บทที่ 7 เลือกซื้อบริการเสริม (2)
ผมไม่รู้ตัวว่าเริ่มหิวั้แ่ตอนไหน แต่ตอนนี้ผมกำลังหิวมาก เหมือนไม่ได้กินอะไรมานานแล้ว
ต่อให้ได้กินแค่ข้าวเปล่าก็ยังดี อย่างน้อยชอนอีเซก็คงไม่หน้ามืดพยายามฆ่าตัวตายแน่
มีคนมากมายไม่รู้ว่าการทานข้าวสามารถช่วยแก้ปัญหาชีวิตได้ดียิ่ง
ต่อให้เป็คนดี ๆ ทั่วไป ถ้าเกิดเริ่มหิวขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็อาจจะทำอะไรสิ้นคิดขึ้นมาได้เช่นกัน
[ภารกิจต่อไป กิจกรรม: พบเพื่อนร่วมวง]
[เวลาในการทำภารกิจกำลังจะเริ่มขึ้นใน...10...]
"เดี๋ยวก่อนสิ จะไม่ให้ฉันได้มีเวลาเตรียมตัวเตรียมใจหน่อยหรือไง ฉันยังไม่มีเวลาได้กินข้าวเลยนะ"
ผมส่ายหน้า พยายามคิดหาทางยื้อเวลา เมื่อลองนึกทบทวนดูแล้ว ผู้จัดการบอกว่าให้ผมติดต่อแม่บ้าง...
[ระบบสร้างสุขสมความปรารถนาแก่มวลมนุษย์ของพวกเราไม่ใช่มนุษย์ ดังนั้นพวกเราจึงไม่จำเป็ต้องมีจรรยาบรรณหรือความเห็นอกเห็นใจ]
[เวลาที่เหลือ : 9...]
[8...7...]
หลังจากนั้น ไม่ว่ามันจะเป็เพราะเหตุบังเอิญหรือโชคชะตา แต่เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
"ย้อนกลับไปในวันนั้นที่เรายังได้อยู่ด้วยกัน"
การนับเวลาหยุดลง แล้วหน้าต่างข้อความก็มีเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือของผมดังขึ้นมาแทน
เมื่อผมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูหน้าจอ ก็พบตัวอักษรระบุผู้โทรมาว่าเป็ [แม่]
"จะรับดีไหมเนี่ย?"
ถ้าชอนอีเซส่งข้อความลาตายไปหาพ่อแม่เหมือนที่ส่งไปหาผู้จัดการ ผมก็ต้องมานั่งแก้ตัวอีกเหมือนเคย
แต่หลังจากนั้น หน้าต่างข้อความก็สั่นะเื เหมือนกับว่าระบบเพิ่งจะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ มันจึงส่งข้อความใหม่ให้ปรากฏขึ้นมา
[ขอแสดงความยินดี! ทางเราจะมอบเวลาพิเศษให้คุณอีก 15 นาทีเนื่องจากประทับใจในการทำภารกิจของคุณก่อนหน้านี้]
"เดี๋ยวก่อนนะ..."
เมื่อตรวจดูจนแน่ใจแล้วว่าการนับถอยหลังยุติลงแล้วจริง ๆ ผมถึงได้ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
"ก่อนที่จะรับโทรศัพท์ อย่างน้อยก็ต้องรู้ข้อมูลอะไรบ้าง"
ผมได้รู้แล้วว่าบริการแทรกแซงเหตุการณ์ยังใช้งานไม่ได้ แล้วผมก็ได้ทดลองใช้บริการทบทวนความทรงจำฟรีไปแล้ว
ดังนั้น ครั้งนี้ผมก็ต้องใช้บริการแบบจ่ายแต้มแล้วสินะ?
ในระหว่างที่ผมกำลังมึนงงสับสนอยู่นี้ หน้าต่างข้อความก็เกิดความเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง
[บริการเสริม > บริการฉายซ้ำความทรงจำ]
[้าซื้อบริการฉายซ้ำความทรงจำหรือไม่?]
[ตกลง / ปฏิเสธ]
ผมไม่ได้พูดอะไร แต่ในใจกำลังคิดสงสัยว่านี่คือกับดักหรือเปล่า? แต่ผมก็ไม่ได้เลือก "ปฏิเสธ"
"ตกลง"
การคิดค่าคะแนนไม่ใช่น้อย ๆ ผมไม่รู้เลยว่ามันจะคุ้มกับ 30 แต้มที่ผมมีอยู่ทั้งหมดตอนนี้หรือเปล่า
เ้าขนปุ๋ยก็กำลังทำท่าะโอยู่กับที่และพยายามส่งเสียงเห่า
[บริการฉายซ้ำความทรงจำ: เป็บริการฉายซ้ำความทรงจำในรูปแบบคลิปวีดีโอ]
โชคดีที่ไม่ได้มาแค่เสียงเหมือนครั้งที่แล้ว
[เริ่มเล่นวีดีโอ]
เมื่อหน้าต่างข้อความปรากฏตัวอักษรเ่าั้ สภาพแวดล้อมรอบตัวของผมก็กลายเป็สีขาวดำไปโดยทันที
แสงสว่างรอบตัวดับวูบลง เหมือนผมกำลังอยู่ในตอนกลางคืน ผมยืนอยู่ในห้องนั่งเล่นของบ้านหลังใหญ่ น่าจะเป็ครั้งแรกที่ผมได้เห็นบ้านหลังนี้ และเพื่อพิสูจน์ให้ผมได้รู้ว่านี่ไม่ใช่ความจริง ผมก็พบว่าตัวเองมีเ้าหมาอยู่ข้างกาย มันเป็ลูกหมาจริง ๆ ไม่ใช่ตัวการ์ตูนแบนราบอยู่บนหน้าจอและมันก็กำลังจ้องมองผมอยู่
"สรุปว่าเป็ความผิดของแกหรือเป็ความผิดของคนอื่น?"
ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งนั่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่เหมือนกษัตริย์นั่งอยู่บนบัลลังก์ เขาจ้องมองมาที่ชอนอีเซพร้อมกับะเิเสียงคำราม หลังจากนั้น หญิงวัยกลางคนที่นั่งอยู่ไม่ห่างออกไปก็ขึ้นเสียงบ้างเช่นกัน
"คุณจะเอาอะไรกับลูกนักหนา? คุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่าลูกไม่เหมาะจะเป็ศิลปินเดี่ยว ลูกต้องมีวงเป็ของตัวเอง แล้วพอทุกอย่างไม่เป็ไปตามแผน คุณจะโทษว่าเป็ความผิดของลูกได้ยังไง?"
ชายวัยกลางคนทำเสียงจิ๊จ๊ะและปฏิเสธที่จะยอมรับความจริงข้อนั้น
"คุณไม่ต้องมาแก้ตัวแทนเขา! ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อน พวกเราจะต้องเอาเงินไปผลาญเพื่อเขาอีกเท่าไหร่? เพื่อนร่วมวงของเขามีใครบ้าง คนยังไม่รู้จักเลย หากเลี้ยงวงของเขาต่อไป ก็มีแต่จะสูบเืสูบเนื้อชอนซูกรุ๊ปของเราเท่านั้น!"
พิจารณาจากสถานการณ์แล้ว ชายวัยกลางคนที่นั่งคำรามใส่ชอนอีเซอยู่บนโซฟาผู้นี้คือชอนยองแท ประธานบริษัทชอนซูกรุ๊ปนั่นเอง
ส่วนผู้หญิงที่นั่งอยู่ไม่ห่างออกไปน่าจะเป็รองประธานอันจองฮี
ผมรู้สึกแปลก ๆ เล็กน้อยที่ได้เห็นเธอในระยะใกล้ เพราะส่วนใหญ่ที่ผ่านมา ผมจะเห็นเธอแค่ในข่าวเท่านั้น
สองคนนี้...เป็คนที่เลี้ยงดูชอนอีเซขึ้นมาแบบตามใจมากเกินไปจนเสียคนสินะ?
"ครั้งหน้าผมจะทำให้ได้ครับ! ผมจะทำให้ทุกคนภูมิใจ ทุกคนจะไม่ต้องอับอายในตัวผมอีกแล้ว!"
เมื่อไม่สามารถทนการดุด่าได้อีกต่อไป ชอนอีเซก็ลุกขึ้นยืนพูดขึ้นมาโดยทันที และเหตุการณ์ที่ตามมาหลังจากนั้น ก็เหมือนฉากในละครน้ำเน่าไม่มีผิด
"เหอะ พูดไปเรื่อย...แกเคยอายตัวเองบ้างไหม...จีฮยองกับคนอื่นเขาดูแลตัวเองได้แล้ว มีแต่แกนี่แหละที่ยังทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่าง..."
"ทำไมคุณต้องพูดแบบนี้กับลูกด้วย? ถ้าคุณเชื่อใจฉันสักนิด อีเซจะต้องทำให้พวกเราภูมิใจได้แน่"
ในฐานะที่เป็ลูกชายของท่านประธานบริษัท...ผู้คนจะคาดหวังอย่างไรในตัวของชอนอีเซบ้าง?
ผมไม่เคยสนใจเื่ราวของพวกไฮโซลูกท่านหลานเธออะไรพวกนี้มาก่อน ดังนั้น ผมจึงไม่มีความรู้ในเื่ราวนี้เลยสักนิด
อย่างไรก็ตาม ผมจำได้อย่างชัดเจนว่าคุณนายอันจองฮีผู้มีตำแหน่งเป็รองประธานคนนี้ไม่ใช่ภรรยาคนแรกของท่านประธานบริษัท
ผมพอจะคาดเดาได้ว่าพวกเขาเป็ครอบครัวแบบไหน
ในบรรดาลูก ๆ ที่สืบทอดสายเืจากท่านประธานบริษัทรุ่นปัจจุบัน ลูกที่เกิดขึ้นกับภรรยาคนแรกสามารถทำผลงานได้อย่างโดดเด่น และในเวลาเดียวกันนี้ ลูกชายที่เกิดขึ้นกับภรรยาคนที่สองกลับทำอะไรไม่สำเร็จเลยสักอย่าง
ชอนอีเซจึงมีความมุ่งมั่นเป็อย่างยิ่งที่จะประสบความสำเร็จในวงการบันเทิง โดยที่ได้รับการสนับสนุนจากชอนซูกรุ๊ปอย่างเต็มที่
วงไอดอลของชอนอีเซมีชื่อว่าไคลแมกซ์ เป็วงที่ไม่เคยมีเพลงฮิตติดชาร์ต 100 อันดับแรกของบริษัทเพลง M เลย
นั่นคือสิ่งที่บั่นทอนจิตใจของชอนอีเซ
ไม่นานหลังจากนั้น สภาพแวดล้อมรอบกายของผมก็กลับมาเป็ปกติอีกครั้ง
"เอ่อ..."
[เหตุการณ์ในคลิปวิดีโอนี้เกิดขึ้นในวันที่ 26 กันยายน ชอนอีเซมีอายุได้ 20 ปี]
"อ้อ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตอนที่เราอายุ 20 สินะ?"
ก็ว่าอยู่ว่าทำไมตัวผมเองถึงดูเด็กกว่าที่เห็นในเงาสะท้อนของกระจก
ตอนนี้ได้เวลาที่ผมจะเล่นละครสวมรอยเป็ชอนอีเซแล้ว
หลังจากนั้น ผมก็เห็นนาฬิกาจับเวลาขนาดเล็กปรากฏขึ้นที่มุมหน้าต่างข้อความ
เป็การนับถอยหลังเวลาพิเศษ 15 นาทีที่ผมได้รับ
"เหลือเวลาอีก 10 นาที"
คลิปวิดีโอมีความยาวน้อยกว่าที่ผมคิด ดังนั้นผมจึงยังมีเวลาเหลือ
ผมยังมีเวลาอีก 10 นาที...
"ทำอะไรง่าย ๆ กินรองท้องก่อนดีไหมนะ?"
ถึงผมจะมีชีวิตใหม่ แต่ผมก็ยังเห็นเื่กินเป็เื่ใหญ่เหมือนเดิม
แม่ของอีเซ ขอโทษนะครับ เดี๋ยวผมจะโทรกลับไปหาทีหลัง
ผมถอนหายใจ ปล่อยให้โทรศัพท์ดังอยู่อย่างนั้น ก่อนจะเดินไปที่ครัวอีกครั้ง