“เอ๋ เสียงข้อความอะไร ฉันจ่ายไปหมดแล้วนะพวกค่าอินเทอร์เน็ต หรือพวกสัพเพเหระอะไรนั่น”
เรียวขาเรียวงามหยุดเดินกะทันหัน หญิงสาวบ่นปากมุบมิบพลางล้วงมือควานหามือถือของเธอในกระเป๋าหนังสะพายข้างสีดำ นิ้วเรียวรีบเปิดอ่านดูก็พบว่ามันเป็เบอร์แปลก หากแต่ว่าเบอร์นั่นรู้จักเธอเมื่อพบว่าในข้อความปรากฏชื่อของเธอในนั้น
เฟรย่า
ผมมีเื่จะให้คุณช่วย มันสำคัญมาก เดี๋ยวผมไปรับหน้าตึกนะ
อีริค
“คุณรู้เบอร์ของฉันได้อย่างไรกัน คิดจะทำอะไรอีกนะ พ่อหนุ่มขี้ฉวยโอกาส”
ตากลมโตเบิกกว้างขึ้น สีหน้าฉายแววสงสัย ชายหนุ่มคลาสโนว่าทราบเบอร์เธอได้อย่างไรกัน ริมฝีปากอวบอิ่มเอ่ยพึมพำคนเดียวอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะก้าวเดินเข้าลิฟต์ไปด้วยสีหน้าสงสัย
ตริ๊ง
บ่ายสามของทุกวันเป็เวลาเลิกงานทั่วไปของมนุษย์เงินเดือนเมืองพอทสดัม แค่ชั่วขณะที่ลิฟต์ทะยานลงชั้น 1 จากชั้น 48 ก็ปรากฏร่างสาวสวยประจำตึกที่ใครๆ ต่างหมายปองและรู้จักเธอกันดี ใบหน้าเรียวสวยถูกประดับด้วยลิปสติกสีแดงสดที่ช่างเข้ากับริมฝีปากอวบอิ่ม ต่างหูห่วงสีทองที่ดูธรรมดาแต่ช่างเข้ากันดีกับทุกชุดทุกยุคสมัย หญิงสาวก้าวเดินทอดน่องออกมาด้วยสีหน้าเริงร่าเมื่อพบว่างานที่เธอรักเป็ที่สนใจจากทีมงาน มือขวาเธอจับแก้วกาแฟในขณะที่มือซ้ายคล้องกระเป๋าสะพายหนังสีดำ เรือนร่างถูกจัดในลักษณะการเดินที่สง่าผ่าเผยในเครื่องแต่งกายสุดคลาสสิค เธอสวมเสื้อเชิ้ตสีครีมอย่างเรียบง่ายและสวมทับด้วยกระโปรงทรงแคบยาวถึงหน้าแข้งสกรีนม้าลาย กระโปรงที่รัดรูปทำให้ส่วนเว้าส่วนโค้งของสะโพกอันกลมมนสะดุดตาผู้คนยิ่งนัก อีกทั้งรอยผ่าสูงเผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนไร้ที่ติที่ขยี้ใจชายเมื่อพบเห็น เธอก้าวเท้าเดินด้วยส้นสูงดังกึกๆ มือของเธอล้วงหากุญแจรถในกระเป๋า และเดินไปยังรถคู่ใจที่จอดริมฟุตบาทเพื่อรีบขับมุ่งหน้าไปยังร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้ออาหารไว้สำหรับทำมื้อเย็นที่บ้าน ตลอดข้างทางต่างมีเสียงพูดคุยจอแจและเสียงหัวเราะดังระงมทั่วทั้งฟุตบาท หรือแม้แต่ตามร้านต่างๆ ที่ผู้คนต่างนั่งพูดคุยพลางจิบกาแฟเพื่อผ่อนคลายอารมณ์หลังเลิกงาน กลิ่นอาหารหอมฉุยและควันโขมงจากร้านเคบับข้างทางลอยมาแตะจมูกให้ชวนหิว
เอี๊ยดดดด กึก
“ว้ายย”
รถสปอร์ตเปิดประทุนหรูสองที่นั่งขับเคลื่อนมาด้วยความเร็วจอดเทียบฟุตบาทข้างเฟรย่า ทำเอาหญิงสาวมือทาบอกใยกมือขึ้นทาบอก ไม่เพียงแต่เธอที่มองมายังรถคันดังกล่าว แต่รวมถึงสายตาผู้คนรอบข้างด้วย และเ้าของรถจะใครเป็ไม่ได้ นอกจากอีริคชายหนุ่มรูปงามที่มาในชุดสูทสีเทาผูกเนกไท
“โอ้ยคุณ จอดดีๆ เบาๆ ไม่ได้หรือไงกัน?ทำเอาฉันใหมด” คิ้วเล็กขวมดพลางบ่นกระปอดกระแปดต่อเขา แต่ทว่ามันก็ยังคงน่ารักและมีเสน่ห์เหลือล้นจนอีริคอดขำไม่ได้
“ขึ้นรถ ผมมีอะไรจะคุยกับคุณ”
หญิงสาวยกแขนเรียวเล็กของเธอขึ้นมากอดอก และยังคงสาวเท้าเดินต่อไปด้านหน้า แต่ทว่ารถสปอร์ตหรูก็ยังคงขับเคลื่อนตามทุกฝีก้าวของเธอ
“เอ๊ะ คุณ!”
“ก็ขึ้นมาซี้”
“แล้วรถฉันล่ะ!”
“ค่อยกลับมาขับภายหลัง จอดไว้ที่นี่ก่อน”
เฟรย่าถอนหายใจเฮือกใหญ่พลางเอื้อมมือเปิดประตูและปิดมันอย่างรวดเร็ว
“แล้วคุณจะพาฉันไปไหน?”
“เดี๋ยวก็รู้ คือผมมีเื่สำคัญจะคุยกับคุณน่ะ อยากให้คุณช่วยอะไรบางอย่าง”
*************************************************
ณ สวนสาธารณะใจกลางเมืองพอทสดัม
ท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ ยามบ่ายที่ส่องมาประกายกระทบสองร่าง สองหนุ่มสาวหย่อนตัวนั่งลงบนที่นั่งคอนกรีตปูนเปลือยที่ห้อมล้อมเป็วงกลมรอบรูปปั้นสไตล์ยุโรปโบราณและน้ำพุอันวิจิตรบรรจง ปุยเมฆสีขาวขยับปีกอ่อนนุ่มบินล่องลอยบางเบาอยู่เหนือหมู่ต้นไม้ใหญ่บนพื้นฟ้า สนามหญ้าเขียวขจีเบื้องหน้าต่างมีกลุ่มผู้คนนั่งกันประปรายพร้อมทั้งเสียงคุยจอแจอยู่แว่วๆ บ้างก็มาปิกนิก บ้างก็นั่งติวหนังสือ ใจกลางสวนเป็ทะเลสาบกว้างใหญ่ที่ผิวน้ำสะท้อนกับแสงแดดจนเป็ประกายระยับ สุดลูกหูลูกตาเป็ต้นไม้ใหญ่และรายล้อมไปด้วยโรงแรมเก่าแก่สุดหรู
พรูดดดด
“ห้ะ อะไรนะ คุณจะให้ฉันปลอมเป็แฟนของคุณ?” เฟรย่าพ่นกาแฟออกมาด้านหน้าอย่างกะทันหันเพียงเมื่อได้ยินคำขอความช่วยเหลือจากอีริค ใบหน้าสวยหันขวับไปมองเขาด้วยั์ตาเบิกโพลง ร่างสูงพลันลุกยืนขึ้นและยกแขนขึ้นมากอดอกก่อนจะหันหน้ามาทางหญิงสาว
“ใช่ คุณคงต้องปลอมตัวช่วยผมสักพัก แต่ว่า…ผมมีกฎบางอย่างในการที่คุณปลอมเป็แฟนสาวของผม”
“ให้ตายสิ กฎอะไรอีกล่ะ ขอความช่วยเหลือจากฉัน และยังจะตั้งกฎอีก!”
“เอาล่ะ ข้อที่ 1 คุณไม่มีสิทธิ์หึงผมทั้งสิ้น ไม่ตาม ไม่จิก
ข้อที่ 2 คุณห้ามออกเดทกับใครในระหว่างนี้ ห้ามเข้าใกล้ผู้ชายคนไหน เพราะคนอื่นอาจเห็นและคิดว่าคุณไม่ใช่แฟนผมจริงๆ
ข้อที่ 3 เราต้องมีอะไรกันทุกวัน วันละ 2 เวลา เช้าและค่ำ แค่เนี่ยแหละทำได้ไหม?” น้ำเสียงของชายหนุ่มแฝงการยืนกรานห้ามโต้แย้งใดๆ ใบหน้าของเขาเดาอารมณ์ไม่ออก
“หืม แต่กฎที่คุณตั้งขึ้นมานี่เอื้อต่อผลประโยชน์ตัวเองทั้งนั้นเลยเนอะ ว่าแต่จุดประสงค์มันคืออะไร?”
“ก็… เอ่อ ผมอยากให้แฟนเก่าผมเลิกตามรังควานผมน่ะ เราเลิกกันไป 3 ปีได้ล่ะ”
อีริคได้ยินดังนั้นก็ปรากฏใบหน้าซีดๆ ไม่เหลือสีเื เขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักและจำต้องโกหกเธอ เพราะไม่อยากให้เธอรู้ว่าเขาจะหลอกใช้เธอเพื่อตัวเองจะได้ลงตำแหน่งคณะกรรมการบริษัทตามที่พ่อสั่ง
“ในระหว่างที่คุณช่วยผม เอาเป็ว่าผมจะดูแลคุณอย่างดี คอยไปรับ-ส่งไม่ว่าคุณอยากจะไปไหน หรือทำอะไร”
เฟรย่าได้ยินดังนั้นก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง คิ้วเล็กขมวดบวกกับใบหน้าหงิกงอจับจ้องไปที่ใบหน้าหล่อเหลาสลับกับมองไปยังสนามหญ้าเบื้องหน้า ริมฝีปากอวบอิ่มกระตุกยิ้มมุมปากก่อนราวกับนึกอะไรบางอย่างออก ใบหน้าสวยหวานฉายแววลึกลับเข้าใจยาก เธอตัดสินใจเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“เอาล่ะ ฉันจะช่วยคุณก็ได้ แต่ฉันก็มีข้อแม้เหมือนกัน”
“ข้อแม้อะไร”
“คุณก็ต้องห้ามหึง ห้ามหวงฉันเหมือนกัน อย่างนี้สิ ถึงจะเรียกว่าแฟร์ หึหึ”
“ได้สิ! คนอย่างผมเคยหึงหวงใครซะที่ไหน ไม่มีทาง!”
ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววเย่อหยิ่งทะนงต่อข้อแม้ของเธอ เขาหย่อนตัวลงนั่งข้างเฟรย่าอย่างแนบชิดจนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนจากลำคอขาวเนียน แขนแกร่งยืดไปััแผ่นหลังหญิงสาวเบาๆ ดวงตากลมโตของเธอหลุบตาลงมองต้นแขนที่กระแทกกันและเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาที่จับจ้องใบหน้าเธอโดยปราศจากคำพูดใดๆ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้าหาเธอจนปลายจมูกสันคมจรดแก้มเนียนปลั่ง ดวงตาคมกริบคู่นั่นมองเธอราวกับตกอยู่ในความลุ่มหลง
“เอ่อ ว่าแต่ผมหิวแล้วล่ะ เราไปหาอะไรกินกันไหม? แต่เอ…คุณอยากจะทำอาหารใช่ไหมล่ะเย็นนี้ ทำให้ผมชิมได้ไหมว่ามันจะอร่อยเหมือน…”
“ฉันรู้นะว่าคุณหมายถึงอะไร”