"เเฮ....แฮ....แฮ.....เหนื่อยเป็บ้าเลย"จางจิ่วบ่นออกมาด้วยอาการเหนื่อยหอบ ในมือของเขามีขวานอยู่เล่มนึง เขาใช้มันผ่าฟืนทุกวันั้แ่ครึ่งเดือนก่อน อยู่ที่นี่หน้าที่ของเขาคือการผ่าฟืน ทุกวันเขาต้องออกมาผ่าฟืนกับศิษย์รับใช้อีกประมาณยี่สิบคน ไม้ที่เอามาทำฟืนก็หามาโดยศิษย์รับใช้เช่นกัน
เขามาอยู่ที่นี่ได้ครึ่งเดือนเเล้ว อีกเเค่ครึ่งเดือนเขาก็จะได้รับเงินของเดือนนี้ เขาตั้งใจจะส่งเงินไปให้บิดาของเขาทั้งหมด เขาอยู่ที่นี่ไม่จำเป็ต้องใช้เงิน ที่สำนักมีอาหารสำหรับศิษย์รับใช้ทุกคน เเถมอาหารของที่นี่ยังอร่อยมากด้วย
"เลิกงานได้เเล้ว"ศิษย์พี่ยืนคุมอยู่กล่าวออกมาเมื่อเห็นพระอาทิตย์ลดต่ำลง เขาเองก็ต้องรีบกลับไปฝึกต่อ
จากนั้นเขาก็เดินกลับที่พักไป ที่พักหนึ่งหลังอยู่กันสามคน อีกสองคนไม่ค่อยสนใจเขานักเเม้เเต่ชื่อเขาก็ยังไม่รู้ หลังจากทำงานเสร็จพวกเขาสองคนเอาเเต่ท่องคาถาบ้าบออะไรกันก็ไม่รู้ ทำเขานอนพลิกไปพลิกมาหลายกระบวนท่ากว่าจะหลับได้
"บัดซบ!!...ข้าฝึกคาถาบทนี้มาครึ่งปีเเล้วยังไม่เห็นจะมีอะไรเกิดขึ้นเลย"ภายในห้องมีชายหนุ่มสองคนกำลังบ่นด้วยสีหน้าโกรธเคือง ที่พวกเขาฝึกคาถาบทนี้มาตั้งครึ่งปีเเล้วเเต่ก็ยังไม่เห็นการเปลี่ยนเเปลงอะไรเลย
"ข้าก็ว่าเเล้ว...คงจะมีใครเเกล้งเเน่ๆ ใครจะเอาวิชาของจริงมาทิ้งไว้ในป่าเเบบนั้นละ เป็เพราะความเก่าของมันที่ทำให้เราหลงเชื่อเเล้วท่องคาถาบ้าๆนี่"เมื่อครึ่งปีก่อนพวกเขาไปเจอหนังสือเล่มหนึ่งตกอยู่ในป่าหลังสำนัก เห็นความเก่าของมันจึงคิดไปเองว่าเป็คัมภีร์หรือเคล็ดวิชาที่ศิษย์ในสำนักทำตกไว้จึงเอามาฝึก
ผ่านมาครึ่งปีก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น พวกเขาท่องคาถานี้กันทุกคืน ตอนเช้าออกไปตัดไม้เเล้วต้องเเบกขึ้นมาให้พวกศิษย์ใหม่ที่เพิ่งเข้ามาเป็ศิษย์รับใช้ผ่าเอาไปทำฟืน จึงไม่มีเวลามากนักในการท่องคาถาบทนี้ในตอนเช้า อีกอย่างหน้าเเรกในคัมภีร์ได้รับความเสียหายเล็กน้อยทำให้บทเเรกไม่สมบูรณ์ เเต่พวกเขาทั้งสองก็ยังฝึกต่อจนถึงตอนนี้ พวกเขาเริ่มหมดความอดทนเเล้ว
"เวณเอ้ย!!"เขาหยิบคัมภีร์ที่ดูเก่าเเละโบราณเล่มนั้นขึ้นมาเเล้วปาออกไปนอกหน้าต่าง
ฟิ่ว....
"เ้าทำอะไรนะ!"อีกคนนึงกล่าวออกมาด้วยสีหน้าใถึงเเม้พวกเขาจะไม่รู้ว่ามันมีไว้ทำอะไรเเต่ก็ไม่ควรทิ้งขว้าง เเบบนั้นในอาจจะมีความลับที่พวกอาจจะยังไม่รู้ก็ได้
"หึ!..ของเเบบนี้ถ้าเ้าอยากฝึกต่อก็ไปเก็บมันเองสิ"เขากล่าวพร้อมหันหลังเดินออกไปจากบ้านพักไป"รอข้าด้วย"อีกคนรีบวิ่งตามออกไป เเต่พวกเขาไม่รู้เลยว่ามีคนที่นอนไม่หลับเพราะเสียงของพวกเขานอนฟังอยู่ในห้อง
ฟุบ...จางจิ่วที่นอนฟังอยู่ลุกขึ้นมาเเล้วหันไปทางหน้าต่าง "ที่เเท่พวกเขาก็ฝึกท่องคาถากันนี่เอง"ขณะกล่าวในตาของเขาเป็ประกาย "คาถาในคัมภีร์หรือ"เขายิ้มออกมาถึงเเม้สองคนนั้นจะบอกว่ามันเป็ของปลอม เเต่เขาก็ไม่สนหรอกอยู่ที่นี่มันน่าเบื่อเกินไป หนังสือก็ลืมไว้ที่ร้านค้าของอาสามของเขา เขาอยากอ่านหนังสือจนจะลงเเดงตายอยู่เเล้ว
ตุบ..ตุบ..ตุบ....เขารีบเดินออกไปข้างนอกเเล้วเดินหาบริเวณฝั่งหน้าต่าง "เจอเเล้ว"เขาอุทานออกมาหลังจากหยิบคัมภีร์เล่มนี้ขึ้นมา มันดูเก่ามากเขาเปิดดูข้างในหน้าเเรกเสียหายเล็กน้อยเเต่หน้าอื่นยังอยู่ดี เขาเก็บมันเข้าไปในอกเสื้อ เเล้ววิ่งเข้าที่พักไป
จางจิ่วนั่งอยู่บนเตียงเข้าหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน มันเป็คาถาเเปลกเขาไม่สามารถเข้าใจความหมายของมัน เขาอ่านไปจนถึงตรงที่เสียหาย เขาหยุดอ่านไปสักพักนึง เเล้วอ่านข้ามส่วนนั้นไป เขาอ่านมันหมดทั้งเล่มภายในคืนเดียว เขานั่งอ่านอยู่ในห้องทั้งคืนเเต่สองคนนั้นก็ยังไม่กลับมา รุ่งเช้าเขาก็ได้รู้ว่าสองคนนั้นถูกย้ายไปออยู่ที่อื่นเเล้ว ห้องนี้จึงเป็ของเขาโดยปริยาย
ส่วนเื่คัมภีร์เล่มนั้นเขาก็ไม่ได้เอาไปบอกใคร ทุกคืนเขาจะเอาเเต่อ่านมัน อ่านเเล้วอ่านอีกจนเขาเริ่มััได้ว่าคัมภีร์เล่มนี้มีอะไรเเปลกๆ ส่วนที่เสียหายน่าจะเป็จุดสำคัญของเื่ที่เขาสงสัย เขาอ่านมันทุกวันเเต่เขายังไม่เคยอ่านในใจเลยนิ จากนั้นเขาก็ทดลองท่องคาถาบทนี้ด้วยทฤษฎีต่างๆที่เขาคิดได้ เเต่ลองไปทั่งหมดที่เขาคิดออกเเล้ว
วันเวลาผ่านไปพรุ่งนี้ก็จะครบหนึ่งเดือนเเล้ว เงินเดือนที่เขาจะได้รับคือเงินห้าสิบเหรียญเงิน วันนี้เขาก็เอาเเต่ค้นคว้าคัมภีร์เล่มนั้น มันเริ่มกลายเป็กิจวัตรประจำวัน ที่เขาต้องกลับมาท่องคาถาบทนี้ทุกคืน
"ข้าท่องมาเเล้วครึ่งเดือนเเต่กลับไม่อะไรเกิดขึ้นเลย ไอคัมภีร์เล่มนี้มันคืออะไรกัน" เขานอนพลิกไปพลิกมาหลายครั้งเขากำลังทบทวนทฤษฎีต่างๆที่เขาได้ทดลองไป "ทุกครั้งข้าจะท่องคาถานี้ตอนที่ข้ากลับมาจากทำงาน ทุกครั้งข้าจะท่องมันตอนกลางคืน หรือคาถาบทนี้จำเป็ต้องท่องตอนเช้า"ตอนนี้เขาหมดปัญญาแล้วเขาจึงคิดวิธีง่ายๆขึ้นมา ตอนคิดทฤษฎีนี้เขาไม่รู้สึกตื่นเต้นเหมือนก่อนหน้านี้เเล้ว
"นอนดีกว่า พรุ่งก็จะได้รับเงินเดือนเเล้ว"จางจิ่วกลาวออกมาอย่างตื่นเต้น เงินเดือนวันพรุ่งนี้ยังหน้าสนใจกว่าทฤษฎีไร้สาระของเขาอีก
วันรุ่งขึ้นจางจิ่วก็ออกไปตัดฟืนตามเดิม ขณะจามขวานลงไปเขาได้ลองทดลองเื่ท่องคาถาตอนเช้า ตอนนี้เขาท่องถึงท่อนกลางเเล้วเเละในตอนนั้นเอง
"อะ!...."เขาััได้ว่ามีบางอย่างกำลังไหลเข้าไปในร่างกายของเขา อันที่จริงมันไม่ได้ไหลเข้าในร่างกายของเขาเเต่เป็ร่างกายของเขาที่ดูดมันเข้ามา
"เเขนของข้า"ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนกับว่าขวานในมือของเขาเบาขึ้น เขาทดสอบจามขวานลงไปท่อนไม้ที่เขาต้องจามสองครั้งถึงจะขาดเป็สองซีก กลับทำได้ภายในครั้งเดียว
จากนั้นเขาก็ลองท่องคาถาต่อไป ขวานเบาขึ้นมานิดนึงหลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกเลยเขาเงยหน้ามองท้องฟ้าก็เห็นก่อนเมฆบดบังพระอาทิตย์ไว้ เห็นว่าท่องคาถาต่อไปพลังก็ไม่เพิ่มขึ้น เขาจึงผ่าฟืนตามจำนวนที่เขาได้รับมอบหมายในเเต่ละวัน การผ่าฟืนที่ต้องใช้เวลาหนึ่งวันกลับเสร็จภายในคครึ่งวัน
หลังจากผ่าฟืนเสร็จก็ไปรอรับเงิน ที่ต้องรอเพราะเขาทำเสร็จเร็วเกินไป เขานั่งดูพวกททึ่ยังผ่าฟืนไม่เสร็จอยู่เเถวนั้น หลายคนมองมาทางเขาที่สามารถทำงานได้เร็วกว่าปกติ
ระหว่างรอเขาก็พยายามท่องคาถานั้นอีก เเละร่างกายของเขาก็เเข็งเเกร่งขึ้นไปอีก เขาเงยหน้ามองท่องฟ้าอีกครั้ง เเต่ครั้งนี้เขามองเห็นพระอาทิตย์"หรือมันจะเกี่ยวกับพระอาทิตย์"
"หยุดทำงานได้เเล้ว"ศิษย์พี่ที่ยืนคมกล่าวออกมา
จากนั้นศิษย์รับใช้ทุกคนก็ต่อเเถวเพื่อรับเงิน จางจิ่วที่รับเงินเดือนเสร็จเเล้วก็มุ่งหน้ากลับที่พักไป เมื่อเดินมาถึงหน้าบ้านจางจิ่วเงยหน้ามองพระอาทิตย์ เห็นว่ามันยังอยู่ก็ทำการท่องคาถาอีกครั้ง
"ได้ผลจริงๆด้วย"จางจิ่วรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างไหลอยู่ในร่างกายของเขา เขารู้สึกผ่อนคลายสิ่งที่ไหลเข้ามาในตัวเขามันอุ่นมาก เขาที่กำลังหลับตาเคลิ้มอยู่กลับต้องหยุดลงเมื่อรู้สึกว่ามันเริ่มไหลช้าลงจากนั้นก็หยุดไป
"ใช้จริงๆด้วย"จางจิ่วลืมตาเเล้วเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ตอนนี้เขาไม่เห็นพระอาทิตย์เเล้ว ท้องฟ้าเริ่มมืดพระจันทร์เริ่มเข้ามาเเทนที่พระอาทิตย์ เห็นเเบบนี้ก็สามารถยืนยันทฤษฎีนี้ของเขาได้เเล้ว คาถาบทนี่จำเป็ต้องใช้พระอาทิตย์เป็ส่วนสำคัญ ถ้าไม่มีพระอาทิตย์คาถาบทนี้ก็จะไม่ทำงาน