68 1-2
ตอนที่121 เข้าสำรวจอีกครั้ง
“เสด็จพ่อเซียถงบังอาจใช้มีดสั้นทำร้ายร่างกายเสด็จพี่ นับเป็นโทษทางอาชญากรรมร้ายแรงสมควรตายสถานเดียว!”
ไป๋หลี่อวี๋อิงมิอาจข่มกลั้นอารมณ์เดือดดาลมองหน้าฝ่าบาทจ้องตาเขม็ง
“เรียนฝ่าบาท หม่อมฉันเคยได้ยินท่านเฒ่าประหลาดกล่าวไว้ว่าสำหรับผู้ป่วยที่อยู่ในขั้นวิกฤติ หลังจากกินโอสถฟื้นชีพลงไปการจะปลุกให้พวกเขากลับมาได้สติอีกครั้งจำเป็นจะต้องระบายเลือดเสียออกจากร่างกายก่อนหม่อมฉันมิได้มีเจตนาทำร้ายองค์รัชทยาทแม้สักนิดไม่ ทั้งหมดก็เพื่อต้องการให้องค์รัชทยาทพ้นขีดอันตรายและฟื้นกลับมาช่วยเหลือฝ่าบาทบริหารบ้านเมืองสืบไปแต่หากฝ่าบาทเคลือบแคลงใจในความหวังดีของหม่อมฉัน ก็จงลงโทษหม่อมฉันเถิดเจ้าค่ะ!”
เซียถงรีบยื่นมีดส่งมอบให้ต่อหน้าฝ่าบาทด้วยสองมือกล่าวน้ำเสียงเปี่ยมความจงรักภักดี
“พล่ามไร้สาระอันใด!!เซียถง เจ้าตั้งใจลอบทำร้ายองค์รัชทยาทผู้นี้อย่างชัดแจ้ง!หากต้องการเพียงระบายเลือดเสีย เหตุใดถึงต้องแทงต้นขาของข้า?!”
ไป๋หลี่เย่ถลึงตามองเซียถงสีหน้าแววตาเปี่ยมเพลิงพิโรธโกรธเกรี้ยว
“แต่ก็ยังมีจุดที่น่าแปลกเมื่อครู่องค์รัชทยาทยังนอนไม่ได้สติ กล่าวได้ว่าชีวิตอยู่ในขั้นวิกฤติแต่พอตื่นขึ้นมาปุ๊บก็ดูกระตือรือร้นแข็งแรงราวกับปกติดีแล้วหรือเป็นไปได้ไหมว่า...ที่ผ่านมาทั้งหมดองค์รัชทยาทจะแกล้งทำเป็นหมดสติสิ่งนี้หากมิได้เรียกว่า อาชญากรรมโทษฐานหลอกลวงเจ้าแผ่นดินยังเรียกว่าอันใดได้อีก?”
” พูดจาไร้ยางอาย! องค์รัชทยาทผู้นี้หรือจะแกล้งทำเป็นหมดสติไปเพื่อสิ่งใด?!”
ไป๋หลี่เย่ถึงกับหน้าถอดสีเมื่อได้ยินเซียถงเอ่ยปากแฉรีบเปล่งเสียงดังลั่นเพื่อหักล้างโดยไว
“เอาล่ะ! หยุดได้แล้ว!”
ฝ่าบาทโบกมือปัดกวาดสายตาไปทั่วฝูงชนโดยรอบ ท้ายที่สุดค่อยหยุดลงบนใบหน้าของเซียถง ประกายสายตาส่อแววโลภเผยสะท้อนออกมาหนึ่งส่วนกล่าวว่า
“เซียถงแล้วท่านเฒ่าประหลาดผู้นั้นยังมอบสิ่งใดแก่เจ้าอีกหรือไม่? มีของจำพวกโอสถอันใดอีกบ้าง?”
“หากเป็นโอสถ...ยังพอมีบ้าง”
พอเห็นแววตาของฝ่าบาทลุกเป็นไฟแห่งความโลภเซียถงก็อดสบถนินทากับตัวเองภายในใจมิได้
“โอสถชนิดใดบ้าง? นำให้ข้าตรวจสอบหน่อยได้หรือไม่?”
ฝ่าบาทยิ่งฉายแววความโลภเข้มข้นชัดเจนขึ้นไปใหญ่ถึงขนาดควบคุมตัวเองมิได้ตรงเข้ามาจับไหล่ทั้งสองข้างของเซียถงด้วยความตื่นอกตื่นเต้นสุดขีด
“หม่อมฉันมิได้นำโอสถเหล่านั้นติดตัวมาได้หากฝ่าบาทมีความปรารถนาต้องการตรวจสอบ ในตอนนำคนไปส่งข้าที่จวนเสนาบดีเซี่ยข้าจะมอบโอสถเหล่านัน้ติดมือคนของฝ่าบาทกลับมาให้”
เซียถงกมศีรษะโค้งน้อมรับข้อเสนอของฝ่าบาทอย่างเต็มใจ
“ได้! ได้! ได้เลย!เสี่ยวหลี่จือ เจ้าไปส่งเซียถงให้ถึงจวนและนำโอสถกลับมาให้ข้า!”
เขาไม่คิดไม่ฝันเลยสักนิดว่าเซียถงจะมอบโอสถที่ถูกหลอมกลั่นโดยเซียนโอสถแก่ตนเองง่ายดายปานนี้ฝ่าบาทยิ้มกว้างสุขอกสุขใจอย่างมากรีบหันไปสั่งการขันทีคนสนิทให้ติดตามเซียถงกลับไปโดยไว
การที่เซียถงสามารถหยิบโอสถฟืนชีพออกมาใช้ได้โดยง่ายเช่นนี้เหตุกการ์ดังกล่าวยิ่งตอกย้ำความเชื่อมั่นของฝ่าบาทเขาไปใหญ่เลยว่าเบื้องหลังของเซียถงจะต้องมีบุคคลชนชั้นเซียนโอสถคอยดูแลอยู่แน่นอน
“ฝ่าบาทเรื่องพี่ชายของข้า เซี่ยหลู่เฟิง...”
เซียถงเสแสร้งปั้นสีหน้ารวนเรไม่แน่ใจ
“เจ้าอย่าได้ห่วงไป!ครั้งนี้เจ้าทำได้ยอดเยี่ยมนัก!ช่วยเหลือชีวิตขององค์รัชทายาทให้ฟืนคืนจากความตาย!นี่ถือเป็นวีรกรรมที่น่านับถือยิ่งแล้ว!ข้าจะออกคำสั่งใหอภัยโทษพี่ชายของเจ้าให้พ้นผิดจากทุกข้อกล่าวหาโดยตรง!”
ฝ่าบาทกล่าวสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสทั้งนี้เนื้อเสียงยังดูสุภาพขึ้นเล็กน้อยต่อเซียถง
“เสด็จพ่อ!ข้าได้รับบาดเจบสาหัสปางตาย แล้วเหตุไฉนถึงจะให้อภัยโทษเซี่ยหลู่เฟิงง่ายดายปานนี้?”
อันที่จริงไป๋หลี่เย่อากาดีขึ้นตั้งแต่เมื่อวานแล้วแต่ที่แกล้งทำเป็นหมดสติหลับไม่ตื่นเช่นนี้ก็เพื่อโยนข้อหาร้ายแรงสำหรับจัดการเซี่ยหลู่เฟิงโดยเฉพาะ แต่พอฟังมาถึงจุดนี้ กลับเป็นฝ่ายฝ่าบาทเสียเองที่ยอมให้อภัยโทษต่ออีกฝ่ายแสนง่ายดายนักแล้วมีหรือที่ไป๋หลี่เย่จะปล่อยให้รอดได้โดยง่าย?
“องค์จักรพรรรดิผู้นี้ยังจำเป็นจะต้องรอรับคำยินยอมจากใครอีกบ้าง?”
ฝ่าบาทเคลื่อนสายตาคู่เย็นเยียบยิงเข้าใส่ไป๋หลี่เย่ลึกลงไปในแววตาเปี่ยมล้นไปด้วยรัศมีแรงกดดันมหาศาลประโยคคำกล่าวของบุตรชายคนนี้ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยทันทีทันใดกลิ่นอายแห่งจักรพรรดิอันทรงบารมีพลันแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา
ไป๋หลี่เย่ยิ่งหน้าถอดสีซีดเซียวเข้าไปใหญ่รีบก้มหน้าหลบสายตาไม่กล้าเอ่ยกล่าวอันใดเพิ่มเติมอีกต่อไป
“ฝ่าบาททรงปรีชายิ่งแล้ว”
เซียถงโค้งศีรษะลงให้และคุกเข่าขอบคุณเป็นลำดับต่อไปแต่ระหว่างที่ก้มศีรษะจรดพื้นชั่วอึดใจขณะพลันฉายรอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนมุมปากของนางอย่างลับๆ
เซียถงเดินทางออกจากวังและขอให้เกี้ยววังหลวงเปลี่ยนเส้นทางไปส่งที่สถานศึกษาเซิงหลิงปล่อยให้ขันทีนามว่าเสี่ยวหลี่จือยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องพัก นางหยิบโอสถปราณระดับสามซึ่งเป็นโอสถระดับสามที่มีคุณภาพต่ำสุดเนื้อโอสถยังไม่ถูกขัดเกลาให้บริสุทธิ์จนเปล่งสีทองคำออกมาได้แต่หากนำโอสถระดับชั้นนี้ไปวางขายในท้องตลาดกล่าวได้ว่าต้องประมูลแข่งกันเพื่อช่วงชิง ส่วนโอสถที่เซียถงนำไปมอบให้แก่ฝ่าบาทเป็นโอสถที่มีสรรพคุณเสิมสร้างความแข็งแรงของ่างกายหลังจากบรรจุลงในกล่องไม้หอมอย่างดีนางก็เดินออกมามอบให้แก่ขันทีนามเสี่ยวหลี่จือโดยตรง
แน่นอนว่าเซียถงยังมีโอสถที่ดีกว่านี้อยู่ในมือ แต่เพื่อปกป้องความแข็งแกร่งและความสามารถทางด้านหลอมกลั่นโอสถของนางจึงตัดสินใจนำโอสถปราณระดับสามที่ดูหายากน้อยที่สุดออกมา แต่ถึงกระนั้นเองฝ่าบาทก็ยังดีใจจนเนื้อเต้นเมื่อได้เห็นโอสถที่เซียถงนำมามอบให้ต่อให้โอสถเม็ดนี้จะมีระดับชั้นต่ำตมที่สุดในบรรดาโอสถระดับสามทั้งหมดแต่ก็มันก็คือโอสถระดับสามขนานแท้เม็ดหนึ่งแม้แต่ไป๋หลี่อวี๋อิงที่เป็นถึงราชาโอสถเองก็ไม่สามารถหลอมกลั่นขึ้นมาได้ ดังนั้นในตอนนี้จึงกล่าวได้ว่า ฝ่าบาทเชื่อเรื่องเฒ่าประหลาดของเซียถงอย่างสนิทใจแล้ว!
พายุเพิ่งพ้นผ่านฟ้าดินกลับมาสงบสุข เซี่ยหลู่เฟิงกลับออกมาจากคุกใต้ดินอย่างปลอดภัยส่วนเซียถงยังคงดำเนินชีวิตประจำวันอย่างสงบสุขอยู่ในสถานศึกษา
แต่สงบสุขได้เพียงสองสามวัน จู่ๆเซียถงก็คิดถึงของวิเศษที่อยู่ใต้ก้นบ่อน้ำตกใสพิสุทธิ์ได้อีกครานางอยากจะกระโดดลงสำรวจก้นบ่อเพื่อค้นหาของวิเศษชิ้นดังกล่าวให้เจอแต่อีกใจหนึ่งก็กลัวว่า จะบังเอิญชนเข้ากับเย่หลีเทียนเป็นคำรบสอง ซึ่งคราวนี้อีกฝ่ายคงเขมือบกันทั้งเป็นแน่นอน ไม่มีไว้เมตตาปรานีดั่งครั้นแรกอีกต่อไป
วันนี้ในช่วงกลางดึกเซียถงยังคงลังเลไม่หายจนท้ายที่สุดก็ออกเดินทางตัดสินใจเข้าสำรวจถ้ำลึกลับเป็ตนครั้งสุดท้ายเพื่อตามล่าหาของวิเศษ หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จสรรำเซียถงก็เดินทางออกจากสถานศึกษาเซิงหลิงตรงมายังทะเลสาบในป่าสนเพื่อล้างรอยจุดด่างดำบนใบหน้าให้สะอาดจากนั้นก็นึกย้อนถึงความทรงจำในวันนั้น เดินติดตามเส้นทางเดิมเข้าไปในถ้ำ
นี่ก็ครั้งที่สองที่มาแล้วแต่เถาวัลย์สีเขียวจรัสแสงประกายก็ยังคงห้อยขนาบทางเข้าถ้ำหนาแน่น
“นายท่านข้าแนะนำให้ท่านไปหาผู้ช่วยมาสักคนก่อนเข้าสำรวจก่อนดีกว่าหากเข้าไปพบเย่หลีเทียนเอง มีหวังคราวนี้ได้ตายจริงๆ แน่นอน”
เมื่อเซียถงกำลังจะตัดสินใจเดินเข้าไปสำรวจถ้ำพลันมีเสียงของเสี่ยวฮั่วดังก้องอยู่ในห้วงความคิดของนา
“เช่นนั้นจะหาใครมาช่วย?”
เซียถงเอ่ยถามกลับไปทันทีพลางนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในถ้ำครั้งล่าสุดภายในใจรู้สึกเย็นสะท้านขึ้นมาทันควัน ดูเหมือนว่านางคนเดียวแค่ลำพังจะไม่เพียงพอจริงๆ
“คนที่ขืนใจท่านล่าสุดไงเขาไม่น่าจะปฏิเสธคำขอร้องจากท่านแน่นอน หากมีเขาช่วยอยู่ทั้งคนท่านต้องเสาะพบของวิเศษชิ้นนั้นแน่นอน!”
เสี่ยวฮั่วกล่าว
“เปลี่ยนคนได้หรือไม่?”
เซียถงตอบปฏิเสธ
“หากท่านคิดว่ามีใครที่เหมาะสมกว่าเขาข้าเองก็มิได้รังเกียจเช่นกัน”
ภาพใบหน้าของหยุนซีโฉบแวบผ่านเข้ามาในหัวของเซียถงโดยพลันแต่ชั่วขณะอึดใจก็รีบส่ายหัวตัดนางทิ้งโดยไว ทันทีที่หยุนซีพบกับเย่หลีเทียนเกรงว่า นางน่าจะสับตีนแตก เผ่นแน่บไวเสียยิ่งกว่าตนเองแน่นอนหลังจากครุ่นพินิจอยู่สักพักก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครเหมาะสมไปกว่าชายคนนั้นแล้วจริงๆ
แต่ถึงอยากจะขอร้องให้อีกฝ่ายช่วยเพียงใดก็ใช่ว่าจะหาตัวเขาพบได้โดยง่าย ยิ่งไปกว่านั้นต่อให้เจอและอีกฝ่ายยอมร่วมมมือช่วยเหลือจริงๆก็ไม่มีอะไรที่สามารถรับประกันได้เลยว่า ชายคนนั้นจะไม่ลอบแทงข้างหลังฆ่านางทิ้งเพื่อช่วงชิงของวิเศษชิ้นนั้นมาครอบครองเสียเอง? เรื่องความโลภกลับไม่เข้าใครออกใครจริงๆซึ่งนางก็เคยมีประสบการณ์แนวนี้มาแล้วมิฉะนั้นจะทะลุมิติมาเกิดใหม่ในโลกแห่งนี้ได้อย่างไร?
สุดท้ายนี้เซียถงตัดสินใจบุกเดี่ยวเข้าสำรวจถ้ำลึกลับแห่งนี้โดยลำพังอีกครั้ง!
หากไม่เข้าถ้ำเสือแล้วจะได้ลูกเสือได้อย่างไร!
ด้วยจิตใจที่แน่วแน่นางย่างเท้าตรงเข้าสำรวจภายในถ้ำโดยตรง เดินผ่านสะพานหินที่สองข้างทางเป็นเหวลึกตรงมาสุดทางถ้ำอีกครั้ง ทว่าคราวนี้นางกลับไม่เห็นวี่แววบ่อน้ำตกแม้แต่เงา!
“นายท่าน จำทางถูกแน่รึ?”
ตกสู่ห้วงความประหลาดใจอยู่สักครู่เสี่ยวฮั่วก็เอ่ยถามขึ้นเจือน้ำเสียงสงสัย
“แน่นอนมันต้องอยู่ที่นี่แหละ!”
เซียถงยืนยันคำตอบเสียงแข็งนางมั่นใจอย่างยิ่งว่าความทรงจำที่ผ่านมามันถูกต้องแม่นยำที่สุดแล้วจากนั้นพลันขมวดคิ้วเล็กน้อย กล่าวว่า
“แต่คราวนี้ข้ากลับไม่ได้ยินเสียงน้ำไหลเกิดอะไรขึ้นกับสถานที่แห่งนี้รึเปล่า?”
“นายท่านลองใช้หูแนบลงกับกำแพงถ้ำดูก่อน เผื่อว่าจะได้ยินเสียงน้ำไหล?”
เสี่ยวฮั่วกล่าว