะต้องเข้าปะทะกับมนุษย์ผู้เป็ะกลุ่มใหญ่เลยแม้แต่น้อยแต่มันก็ไม่แปลกหรอก ทรวดทรงคุณท่านแกร่งขนาดนี้ แล้วท่านจะไปกลัวพวกมนุษย์กระจ้อยร่อยพวกนั้นทำไมกัน
“แล้วท่านหนีรอดออกมาจากเงื้อมือพวกมนุษย์ได้อย่างไร”ผมนึกสงสัย
“บางครั้งมอนสเตอร์อย่างเราๆก็ถูกนำไปเป็สัตว์เลี้ยงของพวกเพลเยอร์พวกมันสามารถใช้พันธะเวทมนตร์บางอย่างทำให้มอนสเตอร์อย่างเรากลายเป็สัตว์เลี้ยงที่เชื่อฟังคำสั่งได้ตราบใดที่พวกมันมีระดับเหนือกว่าพวกเราน่ะนะ” าาหมาป่าบอก“ทว่าเมื่อใดก็ตามที่ระดับของพวกมันลดลงจนต่ำกว่าสัตว์เลี้ยงของมันเอง พันธะเวทมนตร์จะเสื่อมถอยลงตามไปด้วยทำให้เราสามารถฝ่าฝืนคำสั่งของพวกมันได้ในชั่วระยะเวลานั้น และการลงมือฆ่าพวกมันในตอนนั้นจะทำให้พันธะเวทมตร์ถูกทำลายนั่นแหละคือวิธีที่ข้าใช้หนีออกมา”
ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเพลเยอร์ผู้เป็นายเก่าของเขาถึงถูกฆ่าได้ก็ดูสภาพร่างกายมันสิ! นี่มันร่างกายปีศาจนักกล้ามในคราบหมาป่าชัดๆ! ผมว่ามนุษย์คนนั้นต้องถูกซ้อมตายอนาถด้วยการจับดัดหลังแทนการถูกขะย่ำด้วยคมเขี้ยวแน่ๆ
แวร์วูฟตัวที่แบกก้อนหินจิลไว้บนบ่าส่งสัญญาณให้าาของมันรู้ว่าทีมที่ล่วงหน้าไปพร้อมจู่โจมแล้ว
“เอาล่ะ! ได้เวลาทำงานแล้ว!”าาหมาป่าแสยะยิ้มอย่างน่ากลัว ดวงตาแสงแดงก่ำมีประกายโเี้“เ้ามอนสเตอร์ตัวน้อย ลงไปจากตัวของข้าซะ มีเ้าอยู่อย่างนี้แล้วมันเคลื่อนไหวไม่ค่อยถนัด”
กะโหลกเซนโดดลงมาจากไหล่ของาาตามคำสั่งผมและคนอื่นๆก็ทำตาม พวกเราโดดมารวมกลุ่มกันอยู่เื้ัพวกแวร์วูฟมองแผ่นหลังของเหล่าอสูรร้ายที่เตรียมตัวออกล่าด้วยความรู้สึกที่แตกต่าง
“แบบนี้มันจะดีแน่เหรอ”ก้อนหินจิลมีสีหน้าไม่ค่อยดีนัก ผมเดาว่าเขาคงไม่อยากจะมีส่วนเกี่ยวข้องในการฆ่าคนแน่ๆ
“ไม่ต้องห่วงหรอกเ้าพวกนั้นเป็ะ ฆ่ามันไปเดี๋ยวมันก็เกิดใหม่มาไล่กระทืบพวกเราอยู่ดีนั่นแหละ”ไข่ัเดรคบอก
“พวกนั้นทำให้ฉันหงุดหงิดสุดๆ”เป็ครั้งแรกที่ลูกแก้วฟรานเห็นด้วยกับความรุนแรงที่กำลังจะเกิดขึ้น มันทำให้ผมรู้ว่าความแค้นเปลี่ยนนิสัยคนได้จริงๆ!
“แต่ว่า…” ก้อนหินจิลก็ยังดูไม่สบายใจอยู่ดี
“ฉันเข้าใจว่านายรู้สึกผิด”ผมเอ่ยเสียงนุ่ม พยายามอธิบายให้เขาฟังว่า “แต่นายอย่าลืมสิว่าพวกเราเป็มอนเตอร์พวกเราเป็ศัตรูกับพวกนั้น ถ้าไม่ฆ่าเขาเขาก็ฆ่าเราอยู่ดี เราไม่มีทางเลือกพวกเขาเองก็เช่นกัน มันไม่มีใครผิดหรือใครถูกหรอก นี่เป็โลกของผู้ล่าและผู้ถูกล่าอย่างแท้จริงเลยล่ะฉันขอโทษนะถ้าฉันทำให้นายรู้สึกไม่สบายใจ แต่ฉันอยากให้นายรู้ไว้นะว่าฉันทำไปเพื่อวันพรุ่งนี้ของพวกเราทุกคน”ผมพูดออกมาจากใจ มันคือเหตุผลเดียวที่ทำให้ชีวิตของผมมีความหมายเพื่อนๆคือสิ่งเดียวที่ผมเหลืออยู่ และผมจะไม่ยอมเสียใครไปแน่ๆ ฉะนั้นพวกเราจะต้องแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้!
เสียงเห่าหอนของาาหมาป่าดังขึ้นเป็สัญญาณแห่งการจู่โจม เสียงการต่อสู้ดังะเืเลื่อนลั่นขึ้นตามมาพวกผมได้ยินเสียงกรีดร้องอย่างชัดเจน
“แล้วแผนขั้นต่อไปคืออะไร”กะโหลกเซนถามอย่างรู้ทัน ผมหัวเราะในลำคอ
“ก็เหลือแค่ไปเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์ที่เราหว่านไว้เท่านั้นแหละ”ผมบอก
“เมล็ดพันธุ์อะไร”ไข่ัเดรคสงสัย ผมหัวเราะดังกว่าเดิม ชั่วร้ายกว่าเดิม และบ้าคลั่งกว่าเดิม
“ก็เมล็ดพันธุ์แห่งความวอดวายไงล่ะ! พวกเรารีบไปกันเถอะ!ก่อนที่พวกแพะรับบาปจะชิงไปเกิดใหม่กันหมดซะก่อน อิอิอิอิ”
“นั่นนายกำลังหัวเราะใช่ไหม”ก้อนหินจิลถามด้วยสีหน้าไม่สบายใจ
“ห้ะ…อะไร ใครเหรอ ไม่มี๊!”ผมทำเป็ไขสือ
“หน้าตานายดูเหมือนกำลังเจอเื่สนุกๆอยู่เลย”ไข่ัเดรกสังเกตุเห็น “แววตายนายนี่มันฆาตกรโรคจิตชัดๆ”
“พวกนายก็พูดไปเรื่อยใครจะไปรู้สึกสะใจที่จะได้ฆ่าคนกันเล่า!อย่ามัวพูดมากเลย ไปมัน…ไปช่วยพวกหมาป่ากันเถอะ!”
ขอโทษครับ ผมพยายามห้ามลอฟแล้วนะ : ก้อนหินจิล
โปรดติดตามตอนต่อไป