บทที่ 29 ข้าชอบเ้า
"หนานลี่...ข้าชอบเ้า... "
"ในโลกหล้านี้ ไม่ว่าจะเป็ูเาที่เขียวขจี ดวงดาราที่พร่างพราว เม็ดฝนในสารทฤดู หรือกระทั่งสายลมยามพลบค่ำ ล้วนด้อยกว่าเ้าทั้งสิ้น"
หนานลี่เอนกายหลับสนิทอยู่ใต้ต้นไม้ แสงสีทองสว่างวาบขึ้นข้างๆนาง ปรากฏร่างของบุรุษในชุดขาว ลมพัดผ่านดอกเหมยมากมายร่วงหล่นลงมา ลอยทะลุผ่านร่างนั้นและร่วงหล่นลงสู่พื้น
หนานลี่ยังคงหลับสนิท ไม่รู้เลยว่าเป่ยิอินเพิ่งจะสารภาพรักกับนาง เขาตัวลงเข้าไปใกล้นาง ผมสีขาวของเขาพันกับผมสีดำของนาง นี่นับเป็่เวลาที่พวกเขาใกล้ชิดกันมากที่สุด
เป่ยิอินเอื้อมมือไปปัดผมที่ปรกใบหน้าของหนานลี่ออก ชื่นชมใบหน้างดงามยามหลับใหลของนางอย่างเงียบๆ ่เวลานี้คล้ายห้วงเวลาหยุดลง
เป่ยิอินเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า เบื้องบนที่เคยสดใสยามนี้เริ่มมีเมฆสีดำปกคลุม ม่านพลังสีทองเหนือศีรษะของเขาค่อยๆ จางลง
"หนานลี่ ข้าต้องไปแล้ว... " เป่ยิอินมองหนานลี่ด้วยแววตาที่อาลัยอาวรณ์ คิ้วของเขาขมวดขึ้นอย่างเศร้าหมอง เขากัดนิ้วมือของตัวเอง แล้วใช้เืบนนิ้วจิ้มไปที่หว่างคิ้วของหนานลี่ ดอกเหมยสีแดงปรากฏขึ้นที่หว่างคิ้วของหนานลี่แล้วก็หายไป
"หนานลี่... " ร่างกายของเขาค่อยๆจางหายไปในอากาศ...
"หนานลี่ ... ข้าชอบเ้า... " เสียงที่ใสราวกับสายน้ำดังขึ้นจากท้องฟ้าไกล สายลมพัดผ่านผมหน้าม้าของนางปลิวไสว ราวกับว่ามีใครบางคนกำลังลูบแก้มของนาง...
หนานลี่กระพริบตา สติสัมปชัญญะฟื้นคืนกลับมา ฝนตกลงโดนหน้าผากและแก้มของนาง ให้ความรู้สึกเย็นเฉียบ ทำให้นางรู้สึกใจหายเหมือนกับเสียอะไรบางอย่างไป
หนานลี่เงยหน้าขึ้น เม็ดฝนโปรยปรายตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ชั่วพริบตานางก็เปียกปอนไปทั้งตัว หนานลี่มองไปรอบๆอย่างสับสน นางอยู่ที่ใต้ต้นดอกเหมยในวิหารเทพเซียน ดอกเหมยถูกฝนตกใส่จนร่วงหล่นลงมาเต็มพื้น กลายเป็แอ่งน้ำน้อยใหญ่ที่สามารถสะท้อนให้เห็นใบหน้าที่สับสนของนาง
นางจำได้ว่านางไปชมดอกไม้และกินเนื้อสัตว์กับท่านเซียน จำได้ว่าท่านเซียนย่างเนื้อกระต่ายให้นางกินแล้วนางก็หลับไป
เื่ราวก็มีเพียงเท่านี้ ทว่าเหตุใดพอตื่นขึ้นมาถึงรู้สึกว่ามีอะไรแปลกไปกันนะ?
หนานลี่เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่มืดครึ้ม เหตุใดม่านค่ายกลสีทองเหนือวิหารเทพเซียนถึงได้หายไป?
หนานลี่ค่อยๆลุกขึ้นยืน ขยับร่างกายที่แข็งทื่อ ะโเสียงดังว่า "ท่านเซียน...ท่านเซียนท่านอยู่หรือไม่เ้าคะ"
ท่านเซียนบอกว่าจะให้นางอยู่กับเขา ดูความเป็ไปของโลก นางก็อยากจะร่วมทางไปด้วยกัน แล้วเหตุใดนางะโเสียงดังขนาดนี้กลับไม่มีเสียงตอบรับ?
จู่ๆหนานลี่ก็รู้สึกใจไม่ดี ความรู้สึกนี้แย่มาก เหมือนกับตอนที่นางอยู่ในยุคโลกาวินาศ รู้สึกเหนื่อยล้า ้าขนมปังสักชิ้นเพื่อบรรเทาความหิวโหย แต่กลับไม่สามารถหาอาหารได้แม้พยายามค้นหามาเป็เวลานาน
หวังว่าท่านเซียนคงไม่เป็เหมือนขนมปังนะ ที่หาเท่าใดก็หาไม่เจอ
"ท่านเซียน! ท่านอยู่ที่ไหนเ้าคะ" หนานลี่ะโต่อ เม็ดฝนยิ่งมายิ่งตกหนัก น้ำฝนไหลลงมาจากหน้าผาก บดบังสายตาของนาง ทิวทัศน์ในวิหารถูกฝนชะล้างจนมองไม่ชัด
"เ้าไม่ต้องเรียกแล้ว ศิษย์พี่จะไม่มีวันกลับมาอีก!" เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง เป็เสียงเ็าของสุ่ยเซียน
หนานลี่หันไปมอง เห็นสุ่ยเซียนกางร่มกระดาษสีขาวยืนอยู่หน้าประตูวิหาร นี่นับเป็ครั้งแรกที่นางเห็นสุ่ยเซียนสวมชุดสีขาว ใบหน้าของอีกฝ่ายซีดเผือด ดวงตาว่างเปล่า มืออีกข้างกำอะไรบางอย่างไว้แน่น
หนานลี่รีบวิ่งไปที่หน้าสุ่ยเซียน จึงเห็นว่าสิ่งที่นางกำไว้ก็คือจี้หยกหรูอี้ที่เป่ยิอินชอบพกติดตัว และนางก็มีอยู่ชิ้นหนึ่งเช่นกัน
"เ้ารู้หรือไม่ว่าท่านเซียนอยู่ที่ใด เหตุใดถึงบอกว่าเขาไม่กลับมาอีกแล้ว"
ริมฝีปากของหนานลี่สั่นเทา นางรู้สึกถึงบรรยากาศที่น่าอึดอัด เริ่มจะเข้าใจความหมายในคำพูดของสุ่ยเซียน แต่นางไม่กล้าคิดเลยเถิดไปกว่านี้ ท่านเซียนเป็เทพเซียนอันดับหนึ่งของโลก มีพลังวิเศษที่แข็งแกร่ง และชีวิตอยู่มาเป็หมื่นๆเชียวนะ!
ฉะนั้นไม่น่าจะมีอุปสรรคอะไรที่ท่านเซียนผ่านไปไม่ได้ แม้แต่จอมมารพยาบาทที่ชอบกินิญญาก็ไม่ใช่คู่มือเขา นางเคยเห็นความสามารถที่พลิกฟ้าพลิกแผ่นดินของท่านเซียนมาแล้วด้วยตาของตัวเอง
สุ่ยเซียนแบมือออก มองจี้หยกที่ถูกน้ำฝนชะล้างจนสะอาดด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าหมอง "ข้าไปถึงที่นั่นสายเกินไป ศิษย์พี่สู้กับจอมมารพยาบาทจนตัวตาย เขาคือเทพวารี ดังนั้นเมื่อสิ้นลม วารีจึงเปลี่ยนเป็สายฝน และจะตกติดต่อกันเก้าสิบเก้าวัน เก้าสิบเก้าคืน ..."
หนานลี่ไม่ได้ฟังว่าสุ่ยเซียนพูดอะไรอีก คำ 'สิ้นลม' ดังก้องอยู่ในหูซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หนานลี่หันหลังกลับ และวิ่งออกไป มิน่าเล่าม่านพลังที่อยู่เหนือวิหารถึงได้หายไป ที่แท้ก็เป็เพราะเ้าของสิ้นชีพแล้วนี่เอง เนื้อกระต่ายมื้อนั้น ที่แท้คือการเลี้ยงอำลานางกระนั้นหรือ? ์! เช่นนั้นวาจา "หนานลี่ข้าชอบเ้า" ก็ไม่ใช่ความฝันแต่เป็คำพูดสุดท้ายของเขา!!
ถึงจุดนี้ น้ำใสๆก็ไหลออกมาจากหางตาของนาง ผสมปนเปกับน้ำฝนที่เย็นเฉียบ หัวใจของนางเหมือนกับถูกควักออกไป ในอกมันช่างว่างเปล่า
ระบบ: โฮสต์ พระเอกในโลกนี้ตายแล้ว ท่าน้าออกจากโลกนี้ไปยังโลกหน้าหรือไม่
หนานลี่หยุดวิ่งทันที นางก็ไม่รู้ว่าจะวิ่งไปไหน และยิ่งไม่รู้ว่าในเวลาแบบนี้ควรทำอย่างไร
หนานลี่: ระบบ ข้าอยากจะไปเก็บศพของท่านเซียน นี่สามารถทำได้หรือไม่?
ระบบ: โฮสต์ พระเอกเป็เทพวารี พอเขาตาย ร่างกายของเขาก็จะกลายเป็น้ำ ท่านหาศพของเขาไม่เจอหรอก
พอได้ยินแบบนั้น หนานลี่ก็กางแขนออก พยายามโอบกอดสายฝน ตอนที่เจอเป่ยิอินครั้งแรก ตอนนั้นเขาาเ็นอนอยู่บนพื้น สภาพเนื้อตัวมอมแมม พอลืมตาขึ้นมองนางก็มีสีหน้าที่เ็า เหตุการณ์นี้คล้ายเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานเท่านั้นเอง
หนานลี่รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังกอดเขา แต่ก็เหมือนจะไม่ใช่เช่นกัน ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างกะทันหันราวกับความฝัน
หนานลี่ "ระบบ เ้าแสดงให้ข้าดูหน่อยได้หรือไม่ว่าเขาตายอย่างไร"
ระบบ : ย่อมได้ ...
หนานลี่หลับตาลง กลับสู่ทุ่งดอกไม้ ราวกับกำลังดูหนัง หลังจากกินเนื้อกระต่ายแล้วนางก็รู้สึกง่วงนอน อาจเพราะแสงแดดที่อบอุ่นหรือเป็เพราะลมที่พัดเบาๆ นางคุยกับท่านเซียนไปพลางก็เผลอหลับไป ซบลงบนไหล่ของเป่ยิอินอย่างไม่รู้ตัว
ลมพัดผ่านพากลิ่นดอกไม้หอมอ่อนๆมาเตะจมูก คำสารภาพรักของเขาดังขึ้นข้างๆหูของนางเหมือนกับสายลมที่อบอุ่น "หนานลี่...ข้าชอบเ้า... "
หลังจากนั้น ปรากฏเมฆหมอกดำลอยมาจากท้องฟ้าจอมมารพยาบาทบินมาหาพวกเขา สิ่งแรกที่เป่ยิอินทำก็คือวาดยันต์ส่งนางกลับมายังวิหาร ส่งมายังจุดที่สูงที่สุดของสำนักเซียนมีม่านพลังที่เขาสร้างไว้เพื่อปกป้องนางให้ปลอดภัย
จอมมารพยาบาทดูดพลังของปีศาจและิญญาร้ายไปมากมายจึงแข็งแกร่งกว่าตอนที่อยู่ในมิติลับ และมันกระจ่างแจ้งแก่ผู้ใดว่าหากอยากเป็ใหญ่ มีแต่ต้องกลืนกินเทพเซียนอันดับหนึ่งของโลกเท่านั้น
แต่จอมมารพยาบาทประเมินเป่ยิอินต่ำไป แม้ว่าพลังของเป่ยิอินจะหมดลง แต่เขาก็ยังสามารถสู้จอมมารพยาบาทจนตัวตาย ใช้พลังของเทพเซียนกำจัดจอมมารพยาบาททำให้ฝนตกทั่วโลกเพื่อหล่อเลี้ยงทุกสรรพชีวิต
"โฮสต์ ท่านไหวไหม?" เสียงของระบบดังขึ้นในหัวของหนานลี่
หนานลี่รู้สึกตัว ค่อยๆลืมตาขึ้น มองไม่ออกว่าที่กำลังอาบแก้มนางอยู่คือน้ำตาหรือน้ำฝน "ท่านเซียนเขาตายแล้ว แล้วิญญาของเขาเล่า?"
เขาจะสามารถไปเกิดใหม่ได้หรือไม่?
นางไม่คิดเลยว่าคนที่แข็งแกร่งอย่างเป่ยิอินจะจากนางไปในรูปแบบนี้ ความรู้สึกนี้มันแย่มาก เห็นท่านเซียนตายเพื่อปกป้องสรรพสิ่ง เพื่อปกป้องนาง เป็เพราะนางไม่แข็งแกร่งพอ จึงได้แต่มองเขาตายไปต่อหน้า ต่อตา
ระบบ: สถานการณ์ของพระเอกตอนนี้ิญญาน่าจะแตกสลายหายไปจากโลกนี้แล้ว ... โฮสต์อย่าเสียใจเลย สรรพสิ่งล้วนไม่เที่ยง ...
หนานลี่: เช่นนั้นพวกเราไปโลกหน้ากันเถอะ...