ในทะเลหมอกโกลาหลที่ไร้แสงไร้ดวงดาวไร้ดวงตะวันไม่มีสิ่งใดนอกจากหมอกหนาอันมืดมิดร่างเงาที่ไม่ชัดเจนได้เดินไปทั่วทะเลหมอกโกลาหลอย่างโดดเดี่ยวที่อ้างว้างมานานมากจนไม่อาจนับเวลาได้ต่อมาร่างเงานี้ได้ถอนหายใจด้วยความเหงาก่อนจะทำบางสิ่งบางอย่างลงไป
อยู่ๆทะเลหมอกโกลาหลก็มีดอกบัวหลากสีลอยออกมาลำแสงหลากสีที่เปล่งประกายได้เปลี่ยนหมอกโกลาหลให้หลายเป็ดวงดาวทีละนิดอย่างช้าๆจักรวาลเริ่มถือกำเนิดขึ้นมาและดาราจักรแห่งแรกก็ได้ปรากฏ
ดอกบัวหลากสีได้หยุดอยู่ที่ดาราจักรแห่งแรกและได้สร้างสิ่งมีชีวิตรุ่นแยกขึ้นมานั่นคือเทพาหรือมหาเทพที่มีพลังในการควบคุมกฎเกณฑ์ของดาราจักรมหาเทพเหล่านี้เมื่อลืมตาขึ้นมาก็มองดอกบัวหลากสีด้วยความเคารพเพราะพวกเขารู้ว่าตนเองเกิดมาจากสิ่งนี้แต่พวกเขาก็ไม่รู้ว่าสิ่งนี้คืออะไรแล้วทรงพลังแค่ไหน
อย่างช้าๆมหาเทพได้ทำหน้าที่ของตนเริ่มจากการสร้างพิภพขึ้นมาในดาราจักรและสร้างสิ่งมีชีวิตรุ่นที่สองขึ้นมาซึ่งเผ่าพันธุ์แรกที่ปรากฏพร้อมกันนั้นคือ เผ่าอสูรและเผ่าเทพเผ่าเทพคือเผ่าที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยอิงจากมหาเทพหรือเทพาพวกเขาั้แ่เกิดมาก็พลังอันเหนือล้ำ
ส่วนเผ่าอสูรแม้จะไม่ได้แข็งแกร่งเท่าเผ่าเทพในตอนแรกแต่เมื่อเวลาผ่านไปเผ่าอสูรกลับยิ่งแข็งแกร่งขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุดและที่สำคัญพวกเขาแทบไม่ต้องฝึกฝนแค่กินแล้วนอนก็แข็งแกร่งขึ้นได้ผ่านพลังสายเืของตัวเอง
จากนั้นเผ่ามารเผ่าปีศาจและเผ่าอื่นๆก็เริ่มปรากฏตัวขึ้นในดาราจักรแห่งนี้จนสุดท้ายเผ่าพันธุ์ที่ถือกำเนิดขึ้นทีหลังสุดและอ่อนแอที่สุดนั่นก็คือเผ่ามนุษย์เผ่ามนุษย์เกิดมาก็ไร้พลังจำเป็ต้องฝึกฝนอย่างยากลำบากใช้ทรัพยากรมากกว่าเผ่าอื่นๆถึงจะแข็งแกร่งขึ้นได้
กาลเวลาผ่านไปเผ่ามนุษย์ในตอนแรกเป็เพียงทาสของเผ่ามารและเผ่าปีศาจเท่านั้นในยุคนั้นเผ่ามนุษย์มักจะบูชาเผ่าเทพบนสรวง์แต่ในสายตาของเผ่าเทพมนุษย์ก็เป็แค่เสบียงอาหารหรือของเล่นเท่านั้น
“เผ่าเทพแข็งแกร่งเกินไปหากเป็เช่นนี้สมดุลจะพังทลายได้”มหาเทพองค์หนึ่งกล่าว
“เป็ข้าที่ไม่รอบคอบมอบพลังให้เผ่าเทพมากเกินไป”มหาเทพอีกองค์กล่าว
“ตอนนี้เสียใจไปก็ไม่มีความหมายพวกเราทำได้แค่รอดูการเปลี่ยนแปลงในอนาคตเท่านั้น”มหาเทพพากันส่ายหน้าเพราะด้วยกฎที่ควบคุมพวกเขาเอาไว้ทำให้แทรกแซงไม่ได้
หลังจากนั้นเผ่าเทพเริ่มรุกรานเผ่าอสูรและคิดจะปกครองแดนเทพเพียงเผ่าเดียวทำให้เกิดาเทพอสูรขึ้นมาทั้งสองต่างต่อสู้กันอย่างบ้าคลั่งจนแดนเทพเสียหายแต่สุดท้ายเผ่าอสูรกลับพ่ายแพ้บรรพบุรุษของเผ่าอสูรตกตายไปหนึ่งตนอีกสามตนต่างหายสาบสูญทำให้เผ่าอสูรต้องหนีลงไปยังแดนเซียนที่มีระดับต่ำลงมาและแดนเทพก็ตกเป็ของเผ่าเทพอย่างแท้จริง
ในแดนเซียนตอนแรกมารและปีศาจคือผู้มีอำนาจแต่หลังจากเผ่าอสูรลงมาก็ทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นแม้เผ่าอสูรจะอ่อนแอลงแต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่เผ่ามารและปีศาจจะกวาดล้างได้ตามใจดังนั้นจึงเกิดพันธสัญญาห้ามตัวตนระดับสูงลงมือให้เหล่ารุ่นเยาว์และผู้ที่มีพลังไม่ถึงขั้นต่อสู้ตัดสินกันเอง
ส่วนในแดนมนุษย์คือดินแดนที่ต่ำที่สุดคือสนามเด็กเล่นที่เผ่าเทพเผ่าปีศาจและเผ่ามารเอาไว้เล่นแก้เบื่อบางครั้งพวกเขาจะส่งรุ่นเยาว์และคนบางกลุ่มลงมาที่โลกเบื้องล่างเพื่อทำากับมนุษย์แก้เบื่อเท่านั้น
แต่ว่าเมื่อเวลาผ่านไปอีกล้านปีเผ่ามนุษย์เริ่มมีพัฒนาขึ้นจากตอนแรกมนุษย์แทบฝึกฝนไม่ได้และใช้ความคิดสร้างอาวุธหลายชนิดขึ้นมาต่อสู้กับเผ่าปีศาจและเผ่ามารภายหลังมนุษย์เริ่มหาเส้นทางการบ่มเพาะเจอจึงเริ่มละทิ้งสถานะทาสและหันกลับมาต่อสู้กับเผ่ามารและปีศาจและเลิกเคารพต่อเผ่าเทพ
ในดาราจักรอันกว้างใหญ่ดอกบัวหลากสีที่หยุดนิ่งมาตลอดหลายล้านปีได้ถูกมหาเทพทั้งหมดปกป้องตลอดมาแต่อยู่ๆวันนี้ดอกบัวเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น
‘เกิดอะไรขึ้น”
“ในดอกบัวเกิดเป็จิติญญาดวงหนึ่งขึ้นมาแล้ว”
“หรือว่าตัดสินใจที่จะถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว”เหล่ามหาเทพมารวมตัวกันด้วยสีหน้าตื่นเต้น
“นี่มันเป็ไปไม่ได้เหตุใดถึงเลือกเผ่าพันธุ์นี้กัน”
“มนุษย์เผ่าที่อ่อนแอที่สุดแต่ว่าเมื่อเร็วๆนี้พวกเขาเริ่มผงาดขึ้นมาแล้วแถมในบรรดามนุษย์ยังมีคนบรรลุเซียนแล้วด้วยอีกไม่นานก็น่าจะสามารถทัดเทียมกับเผ่าปีศาจและมารได้”
“แล้วพวกเราจะเอายังไงในเมื่อเลือกเป็มนุษย์ก็ควรจะส่งไปยังแดนเบื้องล่างใช่หรือไม่”
“คงต้องเป็เช่นนั้นที่แดนเบื้องล่างมีสถานที่แห่งนึ่งที่เรียกว่าเทือกเขาแห่งทวยเทพที่นั่นคือทางผ่านที่ทั้งสามแดนต้องผ่านแต่พวกนั้นไม่รู้ว่าในส่วนลึกของที่นั่นมีสิ่งใดเพราะพวกเราได้วางอาคมพลังเอาไว้ป้องกันแม้แต่เผ่าเทพก็ไม่อาจเข้าไปได้พวกเราให้เขาไปอยู่ที่นั่นแล้วกันรอให้เขาถือกำเนิดขึ้นมาจริงๆค่อยให้เขาออกมา”มหาเทพคนหนึ่งกล่าว
“เห็นด้วย”
“หวังว่าเมื่อเขาถือกำเนิดขึ้นมาและจดจำเื่ราวของตัวเองได้จะไม่โทษที่พวกเราส่งเขาไปที่นั่น”มหาเทพพากันใช้พลังส่งดอกบัวหลากสีลงไปยังแดนเบื้องล่างทิ้งไว้ในหุบเขาแห่งทวยเทพซึ่งอยู่ในส่วนลึกที่สุด
กาลเวลาผ่านไปอย่างช้าๆมนุษย์พัฒนาขึ้นเร็วมากกองกำลังของมนุษย์เริ่มทะยานขึ้นสู่แดนเซียนอย่างต่อเนื่องและเริ่มก่อตั้งสำนักและนิกายขึ้นเพื่อต่อกรกับเผ่ามารและเผ่าปีศาจแม้ตอนนี้จะยังถือว่าอ่อนแอกว่าทั้งสองฝ่ายแต่เพราะมีเผ่าอสูรอยู่อีกทำให้เผ่าปีศาจและเผ่ามารไม่กล้าเคลื่อนไหวอย่างยิ่งใหญ่โดยง่าย
ในหุบเขาแห่งทวยเทพดอกบัวหลากสีที่หยุดนิ่งอยู่ก็เริ่มเคลื่อนไหวดอกบัวหลากสีหดขนาดลงและลอยผ่านแม่น้ำสายหนึ่งที่ไหลออกไปด้านดอก ขณะดอกบัวหลากสีผ่านออกมาจากส่วนลึกสัตว์อสูรในเทือกเขาแห่งทวยเทพก็พากันมองจากนั้นก็ก้มตัวลงต่ำด้วยความยำแกรงกลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากดอกบัวหลากสีนั้นสำหรับสัตว์อสูรหรือสัตว์ป่าแล้วมันเป็กลิ่นอายที่เหมือนกับทวยเทพของพวกเขา
“นั่นมันอะไรกลิ่นอายเช่นนี้เหมือนกับเหล่ามหาเทพเลย”
“ไม่จริงน่าหรือว่ามหาเทพลงมายังแดนเบื้องล่างงั้นเหรอ”
“ไปตามไปหากเป็มหาเทพจริงพวกเราก็รอดแล้ว” เสียงที่ทรงพลังสามสายดังขึ้นก่อนจะมีร่างเงาขนาดใหญ่ปรากฏและติดตามดอกบัวหลากสีไปอย่างเงียบๆหนึ่งในนั้นถึงขั้นลงไปในน้ำและว่ายน้ำตามไปทันที
ในหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ของที่นี่ทำอาชีพปลูกข้าวิญญาเพื่อขายให้กับสำนักของผู้ฝึกตนที่มารับซื้อเพราะข้าวิญญามีราคาที่สูงแถมยังดีต่อสุขภาพทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่ไม่มีปัญญาฝึกตนจึงมักจะทำอาชีพนี้
และหมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้อยู่ไม่ห่างจากเทือกเขาแห่งทวยเทพแม้ในบางครั้งหมู่บ้านแห่งนี้จะต้องเจอกับอันตรายจากสัตว์อสูรเป็บางครั้งแต่เพราะสถานที่แห่งนี้นั้นเหมาะสำหรับปลูกข้าวิญญามากทำให้พวกเขาไม่อาจตัดใจย้ายไปที่อื่น
ในแม่น้ำสายใหญ่ที่ไหลมาจากเทือกเขาแห่งทวยเทพชายชรากำลังนั่งเรือตกปลาอยู่แต่ทันใดนั้นเองก็มองไปเห็นดอกบัวหลากสีที่งดงามจากที่ไกลๆตอนแรกชายชราคิดว่าเป็สัตว์อสูรจึงเตรียมขึ้นฝั่งเพื่อหนีแต่ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงร้องของเด็กทารกทำให้ชายชราหยุดมือและหันกลับไปมองอีกครั้งเมื่อดอกบัวลอยมาใกล้ชายชราก็เห็นเด็กทารกอยู่ในดอกบัวหลากสีนี้อย่างชัดเจน
“นี่มันเด็กทารกแต่จะเป็ไปได้ยังไงกัน ใครมันใจร้ายถึงขนาดทิ้งเด็กตัวเล็กๆนี้ลงแม่น้ำ” ชายชรากล่าวด้วยสีหน้าเศร้าใจก่อนจะอุ้มเด็กทารกขึ้นมาจากดอกบัวหลากสี
“ดอกบัวนี้เก็บไปด้วยแล้วกันที่บ้านไม่มีเตียงที่ดีพอสำหรับเด็กด้วย”ชายชราเป็แค่คนธรรมดาจนๆคนหนึ่งนอกจากปลูกข้าวิญญาแล้วก็ทักจะมาหาปลาไปเป็อาหาร
“ตาแก่นั่นพามหาเทพไปแล้วจะเอายังไง”ปลาสีทองตัวหนึ่งกล่าวขณะมองไปยังเรือที่ค่อยๆขึ้นฝั่งไป
“รอดูไปก่อนแล้วค่อยหาโอกาสไปขออาศัยอยู่กับมหาเทพ”แมวสีขาวกล่าว
“แต่พวกเขาจะไม่กินพวกเราใช่ไหมหากพวกเราไปอยู่ด้วย”ไก่ที่มีขนสีแดงฉานกล่าวขึ้น
“คงไม่หรอกมั้ง”แมวสีขาวเผยสีหน้าลังเล
ทั้งสามคือบรรพบุรุษของเผ่าอสูรสามในสี่อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดแต่ตอนนี้กลับอยู่ในรูปลักษณ์ที่เหมือนกับสัตว์ป่าธรรมดาๆเพื่อหลบซ่อนตัว
ชายชราที่อุ้มเด็กทารกกลับบานก็บอกกล่าวกับภรรยาของตนหญิงชราได้ฟังก็อดที่จะหลั่งน้ำตาให้กับความโชคร้ายของเด็กทารกที่ถูกบิดามารดาทิ้งลงน้ำ
“เ้าคิดว่า์สงสารพวกเราหรือไม่ที่พวกเราไม่อาจมีบุตรได้เลยส่งเขามาให้พวกเรา”ชายชรากล่าวหลังจากที่เห็นหญิงชราอุ้มเด็กทารกด้วยความเอ็นดู
“อาจจะเป็เช่นนั้นในเมื่อบิดามารดาของเด็กคนนี้ไม่้าเช่นนั้นพวกเราก็ใช้เวลาที่เหลือเลี้ยงดูเขาเถอะ”หญิงชรากล่าว
แม้ทั้งสองจะมีอายุมาแล้วและคงอยู่ได้อีกไม่นานแต่ทั้งสองก็ไม่อยากทิ้งเด็กคนนี้ไปจึงตัดสินใจตั้งชื่อและรับเลี้ยงเด็กน้อยคนนี้
เวลาผ่านไป10 ปีหลิงหยวนที่เติบโตมาในครอบครัวธรรมดานี้ก็ใช้ชีวิตอย่างสงบและเรียนรู้การทำงานต่างๆจากทั้งสองั้แ่การปลูกข้าวิญญาจนถึงการหาของป่าและเย็บผ้าหลิงหยวนกลับเรียนรู้ได้เร็วและตั้งใจอย่างมาก
ชายชราและหญิงชราที่เห็นหลิงหยวนสนุกกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆโดยไม่บ่นออกมาก็รู้สึกมีความสุขแต่ขณะเดียวกันก็เศร้าใจที่เวลาของพวกเขาเหลือไม่ถึง5 ปีแล้ว พวกเขาอายุมาแล้วแต่กลับได้เด็กที่ดีขนาดนี้มาอยู่ด้วยตอนแก่เป็เื่ที่เสียดายที่สุดในชีวิตหากทั้งสองมีหลิงหยวนเป็บุตรของตนเองมันจะยอดเยี่ยมขนาดไหน
“ท่านปู่สภาพอากาศเช่นนี้คงไปตกปลาไม่ได้แล้ววันนี้ท่านก็พักอยู่ที่บ้านเถอะข้าจะออกไปหาอาหารเอง”หลิงหยวนกล่าว
“เช่นนั้นก็ระวังตัวด้วย”ชายชรากล่าวด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนมองแผ่นหลังของหลิงหยวนด้วยแววตาเต็มไปด้วยความรักและเอ็นดู
“เด็กดีเช่นนี้เหตุใดถึงทิ้งได้ลงกันนะ”หญิงชรากล่าวพร้อมกับถอนหายใจ
“โชคชะตามักจะเล่นตลกเช่นนี้”ชายชรากล่าว
หลิงหยวนพายเรือออกไปก่อนจะเริ่มตกปลาปกติหลิงหยวนเป็คนที่โชคดีมากเมื่อออกมาตกปลาพร้อมกับท่านปู่ก็มักจะเป็คนที่ตกได้ปลามากที่สุดหากไม่ใช่เพราะท่านปู่สอนให้ตกปลาแค่พอกินหลิงหยวนคงสามารถตกปลาได้หลายสิบตัวต่อวันแน่ๆ
“ตอนนี้และคือโอกาส”ขณะนั้นเองปลาสีทองก็เห็นโอกาสรีบเข้าไปงับเหยื่อก่อนจะถูกหลิงหยวนตกขึ้นไป
“เอ๋...ปลาตัวนี้มันสีแปลกประหลาดมากไม่น่ากินเลย” หลิงหยวนกล่าวก่อนจะมองปลาตัวสีทองและมีหนวดยาวสองเส้นเกล็ดของปลานั้นงดงามอย่างมากราวกับทำมาจากท้องแท้ๆ
“เ้าัเฒ่านั่นคงไม่ถูกนำไปย่างใช่ไหม”แมวสีขาวและไก่สีแดงมองภาพนี้ด้วยความกังวล