วันวันของนายฆาตกรPALMER46
ตอนพิเศษShadowOrigins
อีซีคาตีเอซีเล นั่นคือชื่อของผม มันมีความหมายว่า 'โชคดี' แต่มันก็เป็แค่ชื่อเท่านั้นเพราะชีวิตของผมไม่ได้มีโชคดีอะไรเลย ผมเกิดมาในหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งในประเทศซูดานใต้ ที่นี่ไม่มีความสงบสุข ทุกๆ วันเต็มไปด้วยความหวาดกลัวาไม่เคยสิ้นสุด มีทั้งากลางเมืองและาระหว่างซูดานใต้และซูดาน
เสียงปืนเสียงะเิ และเสียงกรีดร้องของผู้คนที่สิ้นหวังกลายเป็สิ่งที่คุ้นเคยภาพของเืและซากศพที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้ผมหดหู่ตอนนี้กลายเป็ภาพที่ผมเห็นจนชินตา มันเป็ชีวิตประจำวันของผมและครอบครัวซึ่งไม่ได้ต่างจากครอบครัวอื่นๆ ทุกคนอดอยาก ทำงานหนักเพื่อแลกกับเงินเพียงนิดเดียว
ผมทำงานใช้แรงงานมาั้แ่เด็กช่วยเหลือครอบครัวอย่างเต็มที่ แต่มันก็ไม่เคยพอผมรู้ว่าถ้าผมยังเป็แค่คนใช้แรงงานแบบนี้ ชีวิตก็คงไม่เปลี่ยนไปผมไม่้าแบบนั้น ผม้าสิ่งที่ดีกว่านี้
วันหนึ่งทุกอย่างเปลี่ยนไป เมื่อกองกำลังจากซูดานตอนเหนือบุกเข้ามาที่หมู่บ้านพวกมันฆ่าคนอย่างโเี้ เหมือนพวกเราไม่ใช่มนุษย์แต่โชคดีที่กองกำลังจากซูดานใต้เข้ามาช่วยไว้ได้ทัน ทำให้ผมและครอบครัวรอดชีวิตการได้เห็นพวกทหารซูดานใต้จัดการกับศัตรูและขับไล่พวกนั้นไป มันทำให้ผมประทับใจพวกเขาดูเท่และทรงพลัง มันเป็ภาพที่ผมไม่เคยลืม
“แม่ครับโตขึ้นผมอยากเป็ทหาร” ผมบอกแม่ในวัยเด็กด้วยความฝันที่เต็มไปด้วยความหวังและแรงบันดาลใจจากการได้เห็นพวกเขา—ทหารที่ช่วยหมู่บ้านของเราไว้มันดูดีกว่าการทำงานเป็แรงงานที่ต้องดิ้นรนในแต่ละวัน และที่สำคัญการเป็ทหารยังได้เงินและอาหารดีกว่า ซึ่งผมจะสามารถนำมาเลี้ยงครอบครัวได้ดียิ่งขึ้น
แต่แม่ของผมกลับปฏิเสธทันทีสีหน้าของเธอดูเป็กังวลและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
“ไม่ได้นะลูกมันอันตราย” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความห่วงใย
แม่คงรักผมมากเกินไปเกินกว่าที่จะยอมให้ผมไปทำอะไรเสี่ยงๆ การเป็ทหารในประเทศที่กำลังมีาแน่นอนว่าเราอาจจะตายได้ทุกเมื่อ แม่รู้ดีว่าผมจะต้องเจอกับอะไรบ้างเธอไม่อยากสูญเสียผมไป แต่พ่อของผม เขาก็รักและเป็ห่วงผมเช่นกันทว่าเขาไม่คิดจะห้ามเหมือนแม่
“ลูกกล้าหาญดีนิถ้าอยากจะไปรบ พ่อก็ไม่ขวางหรอก ไว้โตขึ้นค่อยคิดใหม่อีกทีก็แล้วกัน”พ่อพูดพร้อมกับยิ้มอย่างภูมิใจ “พ่อภูมิใจนะ ที่มีลูกชายที่กล้าหาญแบบนี้”
หลังจากวันนั้นผมใช้เวลาหลังเลิกงานทุกวันออกกำลังกายอย่างหนัก จนอาจจะหนักเกินไปด้วยซ้ำเพราะผมมีเป้าหมายเดียวในใจ นั่นคือโตไปให้แข็งแกร่งพอที่จะเป็ทหาร
10 ปีต่อมาตอนนี้ผมอายุ 18 ปีร่างกายผมเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง ผมตัดสินใจสมัครเป็ทหารในวันที่ผมจะออกเดินทาง พ่อกับแม่คอยส่งกำลังใจให้ พวกเขาโบกมือลา พร้อมคำพูดสั้นๆที่เต็มไปด้วยความหวัง
“ไว้เจอกันนะ”
เมื่อผมไปถึงที่สมัครทหารผมได้เห็นชายหนุ่มมากมายที่มาเหมือนกับผมพวกเขามีความหวังที่จะช่วยประเทศนี้ให้พ้นจากา เหมือนกับผม
2 ปีผ่านไปด้วยทักษะและความสามารถของผมผมผ่านสมรภูมิมาแล้วหลายแห่งจนได้เป็ที่สังเกตของนายทหารระดับสูงเขาจึงเลือกผมเข้าร่วมกับหน่วย Reccesซึ่งเป็หน่วยรบพิเศษผมได้รับค่าตอบแทนที่ค่อนข้างสูงจากการทำงานในหน่วยนี้ ไม่นานนักผมตัดสินใจกลับไปเยี่ยมบ้าน เพราะคิดถึงพ่อแม่ และอยากนำเงินไปซื้อของอร่อยๆให้พวกเขาได้ลองกิน
อีซีคาตี เอซีเลนั้นคือชื่อของผม มันมีความหมายว่าโชคดี แต่บางทีชื่อก็เป็แค่ชื่อเมื่อผมกลับถึงบ้าน บ้านของผมตอนนี้เหมือนจะเรียกว่าบ้านไม่ได้แล้วมันเป็เพียงซากพังๆ ที่เหลือจากการโจมตีของกองกำลังจากซูดานตอนเหนือ
ผมมัวทำอะไรอยู่มัวแต่ทำงานรับใช้ชาติ จนไม่รู้เลยว่ามีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมันไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว และแม้จะรู้ว่าพ่อแม่ของผมได้เสียชีวิตไปแล้วแต่ในใจกลับรู้สึกแปลกๆ ผมไม่สามารถร้องไห้ออกมาได้เลย ไม่สักหยด
“นี้นายยังมีความเป็มนุษย์อยู่ไหม”เพื่อนในหน่วยของผมถามขึ้นด้วยความแปลกใจและหวาดกลัวหลังจากวันที่ผมรู้ว่าพ่อแม่เสียชีวิตไป ผมก็แทบไม่รู้สึกอะไรอีกเลยเหมือนบางอย่างในตัวผมได้ตายไปแล้ว
แม้แต่เพื่อนในหน่วยที่กำลังาเ็สาหัสผมกลับมองเขาด้วยสายตาเ็าโดยไม่ได้ยื่นมือเข้าไปช่วยผมทำเพียงยืนเฝ้ามองเขาค่อยๆ ตายไปอย่างช้าๆ โดยที่ในใจไม่รู้สึกอะไรเลยเหมือนความรู้สึกทั้งหมดของผมได้ถูกปิดตายไปแล้ว
5 ปีผ่านไปกองกำลังนานาชาติของ UNได้เข้ามาแทรกแซงในานี้ พวกเขามาเพื่อช่วยเหลือจริงๆหรือเพียงเพื่อผลประโยชน์ของพวกเขาเองกันแน่นะ ผมไม่สนใจแล้วหน่วยที่ผมอยู่ตอนนี้มีแต่พวกหน้าใหม่ที่หมุนเวียนเข้ามาเรื่อยๆทุกคนที่ผมเคยรู้จักล้วนตายไปหมด แล้วก็มีคนใหม่เข้ามาแทนที่ความรู้สึกที่เคยมีมันค่อยๆ หมดไปทีละนิด
มันน่าเบื่อจริงๆพวกเขาทำงานนี้ไปเพื่ออะไรกัน เพื่อเงินตอบแทนที่น้อยนิดหรือ ถึงแม้สำหรับผมมันจะมากอยู่พอสมควรแต่มันก็ไม่พอที่จะเติมเต็มความรู้สึกว่างเปล่านี้ได้ ผมเบื่อแล้วเบื่อกับการรับคำสั่ง บอกให้ทำแบบนี้ บอกให้ทำแบบนั้น มันไร้ความหมาย ไม่เอาแล้ว
วันหนึ่งหลังจากจบภารกิจบุกโจมตีพวกซูดานตอนเหนือ ผมตัดสินใจทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดผมลงมือฆ่าทุกคนในหน่วยของตัวเองจนหมด แล้วหลบหนีข้ามชายแดนไปยังเอธิโอเปียหวังว่าจะมีชีวิตที่ดีกว่า แน่นอนว่าผมไม่มีเอกสารใดๆ ที่จะทำให้ผมหางานได้ตอนนี้ผมเป็แค่คนที่อยู่ในประเทศอื่นอย่างผิดกฎหมาย
ในการที่หวังจะมีชีวิตที่ดีกว่าสุดท้ายผมก็ต้องกลับมาฆ่าคนอีกครั้งเพื่อเอาตัวรอดผมรับงานเป็มือปืนให้กับพวกคนใหญ่คนโต งานนี้ง่ายกว่าการเป็ทหารในสนามรบแถมยังได้เงินดีกว่าด้วย ผมทำงานพวกนี้ไปเรื่อยๆ ไม่สนใจว่าพวกเขาจะเป็ใครแต่บางครั้งคนพวกนี้ก็ดูจะลืมไปว่าผมเป็ใคร พวกมันทำท่าวางอำนาจ ขู่ผมว่าตัวเองเหนือกว่าผม ผมก็เลยฝากะุไว้ที่หัวพวกมันทุกคน
ตอนนั้นผมอาจทำผิดพลาดครั้งใหญ่ไปตัวตนของผมเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ พวกตำรวจและทหารเริ่มออกตามล่าผมผมจำเป็ต้องหนีไปเรื่อยๆ ข้ามประเทศไปเรื่อยๆ หรือแม้แต่ข้ามทวีปไปผมไปก่อเื่ในประเทศไหน ก็ต้องรีบเปลี่ยนที่หลบซ่อนอีกครั้งชื่อเสียงของผมเริ่มแพร่กระจายไปจนเข้าหูพวกตำรวจสากล จนพวกเขาตามล่าผมในที่สุด
พวกเขาเรียกผมว่านักฆ่าที่อันตรายที่สุดในโลกผมควรจะภูมิใจกับมันไหมนะ
5 ปีผ่านไปวันหนึ่งผมไปอยู่ ณ บาร์แห่งหนึ่งในประเทศเมียนมาร์ (พม่า)ระหว่างที่ผมกำลังนั่งดื่มเหล้าให้กับชีวิตเฮงซวยที่ต้องหลบหนีไปวันๆมีอันธพาลเ้าถิ่นในบาร์มาหาเื่ผม
อันธพาล"นี่ไอมืด แกคนที่ไหนวะ ดำอย่างกับขี้เล็บฉันเลย"
ผมเงยหน้าขึ้นมามองพวกมันอย่างไม่สนใจก่อนจะพูดออกไปอย่างเ็า
อีซีคาตี เอซีเล"ไปให้พ้นนะ ไอพวกลิงเหลือง"
อันธพาลคนนั้นหัวเราะเยาะคิดว่าผมเป็แค่เหยื่ออีกรายหนึ่งที่มันจะเล่นสนุกด้วย
อันธพาล"แล้วมึงเคยโดนลิงตบไหม"
จู่ๆมันก็ตบหัวผม คนพวกนี้มันเป็อะไรกัน จะมาหาเื่กันเพื่ออะไร ผมใช้แก้วเหล้าที่อยู่ในมือฟาดกลับไปที่หน้ามันจนแก้วแตก แล้วใช้เศษแก้วที่แตกนั้นแทงคอมันทันทีเืพุ่งออกมาจากคอของมันอย่างรวดเร็ว ก่อนที่มันจะได้ทำอะไรต่อ
ทว่ามันไม่ได้มาคนเดียวพวกของมันประมาณ 20 คนกรูเข้ามาหวังจะจัดการผมให้สิ้นซาก ผมเหลือบมองพวกมันด้วยความรู้สึกเบื่อหน่ายราวกับกำลังเล่นกับเด็ก ไม่ต่างจากฝึกซ้อมในสนามรบจริงๆ ศึกนี้มันง่ายเกินไปถ้าเทียบกับทุกศึกที่ผมเคยผ่านมา
เพียงไม่กี่นาทีผมฆ่าพวกมันได้หมดทุกคน เืและศพกองเต็มพื้นบาร์ราวกับงานศิลปะสีแดง
อีซีคาตี เอซีเล"คงต้องหนีอีกแล้วสินะ"
หลังจากที่ผมพึ่งบ่นจบไปจู่ๆ ก็มีเสียงปรบมือดังขึ้นจากคนคนหนึ่ง
ชายลึกลับ"นายเก่งมากเลยนิ"
ผมเหลือบมองชายคนนั้นเขาเดินเข้ามาอย่างไม่เกรงกลัวต่อศพที่เกลื่อนอยู่รอบบาร์ดูเหมือนเขาจะเป็นายทหารระดับสูงของประเทศไทย จากเครื่องแบบที่เขาสวมใส่เขายิ้มให้ผมอย่างเยือกเย็นก่อนจะเสนองานให้
ชายลึกลับ"ฉันมีข้อเสนอให้ นายทำงานให้ฉัน แลกกับเงินก้อนโตและไม่จำเป็ต้องหลบหนีอีก"
ข้อเสนอนั้นมันน่าสนใจมากจนผมยอมรับโดยไม่คิดอะไรมากงานที่ทำให้เขาก็ไม่มีอะไรยากเลย แค่ฆ่าคนที่ขัดผลประโยชน์ของเขา
วันหนึ่งในเวลากลางคืนระหว่างที่เ้านายกำลังตรวจเยี่ยมค่ายทหารในภาคใต้ จู่ๆก็มีผู้ก่อการร้ายโจมตีเข้ามาอย่างฉับพลัน ผมไม่ได้ใอะไรมากนักมันทำให้นึกถึงบ้านเกิดขึ้นมานิดหนึ่ง ผมรอคำสั่งจากเ้านายอย่างใจเย็นเพียงแค่เขาสั่งมา ผมก็พร้อมจะออกไปจัดการพวกมันทันที
แต่กว่าที่เ้านายจะขอให้ผมช่วยลูกน้องของเขาก็ตายไปหลายคนแล้ว ผมออกไปฆ่าพวกผู้ก่อการร้ายนับร้อยคนโดยไร้าแและทำงานรวดเร็ว ราวกับกลืนไปกับความมืดพวกมันบางคนยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังจะตาย
หลังจากเหตุการณ์สงบลงเ้านายของผมบอกว่าทหารที่รอดชีวิตเล่าเื่ราวของผมกันอย่างหวาดกลัวพวกเขาเริ่มเรียกผมว่า "Shadow"
มันนับว่าโชคดีไหมนะที่ได้ใช้ชีวิตแบบนี้ ทำอะไรก็ได้โดยแทบไม่มีตัวตน...
ใครจะไปรู้ว่าในอีกไม่กี่สิบปีเ้านายของผม เขาจะได้เป็ถึง จอมพลวีรยุทธ์ จันทรา และตั้งตนเป็ผู้นำเผด็จการยึดครองประเทศที่เขาเคยสาบานจะปกป้องผมทำงานให้เขามาตลอดจนช่วยให้เขาไต่เต้าจนมีอำนาจมาถึงทุกวันนี้ได้
ใน่หลังๆมานี้ ผมได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับฆาตกรต่อเนื่องที่บุกถล่ม FIBด้วยตัวคนเดียวได้ยินแบบนั้นก็รู้ได้ทันทีว่าเ้าหมอนั่นคงมีฝีมือไม่น้อยแต่ก็คงไม่ถึงขั้นเท่าผมหรอก สุดท้ายมันก็คงเป็แค่เด็กน้อยคนหนึ่งมือสมัครเล่นที่ยังไม่รู้จักโลกใบนี้ดีพอ
Shadowยกโทรศัพท์ขึ้นมา กดเบอร์โทรออกอย่างรวดเร็วเสียงสายเรียกดังขึ้นเพียงไม่กี่ครั้งก่อนที่ปลายสายจะตอบรับ เสียงของจอมพลวีรยุทธ์ จันทราดังขึ้นอย่างเรียบๆ แต่เต็มไปด้วยความเยือกเย็น
จอมพล วีรยุทธ์จันทรา "Shadow...มีอะไร"
Shadow พูดด้วยน้ำเสียงเ็าและมั่นคงแต่แฝงด้วยความกดดันที่ซ่อนอยู่
Shadow "มีข้อมูลที่อยู่ของ PALMER46 หรือยัง"
จอมพล วีรยุทธ์ จันทราหยุดนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบ
จอมพล วีรยุทธ์จันทรา "ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน พวกเรากำลังตามล่ามันอยู่แต่ดูเหมือนมันจะซ่อนตัวได้เก่งเกินไป ตอนนี้รอคำสั่งจากฉันต่อไปอย่าเพิ่งเคลื่อนไหว"
Shadow ฟังคำตอบนั้นแล้วถอนหายใจเบาๆแต่ความมุ่งมั่นในสายตายังคงแน่วแน่
Shadow (เสียงหนักแน่น)"เข้าใจแล้ว จอมพล แต่คราวนี้อย่าให้พลาด…"
จอมพล วีรยุทธ์จันทรา "ไม่ต้องห่วง Shadow ครั้งนี้ฉันจะไม่ปล่อยให้มันหนีรอดไปได้อีกแน่"
Shadow วางสายอย่างเงียบๆสายตาจ้องมองไปยังใบประกาศจับ PALMER46 ที่วางอยู่บนโต๊ะใบหน้าเ็าของเขาไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ขณะที่แผนการล่าครั้งใหญ่กำลังเริ่มต้นขึ้น